ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

ปลายนิ้วกดลงบนแป้นพิมพ์ ใบหน้าแต่งแต้มด้วยรอยยิ้ม แพททิเซีย คานะ รามิโน้ สาวน้อยวัยแรกรุ่นอายุยี่สิบสองปี ใบหน้าเรียวรูปไข่ ดวงตากลมโต จมูกโด่ง แพขนตางอนยาว ผิวขาวอมชมพู ริมฝีปากบางรูปกระจับ ผมยาวสยายถึงแผ่นหลังกำลัง จ้องมองหน้าจออ่านทวนทุกตัวอักษรอย่างยินดี เธอจบการศึกษาแล้วและผู้อุปถัมภ์เป็นเจ้านายของบิดา เป็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาเป็นที่ใฝ่ฝันของสาวๆ และเธอก็ฝันเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ทว่าใจดวงนี้ไม่เคยคิดเอื้อมเพราะรู้ว่าห่างชั้นเหลือเกิน

ก๊อก! ก๊อก!

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ลุกยืนจากเก้าอี้เปิดออก เห็นอามินาเอะยืนยิ้มอยู่ แต่ในไทยเธอเรียกแทนด้วยชื่อว่าอาเฟื่อง สำหรับชื่อแพททิเซียนั้นพ่อเป็นคนตั้งให้เผื่อวันใดไปอิตาลีจะได้เรียกง่ายๆ คิดว่าพ่อคงลงหลักปักฐานที่นั้นเลย

“มีอะไรคะอาเฟื่อง”

“วันนี้มีแสดงที่สถานเอกอัครราชทูตเบลเยี่ยมนะแพท” อาสาวพยายามเตือน

“ทราบแล้วค่ะคุณอา”

“รีบอาบน้ำแต่งตัวลงมานะ มิรันมารอแล้ว”

“ค่ะ”

ปิดประตูห้องลงเช่นเดิม นั่งลงกดส่งอีเมล์อันร้อยเรียงถ้อยคำมากมายลงไป หยิบผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำ คืนนี้มีแสดงเพื่อต้อนรับท่านทูตจากประเทศเบลเยี่ยม

เวทีขนาดไม่กว้างราวสิบฟุตยาวสิบห้าฟุตขนาดพอเหมาะตั้งไว้ตรงสนามหญ้าหน้าตึกสถานทูตเบลเยี่ยม เครื่องดนตรีไทยถูกจัดวางไว้ข้างเวทีสำหรับการบรรเลง ร่างงามระหงส์ในชุดผ้าไหมสีม่วงขลิบทอง ผมถูกรวบกลางกระหม่อมสวมด้วยชฎา ช่วงอกพันไว้ด้วยสไบสีทองพาดลงมาถึงช่วงสะโพก กำไลทองคำถูกใส่ไว้ตรงข้อมือ และข้อเท้า

นางรำเดินออกมาจากด้านข้างเวทีเริ่มต้นฟ้อนเทียน ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกับฟ้อนสาวไหม เพลงลาวดวงเดือน แพททิเซียลงจากเวทีช่วงเวลาสี่ทุ่มตามสัญญางานของเธอจบลงพร้อมเพื่อนๆ ในคณะนาฏศิลป์เดียวกัน

“แพท อาต้องอยูที่นี่ต่อ แพทกลับก่อนเลยนะ” เฟื่องฟ้าบอกหลานสาว

“อ๋อ ได้ค่ะอา เดี๋ยวหนูกลับเองก็ได้”

“อาฝากพาสาวๆ กลับไปด้วยกันด้วยนะแพท มืดแล้วมันอันตราย”

“ได้ค่ะ”

หันเก็บข้าวของเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย ลบเครื่องสำอางบนใบหน้าต่อ รถตู้เจ้าประจำถูกเรียกใช้เพื่อมารับในทันที

“แพท! เรียกรถตู้มาทำไม บอกแล้วใช่ไหมว่าให้กลับพร้อมกัน” หันตามเสียงเห็นเพื่อนสาวคนสวยยืนหน้าบูดอยู่

“เราไม่อยากรบกวนรันนี่นา”

มิรันก้าวยาวถึงตัว ใบหน้างอง้ำสีหน้าไม่พอใจ

“เมื่อไหร่จะเลิกคิดแบบนี้สักที!” กอดอกหันขวับ

มือสองข้างจับบ่าเพื่อนสาวแย้มยิ้มออกมา เพราะมิรันเป็นคนรวยทำให้เธอรู้สึกกระอักกระอ่วนทุกครั้ง ไม่กล้าบากหน้าเรียกใช้ คนอื่นมองเธอว่าชอบเกาะเพื่อนถ้อยคำดูถูกต่างๆ นาๆ ทำเอาเบื่อ แต่มิรันนั้นเป็นคนดีจึงไม่เคยคิดอยากเลิกคบหา

“อย่างอนเลยนะ เราขอโทษรัน ต่อไปนี้จะไม่ทำอีกแล้ว” ง้อเสียงหวาน

หันมาเผชิญหน้ากับเพื่อน

“อย่าทำแบบนี้อีกนะ ยังไงรถก็มารับเราอยู่แล้ว แพทเลิกเกรงใจเราเถอะ ใครจะว่ายังไงก็ช่างมันตัวของเราไม่ได้ไปใช้หรือพึ่งพาพวกนั้นสักหน่อย!”

“จ้าๆ เข้าใจแล้วค่ะ”

สองร่างเดินเคียงถึงรถ มิรันโบกมือลาเพื่อนแล้วขึ้นรถตัวเองกลับบ้าน หญิงสาวรีบก้าวยาวนั่งในรถตู้สีขาวพร้อมกับเพื่อนในคณะ การเดินทางราวชั่วโมงถึงบ้านทุกคนนำข้าวของมาเก็บแล้วแยกย้ายกันกลับ ไม่มีใครอยู่บ้านทั้งหลังเงียบเหงา

ในความเป็นจริงเธอไม่ได้ยากจน เพียงแต่เงินที่ได้รับมาจากบิดาต้องนำเอามาช่วยอาใช้หนี้ จะไม่ช่วยเหลือก็กระไรในเมื่อเธอมาอาศัยอาเฟื่องอยู่ตั้งแต่ยังเล็ก ท่านดูแลดีทุกอย่างอาจมีนอกลู่นอกทางบ้าง หนี้สินตอนนี้จวนหมดแล้วไม่ได้บอกเรื่องนี้กับพ่อเพราะกลัวจะโกรธเอาเสีย เมื่อก่อนอาเฟื่องชอบเล่นการพนันมากตอนนี้เลิกแล้วคงเข็ด เธอเองเกือบโดนจับตัวไปขายโชคดีพ่อโอนเงินมาให้ทันเวลา

ในครั้งนั้นแปลกใจเหตุใดถึงได้โอนเงินมามากมายเช่นนี้ พ่อบอกเพียงว่าเจ้านายใจดีให้ของขวัญ แล้วอีเมล์ฉบับต่อมาพ่อเล่าว่าเจ้านายจะอุปถัมภ์เธอจนจบปริญญา รูปถ่ายของเขาดูสง่างาม หล่อเหลา ราวกับรูปปั้น เหมือนฝันในตอนนั้น แล้วทุกวันนี้แม้อีเมล์สักฉบับเขาไม่เคยส่งตอบมาเลย แต่เธอยังคงคิดติดต่อหาเขาเช่นเดิม

ร่างบางค่อยๆ เก็บข้าวของเสื้อผ้าเข้าที่ให้เรียบร้อย มองนาฬิกาเกือบเที่ยงคืนอาคงยังไม่กลับ อาจอยู่รองานเลิกเพื่อได้เงินในวันนั้น ทุกอย่างเรียบร้อยจึงสาวเท้าขึ้นชั้นสองเพื่อจัดการธุระส่วนตัวของตนเอง ตีหนึ่งถึงได้เอนกายลงนอนหลับตาลงหวังว่าคืนนี้คงได้ฝันเห็นเขา

ร่างสูงนั่งลงบนเก้าอี้บุนวมในห้องทำงานชั้นสามหกของโรงแรมแกนดิเน่ สัญญาณเตือนถึงอีเมล์ทำให้เขารีบเปิดอ่าน เห็นข้อความในนั้นเขาจำได้หลายฉบับที่ส่งมาเพื่อขอบคุณ น่าแปลก... ทำไมถึงได้รู้สึกดีใจ ช่วงปีก่อนฟาวิโอ่มาพูดคุยกับเขาและสารภาพว่ามีลูกสาวอาศัยอยู่กับอาที่เมืองไทย ช่วงนี้กำลังส่งเสียให้เรียนหนังสืออยู่

เพราะความสนิทสนมกันเลยตบปากรับคำจะช่วยเหลือในการอุปถัมภ์บุตรสาวของลูกน้อง หลังจากวันนั้นแพททิเซียก็ไม่เคยขาดการติดต่อกับเขาเลย รูปถ่ายแนบไฟล์ส่งมาทำให้เห็นใบหน้าอย่างชัดเจน เธอสวย... โครงหน้ารูปไข่ ดวงตามกลมโต ริมฝีปากรูปกระจับเป็นสีชมพูระเรื่อ ผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง จมูกโด่งรั้นรับกับใบหน้า อาจเพราะมีเชื้อสายทางญี่ปุ่นปะปน เพียงแค่มองภาพนั้นแทบจะอดใจไม่ไหวแล้ว

ตอน 2

ก๊อก! ก๊อก!

เสียงเคาะประตูดังขึ้น เซ็ทเงยหน้าจากจอคอมพิวเตอร์ ร่างสัดทัดผ่านประตูเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเสมอต้นเสมอปลาย สองมือยกขึ้นประสานลงตรงหน้านึกแปลกใจปกติฟาวิโอ่ไม่เคยมาพบในเวลานี้

“นี่ครับ”ยื่นรูปถ่ายให้ดู เซ็ทรับมาจ้องมองชายแปลกหน้าในภาพนั้น

“อะไร!”สีหน้าไม่เข้าใจ

“คนของมัสสิโม่ กำลังวางแผนจะวางระเบิดโรงแรมแกนดิเน่เพื่อทำให้ชื่อเสียงสั่นคลอน”

เซ็ทขบกรามแน่นจ้องมองชายในภาพแววตาดุดัน เหตุใดมัสสิโม่ไม่เลิกราสร้างความเดือดร้อนให้ตลอดมา

“แล้วไอ้เวรนี่มันอยู่ที่ไหน!”ลุกยืนสีหน้าเคร่งเครียด

“ผมจับไปขังไว้ที่ห้องใต้ดินของอัลเล็นโซ่แล้วครับ” สีหน้าครุ่นคิด “คุณชายจะเอายังไงดี หรือจะแจ้งตำรวจ”

“ยังไม่ต้องแจ้ง ฉันจะไปเค้นถามมันเองว่ามีแผนอะไรอีก”

หุนหันเดินออกจากห้อง ด้านหลังคฤหาสน์สไตล์วินเทจพื้นสนามหญ้าขนาดใหญ่ มีสระน้ำ ทางเดินถูกโรยด้วยกรวด ดอกไม้นานาพรรณถูกปลูกไว้เป็นสัดส่วนช่วงนี้ อากาศเย็นเลยพากันบานสะพรั่งสวยงาม

เหนือพื้นหญ้ามีประตูเหล็กปิดแนบกับพื้นเปิดออกเดินลงบันได อากาศด้านในอบอุ่นกว่าข้างนอก กลิ่นอับชื้น มีพวกตะไคร่น้ำ ขึ้นเกาะตามผนังอิฐ เกือบสุดทางจึงเห็นแสงสว่างจากแสงไฟ เซ็ทหยุดยืนมองชายร่างกำยำถูกมัดกับเก้าอี้กำลังสลบไม่ได้สติอยู่

“เอาน้ำสาดให้มันตื่น!”สั่งเสียงกร้าว ลูกน้องรีบทำตาม

ชายแปลกหน้าค่อยๆ ลืมตาตื่นเงยมองชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาเพียงแค่เห็นรับรู้ได้ว่าเขาคือใคร เสียงหัวเราะดังก้องขึ้นมา

“พวกแกมีแผนจะทำอะไรอีก!”

“ต่อให้ตายฉันก็ไม่บอกอะไรแกหรอก!”ยิ้มเยาะติดตามมา

เซ็ทชะงักอารมณ์เดือดดาลคว้าปืนจากลูกน้องจ่อตรงศีรษะแต่เหมือนมันจะไม่สะทกสะท้านยังคงหัวเราะลั่นเหมือนต้องการยั่วยุ

“เดี๋ยวครับคุณชาย”ฟาวิโอ่ห้าม ก่อนหยิบรูปถ่ายออกมาแล้วจ่อตรงหน้า “นี่ลูกสาวแกใช่ไหม แล้วนี่ก็เมียแก คนนี้ใช่แม่ของแกหรือเปล่า อันตัส!”

เงยหน้ามองชายร่างสันทัดแววตาแข็งกร้าว ลมหายใจติดขัด เลือดในกายเดือดพล่านพยายามดิ้นรนน้ำตาคลอ

“ไอ้ชั่ว แกจะทำอะไรครอบครัวฉัน!”

ผลั่ก!

เสียงหมัดกระแทกปากคนโดนเลือดไหลกลบ จ้องมองแววตาอาฆาต คนปล่อยหมัดยืนนิ่งสนิทเหมือนเคย

“หึ!” ยิ้มเย้ย “แล้วการที่แกจะวางระเบิดโรงแรมฉันโดยไม่สนว่าใครจะตายหรือไม่ นั่นไม่เรียกว่าชั่วเหรอ แกไม่สนด้วยซ้ำว่าคนเหล่านั้นจะเป็นครอบครัวของใคร มันก็คุ้มกันแล้วนี่... กับการทีแกจะต้องสูญเสียสิ่งที่ตัวเองรักดูบ้าง!”

ร่างกำยำขยับกายหมายจะพุ่งชนเซ็ท ความแค้นนี้จะไม่มีวันจางหากลูกเมียเป็นอะไรไป

“ถ้าแกทำอะไรครอบครัวฉัน... ฉันสาบานเลยว่าต่อให้กลายเป็นผีก็จะไม่ละเว้นพวกแก!”

“ก่อนแกจะอาฆาตคิดว่าฉันจะฆ่าลูกเมียแกแล้วล่ะก็ ช่วยกรุณาคายเรื่องที่พวกแกจะทำต่อไปเสียก่อน แล้วลูกเมียแกจะปลอดภัย ดีไหม... ถือเป็นข้อตกลงตามธรรมเนียมเลยก็ว่าได้”เซ็ทย่อกายลงจ้องมองใบหน้าเขียวช้ำ “ตัดสินใจซะ แล้วพรุ่งนี้ฉันจะมาเอาคำตอบ”

ลุกยืนเช่นเดิมหันหลังสาวเท้าตั้งใจเดินออกจากห้องใต้ดิน อันตัสขบกรามแน่น จำต้องทรยศต่อตระกูลอันเคยเกื้อหนุนเขามาตลอด

“เดี๋ยวก่อน!”

เซ็ทชะงักเท้าหันหลังกลับมามอง

“มีอะไร!”

“ฉันจะบอกความจริงกับพวกแก!”

เซ็ทยิ้มแล้วก้าวเดินหยุดยืนตรงหน้าผู้ร้าย อันตัสเงยหน้าข่มกลั้นความเจ็บใจ

“พรุ่งนี้จะมีการประชุมลับระหว่างผู้ถือหุ้นของพวกแก ระหว่างการเดินทางไปประชุมที่เมืองมิลาน จะมีการวางระเบิดตามเส้นทาง!”

คนฟังพูดไม่ออกขบกรามแน่นข่มอารมณ์ตนเอง เซ็ทสูดหายใจเข้าปอด

“พวกแกรู้ได้ยังไงว่าทางอัลเล็นโซ่จะมีการประชุมลับกัน!”

“เพราะทางอัลเล็นโซ่มีหนอนบ่อนไส้ แถมยัง... เป็นตัวใหญ่ซะด้วย”น้ำเสียงเหมือนเยาะ

เซ็ทหันมองลูกน้องแววตาแข็งกร้าว เกิดเรื่องใหญ่แน่หากมีใครต้องจบชีวิตลง คงต้องแจ้งเรื่องนี้ให้พี่ชายทราบเสียก่อน

“เกรเต้รีบไปรายงานพี่ซาฟให้รู้ด้วย!”

“ครับ”บอดี้การ์ดหนุ่มรับคำเร่งฝีเท้าออกไป

มองสภาพสะบักสะบอมของอันตัส คนอย่างเขาไม่เคยคิดฆ่าใครอยู่แล้วถ้ามันไม่จวนตัว ในเมื่อได้ข้อมูลมาก็ถือว่าดีไม่น้อย ไม่อย่างนั้นอาจมีใครได้รับอันตรายกันบ้าง

“ฟาวิโอ่ พามันไปส่งตำรวจหลังจากจัดการเรื่องวางระเบิดเรียบร้อย เพราะเราไม่แน่ใจว่ามันจะพูดจริงหรือเปล่า”เซ็ทบอกลูกน้อง

“ครับ”

ตอนนี้คงโล่งได้เปราะหนึ่งเพราะพี่ชายคนโตทำงานรวดเร็วและเฉียบขาด คงไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง แต่หนอนบ่อนไส้ตัวสำคัญนี่สิมันคือใครกันแน่

“ฉันบอกความจริงพวกแกไปแล้ว ชะ...ช่วยฟังคำขอร้องสักอย่างได้ไหม!”น้ำตาคลอ

“เรื่องอะไร!”เซ็ทย้อนถามเสียงห้วน

“ช่วย...คุ้มครองลูกเมียฉันหน่อยได้ไหม ถ้าหากท่านรัสตินรู้ว่าฉันถูกจับตัวได้ ลูกเมียฉันจะต้องถูกฆ่าแน่ๆ”

เห็นแววตาส่งมา ซ่อนความเจ็บปวด หวาดกลัวไว้

“ก็ได้ ฉันตกลงรับปากแก แต่แกต้องไปสารภาพเรื่องทั้งหมดกับตำรวจด้วยเหมือนกัน”เซ็ทยื่นข้อเสนอ

“ฉันยอมทำตามทุกอย่างขอแค่ครอบครัวฉันปลอดภัย!”

“ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงตามนี้”

ฟาวิโอ่เดินเคียงข้างเจ้านายออกมา นึกนับถือน้ำใจของชายคนนี้ อยู่กันมานานรวมสิบปีทำให้ได้เห็นหลายๆ อย่าง ยังกลุ้มใจไม่หายเรื่องที่ท่านซานโต้ของร้อง แต่ไม่มีทางเลือกนอกจากทำมันเท่านั้น รู้ดีสถานการณ์อันกำลังจะเกิดนับจากนี้จะสร้างความแค้น เจ็บปวดให้ใครหลายคน หากไม่ลงมืออัลเล็นโซ่อาจถึงกาลวินาศจริงๆ ก็เป็นได้

ตอน 3

ร่างสันทัดลุกจากเตียงนอนนาฬิกาตรงฝาผนังบอกเวลาตีสอง ขยับร่างกายไล่ความขบเมื่อยลุกยืนมองตัวเองในกระจกถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เสื้อคอกลมสีดำกับกางเกงสีเข้าชุดสวมทับด้วยแจ็กแก็ตสีน้ำตาล รองเท้าบูทเพื่อความคล่องตัว เช็คปืน มีดพก และระเบิดควัน ทุกอย่างครบครันเปิดประตูออกมาจากห้อง

สองเท้าก้าวเดินอย่างเงียบเฉียบตามที่ได้ฝึกมา กวาดตามองอย่างระแวดระวัง แต่พยายามเดินให้เป็นปกติ ช่วงกลางดึกไม่มีบอดี้การ์ดด้านใน ช่วงประตูจะมีคนเฝ้าสองคนอาจเพราะพวกนั้นคิดว่ามีเขากับเกรเต้อยู่ใกล้ชิดเจ้านายแล้วก็เป็นได้

กริ๊ก!

จับลูกบิดเปิดประตูเข้าห้องทำงานตู้เซฟแสนสำคัญอยู่ข้างโต๊ะ รีบเร่งฝีเท้า เพราะเข้านอกออกในบ่อยครั้งเลยพอรู้รหัสลับต่างๆ ของเจ้านาย บิดไม่กี่ครั้งตู้เปิดออก อัญมณีแสนล้ำค่ากำลังส่องประกายท้าแสงไฟ ฟาวิโอ่รีบหยิบเพชรหกเหลี่ยมเข้ากระเป๋าตนเอง หุนหันออกจากห้องอย่างรวดเร็ว สองเท้าก้าวเดินมาถึงหน้าประตู ลูกน้องหันมองสีหน้าแปลกใจ

“จะไปไหนเหรอครับคุณฟาวิโอ่” บอดี้การ์ดหน้าประตูเอ่ยถาม

“พอดีมีธุระนิดหน่อย”

จ้ำก้าวถึงมอเตอร์ไซส์คันใหญ่ขึ้นคร่อมสตาร์ทเครื่องออกในทันใด ลูกน้องมองหน้ากันสีหน้างุนงง ตีสองกว่าจะไปไหนได้น่าแปลก

แปดโมงเช้าร่างสูงลงจากชั้นบนนั่งลงบนเก้าอี้ไม้บุนวมสีไข่ไก่ หนังสือพิมพ์ถูกกางออกเพื่ออ่านข่าว เสียงฝีเท้าดังขึ้นแล้วหยุดลง เซ็ทเงยหน้าจากจุดสนใจแล้วมองเกรเต้ลูกน้องคนสนิท

“ผมเรียนให้คุณชายซาฟทราบแล้วนะครับ ตอนนี้ท่านกำลังจัดการ”

“อืม”

“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” เกรเต้ก้มศีรษะเล็กน้อย

“เดี๋ยวก่อน” กวาดตามองรอบๆ “ฟาวิโอ่ไปไหน”

เกรเต้ครุ่นคิด เขาเองก็ไม่เห็นตั้งแต่เช้าแล้วเหมือนกัน

“ผมก็ไม่เห็นตั้งแต่เช้าแล้วครับ” เกรเต้บอก

“ในห้องไม่มีเหรอ” เริ่มงุนงง ปกติฟาวิโอ่จะตื่นแต่เช้าตลอด

“ไม่ทราบเหมือนกันครับ แต่ผมไม่เห็นรถคุณฟาวิโอ่เลยครับ”

คิ้วเข้มขมวดปิดหนังสือพิมพ์ลงแล้วลุกยืน สองเท้าก้าวเดินถึงหน้าคฤหาสน์ชะเง้อมองรถคู่ใจลูกน้อง ไม่มี หมายความว่ายังไงกันแน่ หันมาทางสาวใช้เก่าแก่

“เซร่าไปตามฟาวิโอ่ให้หน่อย”

“ได้ค่ะ”

สาวใช้กลางคนรีบวิ่งขึ้นชั้นสองเพื่อตามคนที่เจ้านายต้องการพบทันที ถึงหน้าห้องลองเคาะแต่ไม่มีเสียงใดตอบรับเลยถือวิสาสะเปิดออก เซร่ายืนงงเมื่อไม่เห็นผู้ใดลงมาก้าวยาวถึงเจ้านาย เซ็ทหันมองแววตาสับสนรู้ดีหากไม่มีร่างสันทัดติดตามคงไม่อยู่ ลางสังหรณ์บางอย่างเริ่มก่อตัว

“คุณฟาวิโอ่ไม่ได้อยู่ในห้องค่ะ” รายงานแล้วถอยฉากออกไป

ตรึกตรองครุ่นคิดหมายความว่ายังไงกันแน่ ลองกดโทรศัพท์เพื่อติดต่อแต่กลับปิดเครื่อง เกรเต้กลับมาจากการสอบถามลูกน้อง

“คุณชาย เมื่อคืนสองคนเฝ้าประตูหลังบอกว่าเห็นคุณฟาวิโอ่ออกไปช่วงตีสองครึ่งแล้วยังไม่กลับมา ท่าทางรีบร้อนด้วยครับ”

“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!” เริ่มหงุดหงิดขึ้นมา รู้สึกตงิดใจมองเห็นห้องทำงานรีบวิ่งไปทันที

เปิดประตูเข้าห้องกวาดตามองรอบๆ ทุกอย่างดูเรียบร้อยดี เอกสารทั้งหมดอยู่ครบ มองตู้เซฟตัดสินใจเปิดออกก้มมอง ดวงตาเรียวคมแข็งกร้าวขึ้นมากรามขบแน่นร้อนวาบไปทั่วร่าง

ปัง!

มือทุบลงบนโต๊ะ เพชรของแม่ที่ให้ไว้ตอนสมัยเด็กหายไป แม่เคยบอกมันเป็นกุญแจสำหรับเปิดประตูอะไรสักอย่างเขาจำไม่ได้เลย แต่ความสำคัญของมันคือ... การที่แม่เป็นผู้มอบให้ หัวใจเต้นตุบๆ เหมือนจะระเบิดความแค้นมันอัดแน่นในอก จะไม่ใส่ร้ายขอตรวจสอบให้ถึงที่สุดเสียก่อน

จ้ำพรวดถึงห้องรักษาความปลอดภัยเพื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิด ไม่อยากใส่ร้ายแต่ภาพที่เห็นเจตนาชัดเจน ฟาวิโอ่ทรยศหักหลังเขา มันทำเพื่ออะไรกัน ในเมื่อชุบเลี้ยงมาอย่างดี ลูกสาวมันเขาก็เป็นคนส่งเรียนนี้คือสิ่งควรตอบแทนกันงั้นหรือ

“เกรเต้ ไปตามจับตัวฟาวิโอ่มาให้ได้!”

“ครับ”

บอดี้การ์ดหนุ่มถอยหลังออกจากห้อง เหลือบมองเจ้านายเล็กน้อย เห็นแววตาแล้วรู้สึกสงสารคงเจ็บปวดมากเพราะฟาวิโอ่คือคนที่ไว้ใจมากที่สุด อาจเพราะอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กๆ คอยสอนทุกอย่างเป็นเพื่อนเล่นยามเหงา ทรุดกายนั่งลงบนเก้าอี้หัวสมองแทบระเบิด

เขตรั้วตระกูลมัสสิโม่ ร่างสัดทัดนั่งลงบนโซฟามือสองข้างผสานกันบนตักในมือชื่นเหงื่อจำต้องกดอาการสั่นไหวเอาไว้เพื่อไม่ให้ถูกจับได้ เสียงไม้กระทบพื้นก่อนปรากฏร่างชายชรากำลังก้าวเดินอย่างเชื่องช้าเข้ามา ดวงตาคมกริบหรี่ลงจ้องมองผู้มาเยือนอย่างจับผิด รัสตินนั่งลงตรงข้ามกับฟาวิโอ่วางไม้เท้าพิงไว้

“แกมีอะไรถึงได้มาหาฉันถึงที่นี่!” เสียงกร้าวถามออกมา แววตาไม่ไว้วางใจ

เพชรเม็ดงามถูกวางไว้ตรงหน้า รัสตินแถมถลาไขว่คว้าเอาไว้แต่จำต้องยั้งมือ จ้องมองผู้มาเยือนราวกับต้องการล้วงความลับ

“หมายความว่ายังไง!”

“ผมได้ยินว่าท่านต้องการ ถึงกับว่าจ้างคนในตลาดมืดเพื่อขโมย แต่ไม่มีใครกล้าผมเลยทำหน้าที่นี่แทน แลกกับการได้อยู่ในตระกูลมัสสิโม่เพื่อคอยรับใช้ท่าน” ฟาวิโอ่เริ่มแผนการ

รัสตินแทบหัวเราะออกมาเมื่อได้ยิน จะมีใครหน้าไหนกล้าทำเช่นนี้ต่อหน้าเขา

“พวกแกคงกำลังวางแผนจะเข้ามาล้วงความลับมัสสิโม่ใช่ไหม”

“เข้าใจผิดแล้วครับท่านรัสติน ผมไม่กล้าทำเช่นนั้นหรอก มันคงเสี่ยงเกินไป”

“แล้วการที่แกอยากทำงานกับฉันมันหมายความว่ายังไง ทั้งๆ ที่แกก็อยู่อัลเล็นโซ่มานาน”

แสร้งตีสีหน้าเครียดหนัก พลางถอนใจออกมา

“ผมกับคุณชายเซ็ทขัดแย้งกัน!” แสร้งสารภาพออกมา

เอนกายพิงพนักโซฟา กอดอกเพื่อตั้งใจฟัง “เรื่องอะไรล่ะ”

“เรื่อง... เงินครับ”

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167VUR” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167VUR
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

ปราณปริยา
ปราณปริยา
เมื่อความรักกลายเป็นความแค้น ปราณปริยาจำต้องหนีจากกรงทองของ ปรานต์ นักธุรกิจหนุ่มสายเปย์ที่เห็นเธอเป็นเพียงเครื่องบำบัดความใคร่ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกให้เขาพบเธออีกครั้งในฐานะว่าที่เจ้าสาวของคนอื่น ความหึงหวงและอยากครอบครองจึงปะทุขึ้นจนกลายเป็นนิยายรักสุดดราม่าที่ยากจะถอนตัว
9.4
30 ตอน
วิวาขัดดอก
วิวาขัดดอก
เมื่อหนี้สินมหาศาลของพ่อบีบให้เธอต้องยอมรับสมอ้างเป็นหญิงในคลิปฉาวกับบอสหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล นิยายรักแนวสัญญาจ้างรักเรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับวิวาห์ขัดดอกที่เบื้องหลังเต็มไปด้วยความลับและไฟปรารถนาอันเร่าร้อนในฐานะภรรยาไร้สิทธิ์เสียง อ่านนิยายสนุกๆ ที่จะทำให้คุณลุ้นจนหยุดไม่ได้
8.8
71 ตอน
ปกรณัมใต้แสงดาว
ปกรณัมใต้แสงดาว
จากทริปแสนสงบสู่โศกนาฏกรรมรถม้าคว่ำ จางฟางซินต้องเผชิญหน้ากับความตายเจียนตาย ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง บุรุษลึกลับผู้ถือกระบี่เปื้อนเลือดกลับปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า แม้เขาจะดูเหมือนมัจจุราชร้ายที่พร้อมปลิดชีพนาง แต่ใบหน้าอันหล่อเหลานั้นกลับคุ้นตาอย่างน่าประหลาดใจในนิยายรักแฟนตาซีเรื่องนี้
8.6
79 ตอน
First Love ใจวุ่น(ลุ้น)รัก
First Love ใจวุ่น(ลุ้น)รัก
เมื่อรักแรกผู้แสนอ่อนโยนถูกแฟนนอกใจทำร้ายความรู้สึก ชายหนุ่มที่เฝ้ามองอย่างห่วงใยจึงไม่อาจทนเฉยได้อีกต่อไป ถึงเวลาที่เขาจะก้าวเข้ามาเยียวยาหัวใจและทวงคืนความยุติธรรมให้เธอ อ่านนิยายรักโรแมนติกฟีลกู้ดที่พร้อมโอบกอดคุณด้วยความอบอุ่นหัวใจได้แล้ววันนี้
8.6
59 ตอน
อัปลักษณ์จวนเดียวดาย
อัปลักษณ์จวนเดียวดาย
เมื่อองค์หญิงอัปลักษณ์ถูกทอดทิ้งให้ตรอมใจตายในจวนเดียวดายด้วยน้ำมือของสามีผู้เย็นชา ความแค้นนับพันปีจึงเริ่มต้นขึ้นในนิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้น ร่วมติดตามการทวงแค้นและการชำระหนี้เลือดของพระชายาผู้ถูกตราหน้าว่าน่าเกลียดน่ากลัว อ่านนิยายรักแฟนตาซีครบรสที่จะทำให้คุณลุ้นจนหยุดไม่ได้
9.2
61 ตอน
คนคุ้นเคย
คนคุ้นเคย
เมื่อความรักในอดีตกลายเป็นไฟแค้น วาดฝันจำต้องเผชิญหน้ากับต้นกล้า ชายผู้เป็นรักแรกที่เปลี่ยนไปเพราะโศกนาฏกรรมสายเลือด นิยายรักแนวดาร์กโรแมนซ์ที่จะพาคุณไปพบกับความเกลียดชังที่ยากจะลบเลือน อ่านนิยายฟรีที่จะทำให้คุณบีบหัวใจไปกับชะตากรรมของพวกเขา
7.0
40 ตอน