ตอน 2

ใบหน้าเหวอๆ ของเธอทำให้คนที่เพียงชำเลืองมองมาต้องหันกลับไปสนใจกับสิ่งตรงหน้าตามเดิม เพราะรู้จากพี่ยามแล้วว่าจะมีคนมาสัมภาษณ์ร่วมกันอีก 1 คน แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะเป็นผู้หญิง กฤปมัยไม่ได้พูดอะไรแม้จะรู้ว่าเธอยังคงมองดูเขาอยู่อย่างสำรวจตรวจตราก็ตาม

‘คนหล่อๆ ต้องทำคะแนนๆ ดีดี้ เอ๊ย! แกอาจจะได้ลงจากคานก็งานนี้ล่ะวะ เอาวะ! เป็นไงเป็นกันใกล้ขบวนสุดท้ายเข้าไปทุกที หล่ออย่างนี้ปล่อยไปก็โง่ตายล่ะ’

“เอ่อ...สวัสดีค่ะ มาสัมภาษณ์เหมือนกันใช่มั้ยคะ”

แม้ความคิดในใจนั้นจะหมายมั่นปั้นมือว่าต้องสานสัมพันธ์กับผู้ชายหล่อๆ ตรงหน้านี้มากมายเพียงใด แต่เอาเข้าจริงบทจะต้องพูดดาวินีก็รู้สึกประหม่าจนแก้มเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อจนได้

กฤปมัยชำเลืองมองผู้หญิงตัวเล็กกะทัดรัดข้างกาย แม้รู้ว่าเธอต้องการสร้างสัมพันธ์แต่เขาก็ไม่มีอารมณ์ที่จะร่วมด้วยในตอนนี้เพราะสิ่งที่เขาต้องเจอในอีกไม่กี่วินาทีต่อไปนี้มันต้องใช้สมาธิอย่างมาก การตัดสิ่งที่อาจทำให้หัวใจไขว้เขวเป็นสิ่งที่เขาต้องทำ

“ดีดี้ มาสัมภาษณ์เหมือนกันค่ะ”

คิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันทำให้เธอรู้ว่าเขาเริ่มไม่พอใจ ดาวินีรู้สึกเหมือนเลือดลมจะขึ้นหน้าเมื่อความอายมาเยือนอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เพราะอาการของเขามันแน่ยิ่งกว่าแช่แป้งว่าเขาไม่พร้อมจะตามเกมของเธอแน่นอน

‘คนบ้า! จะพูดหน่อยก็ไม่ได้ กลัวดอกพิกุลจะร่วงหรือไงนะ เชอะ! คิดว่าง้อเหรอ สวยเลือกได้อย่างฉันไม่ง้อย่ะ!’

ดาวินีพูดค่อนขอดคนหน้าหล่ออยู่ภายในใจ ก่อนจะยิ้มแหยๆ เมื่อคนตรงหน้าเหมือนจะอ่านความคิดเธอออกว่ากำลังสวดเขาอย่างเอาเป็นเอาตายเพราะเห็นได้จากสายตาขุ่นเขียวแต่หล่อชะมัดคู่นั้น

“ขอโทษทีนะครับที่ต้องทำให้รอนาน”

ชายร่างท้วมหัวล้านเลี่ยนที่เดินเข้ามาใหม่นั้นเธอจำได้ ‘คุณนิกร’ ผู้จัดการฝ่ายบุคคล ที่ให้เธอเขียนใบสมัครงานทิ้งไว้วันก่อน ก่อนที่จะให้เจ้าหน้าที่ติดต่อให้เธอมาสัมภาษณ์งานในวันนี้ ดาวินีลุกขึ้นยืนพร้อมพนมมือไหว้อย่างอ่อนช้อยที่สุดที่คิดว่าจะทำได้ ทว่าหางตาดันตวัดไปมองคนที่นั่งฝั่งตรงกันข้าม ไม่เพียงเขาจะไม่ทักทายคุณนิกรแต่กลับยิ่งทำหน้าเฉยๆ เข้าไปใหญ่

‘หรือเขาจะรู้จักกันแล้วนะ’ สิ่งที่คิดไว้ก็คงเป็นไปตามนั้นเพราะจากสิ่งที่คุณนิกรพูดตามมาก็คงจะยืนยันได้เป็นอย่างดี

“คุณกฤปมัยครับ ท่านประธานเชิญที่ห้องครับ”

กิริยาโค้งกายท้วมๆ นั้นอย่างเกรงอกเกรงใจยิ่งทำให้ดาวินีเสียวสันหลังวาบยามดวงตาคมเข้มนั้นตวัดขึ้นมองเธออย่างกรุ่นๆ อะไรสักอย่าง

“คุณดา เอ่อ...”

“ดาวินีค่ะ” สีหน้าครุ่นคิดชื่อของเธอทำให้ดาวินีชิงพูดต่อให้ก่อนที่นิกรจะเรียกชื่อเธอจนเพี้ยนและจะยิ่งอายคนหล่อที่ชื่อกฤปมัยนี้มากยิ่งขึ้น

“อืม...คุณดาวินี รอสักครู่นะเดี๋ยวผมมา”

ดาวินีรับคำก่อนจะค่อยๆ นั่งลงอย่างแหยงๆ เพราะไม่รู้ว่าไปปล่อยไก่หรือทำกิริยาอะไรให้เขาไม่พอใจหรือเปล่า ดูท่าแล้วเขาจะเป็นคนสำคัญของที่นี่ไม่น้อย หรือว่าเธอเข้าใจผิดไปเอง พนักงานใหม่ที่จะเข้าสัมภาษณ์งานในวันนี้พร้อมๆ กันกับเธอ...คงไม่ใช่เขา

“ไอ้ดี้เอ๊ย! แกเสร็จแน่ แล้วอย่างนี้เขาจะรับแกเข้าทำงานเหรอวะ”

นิ้วมือเกาศีรษะตัวเองไปมา ก่อนจะค่อยๆ ชำเลืองมองเขาที่เดินพ้นประตูไป ทว่าดวงตาคมเข้มคู่นั้นยังไม่วายมองตรงมาที่เธออย่างเอาเรื่องเช่นกัน

เจ้าของห้องเงยหน้าจากเอกสารขึ้นในทันทีที่เห็นเขาเดินเข้ามา ก่อนจะลุกขึ้นและผายมือไปที่ชุดรับแขกด้านหน้า ใบหน้าที่เคร่งเครียดจนหัวคิ้วยับย่นคลายออกและมีรอยยิ้มน้อยๆ เข้ามาแทนที่ รวมไปถึงแววตาคมเข้มคู่นั้นที่แม้จะร่วงโรยและอ่อนล้าไปตามวันเวลา ทว่าขณะนี้มันกลับฉายแววยินดีในอะไรบางอย่างจนเปี่ยมล้น

“นั่งสิดิน นิกรขอบคุณมากที่ไปตามมาให้ ไปเหอะ เดี๋ยวผมสัมภาษณ์ให้เอง” เจ้าของห้องพยักหน้าให้ผู้จัดการฝ่ายบุคคลเพียงนิดก่อนจะส่งรอยยิ้มทั้งหมดนั้นมาที่เขา

‘คุณเกียรติกร รัตนโอฬารสภา’ เถ้าแก่หรือท่านประธานก็แล้วแต่ว่าพนักงานจะเรียกกัน ซึ่งพนักงานรุ่นเก่าหน่อยก็จะเรียกว่าเถ้าแก่ แต่ถ้าเป็นพนักงานรุ่นใหม่โดยมากแล้วก็จะเรียกว่าท่านประธานกันทั้งนั้น เจ้าของบริษัท เกียรติกรเพลสพาร์ท จำกัด ในวัย 55 ปี แต่ยังดูหนุ่มกว่าอายุอยู่มาก ทว่าในรอบ 3 ปีนี้ เกียรติกรกลับต้องเผชิญกับภาวะสถานการณ์ธุรกิจที่ไม่ค่อยมั่นคงและยังต้องเผชิญกับสารพัดโรคที่เริ่มจะมาเยือน ทำให้เขาดูแก่ไปมากกว่าครั้งล่าสุดที่พบกัน

“สวัสดีครับ” กฤปมัยยกมือไหว้ก่อนจะนั่งลงตามที่ท่านเชื้อเชิญ

“เป็นไง ขับรถมาเหนื่อยมั้ย” สายตาห่วงใยและน้ำเสียงที่อ่อนโยนอย่างที่สุดส่งตรงไปยังคนที่นั่งอยู่ในฝั่งตรงกันข้าม คำทักทายที่ไม่ได้ต่างไปจากการถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ ทว่าคนถามก็รู้สึกชุ่มชื่นหัวใจยิ่งนัก แค่ได้เห็นเขาในอาณาจักรนี้

“ไม่เหนื่อยครับ แค่ไม่กี่ชั่วโมง” ดวงตาคมเข้มไหววูบลงเพียงนิดเพราะรับรู้ในบางสิ่งที่เจ้าของอาณาจักรแห่งนี้พยายามจะสื่อออกมา แต่ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ของเขา สถานที่แห่งนี้มีเจ้าของโดยชอบธรรมอยู่แล้ว

“ขอบใจและขอโทษนะที่ทำให้ต้องลำบาก แต่...” น้ำเสียงตะกุกตะกักเพราะก้อนความรู้สึกบางอย่างกำลังปะทุ ร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งนั้นเสมือนกระจกย้อนเวลาไปสู่อดีตที่เขากำลังใช้สายตาพร่าเลือนตามวัยและพร่าเลือนเพราะหยาดน้ำบางอย่างเพ่งมองให้เต็มตา

“ไม่เป็นไรครับ ผมเต็มใจ” เพราะท่าทีลำบากใจที่จะเอ่ยนั้นทำให้เขาเป็นฝ่ายชิงพูดเสียเอง เพราะบางสิ่งบางอย่างก็ไม่อยากรื้อฟื้นขึ้นมาให้กระทบกระเทือนจิตใจกันและกัน

ตอน 3

“กระเป๋าเสื้อผ้ามีเยอะมั้ยจะได้ให้เด็กไปยก เดี๋ยวจะพาไปดูห้อง”

“ท่านครับ...”

เกียรติกรชะงักกับคำเรียกขานของเขา สีหน้ามีแววเศร้าเพียงนิดก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มอย่างรอคอยสิ่งที่เขาจะพูดออกมา

“ผมเช่าห้องไว้แล้ว อยู่ด้านหลังโรงงานนี่แหละครับ” น้ำเสียงที่เอ่ยออกไปเขาคิดว่าสุภาพที่สุดแล้ว เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนความรู้สึกกันและกันไปมากกว่านี้ ไม่ใช่ว่าเขาอยากจะปฏิเสธความหวังดีนั้น แต่เพราะไม่อยากสร้างความยุ่งยากที่เริ่มก่อเค้าให้มากไปกว่านี้

สิ่งที่เขาพูดเป็นคำตอบได้ดีอยู่แล้ว ทว่าแววตาผ่านพ้นวันเวลาที่ฉายแววเจ็บปวดชั่วครู่ก่อนจะยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ความสูงที่เขามองเห็นแล้วว่ามันไม่ได้แตกต่างกันเลย ไหล่หนาตั้งตรงดั่งคนพร้อมไปด้วยอำนาจสิทธิ์ขาด สิ่งหนึ่งที่เขาเห็นแต่คนอื่นจะไม่มีวันเห็นก็คือ แรงกดทับแห่งภาระที่ไหล่หนาตั้งตรงนี้แบบรับไว้และภาระนั้นกำลังจะเปลี่ยนมือ

ดวงตาผ่านโลกมาเนิ่นนานมองตรงไปยังเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มที่คงอยู่ในวัยไล่เลี่ยกับบุตรสาวของเขาพร้อมประเมินสิ่งที่ต้องการไปด้วย แววตากระตือรือร้นและดูไม่ยอมคนนั้นเป็นสิ่งที่เขาต้องการจะเห็น และเขาก็หวังว่าเธอจะเป็นดั่งที่เขาคาดคิด

“คุณดาวินี คุณจบอะไรมานะ”

ชายหัวล้านเลี่ยนร่างอ้วนฉุส่งคำถามมายังเธอ คำถามที่ทำให้ดาวินีนึกฉุน

‘มันก็เขียนอยู่ทนโท่ ทำไมไม่อ่านนะ’

สายตาหลุบต่ำมองใบสมัครงานที่อยู่ในมือเขา ทำให้นิกรชะงักค้างก่อนจะก้มลงมองข้อมูลส่วนตัวที่ใช้ประกอบการสมัครงานของหญิงสาวตรงหน้า

“ก็รู้น่ะว่าเขียนไว้แล้ว แต่ขั้นตอนการสัมภาษณ์ก็คือการสัมภาษณ์ ถ้าให้ผมมาอ่านที่คุณเขียนไว้ ก็ไม่ต้องเรียกมาสัมภาษณ์แล้วสิ ว่าไง...เรียนจบอะไรมา” เสียงถามย้ำอย่างกลัวเสียฟอร์ม พลางลูบเส้นผมที่มีอย่างน้อยนิดบนศีรษะไปมา

“การตลาด เอกการจัดการทั่วไปค่ะ” ใบหน้ายิ้มทว่าเหงื่อเหมือนจะไหลซึมที่ฝ่ามือมากยิ่งขึ้น เพราะกลัวช่วงเวลาแห่งการสัมภาษณ์งานที่สุด ทำไมนะเธอถึงไม่เจอบริษัทที่อ่านเฉพาะใบสมัครโดยไม่ต้องสัมภาษณ์บ้าง

“ตำแหน่งที่มาสมัครนี่ อืม...เจ้าหน้าที่จัดซื้อ ที่ทำงานเก่าของคุณก็ดีอยู่แล้วนี่ ทำไมถึงออกล่ะ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น ก็ผมบอกแล้วว่ามันเป็นขั้นตอนการสัมภาษณ์”

ดาวินีรู้สึกเหมือนจะหัวเสียขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเจอคำถามปราบเซียนอย่างนี้ คำถามที่ไม่เหลือช่องว่างสำหรับมารยาทต่อกันแต่ก็ช่างเป็นคำถามยอดฮิตเสียจริง เพราะ 3 บริษัทที่ไปสัมภาษณ์มาก็ถามคำถามนี้กันทั้งนั้น และคำตอบของเธอก็ดันเป็นตัวชี้วัดที่จะได้งานหรือไม่ได้เสียด้วย

“เอ่อ...” อาการน้ำท่วมปากเหมือนจะเกิดขึ้นดื้อๆ เธอควรพูดออกไปใช่ไหม หรือควรคิดประดิษฐ์คำใหม่เอาให้สวยหรู เพื่อหวังผลการได้งานในวันนี้ เธอควรจะพูดแบบไหนออกไปดี

“ตอบมาตรงๆ ได้เลย ผมชอบคนตรง”

ใบหน้าอูมที่เธอคิดว่าเหมือนซานตาคลอสที่ไร้เส้นผมเลิกคิ้วสูงเชิงอนุญาตช่างบีบคั้นให้เธอต้องพูดตัวชี้วัดว่าจะได้งานหรือไม่ได้งานในวันนี้เสียจริง และเธอก็ต้องตัดสินใจ

“มีปัญหากับเจ้านายค่ะ ก็เลยต้องออก” น้ำเสียงแผ่วเบาออกจะหงอยเหงาเสียด้วยซ้ำเปล่งคำตอบที่ทำให้เธอต้องถอนหายใจออกมาเบาๆ งานที่ต้องเสียไปเพราะความไม่ยอมคน ไม่ยอมทำในสิ่งที่ผืนความรู้สึกตัวเองจนสุดกู่ และครั้งนี้ก็คงไม่รอด

‘น้าน! ตอบแบบนั้นล่ะไอ้ดี้ แกชวดอีกงานนึงแล้ว’

แต่ตรงหน้าที่เห็น ซานตาคลอสของเธอเหมือนจะชะงักจนในคำพูดไปชั่วครู่ ดวงตาสอดรู้มากด้วยประสบการณ์เพ่งมาที่เธออย่างกำลังประเมินมองสิ่งแปลกประหลาดอะไรสักอย่าง ดาวินีรู้สึกถึงเสียงหัวใจตัวเองที่เริ่มดังขึ้นๆ จนทำให้เธอทนไม่ไหวอีกแล้ว

“ดิฉันลาล่ะค่ะ ขอบคุณที่กรุณาเรียกดิฉันมาสัมภาษณ์” ร่างบางพนมมือไหว้ก่อนจะลุกพรวดอย่างเร็ว ท่าทางอ้าปากหวอนั้นมันสั่นประสาทจนดาวินีต้องหลับตาปี๋

‘ต้องไปให้พ้นเร็วๆ ไอ้ดี้ เอ๊ย!’

“เดี๋ยวก่อนๆ คุณดาวินี ผมยังสัมภาษณ์ไม่เสร็จเลย” นิกรลุกพรวดตามพร้อมร้องห้ามรัวเร็ว กิริยาที่เธอทำเหมือนจะทำให้นิกรฝันค้างไปไกล มือไม้ส่งไปราวจะคว้าตัวไว้ให้ได้แต่ก็คว้าไว้ไม่ทัน เพราะสาวน้อยหายากกว่าเพชรในตมที่ประเมินค่าได้ในเวลานี้กระโดดทีเดียวก็ถึงประตูทางออก

“เออ...ดิฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีธุระค่ะ ดิฉันลาล่ะค่ะ” มือจับลูกบิดประตูเตรียมเปิด ท่าทางอยากคว้าตัวเธอของนิกรทำให้ดวงตากลมโตฉายแววแขยงขน นี่เธอกำลังจะถูกบีบคอหรือไงที่ดันพูดจาขวากผ่าซากออกไปแบบนั้น

‘ใครจะอยู่รอเชือดล่ะ ไปหาตายเอาดาบหน้าดีกว่า บรื้อ...’ อาการขนลุกขนพองแล่นวาบไปทั้งร่าง

“คุณจะไม่ฟังระเบียบบริษัทและอัตราเงินเดือนก่อนเหรอ”

น้ำเสียงกลั้วขำออกจะเอ็นดูที่ได้ยินทำให้ดาวินีชะงักหันควับทันที ดวงตากลมโตมองตรงไปยังเจ้าของฉายาซานตาคลอสอย่างไม่ยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน แต่รอยยิ้มพร้อมใบหน้าที่พยักน้อยๆ ของนิกรก็แทบจะทำให้เธอร้องไชโยออกมาดังๆ

“คุณนิกร จะรับดิฉันเข้าทำงานหรือคะ จริงๆ หรือคะ” รอยยิ้มระบายไปทั่วใบหน้า แม้จะได้ยินในสิ่งที่นิกรบอกแต่เธอก็อยากได้ยินให้ชัดเจนอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าครั้งนี้เธอคิดถูกที่พูดตามใจนึก

“อืม...นั่งลงก่อนสิ ก็ผมบอกแล้วไงว่าชอบคนตรง คุณสมบัติของคุณข้อนี้...ผ่าน”

นิกรผายมือไปด้านหน้าใบหน้ายกยิ้มอย่างสมใจ เมื่อเห็นความกระตือรือร้นของพนักงานใหม่ที่เขาเพิ่งตัดสินใจได้เมื่อครู่ หวังว่าสิ่งที่เขาคิดไว้จะเป็นจริงและสำเร็จได้ตามที่ใจนึก เมื่อได้ ‘ผงซักฟอก’ ตัวใหม่มาลองใช้ และดีไม่ดีอาจจะแปลงร่างเป็น ‘สก๊อตช์ไบรต์’ ได้ด้วย และนั่นมันคือสิ่งที่ต้องลุ้นอย่างสุดๆ

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167UAB” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167UAB
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

ถ้าหากว่า (if)
ถ้าหากว่า (if)
เมื่อความรักกลายเป็นความเจ็บปวดที่กัดกินใจจนไม่อาจลืมเลือน นิยายรักดราม่าเรื่องนี้จะพาทุกคนไปตั้งคำถามกับอดีตที่ผ่านพ้น หากย้อนเวลากลับไปแก้ไขคำพูดและการกระทำได้จริง ชีวิตในตอนนี้จะดีขึ้นไหม หรือแท้จริงแล้วการไม่รู้จักกันเลยตั้งแต่แรกคือทางออกที่ดีที่สุด อ่านนิยายฟรีที่จะสะกดทุกหัวใจได้แล้ววันนี้
9.0
74 ตอน
ไฟรักบัลลังก์ทมิฬ
ไฟรักบัลลังก์ทมิฬ
เมื่อ 'ราชินทร์' ชายหนุ่มธรรมดาถูกเลือกให้ย้อนเวลาสู่อียิปต์โบราณพร้อมตรากษัตริย์ไอยคุปต์ เขาต้องเผชิญไฟสงครามเพื่อรวมแผ่นดิน ท่ามกลางเล่ห์เหลี่ยมแย่งชิงบัลลังก์และความรักข้างเดียวอันเจ็บปวด นิยายรักแฟนตาซีสุดเข้มข้นที่ชวนให้ลุ้นทุกตอน อ่านนิยายฟรีได้แล้ววันนี้
8.5
97 ตอน
อุ้มรักคาสโนว่า
อุ้มรักคาสโนว่า
เมื่อ 'ศิวัฒน์' ท่านประธานหนุ่มสายเปย์และคาสโนว่าตัวร้าย พยายามใช้กำลังบังคับให้เธอจำนนในอ้อมกอด แม้เธอจะขู่ฟ้องผู้ใหญ่และพยายามขัดขืนสุดชีวิต แต่เขากลับอ้างสิทธิ์ความเป็นสามีอย่างไร้ยางอาย จุดเริ่มต้นของนิยายรักแนวตบจูบสุดฟินที่เต็มไปด้วยการปะทะคารมและความเร่าร้อนที่ยากจะต้านทาน
8.9
84 ตอน
ภรรยายอดสวาท
ภรรยายอดสวาท
เมื่อความผูกพันของพี่ชายนอกไส้แปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาสุดเร่าร้อน นิยายรักโรแมนติกคอมเมดี้สายอีโรติกเรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับความรักลับๆ ที่ซ่อนความหวานและความฟินระดับสิบ เมื่อพี่หมอแสนดีต้องกลายมาเป็นสามีสุดที่รัก อ่านนิยายสนุกๆ ที่จะทำให้หัวใจคุณเต้นแรงไปกับความสัมพันธ์สุดวาบหวามใจ
8.5
86 ตอน
กลรักวิวาห์ลวง
กลรักวิวาห์ลวง
จากเด็กสาวที่เคยถูกปฏิเสธรักอย่างเย็นชา 'มิลันดา' กลับมาในฐานะศัลยแพทย์สาวพราวเสน่ห์เพื่อเผชิญหน้ากับ 'คมฉณัฐ' ชายหนุ่มผู้เคยไร้เยื่อใย เกมวิวาห์ครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยเล่ห์กลและความปรารถนาที่ซ่อนเร้น อ่านนิยายรักโรแมนติกสุดเข้มข้นที่ชวนให้คุณลุ้นไปกับหัวใจสองดวงได้แล้ววันนี้
9.4
98 ตอน
CEO ที่รัก ชุด พ่อทูนหัว
CEO ที่รัก ชุด พ่อทูนหัว
เมื่อพิมนราต้องหาทางมีสามีให้ได้ก่อนเที่ยงคืนเพื่อแก้เคล็ดดวงตก เธอจึงตัดสินใจรวบหัวรวบท้าย ลีโอนาโด มหาเศรษฐีหนุ่มสุดฮอตแล้วหนีไปดื้อๆ แต่โชคชะตากลับเล่นตลกให้เธอมาร่วมงานกับเขาในฐานะประธานบริษัทสุดหล่อกับพนักงานสาวจอมเฉิ่ม อ่านนิยายรักโรแมนติกสุดฟินนี้ได้เลย
8.7
41 ตอน