ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

พริมมี่ หญิงสาวร่างเล็กอึกทึกทนใบหน้าคลำแดด แต่ก็ไม่วายสะดุดตายามมองดวงตาคมเข้ม ผิวสีน้ำผึ้ง กับลิปติกสีส้มประกายมุก เสื้อยืดสกรีนชื่อของหน่วยงานกระโปรงยาวกุมข้อเท้ากับนาฬิกาพกตกทอดมาจากแม่อร หรือคุณอรอุมา ที่ห้อยคอไว้ตลอดเวลาด้วยสร้อยเส้นเล็กไม่ได้พกไว้ในกระเป๋าหรือถือไว้ ตามแบบที่เขานิยมทำกัน

วันนี้เข้าออฟฟิศหลังจากที่ ไม่ได้เข้าเมืองมาแรมเดือน

“พริมมี่ หัวหน้าให้คุณไปหา”

หัวหน้าทีมงานขุดค้น แหล่งอารยธรรมที่ก่อตั้งขึ้นด้วยชื่อที่สวยหรู อุดมการณ์ที่บ่งบอกว่าที่ทำทั้งหมดเพื่อสืบค้นแหล่งอารยธรรมที่จมหายไปกับกาลเวลา พริมมี่ชอบทุกอย่างที่เป็นเรื่องราวเก่าก่อน สมัครเข้ามาทำงานที่นี่ในฐานะนักสำรวจ และขุดค้นภาคสนาม เงินก็เป็นส่วนหนึ่งไม่สิเงินดีไม่น้อย พอใช้ในแต่ละเดือนเหลือจุนเจือครอบครัว ใครไม่เอาเงินก็บ้าแล้วสมัยนี้สมัยที่ต้องปากกัดตีนถีบ

“ ได้ยินแล้วค่ะพี่แก้ว หนูจะไปเดี๋ยวนี้”

ลุกขึ้นปัดกระโปรงด้านหลัง แล้วเดินเข้าไปในห้องกระจก มองเห็นได้ชัดเจนจากด้านนอก

ร่างสูงชะลูดเกือบจะเหมือนนายแบบ ใบหน้าหล่อจนพริมมี่อดที่จะเขินไม่ได้

“หืมมม พริมมี่นั่งลงก่อนสิ”ลุกขึ้นยืน อย่างคนที่สุภาพเขาทำกัน

“สวัสดีค่ะหัวหน้า”

จะพูดอะไรก็คิดไม่ออกออร่าคนหล่อพุ่งเข้าตา เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าอ่อน รีดจนเรียบรับกับผิวขาวผ่อง

“หัวหน้ามีอะไรกับพริม”

“คือ ผมมีงานที่อยากให้คุณรับผิดชอบ เป็นโปรเจคใหม่”

“ค่ะ”

“คือตอนนี้ ทีมงานของเราเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง มีคนเสนอทุนให้ไม่น้อย บางคนมีที่ดินรกร้างที่เคยเป็นแหล่งอารยธรรมมาก่อน เสนอทุนเพื่อให้เราไปขุดค้นในที่ดินของเขาโดยให้ทั้งที่พัก และเงินทุน”พริมมี่ขมวดคิ้ว

“แต่หัวหน้าค่ะ”

ทำตัวให้เป็นคนดีหน่อย แย้งน้อยๆให้พองาม

“คุณ เต เรียกผมว่าคุณ เต”

พริมมี่ถอนหายใจใช่เวลามาทำความสนิทสนมกันไหมกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มอารมณ์เลยสะดุดลงเลย

“ว่ามา”

“ไหน คนก่อตั้งบริษัท ย้อนเวลาหาความจริง …ของเราบอกว่าที่เราทำไปนี้เพราะอุดมการณ์ไม่ได้ต้องการเงิน”

พูดได้ดีพริมมี่สมกับเป็นคนดีที่ชาติต้องการ

เตโช ยิ้มลุกขึ้นอ้อมมา จับเก้าอี้ด้านหลังพริมมี่ไว้

ก้มลงพูดที่ข้างหูเบาๆ พริมมี่ใจเต้นตึกตัก คนคนนี้เข้าใจใช้หลักการพูดหลักจิตวิทยาและบราๆๆๆ

“ลำพังเงินทุนของคุณพ่อที่ลงทุนให้พวกคุณไปขุดค้นเรื่องราวต่างๆ ก็ไม่มากพอที่จะจ่ายเงินเดือนให้พวกคุณหรอก ถ้าไม่มีพวกนายทุนโลภมากพวกนั้นที่อ้างว่าเพื่ออยากจะรู้เรื่องราวต่างๆ ในอดีตแต่ความจริงแล้วไม่ว่าใครก็อยากจะพบสมบัติกันทั้งนั้น เราก็แค่อาศัยผลพลอยได้ในความโลภของพวกเขาทำเรื่องแบบนี้ เรื่องที่พวกเขาทำไม่ได้ วางใจให้ทีมงานของเรา ได้ลงพื้นที่ขุดค้นเพราะชื่อเสียงของทีมงานเราตอนนี้ดังกระฉ่อนไปทั่วโลกก็ว่าได้”

เตโชรับลูกมองว่าพริมมี่เป็นคนดีงดงาม ท่ามกลางทุ่งดอกลาเวนเดอร์

พริมมี่ถอนหายใจเหมือนยอมจำนนแต่จริงๆถอนหายใจให้กับความตอ...แ..ลของตัวเอง

“พริม ยังยืนยันว่าทำเพราะใจรักไม่ได้อยากจะทำเพราะเงิน”

พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่ในใจเล่า

“เอาน่าพริมมี่ เงินก็ถือว่าเป็นผลพลอยได้ เธอคิดดูจะตื่นเต้นแค่ไหน หาขุดไปพบสมบัติมหาศาล ตามลายแทงที่เขามีอยู่ในมือเก็บมาหลายชั่วอายุคน แต่เมื่อไม่กี่วันเพิ่งจะส่งให้เอไอถอดหรัสแล้วพบว่ามันคือลายแทงสมบัติ”

พริมมมี่อ้าปากค้างเกือบเสียอาการ

“มีลายแทงด้วยหรือคะ”น้ำเสียงตื่นเต้น

“อืมมม เขาส่งมาให้ดูแต่เพียงครึ่งเดียวของลายแทง อีกครึ่งเมื่อเรารับงานแล้วให้คนของเราร่วมทีมกับเราเขาจึงจะเปิดเผยมันออกมา แต่สำหรับพริมมี่ไม่มีปัญญาแล้วใช่ไหมเพราะคุณไม่ได้ อยากได้สมบัติเหมือนคนอื่นๆ ”

พริมมี่ยิ้ม คำชมเป็นยาหอม

“เข้าใจที่ผมต้องการจะสื่อหรือยัง นึกภาพออกไหม เราแค่ไปขุดค้นเรื่องราวประวัติศาสตร์หรือจะอะไรก็แล้วแต่ จะเพราะอุดมการณ์เหมือนที่คุณพูดว่าอยากจะรู้เรื่องราวในอดีตให้มาก ไม่ใช่พูดกันแบบผิดๆ ถูกๆ หรือว่าเพราะความอยากรู้ หรือว่าเพราะความโลภอยากได้สมบัติ แต่ ในเมื่อทุกอย่างมาบรรจบกับแล้วเราก็ไม่ควรปล่อยให้โอกาสผ่านไปจริงไหม”ยิ้มเก๋ไก๋

พริมมี่ ยิ้มพยักหน้าขึ้นลงจบแล้วเตโชไม่เอะใจสักนิด

“หากทีมของคุณ พบสิ่งที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ผมสัญญาจะเสนอชื่อคุณในหน้าแถลงข่าว ถึงเวลานั้นองค์กรของเราคงได้รับชื่อเสียงอย่างมากมาย และคุณก็จะเป็นหนึ่งใน บุคคลในประวัติศาสตร์เหมือนกัน”

“พิมไม่ได้อยากเด่นดัง แค่อยากทำสิ่งที่ทำแล้วมีความสุข”มีหลักการไปอีก

“ดีเลย คราวนี้สนุกแน่ งานนี้ต้องไปไกลถึงปักกิ่ง”พริมมี่เลิกคิ้วสูง

ตอน 2

“ เขาติดต่อมาทางอีเมลเมื่อสามวันก่อน ว่ามีที่ดินรกร้างแล้วมีสิ่งนี้”

ก้าวเดินไปที่แล็บท็อป หันจอมาทางพริมมี่ กระดาษน้ำตาลอ่อนที่มี ตัวหนังสือยึกยื้อในนั้น แต่ภาพถูกถ่ายมาแค่ส่วนเดียว

“เชื่อถือได้ไหมคะ อาจเป็นพวกต้มตุ๋น”

สมัยนี้เชื่อใครได้แต่ละคนร้ายๆทั้งนั้นร้ายแบบเปิดเผยแทบไม่มีให้เห็น หลอกลวงยักยอก และโกงแชร์ เตโชยิ้ม

“ผมให้คนตรวจสอบโปรไฟล์แล้วคนคนนี้ เป็นมหาเศรษฐีของจีนเขาให้เราเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ แล้วส่งทีมงานไปพบเขาที่ปักกิ่งได้ในทันทีที่ตอบตกลง”พริมมี่ยังไม่วางใจ

“แล้วจะเชื่อได้อย่างไรค่ะว่าเขาไม่หลอก ไม่เสียอะไรแต่อาจเสียเวลาแล้วไหนจะค่าตั๋วเครื่องบิน”

“เขาโอนเงินค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าเตรียมการมาให้แล้ว พริมมี่คุณลองทายสิว่าเท่าไหร่”

“ทายไม่ถูกหรอกค่ะ คงไม่เกิน หลักหมื่น”

“สิบล้าน”

พริมมี่ ตลึงจังงัง ในขณะที่เตโชทำท่าภูมิใจนักหนา

“เขา รู้ได้อย่างไรว่าสมบัติที่จะขุดเจอ หรืออาจไม่เจอนั้น จะมีมูลค่าสูงถึงขนาดนั้น”

เตโชส่ายหน้า

“บางทีอาจมีคุณค่าทางใจเพราะเขาบอกว่าลายแทงที่ได้มาเขาเก็บมาตั้งแต่สมัยรุ่นทวด”

แล้วทำไมไม่ขุดตั้งแต่ตอนนั้น พริมมี่คิดในใจ

“เดินทางเมื่อไหร่ค่ะ”เตโชยิ้ม

"ทันทีที่พร้อม ผมไม่ได้เตรียมทีมงานอะไรให้คุณให้ สมศักดิ์ไปกับคุณเพื่อประสานงานแทนคุณที่เป็นหัวหน้าทีม ส่วนทีมขุดก็ชุดเดิม ที่คุ้นเคยกัน”

พริมมี่พยักหน้าลุยป่าลุยเขา ถ้ำ โกฏ วัด ขุมทรัพย์เมืองลับแล ขุดค้นปราสาทเก่าแถวๆ แนวชายแดนก็เคยมาแล้ว นี่ปักกิ่ง คงไม่ลำบากอะไรในเมื่อเป็นถึงเมืองหลวงของจีน ยิ้ม ทั้งสีหน้าและดวงตา……

สมศักดิ์ชายร่างเตี๊ยกระทัดรัด เดินสะพายกระเป๋าหนึ่ง เป้หนึ่งแล้วลากอีกสองตาม หลังพริมมี่ คนงานขุดค้นอีกเกือบสิบคน เดินตามไปยังรถตู้ที่นายจ้างส่งมารับถึงท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง ในเขตเซาหยางและบางส่วนของเขตซุ่นอี้ ห่างจากใจกลางกรุงปักกิ่ง32กิโลเมตร

“เรากำลังจะไปไหน”สมศักดิ์ส่งภาษาจีนกลางได้อย่างคล่องแคล่ว

“@$&*$”

พริมมี่กะพริบตาปริบๆๆ ไม่เข้าใจที่โซเฟอร์พูดแม้แต่คำเดียวแต่สมศักดิ์พยักหน้าหงึกหงัก

“กำลังจะกลับเข้าเมืองครับพี่พริม แป๊บเดียวเขาบอกไปถึงก็กินข้าวเที่ยงแล้วคุณซุนเยี่ยเต๋อ…จะมาพบพวกเราเองในที่พักที่เขาจัดให้”พริมมี่พยักหน้าขึ้นลง

“คุณเต หมายถึงคุณเตโชบอกว่าที่พักของพวกเราอยู่ในบริเวณที่จะให้ขุดนั่นล่ะ”

“ดีเลยไม่ต้องเดินทางให้ลำบาก”

“*&*) (@$*^^^”

“อ่อ เขาบอกว่าที่นั่นรกร้างแต่มีบ้านโบราณหลังใหญ่ ให้พักได้ครับ”

พริมมี่ยิ้ม ดีเลยบ้านโบราณไม่เสียเที่ยว คงมีอะไรตื่นตาตื่นใจบ้างล่ะน่า

นั่งรถพอเพลินๆ ยังไม่ทันเบื่อทิวทัศน์สองข้างทางก็น่ามอง รถตู้ใหม่เอี่ยมก็แล่นเข้าไปยังถนนที่ รกครึ้มรถสวนไม่ได้ตามความคิดของพริมมี่สองข้างทางเป็นรั้วต้นไม้ใหญ่

“@#$$%#@@#$%%$##@@”สมศักดิ์พยักหน้า

“เขาบอกว่าที่ดินตรงนี้กว้างเกือบสามพันไร่ ด้านนอกเป็นแหล่งธุรกิจและร้านค้าที่เปิดให้เช่าพื้นที่ โอบรอบไว้ข้างในนี่เป็นบ้านเก่ากับพื้นที่รกร้างเกือบ50ไร่ ที่บริเวณนี้มีเจ้าของเดียวคือคุณซุนเยี่ยเต๋อ”

พริมมี่กลืนน้ำลายลงคอยากเย็น รวยคอดๆ แล้วทำไมไม่จ้างคนที่มีฝีมือด้านการขุดค้นทำไมต้องจ้างทีมงานโนเนมแบบทีมของพริมมี่ หรืออาจเพราะว่าไม่อยากจะให้รัฐบาลรู้แน่ๆ

“@#$%^&*&^&*^!”

“คุณซุนแกเป็นนักการเมืองด้วย สืบทอดตำแหน่งทายาททางการเมือง”

เหมือนกับเข้ามานั่งในใจของพริมมี่ คนขับทำไมอ่านใจออกมาว่าพริมมี่คิดอะไรอยู่

สุดทางรถหักเลี้ยวเข้าไปในประตูเหล็กขาดใหญ่ประตูเหล็กที่เป็นเหล็กจริงๆ เหล็กแผ่นใหญ่เหมือนกับ ที่แห่งนี้เคยเป็นประตูด่านผ่านเข้าออกสมัยโบราณมีไว้ ป้องกันข้าศึกที่จะบุกเข้าไปด้านใน พริมมี่ตื่นตาตื่นใจที่สุดเมื่อประตูเปิดอ้าออกช้าๆ ด้านในเป็นทางเดินปูด้วยหินทอดยาวเข้าสู่ตัวบ้าน ที่มองเห็นเพียงซุ้มประตูที่เขียนเป็นภาษาจีนตวัดด้วยพู่กันลวดลายพลิ้วไหวงดงาม แต่อ่านไม่ออกว่า เขียนว่าอะไร เพราะพริมมี่ไม่เคยเรียนภาษาจีนมาก่อน

“เราจะย้อนอดีตกันไหมสมศักดิ์ถ้าเข้าไปในนั้น”สมศักดิ์อมยิ้ม

“ถ้าย้อนไปอย่างผมนี่คงเป็นได้แค่ขันที พี่พริมฮ่าาา …ส่วนพี่ก็คงนางในหอซักล้าง”

ยิ้มขำกันทั้งสองคน รถแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านไม้ชั้นเดียว ในแบบบ้านเก่าของจีนโบราณ ที่เคยเห็นในซีรีย์จีน พริมมี่กับสมศักดิ์เงยหน้ามอง ป้ายไม้ขนาดใหญ่ที่มองเห็นไม่ชัดในตอนแรก

”ตำหนักชมดาว”

สมศักดิ์พึมพำเบาๆ พริมมี่ขนลุกซู่ ภาพวิ่งเข้ามาในหัวคือ การรัดนิ้วเสียงร้องโอดโอย ม้าแยกร่าง การประหารด้วยดาบคมกริบ หัวที่กระเด็นหลุดออกจากบ่า กลิ้งมาที่แทบเท้า พริมมี่ยกขาขึ้นด้วยความตกใจราวกับว่าภาพที่เห็นเกิดขึ้นจริงๆ

“พี่พริมเป็นอะไร” ยิ้มเจื่อนๆ

“แค่คิดอะไรเพลินๆ ”

สมศักดิ์มองหน้าที่แสดงออกถึงความเสียวสยองของพริมมี่

“เขาบอกว่าที่นี่เป็นห้องหอขององค์ชายสร้างขึ้นเพราะความรัก เหมือนทัชมาฮาลเป็นสัญลักษณ์ของความรักในพระมเหสี ไม่สิต้องใช้คำว่าชายา พี่พริมคิดไปถึงไหนกัน..ชื่อออกเพราะ…ตำหนักชมดาว…”

“ฮ่าาาา พี่คิดมากไปเองเราพักที่นี่ใช่ไหม”สมศักดิ์พยักหน้า

“ไปเถอะกินข้าวหิวแล้ว เดี๋ยวคุณซุนก็คงจะมา”1442 คำแก้ไข

ตอน 3

ประตูไม้ เปิดอ้าออกช้าๆ พริมมี่รู้สึกเหมือนตัวเองย้อนเข้าไปยังต้อนต้นของยุคราชวงค์หมิง

ซึ่งนั่นฮ่องเต้ที่เป็นที่รู้จักกันดีคือ จูหยวนจาง สถาปนาเป็น “หมิงไท่จู่ฮ่องเต้” ฟื้นฟูเศรษฐกิจ พัฒนาศิลปวัฒนธรรมจีนเป็นอย่างดี และปกครองราษฎรด้วยความผ่อนปรน ปลดแอกชาวฮั่นจากราชวงค์หยวนและชาวมองโกล แต่ในทางการเมืองการปกครองพระองค์ใช้ความเด็ดขาด ปราบปรามผู้ต่อต้าน และผู้รังแกราษฎรอย่างเข้มงวด

พระองค์มีรัชทายาทชื่อ จูเปียว แต่สิ้นพระชนม์ จึงแต่งตั้งลูกของรัชทายาทจูเปียว เป็นรัชทายาท ทำให้โอรสองค์อื่น ๆ ไม่พอใจ หลังจากพระเจ้าหมิงไท่จู่สิ้นพระชนม์รัชทายาทที่เป็นหลานได้รับการสถาปนาเป็นกษัตริย์ชื่อ “เจี้ยนเหวินฮ่องเต้” ต่อมาโอรสองค์ที่ 4 ของพระเจ้าหมิงไท่จู่ ชื่อเจ้าเอี้ยนหวาง ผู้เป็นอาของพระเจ้าเจี้ยนเหวิน ก่อกบฏยึดเมืองหนานจิงซึ่งเป็นเมืองหลวง และพระเจ้าเจี้ยน เหวิน สูญหายไป

ที่ได้ยินมาแบบนี้ว่าแต่องค์ชายที่ว่าเป็นคนไหนกัน รัชทายาทจูเปียว เจี้ยนเหวินฮ่องเต้ หรือว่าเจ้าเอี้ยนหวาง แต่จะว่าองค์ชาย ก็คงเป็นจูเปียว หรือไม่ก็เจ้าเอี้ยนหวาง หรือเอี้ยนอ๋องจูตี้ที่ต่อมาคือจักรพรรดิหย่งเล่อที่เป็นคนสร้างพระราชวังต้องห้ามกำลังคิดอะไรเพลินๆ สมศักดิ์ที่สะกิดเบาๆ

“พี่พริม ระวังสะดุด”

ธรณีประตูที่ทำจากไม้ตีประกบไว้บนพื้นก่อนทางเข้าห้องที่มองปราดเดียวก็รู้ว่านี่คือห้องรับแขก บรรดาแจกันลายครามลวดลายงดงามไม่ใช่ของใหม่ที่ทำเลียนแบบขึ้นแน่ คงเป็นของที่เคยอยู่ที่นี่มานานมากแล้ว

บนโต๊ะมีอาหารจัดวางไว้พอสมควรไม่ได้ล้นทะลักเหมือนที่คิดไว้แต่แรก พริมมี่กลืนน้ำลายลงคอเพราะความหิวเกือบบ่ายสองแล้วยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง

“@#$@#$#$#@& ( ((_+#@”

สมศักดิ์ยิ้ม เมื่อคนดูแลบ้านที่เป็นลุงแก่ๆ หนวดยาวเรียงตัวเป็นระเบียบสีขาว มัดไว้ที่ปลายคาง เหมือนจะตลกแต่ก็ดูเรียบร้อยดี พูดอะไรบางอย่าง

“เขาให้เราจิบชารอ พี่พริมไหวไหม คุณซุนกำลังมาที่นี่ พร้อมกับลายแทง”

ไม่ไหวก็ต้องไหว หญิงวัยกลางคนคงเป็นแม่บ้านหรือคนดูแลด้านอาหารของที่นี่ยก กาชงชาเข้ามาพร้อมกับขนมก้อน สองจานหอมฟุ้งมาแต่ไกล

“หอมจัง”พริมมี่อดจะพูดเสียไม่ได้

หญิงคนนั้นยื่นจานขนมในมือให้พริมมี่ เหมือนเข้าใจภาษาไทยอีกจานวางไว้บนโต๊ะ หรือว่าพริมมี่เข้าใจอะไรผิดแม่บ้านฟังภาษาไทยไม่ออกแค่พอจะเดาได้ลางๆ ว่าพริมมี่คือคนสำคัญหัวหน้าทีม หรืออาจใช้ ค่านิยมเลดี้เฟริส พริมมี่ยิ้มอย่างภูมิใจ

บนจานใบนั้นมีขนมสองชนิดคือขนมกุ้ยฮวา (ผสมดอกหอมหมื่นลี้) กับขนมเฉียวกั่ว ขนมแห่งความฉลาดกินเข้าไปจะฉลาดเฉลียวเขาว่างั้น พริมมี่หยิบขนม เฉียวกั๋วขึ้นมาชิม รสหวานนุ่มลิ้น รับจอกชามาจิบเบาๆ แล้วหันไปทางขนมกุ้ยฮวาที่เป็นต้นตอของกลิ่นหอม ขนมสองชนิดเป็นขนมโบราณของจีนจะด้วยความหิวหรืออะไรไม่รู้ทำให้ พริมมี่กินขนมไปหมดจานเพียงคนเดียว

“อร่อยไหม ขอรับ”

พริมมี่พยักหน้าก่อนจะอ้าปากค้าง เมื่อคำพูดที่ได้ยินเป็นคำพูดของลุงคนดูแลบ้านที่ส่งภาษาจีน แต่ทำไมพริมมี่ถึงเข้าใจความหมายได้ดี

“อร่อยก็มีให้กินทุกวันขนมเฉียวกั่วจะช่วยคุณหนูได้มากในโอกาสต่อไป คุณท่านซุนมาแล้ว”

ลุงคนดูแลบ้านพูดขึ้นขัดความคิดของพริมมี่ที่กำลังจะถามว่าลุงพูดว่าอะไรแต่ พริมมี่สิ้นสงสัยในทันทีเมื่อครั้งนี้ลุงแกก็พูดภาษาจีนเหมือนก่อนนั้นแต่พริมมี่กลับฟังออกทุกคำ หรือว่าขนมนี่ผสมออะไรเข้าไป

ชายชราร่างเล็กลงมาจากรถโรลลอยส์พร้อมไม้เท้าคู่กาย ให้เดาอายุคงไม่ต่ำเก้าสิบปี แต่ทว่ายังเดินด้วยตัวเองมีแค่เพียงไม้เท้าช่วยพยุงบอดี้กร์าดเฝ้าระวังกลัวว่าจะล้ม

เงยหน้ามองพริมมี่ ใบหน้าแย้มยิ้ม

“หนินห่าว หนินหาวมะ” (ทำไมใช้คำว่าหนินห่าวที่ใช้กับคนที่อาวุโสกว่า) พริมมี่ขมวดคิ้วไม่ใช่แต่พริมมี่ที่ขมวดคิ้ว สมศักดิ์เองก็ทำสีหน้าตกใจกับคำที่ได้ยิน หรือว่าคุณปู่ท่านนี้จะเลอะเลือนไปชั่วขณะ

“หนินห่าว เหล่าซือห่าวค่ะ”

ใบหน้าชรา เลิกคิ้วสูง ยิ้มพึงใจพริมมี่ออกเสียงภาษาจีนได้คล่องแคล่วจนพริมมี่เองก็แปลกใจ

“ไม่ได้ขอรับ ดีใจเสียจริงที่ในที่สุดก็มาที่นี่”

คำพูดมีเลศนัย แต่ก็คงเป็นไปตามวัยด้วยคุณปู่ชรามากแล้วนั่นเอง

พริมมี่ยิ้มเจื่อนๆ

“เชิญ ด้านในดีกว่า กินข้าวเสียก่อนแล้วก็คุยกัน เด็กๆหยิบกล่องไม้ในรถมาด้วย” บอดี้การ์ดร่างสูงตามมาตรฐานสองคนโค้งคำนับอย่างนอบน้อม ท่านลุงหนวดขาวพยุงคุณซุนเข้าไปด้านในอีกทอด

คุณซุนเยี่ยเต๋อ นั่งหัวโต๊ะ พริมมี่และสมศักดิ์ นั่งขวาซ้าย

“กินไปคุยไปได้ หว่อ (หว่อ) ไม่ถือสา เข้าเรื่องเลยดีไหม หว่ออยากให้คุณช่วยดูของสิ่งนี้”

อยู่ๆก็เปลี่ยนท่าทีจากนอบน้อมเป็นจริงจัง1289 คำแก้ไข

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167SFY” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167SFY
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

ซีรีส์บำเรอรักเจ้าพ่อเถื่อน
ซีรีส์บำเรอรักเจ้าพ่อเถื่อน
เมื่อความแค้นยี่สิบปีปะทุ ทศพญามารในคราบเจ้าพ่อจึงกลับมาทวงแค้นอดีตเพื่อนทรยศ โดยใช้หนี้สินบีบให้ส่งตัว น้ำริน ลูกสาวสุดที่รักมาขัดดอกเพื่อบดขยี้ให้แหลกคามือ นิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเร่าร้อนที่จะพาคุณไปพบกับรักอันตรายและการลงทัณฑ์ที่ไร้ความปรานี อ่านนิยายรักสายโหดที่ห้ามพลาด
9.0
41 ตอน
สัญญารักลวงใจ
สัญญารักลวงใจ
เมื่อ ฟางจิ้งหร่าน ต้องสวมรอยเป็นน้องสาวแต่งงานกับท่านประธานหนุ่มผู้พิการทางการได้ยินเพื่อหาเงินรักษาพ่อ ท่ามกลางอารมณ์แปรปรวนและเงื่อนไขสัญญาจ้างรักที่ไร้หัวใจ แต่ความใกล้ชิดกลับแปรเปลี่ยนความเย็นชาให้กลายเป็นความผูกพันที่ยากจะถอนตัว นิยายรักดราม่าครบรสที่สายฟินห้ามพลาด
9.2
73 ตอน
ลูกชายลับของอัลฟ่าคู่แท้ , การถูกปฏิเสธอย่างที่สุดของฉัน
ลูกชายลับของอัลฟ่าคู่แท้ , การถูกปฏิเสธอย่างที่สุดของฉัน
เมื่อหมาป่าขาวผู้เป็นคู่แท้ของอัลฟ่าคีริน ค้นพบความจริงอันโหดร้ายว่าเขามีครอบครัวลับและลูกชายซ่อนไว้ตลอดห้าปี โดยมีพ่อแม่ของเธอเองร่วมมือยักยอกเงินฝูงไปปรนเปรอ แถมยังวางแผนวางยาพิษเพื่อกำจัดเธอในวันเกิด นิยายรักพารานอร์มอลสุดเข้มข้นที่เต็มไปด้วยการทรยศและการทวงคืนความยุติธรรม
9.7
42 ตอน
รักร้ายยัย trainee
รักร้ายยัย trainee
เมื่อพาย นักศึกษาฝึกงานสาวแสนซื่อพยายามหนีห่างจาก ธีร์ นักธุรกิจหนุ่มเจ้าของโรงแรมฉายาคาสโนว่าตัวจริง ยิ่งเธอถอยเขายิ่งอยากครอบครอง นิยายรัก แนวท่านประธานสายเปย์ที่เต็มไปด้วยบททดสอบหัวใจที่ต้องฝ่าฟัน อ่านนิยายฟรี สนุกๆ ที่จะทำให้คุณลุ้นไปกับความรักสุดฟินครั้งนี้
8.3
38 ตอน
เป็นอนุของผู้อื่นช่างยากเย็นนัก
เป็นอนุของผู้อื่นช่างยากเย็นนัก
หลี่ชิง หญิงงามอาภัพที่สามีทั้งสามคนต้องตายจากอย่างปริศนา จนถูกตราหน้าว่าต้องคำสาป จนกระทั่งนางได้เข้ามาเป็นอนุในจวนของนายท่านผู้ทรงอิทธิพล ท่ามกลางไฟปรารถนาอันเร่าร้อนและการปรนนิบัติที่แสนเย้ายวน นางต้องสู้สุดใจเพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้จะสามารถเอาชนะโชคชะตาอันโหดร้ายนี้ได้หรือไม่
9.3
78 ตอน
พิศวาสร้ายผู้ชายในเสื้อคลุม
พิศวาสร้ายผู้ชายในเสื้อคลุม
เมื่อค่ำคืนเร่าร้อนเริ่มต้นขึ้นในความมืด เรโกะต้องตกเป็นของชายปริศนาภายใต้เสื้อคลุมที่มอบสัมผัสอันป่าเถื่อนและลุ่มหลงจนเธอไม่อาจถอนตัว นิยายรักดาร์กโรแมนซ์สุดเร่าร้อนที่จะพาคุณไปพบกับความสัมพันธ์ต้องห้ามอันตรายและการตามหาตัวตนที่แท้จริงของชายผู้กุมความลับและร่างกายของเธอไว้ในกำมือ
8.0
58 ตอน