ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

ณ โรงแรมแพลตินัม ไฮแอท

“นี่คือสินสอดที่ตระกูลลี่จัดเตรียมไว้ ฉินเหอ อ่าน!”

น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าของผู้ชายคนหนึ่งดังเข้ามาในหู

ตู้เซียวเซียวลืมตาขึ้นมาในทันควัน จากนั้นจึงตระหนักได้ว่าภาพเบื้องหน้าคือฉากเหตุการณ์ที่คุ้นตาสุด ๆ ทั้งโคมไฟระย้าคริสตัล ทั้งชุดราตรี นี่มันงานหมั้นของเธอกับลี่จื่อคั่วนี่

เธอกลับมาเกิดใหม่!

เมื่อมองผ่านช่องประตูห้องรับรองที่เปิดแง้มไว้ ตู้เซียวเซียวก็เห็นเหล่าบอดี้การ์ดชุดดำยืนเรียงรายอยู่ในห้องจัดเลี้ยง ในมือประคองถาดใส่เครื่องประดับสั่งทำราคาสูงลิ่ว ทั้งนาฬิกาหรู โฉนดอสังหาริมทรัพย์ และกุญแจรถซูเปอร์คาร์……

ลี่จื่อคั่วในชุดสูทสั่งตัดพอดีตัว กำลังยืนอยู่ด้านข้างด้วยสีหน้าดูถูกเหยียดหยาม

ส่วนฉินเหอผู้ช่วยของผู้กุมบังเหียนตระกูลลี่อย่างลี่โม่เป่ยกำลังขานรายการสินสอดทีละอย่าง

ตู้เซียวเซียวทนดูต่อไปไม่ไหวดึงประตูแล้วถลาออกไป

“เดี๋ยว!”

“ฉันไม่แต่ง ฉันจะถอนหมั้น!”

จังหวะนั้นเอง แขกเหรื่อทุกคนในห้องโถงต่างหันขวับมามองเป็นตาเดียวกัน

เมื่อลี่จื่อคั่วเห็นดังนั้น สีหน้าของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป ทว่าสิ่งที่เผยออกมากลับเป็นความหงุดหงิด

“เซียวเซียว นี่ไม่ใช่เวลาที่คุณจะมาสร้างปัญหานะ”

ตู้เซียวเซียวหัวเราะเยาะออกมา

“สร้างปัญหางั้นเหรอ ลี่จื่อคั่ว คุณสำคัญตัวผิดไปหน่อยแล้วมั้ง ผู้ชายเลว ๆ ที่มีชู้ตั้งแต่ก่อนแต่งงาน แถมยังมั่วไม่เลือกหน้าอย่างคุณ มีค่าพอให้ฉันต้องสร้างปัญหาเรียกร้องความสนใจด้วยเหรอ?”

“ฉันบอกว่าไม่แต่งก็คือไม่แต่ง!”

สิ้นคำประกาศก้องของเธอ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ในห้องจัดเลี้ยงก็ดังฮือขึ้นมาทันที

“อะไรนะ มีชู้ก่อนแต่งงั้นเหรอ?”

“ลับหลังมั่วขนาดนี้เลยเหรอ?”

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย?”

ท่ามกลางเสียงซุบซิบของแขกเหรื่อ สีหน้าของลี่จื่อคั่วก็ยิ่งดูไม่สบอารมณ์ขึ้นทุกที

ตู้เซียวเซียวเป็นบ้าไปแล้วหรือไง

ถ้าเถียงกันเป็นการส่วนตัวก็ว่าไปอย่าง แต่กลับมาพูดจาแบบนี้ในสถานที่แบบนี้ ไม่กลัวเขาเอาจริง แล้วถอนหมั้นกับเธอขึ้นมาจริง ๆ หรือไง

“ตู้เซียวเซียว!”

เขาหมดความอดทนจนขัดเธอขึ้นมา “พูดดี ๆ ไม่ชอบใช่ไหม!”

พ่อตู้ที่อยู่ด้านข้างตีหน้าขรึมเดินตรงเข้ามาตำหนิเธอทันทีว่า

“เซียวเซียว นิสัยเสีย ๆ ของเธอนี่ควรจะเพลา ๆ ลงบ้างนะ อย่าเอะอะก็หาเรื่องทะเลาะกับจื่อคั่วตลอดสิ ไม่มีใครเขาทนเธอได้ตลอดไปหรอก”

เยว่กุ้ยเซียงพูดจาเหน็บแนมผสมโรงขึ้นมาว่า

“นั่นสิ ก่อนหน้านี้เธอยังเอาสัญญาหมั้นที่ปู่ของเธอหมั้นไว้มาอ้าง ดึงดันจะแต่งงานกับจื่อคั่วให้ได้อยู่เลยไม่ใช่หรือไง ทีนี้พอได้สมใจอยากแล้ว ทำไมถึงยังไม่พอใจอีก? ”

ตู้เซียวเซียวแอบหัวเราะเยาะอยู่ในใจ

ชาติก่อน ไม่ใช่แค่คนตระกูลตู้ แต่ทุกคนในสังคมชนชั้นสูงทั่วทั้งเมืองหรงต่างรู้กันดีว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลตู้อย่างตู้เซียวเซียวหลงรักลี่จื่อคั่วอย่างหัวปักหัวปำ

ถึงขนาดยึดเอาสัญญาหมั้นหมายที่คนรุ่นก่อนแค่พูดเปรย ๆ ไว้มาบีบบังคับให้เขาแต่งงานด้วย

เธอหันหน้าหนี ทว่าสายตากลับไปสะดุดกับชายร่างสูงใหญ่ของผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ไกลเข้าพอดี ลี่โม่เป่ย คุณอาเล็กของลี่จื่อคั่ว ผู้กุมบังเหียนตระกูลลี่

การข้ามผ่านความตายและความมืดมิดมาได้ ทำให้หัวใจของเธอกำลังเต้นระส่ำอย่างบ้าคลั่ง

ชาติที่แล้วหลังจากแต่งงานกัน ลี่จื่อคั่วได้ใช้ให้เธอส่งยาบำรุงไปให้ลี่โม่เป่ยทุกวัน โดยแอบวางยาพิษลงไป เขายืมมือเธอในการทำให้ร่างกายของลี่โม่เป่ยอ่อนแอลงเรื่อย ๆ เพื่อฉวยโอกาสฮุบกิจการครอบครัวที่ลี่โม่เป่ยอุตส่าห์สร้างมากับมือ

ท้ายที่สุด หมอนั่นยังสร้างเรื่องโกหกว่าเธอถูกลักพาตัว เพื่อหลอกล่อลี่โม่เป่ยให้ไปที่โกดังร้างแถบชานเมือง ก่อนจะตัดเส้นเอ็นที่มือและเท้าของอีกฝ่าย แล้วก็ปล่อยให้เขาทรมานจนตาย

ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมตอนนั้นเขาถึงเลือกที่จะไปช่วยเธอ แต่ท้ายที่สุดแล้ว เธอก็เป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาต้องตาย

ส่วนตัวเธอเอง พอหมดประโยชน์ก็ถูกลี่จื่อคั่วผลักตกบันได ก่อนจะโดนท่อนไม้ปลายแหลมแทงทะลุหน้าท้องจนตายคาที่อย่างน่าอนาถ

ภาพความทรงจำในชาติก่อนยังคงแจ่มชัดราวกับจารึกด้วยเลือดและน้ำตา

ในเมื่อสวรรค์ประทานโอกาสให้เธอได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง เธอก็จะไม่มีวันเดินซ้ำรอยประวัติศาสตร์เดิมเด็ดขาด!

วินาทีต่อมา เธอก็เดินตรงไปหยุดอยู่ตรงหน้าลี่โม่เป่ย

ร่างกายอันสูงสง่าของลี่โม่เป่ยที่สูงถึงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร แผ่รังสีดุดันตามธรรมชาติที่ทรงพลังจนน่าหวาดหวั่นออกมา

ตู้เซียวเซียวสบกับแววตาสุดแสนจะอันตรายของเขา เธอกำหมัดแน่นและพูดด้วยน้ำเสียงสงบว่า

“อาเล็กก็โสดไม่ใช่เหรอคะ ฉันจะแต่งงานกับอาเล็กค่ะ!”

ทันใดนั้น บรรยากาศในห้องจัดเลี้ยงก็พลันเงียบกริบราวกับป่าช้า

คำพูดที่น่าตกใจในประโยคข้างต้นทำเอาทุกคนถึงกับอึ้งไปเลย

ตอน 2

พ่อตู้ที่ได้สติกลับมาเป็นคนแรก โกรธจนเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาในทันที

“นังลูกไม่รักดี แกพูดบ้าอะไรออกมาห้ะ คุณลี่เป็นอาของจื่อคั่ว ลำดับศักดิ์ระหว่างพวกแกคืออากับหลานนะ แกเป็นบ้าไปแล้วหรือไง!!”

เยว่กุ้ยเซียงกลัวว่าจะทำให้ลี่โม่เป่ยโกรธ แล้วยึดสินสอดคืน จึงรีบลุกขึ้นมาดึงเธอออกไปทันที

“เด็กคนนี้นี่เลอะเลือนไปใหญ่แล้ว นึกจะพูดอะไรก็พูด ไปสงบสติอารมณ์ในห้องรับรองเดี๋ยวนี้”

เธอเป็นคนที่แรงเยอะมาก พอเข้าถึงตัวได้ก็พยายามจะกระชากแขนของตู้เซียวเซียวอย่างสุดกำลัง

ตู้เซียวเซียวไม่สามารถดิ้นหลุดได้

ถ้าวันนี้เปลี่ยนแปลงการแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้

ด้วยนิสัยของพ่อตู้ เขาจะต้องหาเจ้าหน้าที่มาจัดการจดทะเบียนสมรสให้เธอกับลี่จื่อคั่วภายในคืนนี้อย่างแน่นอน

ดีไม่ดีอาจถึงขั้นจับเธอมัดมือชกส่งขึ้นเตียงของลี่จื่อคั่วเพื่อรวบหัวรวบหางเลยก็ได้ จะได้เป็นหลักประกันว่าความร่วมมือระหว่างตระกูลลี่และตระกูลตู้จะมั่นคงสืบไป

ในชาติก่อน เธอต้องจำยอมแต่งงานกับลี่จื่อคั่วทั้งแบบนี้

เวลานี้การร่วมมือกับลี่โม่เป่ยคือทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเธอแล้ว

เมื่อเห็นว่ากำลังจะถูกลากออกไป เธอก็ร้อนรนจนขอบตาแดงก่ำ ขณะเดียวกันก็คิดหาทางว่าจะเอาตัวรอดยังไง

จู่ ๆ ลี่โม่เป่ยที่ตีหน้าขรึม และเงียบมาตลอดก็พูดขึ้นมาว่า

“คุณต้องคิดให้ดีนะ”

ไม่มีคำตำหนิ ไม่มีการสะบัดหน้าเดินหนีไป

หากแต่เป็นการไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้วจึงเอ่ยถามออกมาอย่างจริงจัง

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ทุกคนต้องตกตะลึงอีกครั้ง

ดวงตาของตู้เซียวเซียวเป็นประกายขึ้นมาทันที เธอเดิมพันถูกแล้ว

เธอรีบผละออกมาจากเยว่กุ้ยเซียงที่กำลังตกใจจนทำอะไรไม่ถูก แล้วก็เดินเข้าไปยืนข้างลี่โม่เป่ยด้วยความกล้าหาญ

เรือนร่างบอบบางนุ่มนิ่มแทบจะแนบชิดไปกับท่อนแขนของเขาอยู่แล้ว

ใบหน้าน้อย ๆ ที่เงยขึ้นมาดูขาวอมชมพู งดงามราวกับตุ๊กตา แม้ดวงตาจะบวมช้ำเล็กน้อยจากการร้องไห้ แต่ก็ยังคงทอประกายสุกสกาวดุจดวงดาว

“ฉันคิดดีแล้ว ไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบแน่นอนค่ะ”

ลี่โม่เป่ยไม่เชื่ออย่างเห็นได้ชัด เขาขมวดคิ้วเข้มพลางจ้องมองเธอเขม็ง แล้วก็เอ่ยถามว่า

“ทำไมล่ะ?”

ตู้เซียวเซียวรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนที่จะหลอกได้ง่าย ๆ

การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของเธอจะต้องทำให้เขาเกิดความระแวงสงสัยอย่างแน่นอน

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ประกาศก้องว่า “ลี่จื่อคั่วเห็นว่าฉันกำพร้าแม่แต่เด็ก ไม่มีใครคอยหนุนหลัง ก็เลยมารังแกกันด้วยการมีชู้ก่อนแต่ง ในเมื่อเป็นอย่างนี้ ฉันขอเป็นอาสะใภ้ของเขาดีกว่า เอาให้เขาโมโหจนอกแตกตายไปเลย อีกอย่างฉันทั้งยังสาว สุขภาพแข็งแรง หน้าตาก็สะสวย ถึงแต่งกับอาเล็กไป อาเล็กก็ไม่เสียเปรียบหรอกค่ะ!”

ดื้อรั้นเอาแต่ใจเสมอต้นเสมอปลายจริง ๆ

พ่อตู้โกรธจนตัวสั่นไปหมด

“นังลูกเวร แกทำตระกูลตู้ขายขี้หน้าจนไม่มีชิ้นดีแล้ว”

แต่ใครจะไปคิดว่าลี่โม่เป่ยจะเว้นช่วงไปชั่วขณะ แล้วจู่ ๆ ก็ย้อนถามพ่อตู้ด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

“การแต่งงานกับผมมันทำให้ตระกูลตู้ขายหน้ามากเลยเหรอ?”

ประโยคดังกล่าวเล่นเอาพ่อตู้ถึงกับจุกจนแทบกระอักเลือดเลยทีเดียว

เขารีบละล่ำละลักขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ว่า “ไม่ ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ เพียงแต่ว่า…...”

ทว่าวินาทีต่อมา ลี่โม่เป่ยกลับไม่ได้สนใจพ่อตู้อีก เขาสาวเท้าเดินตรงไปข้างหน้า เรือนร่างสูงสง่าภายใต้ชุดสูทสีดำสั่งตัดพิเศษขับเน้นบุคลิกที่ดูสุขุมนุ่มลึกและสูงส่งเหนือใคร เขาประกาศก้องกลางห้องโถงว่า

“วันนี้ขออนุญาตเปลี่ยนงานนี้เป็นงานหมั้นระหว่างผมกับเซียวเซียวแทนนะครับ แขกทุกท่านที่มาร่วมงานในวันนี้จะได้รับสิทธิพิเศษในการร่วมทำธุรกิจกับตระกูลลี่ก่อน อีกสักครู่สามารถติดต่อผู้ช่วยของผมได้เลยครับ”

หลังจากสิ้นเสียงประกาศ ทั่วทั้งห้องจัดเลี้ยงก็ตกอยู่ท่ามกลางความฮือฮาขึ้นมาทันที

นี่....นี่ไม่ใช่แค่การออกหน้าหนุนหลังตู้เซียวเซียว หรือยอมรับสถานะของเธออย่างเป็นทางการเท่านั้น แต่มันยังเป็นคำเตือนกลาย ๆ ด้วยว่าห้ามให้ใครเอาเรื่องนี้ไปปากโป้งข้างนอกเป็นอันขาด!

ยังไงซะโอกาสที่จะได้ร่วมธุรกิจกับตระกูลลี่ ต่อให้จะต้องตบตีแย่งชิงกันจนหัวร้างข้างแตกก็ใช่ว่าจะคว้ามาได้ง่าย ๆ ซะเมื่อไหร่

แต่ว่าไอ้ฉากพลิกล็อกที่เปลี่ยนตัวจากว่าที่หลานสะใภ้กลายมาเป็นภรรยาของคุณอาแบบปุบปับเนี่ย มันก็น่าระทึกใจจริง ๆ นั่นแหละนะ!

เมื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาของตู้เซียวเซียวก็เป็นประกายขึ้นมาทันที เขายอมรับข้อเสนอของเธอแล้วสินะ!

เธอรีบรุดเข้าไปควงแขนของเขาไว้ทันที จากนั้นก็ยืนเชิดหน้าเคียงข้างเขาด้วยความภาคภูมิใจ

เมื่อเห็นสถานการณ์พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือในชั่วพริบตา ลี่จื่อคั่วก็ถึงกับยืนงงทำอะไรไม่ถูก กว่าจะตั้งสติได้ก็ผ่านไปครู่ใหญ่ทีเดียว

เขามองมือของตู้เซียวเซียวที่กอดเกี่ยวท่อนแขนของลี่โม่เป่ยไว้แน่นอย่างไม่อยากจะเชื่อ ก่อนจะตวาดด้วยเสียงที่ดุดันว่า

“ตู้เซียวเซียว คุณอย่ามาลามปามให้มันมากนัก นี่อาเล็กของผมนะ!”

ตอน 3

ทว่าวินาทีถัดมา ตู้เซียวเซียวกลับไม่ได้ถูกสลัดออกอย่างที่เขาคาดการณ์ไว้

ทว่าฝ่ายชายกลับปรายตามองเธอด้วยสายตาเอ็นดูซะอย่างนั้น ช้อนตาขึ้น น้ำเสียงคมกริบ

“ไม่ได้ยินหรือไง วันนี้คืองานหมั้นของฉันกับเซียวเซียว ต่อไปเธอคืออาสะใภ้เล็กของนาย เรียกอาสะใภ้สิ”

ลี่จื่อคั่วเบิกตากว้างด้วยความอึ้ง

อยู่ ๆ เขาก็นึกถึงรูปถ่ายใบหนึ่งที่เคยเห็นในกระเป๋าสตางค์ของลี่โม่เป่ยขึ้นมาได้ พอย้อนกลับมามองคนทั้งสองที่ยืนเคียงคู่กันอยู่ตรงหน้า ความโกรธเกรี้ยวชนิดที่ยากจะอธิบายได้ก็พลันปะทุขึ้นในใจทันที

หรือว่าหรือว่าสองคนนี้จะแอบมีอะไรกันมาตั้งแต่แรกแล้ว!

เป็นไปไม่ได้!

ใครไม่รู้บ้างว่าลี่โม่เป่ยถูกวินิจฉัยร่างกาย ว่าไม่แม้แต่จะมีลูกได้ ชาตินี้ไม่คิดจะแต่งงาน แล้วก็ยิ่งไม่คิดจะเข้าใกล้ผู้หญิงด้วย

“ตู้เซียวเซียว คุณใช้วิธีสกปรกอะไรไปอ่อยอาเล็กของผมกัน ทำไมคุณถึงได้ทำตัวร่าน……”

“พลั่ก!”

ทว่าเขายังไม่ทันจะพูดจบประโยค เขาก็ถูกลี่โม่เป่ยเตะเข้าที่ข้อพับเข่าแบบเต็มแรง

“พูดจาหยาบคาย ไม่เคารพผู้หลักผู้ใหญ่ คุกเข่าขอโทษซะ”

ลี่จื่อคั่วร้องเสียงหลงออกมาด้วยความเจ็บปวด เขารู้สึกเหมือนกับว่ากระดูกหัวเข่าแหลกละเอียดไปแล้ว มันเจ็บจนใบหน้าของเขาซีดขาวราวกับกระดาษ

เขาไม่อาจยอมรับความจริงข้อนี้ได้

ทว่าความเจ็บปวดกลับช่วยเรียกสติสัมปชัญญะของเขาให้กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว

เขาข่มความโกรธเอาไว้ ดวงตาแดงก่ำราวกับชอกช้ำระกำใจ

“เซียวเซียว ผมรู้ว่าคุณกำลังโกรธผมอยู่ แต่เรื่องแต่งงานไม่ใช่เรื่องเล่นขายของนะ คุณอย่าตัดสินใจทำอะไรแล้วมานั่งเสียใจไปตลอดชีวิต เพียงเพราะอยากจะประชดผมเลยจะดีกว่า พวกเราเป็นคู่รักในวัยเด็กที่โตมาด้วยกัน ผมรู้จักคุณดีที่สุด คุณลองคิดดูให้ดีแล้วค่อยตัดสินใจใหม่ดีไหม?”

เขาค่อย ๆ ยื่นมือออกไปช้า ๆ

ราวกับนำตัวเองมาวางถวายอยู่ตรงหน้าตู้เซียวเซียวอีกครั้ง ขอเพียงยื่นมือมาคว้าไว้ เธอก็จะได้ครอบครองเขาดั่งใจหวัง

หากเป็นเมื่อก่อน ถ้าบีบจนลี่จื่อคั่วสารภาพรักได้อย่างจริงใจแบบนี้ ตู้เซียวเซียวคงจะซาบซึ้งจนน้ำตาไหลพรากไปแล้ว

ทว่าภาพเหตุการณ์ในชาติก่อนกลับเปรียบเสมือนคมมีดที่กำลังกรีดแทงหัวใจของเธอทีละฉาก

เธอจะไม่ยอมกลับไปเป็นคนโง่อีก

เมื่อรับรู้ได้ถึงร่างกายที่เกร็งเขม็งของชายข้างกาย ตู้เซียวเซียวก็ซุกไซ้เข้าไปในอ้อมกอดของเขาอย่างออดอ้อน

“ลี่โม่เป่ย หลานชายคนโตของเรานี่ตลกจริง ๆ เลยนะคะ แค่โตมาด้วยกันก็คิดว่าเป็นคู่รักในวัยเด็กแล้วเหรอ? ถ้างั้นฉันกับคุณก็ถือเป็นคู่รักในวัยเด็กเหมือนกันสิ สมัยเด็กตอนที่ฉันหกล้มจนได้แผลถลอก คุณเป็นคนอุ้มฉันกลับบ้าน ถ้าลองนับดูแล้ว คุณเป็นผู้ชายคนแรกที่อุ้มฉันเลยนะ คุณต้องรับผิดชอบฉันด้วยนะคะ”

ร่างกายของลี่โม่เป่ยค่อย ๆ ผ่อนคลายลง เขายกมือใหญ่ ๆ ขึ้นมาโอบรอบเอวของเธอเอาไว้อย่างฉับพลัน

“คุณยังจำได้ด้วยเหรอ?”

“จำได้สิคะ”

ตู้เซียวเซียวเชิดใบหน้าเล็ก ๆ ขึ้นอย่างทะนงตน เพื่อส่งยิ้มที่งดงามเจิดจรัสราวกับดอกท้อที่กำลังเบ่งบานให้กับเขา ก่อนจะหันไปปรายตามองลี่จื่อคั่วที่กำลังคุกเข่าชันเข่าอยู่บนพื้นด้วยแววตาดูถูกเหยียดหยาม

“เมื่อกี้นี้ที่คุณบอกให้ฉันกลับไปคิดดี ๆ ฉันลองคิดอย่างละเอียดแล้วนะ สามีของฉันทั้งรวย ทั้งหล่อ แถมยังรู้จักถนอมน้ำใจคนอีก คุณมีตรงไหนไปเทียบกับเขาได้บ้างไม่ทราบ...…”

ยิ่งเธอพูดเท่าไหร่ สีหน้าของลี่จื่อคั่วก็ยิ่งบิดเบี้ยวมากขึ้นเท่านั้น

ลี่โม่เป่ยหน้าชาไปชั่วขณะ ก่อนจะกวาดสายตามองลี่จื่อคั่วด้วยแววตาเย็นเยียบ

“นี่จะเป็นครั้งสุดท้าย ถ้ายังมีคราวหน้าอีก นายไสหัวออกจากตระกูลลี่ไปได้เลย”

หลังพูดจบ เขาก็โอบตู้เซียวเซียวที่กำลังงุนงงเดินออกไปข้างนอก

ทิ้งลี่จื่อคั่วและฝูงชนยืนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงไว้ด้านหลังทั้งอย่างนั้น

ลี่จื่อคั่วทำได้เพียงจ้องเขม็งแผ่นหลังของทั้งสองคนที่ค่อย ๆ ไกลห่างออกไปด้วยสายตาเคียดแค้น

เป็นไปไม่ได้ อีกอย่างต่อให้ตู้เซียวเซียวได้แต่งงานกับลี่โม่เป่ยแล้วยังไง ในเมื่อลี่โม่เป่ยเป็นหมันมีลูกไม่ได้ สุดท้ายแล้วเมื่อถึงเวลา สมบัติและกิจการทั้งหมดของตระกูลก็ต้องตกเป็นของเขาอยู่ดี!

……

เมื่อออกจากห้องจัดเลี้ยงมายังห้องรับรอง กระทั่งประตูปิดลง ฝ่ามือใหญ่ ๆ ของชายหนุ่มยังคงโอบกระชับเอวบางของตู้เซียวเซียวเอาไว้แน่น ขณะที่นั่งลงก็ดึงให้อีกฝ่ายนั่งลงบนตัก โดยไม่คิดจะปล่อยมือเพื่อให้เธอลุกออกไปเลยแม้แต่น้อย

น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงไปด้วยความเย้ายวนชวนให้ใจสั่น

“ในเมื่อคุณบรรลุเป้าหมายแล้ว อีกเดี๋ยวจะไปกับผม หรือจะกลับบ้านตระกูลตู้?”

ตู้เซียวเซียวที่เพิ่งจะได้สติถึงกับหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที

เมื่อนึกย้อนไปถึงสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อของผู้คนในงานเมื่อกี้นี้แล้ว เธอจึงแกล้งเอียงคอเล็กน้อย แล้วก็จ้องไปที่ลี่โม่เป่ยด้วยแววตาเจ้าเล่ห์แกมหยอกเย้า ราวกับจิ้งจอกน้อยแสนซนตัวหนึ่ง

“คุณกลัวว่าพอกลับไปแล้วพวกเขาจะรังแกฉันเหรอคะ?”

เมื่อโดนเธออ่านใจออก ใบหูของชายหนุ่มก็แดงระเรื่อขึ้นมาทันที

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167QNQ” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167QNQ
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

คุณครับ...ผิดคิว
คุณครับ...ผิดคิว
เมื่อ คีย์ โปรดิวเซอร์หนุ่มที่ก้าวสู่การเป็นดาวเด่นเบื้องหน้า ได้กลับมาพบกับ เนย์ น้องชายคนสนิทในวัยเด็กที่ทำหน้าที่สเตจเมเนเจอร์หลังเวที ความใกล้ชิดในกองถ่ายแปรเปลี่ยนเป็นความรักลึกซึ้ง ทว่าสถานะที่ต่างกันราวฟ้ากับเหวระหว่างศิลปินในแสงไฟกับคนเบื้องหลังในเงามืด กลายเป็นอุปสรรคชิ้นโตที่พวกเขาต้องฝ่าฟัน
8.6
34 ตอน
สาวน้อยหวามรัก
สาวน้อยหวามรัก
เมื่อสาวน้อยข้างบ้านสุดแสบพกความสดใสมาป่วนหัวใจ ชายหนุ่มผู้มีกำแพงในใจสูงลิ่วจึงต้องหวั่นไหวอย่างราบคาบ ในนิยายรักฟีลกู้ดที่จะทำให้คุณยิ้มตามไปกับความน่ารักแสนซนที่ยากจะต้านทาน อ่านนิยายสนุกๆ เรื่องนี้แล้วคุณจะตกหลุมรักเสน่ห์ของสาวข้างบ้านจนถอนตัวไม่ขึ้นแน่นอน
8.9
51 ตอน
ราคีบำเรอ
ราคีบำเรอ
เมื่อรักแรกหวนคืนในฐานะเจ้าหนี้ผู้คลั่งแค้น อุษาต้องเผชิญหน้ากับเตชิน ชายหนุ่มผู้กลับมาทวงทุกสิ่งพร้อมตีตราว่าเขาคือสามีคนแรกของเธอ ท่ามกลางไฟแค้นและบทลงโทษอันแสนป่าเถื่อนในนิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเร่าร้อนนี้ เธอจะรักษาศักดิ์ศรีและหัวใจที่บอบช้ำจากความรักอันตรายครั้งนี้ไว้ได้อย่างไร
9.5
82 ตอน
คลื่นรักอสูร
คลื่นรักอสูร
เมื่อ ‘นีนนารา’ ก้าวขึ้นเรือผิดลำ ชีวิตเธอกลับพลิกผันสู่ฝันร้ายเมื่อต้องเผชิญหน้ากับ ‘บารเมษฐ์’ มาเฟียหนุ่มผู้เย็นชาที่ตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้ค่า แม้จะพยายามอธิบายความจริง แต่เขากลับมองเป็นมารยาและลงทัณฑ์เธออย่างโหดร้ายกลางทะเลลึก นิยายรักดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่ชวนให้ลุ้นทุกนาที
9.7
71 ตอน
คลั่งรักเมียแต่ง
คลั่งรักเมียแต่ง
เมื่อ รัตติกาล สาวแซ่บตัดสินใจแต่งงานประชดรักกับ ภูวดล เจ้าของสวนองุ่นสุดเข้มวัย 32 ปีตามคำสั่งผู้ใหญ่ ชีวิตคู่ในไร่อันเงียบสงบจึงเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางความดุดันของสามีและความน้อยใจของภรรยา นิยายรักฟีลกู๊ดเรื่องนี้จะพาคุณไปฟินกับความคลั่งรักที่ไม่มีวันนอกใจ อ่านนิยายสนุกๆ ได้แล้ววันนี้
8.0
47 ตอน
ลิขิตเสน่หามนตรารัตติกาล
ลิขิตเสน่หามนตรารัตติกาล
เมื่อโชคชะตานำพา 'รุ้งราตรี' ให้ตกอยู่ใต้เงื้อมมือของ 'แดเนียล' แวมไพร์หนุ่มผู้เย็นชา สัมผัสแรกอันเร่าร้อนกลับปลุกความปรารถนาที่ยากจะต้านทาน แม้เธอจะพยายามหนีจากรักอันตรายครั้งนี้ แต่ความลับและพันธนาการบางอย่างกลับบีบบังคับให้เธอต้องหวนคืนสู่คฤหาสน์ของเขาเพื่อเผชิญหน้ากับความเสน่หาชวนฝัน
8.8
49 ตอน