ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

1

คฤหาสน์หลังใหญ่ราคาร่วมสิบล้านตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางเนื้อที่หลายสิบไร่ ภายนอกถูกล้อมด้วยรั้วอัลลอยราคาแพง ส่วนภายในบริเวณสวนหน้าบ้านและรอบๆ ถูกปกคลุมด้วยผืนหญ้าเขียวขจีที่ตัดตกแต่งไว้อย่างดี ต้นไม้ดอกไม้สวยงามนานาพันธุ์ ที่ปลูกไว้แข่งกันเบ่งบานรับแสงรุ่งอรุณของยามเช้า สร้างความร่มรื่นและบรรยากาศที่สดชื่นให้กับผู้อาศัยได้ไม่น้อย

ถึงภายนอกคฤหาสน์หลังงามนี้จะมีบรรยากาศดีสักเพียงไหน แต่ภายในกลับมีบรรยากาศที่ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง เมื่อนายทัดเทพคนเป็นพ่อยังทำการตกลงกับลูกสาวสุดที่รักอย่างทรรศิกาไม่ได้

“คุณพ่อคะ ทำไมคุณพ่อต้องห้ามศิด้วย ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ศิโตแล้วนะคะไม่ใช่เด็กๆ” ทรรศิกาบอกเสียงเง้างอดพลางทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างไม่พอใจ

บิดามักจะเคารพในการตัดสินใจของเธอเสมอ ไม่ถึงกับตามใจแต่จะดูที่เหตุและผลมากกว่าว่าสมควรหรือไม่ ทุกครั้งก็เหมือนจะผ่านไปได้ด้วยดี แต่คราวนี้กลับไม่เหมือนที่ผ่านมา

เมื่อเธอจะขอไปเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษ บิดากลับไม่เห็นด้วยและค้านหัวชนฝา ทั้งที่คิดว่าเหตุผลที่เธอมีให้นั้นมีน้ำหนักมากพอที่จะได้รับการอนุญาต

“ทำไมเรียนที่เมืองไทยกับเมืองนอกมันต่างกันตรงไหน หรือเป็นเพราะไอ้...ไอ้หมอนั่น มันมาเกลี้ยกล่อมศิให้ไปกับมันใช่ไหม” นายทัดเทพเอ่ยถึงเพื่อนชายคนปัจจุบันของลูกสาวอย่างไม่ชอบใจ

“คุณพ่อ! ศิบอกกี่ครั้งแล้วว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพี่ธร ศิอยากไปเอง อยากไปหาประสบการณ์และฝึกภาษาให้เก่งกว่านี้ มันไม่เกี่ยวกับพี่ธรอย่างที่พ่อว่าสักหน่อย” หญิงสาวทำหน้าเบื่อหน่าย เมื่อต้องมาอธิบายเรื่องเดิมซ้ำๆ ซากๆ

“ศิ...ฟังนะลูก ลูกยังไม่รู้จักผู้ชายคนนี้ดีพอ การไปเรียนต่อครั้งนี้อาจมีเจตนาอื่นแอบแฝงอยู่ก็เป็นได้ พ่อไม่เชื่อหรอกว่าเสือผู้หญิงอย่างนายธรจะยอมถอดเขี้ยวเล็บเพราะผู้หญิงเพียงคนเดียว”

นายทัดเทพพยายามสกัดกั้นอารมณ์ที่กำลังเดือดดาลให้เย็นลง พร้อมกับยกเหตุผลต่างๆ นานา มาอ้าง เผื่อจะทำให้ลูกสาวตาสว่างขึ้นมาบ้าง แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เมื่อทรรศิกาพูดแก้ต่างให้แฟนหนุ่มทุกข้อกล่าวหา

“พ่อคะ พี่ธรเขาทั้งหล่อและรวย มันก็มีบ้างที่ผู้หญิงวิ่งเข้ามาหา แต่เชื่อเถอะค่ะว่าพี่ธรเขาไม่ได้สนใจ เพราะศิคบกับพี่เขามานาน รู้จักนิสัยพี่เขาดี”

“เฮ้อ...ยัยศิเอ๊ย ลูกจะรู้ไหมว่าเสือมันกำลังล่อลูกกวางน้อยเข้าถ้ำ ทุกอย่างที่แสดงออกมาล้วนเป็นการสร้างภาพทั้งนั้น ถ้าไปอยู่ที่โน่นไม่มีใครคอยดูแล เสือร้ายตัวนั้นก็จะเผยธาตุแท้ออกมา” คำคาดการณ์ของบิดาทำให้ทรรศิกาถึงกับนิ่งเงียบ

เธอเข้าใจความหมายของคำพูดนั้นเป็นอย่างดี และที่พ่อของเธอพูดมาก็มีส่วนถูกอยู่บ้าง เพราะเมื่อหลายวันก่อนเธอได้พูดคุยเรื่องที่พักกับแฟนหนุ่ม ว่าเธอต้องการแยกกันอยู่คนละที่ แต่เดชาธรกลับไม่คิดอย่างนั้นเขาต้องการพักที่เดียวกัน และซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือต้องเป็นห้องพักเดียวกันด้วย ซึ่งเธอก็ได้ตอบปฏิเสธไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้ชายหนุ่มดูจะไม่พอใจกับคำตอบที่ได้รับ แต่เธอก็เชื่อว่าเดชาธรคงมีความเป็นสุภาพบุรุษมากพอ ที่จะไม่ทำอะไรเกินเลยหากเธอไม่เต็มใจ

“พ่อคะ ศิโตแล้วดูแลตัวเองได้ ศิสัญญานะคะว่าจะไม่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ อันเป็นที่รักของลูกคนนี้เสียใจ และจะไม่ทำให้วงศ์ตระกูลของเราต้องเสื่อมเสีย” หญิงสาวย้ำเสียงหนักแน่น ก่อนจะหันไปหากองหนุน ที่เชื่อว่าถ้าคนคนนี้ได้เอ่ยปากขึ้น ไม่มีใครในบ้านกล้าขัด แม้แต่คนที่เป็นประมุขของบ้านอย่างพ่อของเธอ

“คุณแม่ขา...ช่วยพูดกับคุณพ่อให้ศิหน่อยสิคะ นะๆ ศิอยากไปจริงๆ ด้วยเกียรติหัวหน้าเนตรนารีคนนี้ ขอสัญญาว่าจะเป็นเด็กดี อยู่ในกฎในระเบียบไม่นอกลู่นอกทางโดยเด็ดขาด และจะหอบใบปริญญามาฝากคุณพ่อกับคุณแม่ให้ได้ภายในสองปี” ได้ฟังคำออดอ้อนของลูกสาว นางศวิตาจึงวางหนังสือในมือลง ก่อนจะหันมายิ้ม ยกมือขึ้นลูบศีรษะมนได้รูปที่ปกคลุมไปด้วยผมดำยาวสลวยของลูกสาวอย่างเอ็นดู นางนั่งฟังสองพ่อลูกเถียงกันไปมานานนับชั่วโมง ต่างคนก็ต่างมีเหตุผลเป็นของตัวเองหักล้างกันไม่ลง นางซึ่งเป็นคนกลางจึงลำบากใจอยู่ไม่น้อย คนหนึ่งก็สามี ส่วนอีกคนก็ลูกสาว

ตอน 2

“ว่ายังไงพ่อ ยัยศิเขาให้คำมั่นสัญญาหนักแน่นเสียขนาดนี้ พ่อจะเอาไง ถ้าเป็นห่วงมาก ก็หาใครสักคนตามไปคุมซะสิ” นางศวิตาแนะนำพร้อมกับส่งสายตามีความนัยให้กับสามี ตอนแรกนายทัดเทพก็ทำหน้างงๆ แต่พอภรรยาทำหน้าหงุดหงิดแล้วทำปากขมุบขมิบเป็นใครชื่อคนบางคนช้าๆ นั่นทำให้นายทัดเทพเบิกตากว้างแล้วฉีกยิ้มพร้อมกับพยักหน้าหงึกหงัก

“ก็ได้ แต่...” ร่างสมส่วนที่กำลังจะโผเข้ากอดบิดาด้วยความดีใจ ต้องหยุดชะงักทันที เมื่อได้ยินคำว่า แต่ ต่อจากคำว่า ก็ได้ นายทัดเทพมองลูกสาว ที่นั่งงอนแก้มป่องนิดหนึ่ง แล้วพูดต่อ “ก่อนที่จะไปใช้ชีวิตที่เมืองนอก พ่ออยากให้ศิลองไปใช้ชีวิตที่บ้านนอกสักเดือนก่อนเป็นไง ถ้าศิสามารถพิสูจน์ให้พ่อเห็นได้ว่าสามารถใช้ชีวิตลำบากได้ พ่อก็จะอนุญาตให้ไปเรียนต่อที่อังกฤษได้ ศิจะไปกับใครพ่อก็จะไม่ห้ามอีกต่อไป”

“บ้านนนอก!” ทรรศิกาลุกพรวดอุทานออกมาอย่างตกใจ หันไปมองบิดาทีมารดาที เหมือนจะย้ำถามว่าเธอฟังไม่ผิดใช่ไหม เมื่อท่านทั้งสองพยักหน้า เธอถึงกับเข่าอ่อนทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง

บ้านนอกในความคิดของเธอมันคือที่ที่ห่างไกลคำว่าสะดวกสบายเสียเหลือเกิน ไม่ใช่ว่ารังเกียจ แต่เธอต้องไปคนเดียว โดดเดี่ยวเดียวดายจะพบเจออะไรบ้างก็ไม่รู้ แล้วเธอจะอดทนอยู่จนครบเดือนไหมนี่

“ว่าไงยัยศิ บอกไว้ก่อนนะว่าห้ามมีข้อต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น”

“คุณแม่...” หญิงสาวคราง มองมารดาตาละห้อย

“ว่าไงลูก กล้าพิสูจน์ความตั้งใจให้พ่อเขาเห็นหรือเปล่า” แทนที่นางศวิตาจะพูดปลอบหรือให้กำลังใจลูกสาวเหมือนทุกครั้ง กลับกลายเป็นว่านางพูดเหมือนท้าทาย นั่นทำให้ไฟในใจของทรรศิกาที่กำลังจะมอดดับโหมลุกขึ้นมาอีกครั้ง

“กล้าค่ะ! ศิจะพิสูจน์ให้คุณพ่อคุณแม่เห็นว่าลูกสาวคนนี้แข็งแกร่งแค่ไหน” ท่าทางฮึกเหิมของหญิงสาวทำให้สองสามีภรรยาหันมาสบตากัน แล้วอมยิ้ม คนไม่ชอบให้ใครมาท้าอย่างทรรศิกาต้องใช้ไม้นี้ถึงจะสำเร็จ

“ให้มันได้อย่างนี้สิถึงจะเรียกว่าลูกสาวพ่อ ถูกใจจริงๆ มาขอพ่อกอดที” ใบหน้าสวยยิ้มแฉ่ง ก่อนจะโถมเข้าไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับผู้เป็นพ่อ นายทัดเทพจูบลงกลางกระหม่อมของหญิงสาวอย่างรักใคร่เอ็นดู พลางโยกตัวไปมาราวกับว่ากำลังเด็กน้อย ก่อนจะส่งสายตาแย้มยิ้มไปให้ภรรยาที่นั่งถัดออกไป

“แล้วศิต้องเดินทางวันไหนล่ะคะ” ทรรศิกาถามเสียงอู้อี้กับอกกว้างของบิดา

“อีกสองวัน” ร่างสมส่วนผละออกจากวงแขนของบิดาแทบจะทันที

“ห๊า! ทำไมมันรวดเร็วอย่างนี้ล่ะคะ ศิยังไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจอะไรเลย”

“เอ้า จะได้รีบไปรีบกลับไงละ” ริมฝีปากบางยื่นออกมาอย่างขัดใจ ก่อนจะชม้ายชายตาไปมองมารดา นางศวิตาจึงพยักหน้าเห็นด้วยกับสามี ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ถือเป็นเอกฉันท์ว่าเธอต้องเดินทางในอีกสองวันข้างหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“แล้วจะให้ศิไปอยู่กับใครล่ะคะ”

“เอกกับรดาเพื่อนสนิทของพ่อกับแม่เองแหละ”

“หรือคะ แล้วเพื่อนของคุณพ่อคุณแม่คนนี้ศิเคยเห็นหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามอย่างสนใจใคร่รู้

“เคยสิ แต่หนูคงจะจำไม่ได้หรอก เพราะตอนนั้นเราน่ะยังเด็กมาก และล่าสุดที่ทั้งคู่มาที่นี่ คงจะเป็นเมื่อหลายปีก่อน ช่วงที่ตาดินลูกชายของทั้งสองรับปริญญาโท แต่วันนั้นศิไปเรียนเลยไม่ได้เจอกัน”

“อืม...ถ้าเป็นเพื่อนกับคุณพ่อคุณแม่ ศิก็สบายใจขึ้นมาหน่อยหนึ่ง หวังว่าท่านทั้งสองคงจะใจดีเหมือนคุณพ่อคุณแม่ของศินะคะ” หญิงสาวยิ้มจนตาหยีหันไปกอดประจบมารดาทีบิดาที ก่อนจะเอ่ยย้ำสัญญาที่ท่านได้ให้ไว้กับเธออีกครั้ง

“แต่คุณพ่ออย่าลืมสัญญาที่ให้ไว้กับศินะคะ”

“ลูกผู้ชายคำไหนคำนั้น”

“เว้นแต่หนูจะเป็นคนเปลี่ยนใจซะเอง” นางศวิตาพูดสำทับขึ้น ทำให้ทรรศิกาหันไปหรี่ตามองผู้เป็นแม่อย่างสงสัย

“อะไรทำให้คุณแม่คิดอย่างนั้นล่ะคะ”

“สัจธรรมของชีวิตไงจ๊ะ ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน”

“สาธุ...” สองพ่อลูกพนมมือขึ้นเหนือหัว แล้วหัวเราะออกมาพร้อมกัน นั่นทำให้นางศวิตาหันมาส่งค้อนให้สองพ่อวงใหญ่ ตีแขนคนละเพี้ยะสองเพี้ยะข้อหาล้อเลียนคนใหญ่ที่สุดในบ้าน

ตอน 3

“เดี๋ยวเถอะ เมื่อกี้ยังเถียงกันคอเป็นเอ็น ทีอย่างนี้เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเชียวนะ”

“ก็คนใหญ่ที่สุดในบ้านลงมติแล้ว เราสองคนก็ต้องสมานฉันท์กันนะสิคะ ใครจะกล้าขัด”

“ดีมากจ้ะ แล้วตกลงวันนี้ไม่มีใครไปไหนใช่ไหมเนี่ย” นางศวิตาถามขึ้น

“พ่อขออยู่บ้านหนึ่งวันจ้ะ”

“ตอนแรกว่าจะไม่ไปไหน แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว ศิขอออกไปหาเพื่อนๆ นะคะ” หญิงสาวพูดเสียงอ้อนเข้าไปสวมกอดผู้เป็นแม่อย่างประจบ

“ไปเถอะจ้ะ แต่อย่ากลับดึกนักละ”

“ค่ะ งั้นศิขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนแล้วกันนะคะ” พูดจบร่างสมส่วนก็วิ่งขึ้นบนห้อง ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและโทรนัดเพื่อนสนิทอย่างรุจิกาและพิมพ์ดาว รวมไปถึงคนรักอย่างเดชาธรให้ออกไปเจอกันที่ร้านกาแฟเจ้าประจำ

นายทัดเทพกับนางศวิตามองตามหลังของลูกสาวไปจนลับสายตา ก่อนจะหันมามองหน้ากันแล้วถอนหายใจออกมาหนักๆ

“หวังว่าสิ่งที่พวกเราลงทุนทำไปมันจะได้ผลนะแม่”

“เรื่องนั้นเรายังฟันธงไม่ได้หรอก เรามีหน้าที่ทำให้คนสองคนมาพบกัน แต่เมื่อพบกันแล้วมันจะเป็นไปตามที่เรามุ่งหวังหรือเปล่านั้นมันก็สุดแท้แต่เวรแต่กรรมก็แล้วกันนะคะ” คำเอ่ยเหมือนกับไม่อยากหวังอะไรมากของภรรยา ทำให้นายทัดเทพยื่นมือไปบีบมือบางของภรรยาเอาไว้คล้ายให้กำลังใจ ส่วนตัวเขาเองนั้นอยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่หวัง ทรรศิกาจะได้หลุดพ้นจากคนเลวๆ นี้เสียที

ทรรศิกาออกจากบ้านมานั่งรอเพื่อน ตามที่ได้นัดกันเอาไว้ เวลาผ่านไปไม่นานคนตรงต่อเวลาที่สุดในกลุ่มอย่างรุจิราก็โผล่มาเป็นคนแรกตามคาด

“ยัยแพมทางนี้ ทางนี้” รุจิกาหันไปตามเสียงเรียกแล้วเดินตรงไปที่โต๊ะทันที

“เฮ้อ...ร้อนๆ ขอน้ำดื่มหน่อยได้เปล่า” คนขอไม่ได้คิดจะรอคนถูกขออนุญาต ยื่นมือไปยกแก้วน้ำหวานของทรรศิกาขึ้นดื่มอย่างกระหาย

“ชื่นใจ…เธอสั่งมาไว้อีกแก้วเลยนะ ฉันว่าพอยัยดาวมาถึงมันต้องร้องหาน้ำเหมือนกับฉันแน่ๆ” ทรรศิกาหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะเรียกพนักงานมาสั่งน้ำหวานและขนมมารอ เพราะคนที่จะมาคนต่อไปคงไม่ร้องหาแค่น้ำแน่

“ว่าแต่แกมีเรื่องอะไรถึงนัดพวกฉันมากะทันหันอย่างนี้” รุจิราถามพลางขยับตัวนั่งให้เข้าที่

“เอาไว้มาครบกันทุกคนก่อนฉันจะบอกทีเดียว ขี้เกียจเล่าหลายรอบ เมื่อย”

“แล้วเธอได้นัดอีตาพี่ธรมาด้วยหรือเปล่า”

“ก็แหงละ เพราะเรื่องนี้มันปัจจุบันทันด่วนจริงๆ แม้แต่ฉันยังเพิ่งรู้ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่ชั่วโมงเอง ว่าแต่ถามถึงนี่อยากเจอหรือว่าไม่อยากเจอล่ะ” ทรรศิกาถามพลางอมยิ้ม เมื่อเห็นสีหน้าเหมือนกินยาขมของรุจิรา

เธอเองก็ไม่ทราบแน่ชัดว่าเพื่อนของเธอคนนี้ไปจงเกลียดจงชังเดชาธรอะไรนักหนา เจอหน้ากันทีไรเป็นต้องหน้าบึ้งใส่ราวกับโกรธกันมาเป็นชาติทุกที

“ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากจะเจอนักหรอก แต่ก็เอาเถอะไหนๆ ก็นัดมาแล้ว คิดซะว่าจะได้เจอหน้าเพื่อนเก่า หลังจากที่ไม่ได้เจอกันมานาน...แต่คนที่ดีใจจนเนื้อเต้นที่ได้เห็นหน้านายนั่น คงจะหนีไม่พ้นยัยพิมพ์ดาวหรอก”

“นินทาอะไรฉันยะยัยรุจิรา”

“ว๊าย! ตาเถรหกตกเก้าอี้ตาย” เสียงกระซิบที่ดังขึ้นข้างหู ทำให้รุจิราถึงกับอุทานออกมาอย่างตกใจ ส่วนคนที่ได้แกล้งอย่างพิมพ์ดาวและทรรศิกาถึงกับหัวเราะชอบใจ กับท่าพิลึกพิลั่นของรุจิรา

“ฮ่าๆๆ คนที่จะตกเก้าอี้ตาย โทษฐานที่นินทาคนอื่นก็คือเธอนั่นแหละยัยแพม เอ๊ย” พิมพ์ดาวสาปแช่งเสียงกลั้วหัวเราะอย่างถูกใจ ก่อนจะพาร่างอวบๆ ของตัวเองนั่งลงข้างๆ ทรรศิกา และไม่ต้องรอให้ใครอนุญาตหรือขออนุญาตใคร พิมพ์ดาวก็จัดการดื่มน้ำหวานแล้วหยิบขนมที่เพิ่งมาวางตรงหน้ามาทานอย่างเอร็ดอร่อย

“ไม่มีมารยาทเลยแกนี่ มาถึงก็กินเอากินเอา เคยอ่านไหมหนังสือมารยาทผู้ดีน่ะ ถ้าไม่เคยฉันจะซื้อให้อ่าน”

“ถ้าจะซื้อจริงๆ ขอสักลังนะ เพราะฉันซื้อต้มกินไปสามเล่มแล้ว ยังไม่รู้สึกว่ามารยาทของฉันมันจะดีขึ้นสักกะติ๊ด”

“ยัยบ้า เขาให้อ่านไม่ได้เอาไว้ต้มกิน” รุจิราบอกกลั้วหัวเราะ

“กินไปเถอะ ศิสั่งมาเพื่อดาวอยู่แล้ว”

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167VWX” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167VWX
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

อาญารักเจ้าพ่อกาสิโน
อาญารักเจ้าพ่อกาสิโน
เมื่อพนักงานสาวกล้าตราหน้ามหาเศรษฐีเจ้าของกาสิโนผู้ทรงอิทธิพลว่าห่วยแตก เกมรักอันตรายจึงเริ่มต้นขึ้น นิโคลาสจึงวางแผนล่อลวงเธอด้วยความหวานล้ำดั่งเจ้าหญิงเพื่อรอวันสลัดทิ้งอย่างเลือดเย็น อ่านนิยายรักโรแมนติกสุดเข้มข้นที่เต็มไปด้วยไฟแค้นและความปรารถนาเร่าร้อนได้แล้ววันนี้
9.0
52 ตอน
บ่วงสวาท CEO คลั่งรัก
บ่วงสวาท CEO คลั่งรัก
เมื่ออุบัติเหตุนำพาความแค้น ปุณณภพ ซีอีโอหนุ่มจอมบงการจึงเปิดเกมรักอันเร่าร้อนเพื่อกำราบ มธุสร หญิงสาวผู้ทะนงตนให้ยอมจำนนภายใต้อำนาจของเขา ท่ามกลางไฟปรารถนาที่ยากจะต้านทาน เธอต้องเลือกว่าจะใช้เสน่ห์สยบเขาหรือจะยอมพ่ายแพ้ให้กับความลับที่อาจทำลายทุกอย่าง อ่านนิยายรักดาร์กโรแมนซ์สุดฟินได้แล้ววันนี้
8.8
49 ตอน
สาวน้อยของอาพจน์
สาวน้อยของอาพจน์
เมื่อ 'ดรุณี' สาวน้อยวัยสะพรั่งถูกแม่เลี้ยงใจร้ายขายชดใช้หนี้พนัน ทางรอดเดียวคือการขอความช่วยเหลือจาก 'พจน์' ชายหนุ่มรุ่นใหญ่ผู้มีพระคุณ ทว่าการช่วยเหลือครั้งนี้กลับเปลี่ยนสถานะของเธอไปตลอดกาล เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเธอก็ตระหนักว่าตนได้กลายเป็น 'เมีย' ของอาพจน์ไปเสียแล้ว อ่านนิยายรักต่างวัยสุดร้อนแรงได้เลย
9.2
53 ตอน
รักนี้ไม่ยอมหย่า
รักนี้ไม่ยอมหย่า
เมื่อใครๆ ต่างคิดว่าเธอต้องถูกทิ้งหลังจากคนรักเก่าของสามีมหาเศรษฐีกลับมาพร้อมทายาท รีนีจึงพยายามขอหย่าทุกวันเพื่อจบความสัมพันธ์ไร้ค่านี้ แต่วิลเลียมกลับประกาศกร้าวว่าจะไม่มีวันปล่อยเธอไป นิยายรักแนวท่านประธานสุดเข้มข้นที่จะพาทุกคนไปพบกับความลับเบื้องหลังสัญญาจ้างรักที่ไม่อาจสิ้นสุดลงได้ง่ายๆ
9.7
68 ตอน
บทเรียนลับคลับชั้นสูง
บทเรียนลับคลับชั้นสูง
เมื่อความซื่อบื้อทำให้เธอถูกแฟนเท ‘ชมพูแพร’ จึงขอประชดรักด้วยการก้าวเข้าสู่ ‘คลับชั้นสูง’ แหล่งรวมมหาเศรษฐีเพื่อเรียนรู้บทเรียนรักสุดเร่าร้อน นิยายรักโรแมนติกฟินๆ ที่จะพาคุณไปพบกับเกมรักสุดอันตรายของอสูรหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่พร้อมจะสอนบทเรียนลับให้เธอลิ้มลอง อ่านนิยายสนุกๆ เรื่องนี้ได้เลย
9.7
98 ตอน
คุณหมอเสน่ห์หา
คุณหมอเสน่ห์หา
เมื่อคุณหมอหนุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านสมองต้องเผชิญกับบททดสอบหัวใจครั้งใหญ่ ความผูกพันอันลึกซึ้งก่อตัวเป็นความปรารถนาที่ยากจะต้านทาน เขาต้องเลือกระหว่างจรรยาบรรณวิชาชีพที่เทิดทูนกับเสียงเรียกร้องของหัวใจที่แสนเร่าร้อน อ่านนิยายรักฟินๆ เรื่องนี้ได้เลย
6.8
710 ตอน