ตอน 2

พงษ์พัทนั่งมองร่างบางที่หลับใหลอยู่บนเตียง สีหน้าชายหนุ่มไม่ได้ดีเลยสักนิด สิริรัตน์เป็นคนรักของเขาเธอเป็นคนหน้าตาดี ใครต่อใครต่างก็พูดกันว่าเธอเป็นนางร้ายมีดีแค่ใบหน้าเท่านั้น ซึ่งนั่นเขาก็ไม่อาจเถียงได้ ชายหนุ่มหลับตาลงนึกย้อนเรื่องราวระหว่างเขาและเธอ มันเริ่มตั้งแต่วันนั้นวันที่เขาและเธอเรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่ง เขาและเธอได้รับเลือกให้เป็นดาวและเดือนของคณะ ทุก ๆ วันมักจะมีกิจกรรมให้เลิกช้าอยู่เสมอ ความประทับใจแรกที่เขามีต่อเธอไม่ ใช่เพราะนิสัยอย่างแน่นอน เพราะเธอช่างหยิ่งยโสและเอาแต่ใจอย่างร้ายกาจ เมื่อนึกมาถึงตรงนี้พงษ์พัทก็ยกริมฝีปากแสยะยิ้มขึ้นมา ความร้ายกาจของสิริรัตน์ก็ถูกพูดถึงพอ ๆ กับหน้าตาของเธอนั่นแหละ

ชายหนุ่มสะบัดศีรษะออกเมื่อคิดย้อนออกนอกเรื่องไปไกล ความจริงต่อให้เธอจะร้ายกาจเพียงใด แต่ลึก ๆ แล้วเธอจิตใจของเธอยังมีความดีอยู่เช่นกัน อย่างน้อย ๆ วันนั้นวันที่พวกเราอยู่ร่วมกิจกรรมกันจนดึก ครั้งนั้นรุ่นพี่ที่ไม่ชอบหน้าเขา กล่าวหาว่าเขาขโมยเงินกองกลางไป เขาจำได้ดีว่าเงินนั้นหายไปถึงหลักหมื่น พงษ์พัททั้งตกใจและกลัว เงินมากมายขนาดนี้เขาไม่มีปัญญาใช้คืนให้แน่ และอีกอย่างเพราะเหตุใดเขาจึงจะต้องใช้คืน ในเมื่อเขาไม่ได้เป็นคนเอาไป คนอย่างพงษ์พัทต่อให้จนก็ไม่เคยขโมยเงินใคร แต่แล้วอย่างไรคำพูดคนจน ๆ อย่างเขาใครจะไปเชื่อ เรื่องราวลุกลามใหญ่โต ขนาดคนที่เป็นอาจารย์ยังไม่แม้แต่จะยอมเชื่อเขา แต่ก่อนที่เรื่องจะลุกลามไปถึงสถานีตำรวจ หญิงสาวที่นั่งเบื่อหน่ายมานานก็ลุกขึ้นมา พร้อมกับควักเงินก้อนโตออกมาจากกระเป๋า เธอเดินเอาเงินไปวางกระแทกไว้บนโต๊ะ

"เอา!!..เงินที่หายไปเท่าไร ฉันบริจาคให้สองเท่า จบเรื่องได้หรือยัง" คนในห้องต่างก็มองสิริรัตน์ด้วยความตกใจรวมถึงพงษ์พัทด้วย เงินไม่ใช่น้อย ๆ แต่เธอกับเอาออกมาวางบนโต๊ะอย่างไม่คิดเสียดาย

"น้องฝนเก็บเงินไปเถอะ พวกพี่ไม่ได้อยากได้เงินของน้อง แต่พวกพี่ต้องการเอาตัวคนผิดมาลงโทษ"  หนึ่งในรุ่นพี่ของคณะเอ่ยออกมาทว่าก็แอบมองเงินก้อนโตที่วางเด่นอยู่บนโต๊ะด้วยสายตาละโมบ

"พวกพี่เอาแต่โทษว่าพัทขโมย แต่ฝนขอถามหน่อยเถอะ พัทจะขโมยไปตอนไหน ตั้งแต่เข้ามาพัทก็ซ้อมกิจกรรมของคณะคู่กับฝนตลอด เอาเถอะถึงพวกพี่จะไม่ชอบหน้าพัทแต่นั่นก็ไม่ควรใช้วิธีทุเรศแบบนี้มากล่าวหาเขา หรือว่าเรื่องนี้จะต้องให้ฝนไปฟ้องคุณพ่อ อย่าลืมนะว่าคุณพ่อฝนเป็นเพื่อนสนิทของเจ้าของมหาลัยนี้ จะเอายังไง"  สิริรัตน์มองใบหน้าของรุ่นพี่และอาจารย์ที่อยู่ตรงนี้ ทุกคนต่างก็มีสีหน้าที่ตกอกตกใจ ในเมื่อเห็นว่าทุกคนไม่พูดอะไร เธอก็เชิดหน้าขึ้น และเดินไปดึงแขนพงษ์พัทออกมาจากรุ่นพี่คนหนึ่ง

"เอาล่ะให้เรื่องมันจบแค่นี้เถอะ เงินจำนวนนั้นฝนว่าพี่ ๆ ก็น่าจะรู้นะว่าหายไปยังไง ไปกันเถอะพัท น่าเบื่อ ถ้ารู้ว่าเป็นดาวคณะแล้วจะเจอเรื่องปัญญาอ่อนแบบนี้ไม่รับเป็นซะดีกว่า" พงษ์พัทมองมือตนเองที่ถูกมือเล็กดึงออกมา ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาไม่ได้พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว แต่ในใจกลับตื้นตัน ในเมืองหลวงที่กว้างใหญ่ ยังมีผู้หญิงตัวน้อย ๆ คนนี้ที่กล้าออกมาปกป้องเขา ถึงแม้เธอจะทำไปด้วยความเบื่อหน่าย รำคาญใจ แต่นั่นก็ทำให้เขามีความสุขมากแล้ว และครั้งนั้นก็ทำให้เขายอมตามใจเธอทุกอย่าง ถึงแม้ต่อมาเขาจะเริ่มเปิดใจคบหากับผู้หญิงอีกคน แต่เมื่อสิริรัตน์ไม่พอใจ เขาก็เลือกที่เลิกกับผู้หญิงคนนั้นเพราะคำพูดเพียงคำเดียวของเธอ

"...ถ้าพัทยังอยากคุยกับฝน ก็ไปเลิกกับนังนั่นซะ ฝนไม่ชอบและถ้าฝนไม่ยอมพัทก็ห้ามสนใจใครนอกจากฝน" คำพูดของเธอเหมือนกับว่ากำลังหึงหวงเขา ไม่ว่าเธอจะทำไปเพราะอะไร แต่นั่นเขาก็มอบทั้งชีวิตให้เธอไปหมดแล้ว มันอาจจะฟังดูโง่เง่ามากซึ่งเขาเองก็รู้ตัว แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะเปลี่ยนแปลง จะยังไงก็ช่างขอแค่มีเธออยู่ข้างกายก็เพียงพอแล้ว...

พงษ์พัทถอนหายใจออกมา เขาลุกขึ้นยืนและมองหน้าหญิงสาวที่ยังคงนอนหลับตาอยู่บนเตียงความรู้สึกอัดอั้น ในใจตีรวนกันอย่างบอกไม่ถูก ทั้งรักทั้งเกลียดจนแน่นอก เขาหลับตาลงช้า ๆ กำลังจะหันหลังกลับไป ทว่าเสียงแหบพร่าของหญิงสาวบนเตียงกับเรียกเขาเอาไว้เสียก่อน

"พัท.."

"ฟื้นแล้วเหรอ ฟื้นแล้วก็กลับไปได้แล้ว" สิริรัตน์เบิกตาขึ้น เธอลุกขึ้นนั่งแต่เพราะลุกเร็วเกินไป เธอจึงเวียนศีรษะขึ้นมาอีกครั้ง ร่างบางเอนตัวจะล้มลง แต่แล้วกลับมีมือหนามาช่วยพยุงเธอเอาไว้เสียก่อน หญิงสาวรีบยิ้มกว้างออกมา พงษ์พัทยังใจดีกับเธอเสมอ ในชีวิตคงมีแค่พัทเท่านั้นที่เธอสามารถวางใจได้เต็มที่

"ฝนไม่เป็นอะไรค่ะ ทำไมฝนถึงมานอนที่นี่ได้ล่ะ พัทช่วยฝนมาเหรอ" พงษ์พัทสูดลมหายใจเข้าลึก เขากระชากมือตนเองออกมา ปล่อยให้หญิงสาวล้มลงไปบนที่นอนนุ่ม นึกอยากจะตัดมือตัวเองทิ้งนัก ทำไมถึงได้มือไว้อย่างนี้นะ

"พัทยังโกรธฝนเหรอ ฝนขอโทษได้ไหม" ใบหน้าหวานฉ่ำคลอไปด้วยหยาดน้ำตา ท่าทางเช่นนี้ของเธอ ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟไอ้พงษ์พัทคนโง่คนเก่าก็คงจะยินดีถวายหัว แต่ไม่ใช่กับพงษ์พัทคนใหม่คนนี้ เขาเจ็บมามากพอแล้ว

"หยุดตอแหลสักที น้ำตาเธอมันไม่ได้ผลแล้วล่ะฝน จำเอาไว้นะ ไอ้พัทที่โง่เขลาไอ้ควายตัวนั้นมันตายไปแล้ว และฉันไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป ต่อให้เธอจะร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือด ฉันก็ไม่มีวันใจอ่อน ถ้าลุกไหวแล้วก็ไสหัวไปซะ อย่ามาทำให้บ้านเล็ก ๆ ของฉันต้องเหม็นกลิ่นคนรวยอย่างเธอเลย" สิริรัตน์เบิกตาขึ้น น้ำตาที่ไหลก็ดูเหมือนจะหยุดชะงักลง เธอมองเขาเหมือนคนแปลกหน้า เขาพูดอย่างนี้กับเธอได้ยังไงเจ็ดปีที่ผ่านมา อย่าว่าแต่ด่าเธอด้วยคำหยาบคายอย่างนี้เลย แม้แต่ขึ้นเสียงให้เธอตกใจสักครั้งก็ยังไม่เคย

พงษ์พัทแสยะยิ้มมองใบหน้าที่ขาวซีดของเธอ เขากำมือตนเองแน่น และหันหลังเดินออกไป เสียงประตูปิดลงพร้อมกับสติของสิริรัตน์ที่กลับคืนมา น้ำตาหญิงสาวไหลอาบน้ำแก้มอีกครั้ง เธอเหม่อมองประตูด้วยความปวดร้าว ไม่เคยคิดเลยว่าพงษ์พัทผู้ชายที่รักเธอยิ่งกว่าชีวิต จะมีวันที่เกลียดเธอแบบนี้เช่นกัน

"พัท..อึกอึก..ฝน..ฮื้อ ๆ ฝนขอโทษ"

ตอน 3

"พี่เป็นยังไงบ้างคะ โอ้!!..เสื้อผ้าพี่ใส่พอดีเลยใช่ป่ะ" สิริรัตน์เงยหน้าขึ้นไปตามเสียงทัก เธอขมวดคิ้วขึ้นก่อนจะก้มลงมองเสื้อผ้าบนตัว ชุดแต่งงานบ้านั่นถูกถอดออกไปแล้ว ครั้นคิดไปถึงชุดแต่งงานร่างอรชรก็สั่นสะท้านขึ้นมา ใบหน้าพลันซีดเซียว มือกำผ้าห่มเอาไว้แน่นจนข้อนิ้วขึ้นเป็นสีขาว

"พี่ฝน..ใจเย็น ๆ ค่ะ หายใจเข้าลึก ๆ ไม่มีอะไรแล้วค่ะ ไม่มีอะไรแล้ว"พีรยารีบขยับเข้ามานั่งลงที่ข้างเตียง เธอยกมือขึ้นไปลูบที่แผ่นหลังของสิริรัตน์ด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นว่าคนบนเตียงหายใจเข้าออกปกติแล้ว เธอจึงดึงมือตนเองกลับออกมา ความรู้สึกบางอย่างบอกเธอว่า สิริรัตน์ไม่ปกติอย่างแน่นอน เธอคล้ายคนป่วย แต่จะป่วยยังไงคงต้องกลับไปถามอาจารย์แพทย์ของเธออีกครั้ง

"ขอบคุณค่ะ..เสื้อผ้าของคุณเหรอคะ เดี๋ยวฉัน..เดี๋ยวฉันซักคืนให้"

สิริรัตน์รู้สึกจุกแน่นที่กลางอก ดูก็รู้ว่าหญิงสาวคนนี้นิสัยดี คนดี ๆ แบบนี้ก็เหมาะสมกับพงษ์พัทมากกว่าคนเลวอย่างเธอแล้ว หญิงสาวหลับตาลงกลืนก้อนสะอื้นที่อยู่กลางคอ หากวันนี้คนที่นอนอยู่เป็นเตียงเป็นผู้หญิงคนนี้ และคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นเป็นเธอ เธอยังคิดไม่ออกเลยว่า เธอจะแสดงน้ำใจออกมาอย่างนี้หรือไม่ แน่นอนว่าเธอไม่มีทางทำได้ สิ่งที่เธอจะทำก็คือกระชากผู้หญิงหน้าด้านที่นอนอยู่ในห้องแฟนของเธอออกไป ไม่มีทางจะมานั่งห่วงใย ลูบหลังปลอบใจเช่นนี้แน่

"โอ๊ยพี่ฝนอย่าคิดมากเลย แพทคิดว่าช่วงหน้าอกมันคับไปหน่อยไหม นี่ขนาดเป็นเสื้อยืดแล้วนะ ความจริงแพทน่ะอยากมีหน้าอกดูม ๆ มากเลยล่ะ เคยคิดจะไปอัพไซน์ด้วยนะ แต่กลัวจะถูกพี่พัทด่าเอาน่ะ"

"พัทคงรักคุณมาก ปกติเขาไม่เคยห้ามไม่เคยหวงฉันแบบนี้เลย" น้ำเสียงที่อ่อนลงของสิริรัตน์ทำให้พีรยาอดจะสงสารไม่ได้ เธอยื่นมือไปจับมือคนเป็นเตียงมากุมเอาไว้

"พี่พัทไม่ได้หวงแพทหรอก แต่พี่พัทขี้เหนียวมากกว่า พี่พัทบอกว่าธรรมชาติดีที่สุดแล้ว และต่อให้เสริมยังไงแพทก็ยังขี้เหร่เหมือนเดิม"

"ไม่จริงหรอกคุณหน้าตาน่ารักนะ ถ้าไม่น่ารักพัทคงไม่รักคุณ"

"เดี๋ยวนะพี่ฝน ต่อให้แพทจะสวยหรือขี้เหร่ พี่พัทก็ต้องรักแพทอยู่ดี" สิริรัตน์เงยหน้าขึ้นเธอจ้องหน้าพิรยาดวงตาเขม็ง ต้องการอะไรกันแน่จะเข้ามาเยาะเย้ยหรือยังไงกัน

"โอ๊ย ๆ พี่อย่ามองแพทแบบนั้น แพทกลัวนะ"

"คุณต้องการอะไรกันแน่ จะเข้ามาเยาะเย้ยฉันเหรอ พัทรักคุณเขาไม่รักฉันแล้ว คุณพอใจหรือยัง" เสียงห้วนเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจ สายตาที่จ้องมองหญิงสาวตรงหน้าเหมือนกับว่าหากเธอยังเยาะเย้ยอยู่อย่างนี้ อีกนิดสิริรัตน์ก็จะไม่ทนแล้วเช่นกัน

"เดี๋ยวนะพี่ฝนทำไมแพทจะต้องทำอย่างนั้น เดี๋ยว..พี่ฝนคิดอะไรอยู่คะเนี่ย พี่พัทรักแพทก็เพราะแพทเป็นน้องสาวของพี่พัท ถ้าลองพี่พัทไม่รักแม่ก็ด่าพี่พัทสิ" พีรยาขมวดคิ้วมองคนบนเตียง ทำไมคำพูดของเธอถึงได้ทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจกัน หรือเธอพูดผิดตรงไหน แต่เมื่อทบทวนดูแล้ว ก็ดูเหมือนว่าไม่ใช่ว่าเธอพูดไม่ดี แต่เป็นเพราะอีกฝ่ายไม่รู้จักเธอต่างหากเล่า

"น้องสาว?"  สิริรัตน์เบิกตาขึ้น เธอจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างตกตะลึง น้องสาวหรือ แต่ก็อาจจะเป็นไปได้ พงษ์พัทและพีรยามีใบหน้าที่เหมือนกันเป็นอย่างมาก ต่างกันที่อีกคนเป็นหญิง อีกคนเป็นชายเท่านั้น

"คร้า..แพทเป็นน้องสาว น้องแท้ ๆ คลานตามก้นกันมาเลย เพียงแต่พ่อแพทกับพ่อพี่พัทเป็นคนละคนกันเท่านั้นเอง พี่ฝนไม่รู้เหรอ หึ!!..อีพี่พัทไม่ยอมพูดถึงแพทให้ฟังอ่ะดิ" สิริรัตน์พยักหน้าขึ้นลง ไม่ใช่ว่าพงษ์พัทไม่เล่าให้ฟัง แต่เป็นเพราะเธอไม่เคยสนใจเขาต่างหากเล่า เธอจะไปสนใจอะไร นอกจากสนใจแค่เรื่องของตัวเอง ยิ่งคิดก็ยิ่งเกลียดความเห็นแก่ตัวที่เธอทำกับพงษ์พัท ไม่แปลกใจเลยสักนิดที่เขาจะไม่ไยดีเธอ

"เอาเถอะพี่พัทไม่เล่าเดี๋ยวแพทเล่าเอง แพทกับพี่พัทเป็นพี่น้องกัน พ่อพี่พัทเสียไปตั้งแต่พี่พัทเกิดมาได้สักสองขวบมั้ง แม่ก็เลี้ยงพี่พัทมาคนเดียว แล้วต่อมาแม่ก็เจอกับพ่อแพท พ่อตามจีบแม่จนติดเขาก็แต่งงานกัน แล้วก็มีแพท แต่เมื่อก่อนแพทอยู่ที่ชานเมืองไง พี่พัทเขาสอบติดในเมืองเลยย้ายมาอยู่ที่นี่ แต่ความจริงแล้วพี่พัทอยากอยู่ใกล้พี่ฝนแหละแพทดูออก"

"แต่ตอนนี้พัทคงไม่อยากอยู่ใกล้พะ..เอ่อ..อยู่ใกล้ฉันหรอก" เพราะความเป็นกันเองของหญิงสาวตรงหน้า เกือบทำให้สิริรัตน์เอ่ยเรียกอย่างสนิทสนมแล้ว แต่หากเธอทำอย่างนั้นจะถูกรังเกียจหรือไม่นะ

"พี่อย่าเพิ่งไปคิดมากเลย เออจริงสิ ถ้าพี่ไม่รังเกียจไม่ต้องเรียกแพทว่าคุณหรือฉัน อะไรแล้วนั่นนะ พูดปกติเลยพี่ชิว ๆ ไปเลย" พีรยาขยิบตาออกมาพร้อมกับยิ้มตาหยี สิริรัตน์เห็นอย่างนั้นก็ยิ้มออกมาบ้าง น้องสาวพงษ์พัทก็นิสัยคล้าย ๆ พงษ์พัทนั่นแหละ นิสัยดีทั้งพี่ทั้งน้องเลย เข้ากับคนง่ายเหลือเกิน เธออุ่นใจอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะ โชคดีที่วันนี้มีแพทอยู่ด้วย

"พี่ฝน..แพทไม่รู้ว่าพี่เจออะไรมา แต่พี่อยู่ที่นี่ให้สบายใจเถอะนะ เรื่องพี่พัทน่ะแพทจัดการเอง ตอนนี้พี่ไม่เหมาะที่จะอยู่คนเดียวหรอก" สิริรัตน์ไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องแปลกใจอีกสักกี่ครั้ง เธอได้รับความโอบอ้อมอารีจากสองพี่น้องคู่นี้จนรู้สึกละอายใจไปหมดแล้ว

แต่คำพูดของพิรยาก็ตรงกับความต้องการของเธอ เธอไม่มีที่จะให้กลับอีกต่อไปแล้ว ความจริงเธอจะต้องแต่งเข้าไปอยู่ในบ้านนพดลเจ้าบ่าวของเธอ แต่เธอรังเกียจที่เขาพิการ และเธอก็รู้ว่าจริง ๆ แล้วเธอไม่ได้อยากจะอยู่กับนพดล เธอลองหลับตานึกดูทุกครั้งที่นพดลจูบเธอ เธอไม่เคยรู้สึกสุขใจเท่ากับจูบของพงษ์พัทเลยสักนิด ความรู้สึกพวกนี้มันหลอกตัวเองไม่ได้ เธอมาทบทวนตัวเองดี ๆ แล้วจึงได้รู้ตัวว่าคนที่เธอรักคือใคร ต่อให้วันนี้มันจะสายเกินไป ต่อให้พงษ์พัทจะไม่รักเธอแล้ว แต่เธอก็อยากจะลองดู ขอลองทำตามหัวใจเธอจริง ๆ ไม่ใช่ทำเพราะคำสั่งมารดา ทำเพราะหัวใจเธอเรียกร้อง ต่อให้เขาจะขับไล่เธอยังไง เธอก็จะหน้าด้านอยู่ที่นี่เพื่อชดเชยความผิดบาปทั้งหมดที่เธอเคยทำ

"แพทพูดกับพัทให้พี่ได้ใช่ไหม พี่ไม่มีที่ไปแล้ว พี่กลับบ้านไม่ได้ และพี่ก็ไม่อยากกลับอีกต่อไป"

"พี่วางใจเถอะ แพทจัดการให้เอง แต่แพทไม่ได้อยู่กับพี่ตลอดนะ แพทต้องกลับเข้าไปนอนหอในอ่ะ แพทเรียนหมอ แต่สัญญาว่าจะกลับมาทุกอาทิตย์" สิริรัตน์พยักหน้าเธอยิ้มออกมา รอยยิ้มที่ออกมาจากใจจริง ไม่ใช่รอยยิ้มที่ปั้นแต่งขึ้นมาเหมือนเมื่อก่อน

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167RPM” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167RPM
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

ข้าไม่เป็นแล้ว ภรรยาผู้แสนดี
ข้าไม่เป็นแล้ว ภรรยาผู้แสนดี
เมื่อความซื่อสัตย์ถูกหักหลังอย่างเลือดเย็น หลิวเยว่ชิง บุตรสาวหมอหลวงผู้ยอมสละทุกอย่างเพื่อเป็นภรรยาผู้แสนดี กลับพบว่าสามีที่เคยสาบานว่าจะรักเดียวใจเดียว นำหญิงแพศยาที่ตั้งครรภ์เข้ามาในบ้าน นิยายรักดราม่าสุดเข้มข้นที่จะพาทุกคนไปพบกับความจริงอันเจ็บปวดและการตัดสินใจครั้งสุดท้ายของเธอ
8.4
94 ตอน
เสน่ห์ร้ายเกมกลลวง
เสน่ห์ร้ายเกมกลลวง
เมื่อความแค้นกลายเป็นเกมรักอันตราย บุหลันจึงขอเดิมพันชีวิตเพื่อล้างความอัปยศในอดีต เธอวางแผนล่อลวงชายหนุ่มผู้เคยดูแคลนให้มาสยบแทบเท้า ทว่าในนิยายรักดราม่าเรื่องนี้ ยิ่งเธอถลำลึกในกลลวงมากเท่าไร หัวใจกลับยิ่งสั่นคลอนจนยากจะควบคุม เกมแค้นครั้งนี้จะจบลงด้วยน้ำตาหรือรักแท้
8.9
77 ตอน
มนต์ไอยคุปต์
มนต์ไอยคุปต์
นิยายรักแฟนตาซีสุดเข้มข้น เมื่อปณิธานของอดีตฟาโรห์หนุ่มผู้ไร้นามยอมอุทิศทุกภพชาติเพื่อเฝ้ารอการกลับมาของหญิงสาวสามัญชนผู้เป็นรักแท้ มนต์ขลังแห่งไอยคุปต์จะนำทางหัวใจสองดวงให้กลับมาพบกันอีกครั้งท่ามกลางโชคชะตาที่มิอาจเลี่ยง อ่านนิยายรักข้ามภพชาติที่เปี่ยมด้วยความโรแมนติกและมนต์สะกดได้แล้ววันนี้
9.5
80 ตอน
ห้ามรักถ้าไม่อยากเจ็บ
ห้ามรักถ้าไม่อยากเจ็บ
เมื่อหนี้สินบีบให้กุลนิภาต้องชดใช้ด้วยร่างกายแก่ชนกันต์ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้เย็นชาที่เกลียดความอ่อนแอ เขาเตือนเธอให้รักษาหัวใจไว้ภายใต้กฎเกณฑ์ที่ไร้รัก ทว่าท่ามกลางความสัมพันธ์ลับที่ซ่อนเร้น ความหึงหวงกลับทวีความรุนแรงจนเขากล้ากักขังเธอไว้ อ่านนิยายรักดาร์กโรแมนซ์สุดเร่าร้อนนี้ได้เลย
8.8
54 ตอน
ดาวอังคารผู้ไม่เคยพ่ายแพ้
ดาวอังคารผู้ไม่เคยพ่ายแพ้
เมื่ออดีตคนรักที่เคยทิ้งไป 5 ปีเพื่อสร้างตัว กลับมาในฐานะชายผู้ทรงอิทธิพลและเพียบพร้อมด้วยเกียรติยศ แต่เขากลับต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าเธอไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว แต่ยังมีลูกสาวตัวน้อยที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาซ่อนอยู่ด้วย นิยายรักแนวอบอุ่นหัวใจที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อทวงคืนครอบครัว
8.3
90 ตอน
นางรำ
นางรำ
เมื่อ ภิไธย มหาเศรษฐีหนุ่มผู้มองว่าผู้หญิงเป็นเพียงเครื่องบำเรอ ต้องมาพบกับ เกนเกด นางรำสาวผู้หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีที่ยอมร่ายรำเพื่อหาเงินรักษาครอบครัวและคนรัก ท่ามกลางการดูแคลนและบททดสอบหัวใจ นิยายรัก ดราม่าเรื่องนี้จะพาทุกคนไปพบกับความรักต่างชั้นที่ยากจะห้ามใจ อ่านนิยายฟรีได้แล้ววันนี้
9.2
41 ตอน