ตอน 2

จดหมายฉบับหนึ่งที่ถูกส่งมาจากสกุลเซี่ย ตระกูลแม่ทัพแห่งเมืองหนานจง ทำให้ท่านผู้เฒ่าสกุลจ้าว จ้าวหยวนจงถึงกับกุมขมับ ไม่รู้ว่าเขาหลงลืมเรื่องนี้ไปได้อย่างไร เรื่องที่เขาเคยทำสัญญาใจกับท่านผู้เฒ่าสกุลเซี่ยเอาไว้ ว่าภายภาคหน้าจะยกหลานสาวของตน ให้ออกเรือนไปกับหลานชายของอีกฝ่าย เพื่อเป็นการตอบแทนที่ครั้งหนึ่งในอดีต ท่านผู้เฒ่าสกุลเซี่ย เคยช่วยชีวิตเขาเอาไว้

“ฟงฉี...เจ้าไปตามนายท่านใหญ่มาพบข้าที่ห้องตำรา” บ่าวรับใช้คนสนิทรับคำสั่งแล้วจึงออกจากเรือนฟงเฟยไป

จ้าวหยวนจงแต่งงานกับซิ่วเหมยฉี ตระกูลรุ่งโรจน์ ร่ำรวยมาจากการค้าขายตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ นับเป็นตระกูลคหบดีอันดับต้นๆ ของเมืองหนานจาง สองสามีภรรยามีบุตรชายสืบสกุลอยู่สองคน คนโตคือจ้าวหวังเหล่ย ปีนี้มีอายุได้สามสิบหกปี และคนที่สองคือจ้าวหวังหย่ง อายุสามสิบสี่ปี จ้าวหวังเหล่ยแต่งงานกับหวงฟางหรง บุตรสาวของพ่อค้าสกุลหวง บุตรชายคนโตและสะใภ้ใหญ่มีทายาทสืบสกุลด้วยกันทั้งหมดสามคน

คนโตเป็นบุตรีมีนามว่า จ้าวฟางหรู คุณหนูใหญ่ผู้มีรูปโฉมงดงาม และกิริยามารยาทเพียบพร้อม มีความสามารถด้านการเขียนอักษร เล่นหมากล้อม ท่องบทกวี และการเล่นดนตรี ปีนี้แม้จะเข้าสู่วัยสิบแปดปีแล้ว แต่ทว่านางกลับไม่ยอมที่จะออกเรือนไปกับผู้ใดเสียที แม้ว่าจะมีบุรุษมากมายที่มาหมายปองโฉมสะคราญเช่นนางก็ตาม

คนที่สองเป็นบุตรชาย มีนามว่าจ้าวฟางฉี คุณชายหนุ่มที่มีอายุน้อยกว่าพี่สาวไปเพียงหนึ่งปี เขานับว่าเป็นเด็กหนุ่มที่มีอนาคตไกล เพราะเขาชื่นชอบด้านการศึกษาตำรา และเป็นลูกหลานคนแรกของตระกูลจ้าว ที่เลือกเดินเข้าสู่เส้นทางแห่งการเป็นขุนนาง จ้าวฟางฉีใช้ความสามารถสอบผ่านเค่อจวี่ ในระดับจวี่เหรินได้ตั้งแต่วัยสิบหก สร้างชื่อเสียงให้ตระกูลจ้าวเลื่องลือไปไกล

และคนที่สามเป็นบุตรี มีนามว่า จ้าวฟางเซียน แม้เด็กหญิงจะอยู่ในวัยเพียงสิบสี่ปี แต่ทว่านางกลับมีความรู้และความสามารถในด้านการบัญชี คอยช่วยบิดาและมารดา จัดการดูแลบัญชีร้านค้าของสกุลจ้าวได้เป็นอย่างดี อีกไม่กี่เดือนจ้าวฟางเซียนก็จะเข้าพิธีปักปิ่นแล้ว แน่นอนว่าย่อมมีหลายสกุลที่หมายตานางเอาไว้ ให้บุตรชายหรือหลานชายของตน แต่ทว่าทั้งจ้าวหวังเหล่ยและหวงฟางหรง ต่างก็คิดว่านางยังเด็กนัก จึงไม่เคยหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดคุยกัน

ภายในเรือนขนาดกลาง ซึ่งเป็นที่พำนักของนายท่านใหญ่จ้าวหวังเหล่ย ยามนี้ทุกคนในครอบครัวกำลังนั่งกินมื้อเช้าร่วมกันอยู่พร้อมหน้า บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นปรองดอง จ้าวหวังเหล่ยมีภรรยาเพียงหนึ่งเดียว ทำให้ไร้ปัญหาเรื่องเรือนหลัง นับตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษมา ตระกูลจ้าวยึดมั่นธรรมเนียมมีภรรยาเดียวมาตลอด ทำให้สตรีที่แต่งเข้ามาเป็นสะใภ้นั้น ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยไปกับการแย่งชิงความโปรดปรานในเรือนหลัง หวงฟางหรง ฮูหยินใหญ่ของจวนตระกูลจ้าว จึงใช้ชีวิตอยู่ในจวนนี้อย่างสงบสุข เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่บุตรีและบุตรชาย

“นายท่านใหญ่ขอรับ นายท่านผู้เฒ่าให้ข้าน้อยมาเชิญท่านไปพบที่เรือนฟงเฟยขอรับ”

ฟงฉีรายงานออกมา จ้าวฟางเซียนเหลือบมองบ่าวรับใช้คนสนิทของท่านปู่เพียงแวบเดียว ก่อนที่นางจะลงมือกินอาหารตรงหน้าต่อไป แม้ภายในใจจะรู้สึกตื่นเต้นยินดีก็ตาม

“ท่านพ่อมีเรื่องอันใดอยากจะพูดคุยกับข้าเช่นนั้นรึ แล้วได้เรียกเจ้ารองไปด้วยหรือไม่” จ้าวหวังเหล่ยเอ่ยถามบ่าวรับใช้คนสนิทของบิดา เป็นคำถามที่จ้าวฟางเซียนเคยได้ยินมาแล้วหนหนึ่ง นางยกมุมปากขึ้นเพียงเล็กน้อย

“บ่าวเองก็มิทราบขอรับ แต่นายท่านผู้เฒ่าให้บ่าวมาตามนายท่านใหญ่ไปพบเพียงผู้เดียว” ฟงฉีตอบตามตรง จ้าวหวังเหล่ยจึงพยักหน้าให้

“เจ้ากลับไปแจ้งท่านพ่อให้ข้าที ว่าข้าขอกินมื้อเช้ากับฮูหยินและคุณหนูคุณชายเสร็จก่อน แล้วข้าจะไปพบเขา” ฟงฉีรับคำสั่งแล้วจึงคำนับลา ก่อนที่จะเดินออกจากเรือนฟางเฟยไป

จ้าวหวังเหล่ยกินอาหารตรงหน้าอย่างเร่งรีบขึ้น เพราะไม่รู้ว่าบิดามีเรื่องสำคัญอันใด ถึงได้เรียกหาเขาเพียงผู้เดียว และเรียกหาตั้งแต่เช้าเช่นนี้ จ้าวหวังเหล่ยกินอาหารตรงหน้าไปอีกไม่กี่คำก็วางตะเกียบลงบนชาม ก่อนที่จะบอกภรรยาและลูกๆ ให้กินกันต่อตามสบาย จากนั้นเขาจึงดื่มน้ำพลางลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วรีบเดินออกจากเรือนฟางเฟย มุ่งหน้าสู่เรือนฟงเฟยอย่างไม่รีรอ

หวงฟางหรงรู้สึกใจคอไม่ดี ที่จู่ๆ พ่อสามีก็เรียกเขาให้ออกไปพบในยามนี้ ไม่รู้ว่ามีเรื่องรีบร้อนอันใด เขาเพิ่งจะกินข้าวไปเพียงไม่กี่คำเท่านั้น นางมองตามแผ่นหลังของสามีไปด้วยแววตากังวล ทว่าเสียงของบุตรชายช่วยดึงสายตาของนางให้กลับมามอง ใบหน้าหล่อเหลาที่เหมือนกับบิดาของเขาไม่มีผิดเพี้ยน

“ท่านปู่คงจะเรียกท่านพ่อไปคุยเรื่องจดหมายที่มาจากตระกูลเซี่ยนั่นแหละขอรับ ท่านแม่อย่าได้เป็นกังวลไปเลย”

จ้าวฟางฉีที่สังเกตท่าทีของมารดากล่าวออกมา ก่อนที่เขาจะคีบหมูตุ๋นใส่ชามให้แก่ผู้เป็นน้องสาวอย่างใส่ใจ จ้าวฟางเซียนส่งยิ้มให้พี่ชายรอง เพื่อเป็นการขอบน้ำใจเขา

“นั่นน่ะสิเจ้าคะท่านแม่ ท่านอย่าเพิ่งคิดมากไปเลย ประเดี๋ยวจะกินข้าวไม่ลงเอาได้ ว่าแต่ฉีเอ๋อร์….เจ้ารู้ได้เช่นไร ว่าที่ท่านปู่เรียกหาท่านพ่อ เป็นเพราะเรื่องจดหมายที่มาจากตระกูลเซี่ยน่ะ”

จ้าวฟางหรูเห็นด้วยกับน้องชาย ก่อนที่นางจะเอ่ยถามเขาออกมา จ้าวฟางเซียนยกยิ้มเพียงเล็กน้อย เพราะทุกถ้อยคำที่มารดา พี่ชายรองและพี่หญิงใหญ่พูดคุยกันออกมาในยามนี้นั้น ล้วนแล้วแต่เป็นถ้อยคำที่นางเคยได้ยินได้ฟังมาแล้วหนหนึ่ง

“ก็ข้าเป็นคนรับจดหมายนั้นเองกับมือ ครั้นข้านำจดหมายนั้นไปให้ท่านปู่ ไม่นานนักท่านปู่ก็ให้ฟงฉีมาตามท่านพ่อไปพบ แล้วจะเป็นเพราะเรื่องใดไปได้อีก” จ้าวฟางฉีตอบพี่สาว แล้วจึงหันไปคีบเนื้อปลาให้กับจ้าวฟางเซียนอีกครา

“กินให้มากๆ หน่อยเซียนเอ๋อร์…จะสิบห้าอยู่แล้ว ยังดูเหมือนอายุสิบปีอยู่เลย”

เป็นคำพูดเช่นเดิมที่เคยได้ยินมาไม่ผิดเพี้ยน จ้าวฟางเซียนจึงส่งค้อนน้อยๆ ให้พี่ชายอย่างเช่นที่นางเคยกระทำ เรียกรอยยิ้มจากใบหน้าหล่อเหลา ของพี่ชายรองได้เป็นอย่างดี

“ตระกูลเซี่ย...ใช่ตระกูลแม่ทัพแห่งเมืองหนานจงใช่หรือไม่เจ้าคะท่านแม่”

จ้าวฟางหรูเอ่ยถามมารดา นางวางตะเกียบลงบนชาม พลางใช้ผ้าเช็ดปากอย่างเนิบนาบ ทุกท่วงท่าสง่างามสมกับเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่

“อืม...ตระกูลแม่ทัพเซี่ยแห่งเมืองหนานจงนั่นแหละ แต่ไม่นานมานี้แม่ได้ยินมาว่า ตระกูลเซี่ยเพิ่งจะสูญเสียบุตรชายคนรองไป ยามนี้ตระกูลเซี่ยจึงเหลือเพียงคุณชายใหญ่ที่เป็นทายาทสายตรงเพียงผู้เดียว"

“ตระกูลขุนนางฝ่ายบู๊ส่วนมากก็เป็นเช่นนี้ อายุไม่ยืนยาว”

จ้าวฟางหรูไม่ชื่นชอบบุรุษที่มีหน้าที่เสี่ยงชีวิตเพื่อบ้านเมืองเช่นนั้น หากวันใดวันหนึ่งนางต้องเลือกตระกูลที่จะแต่งออกไปจริงๆ ตระกูลแม่ทัพ หรือพวกขุนนางฝ่ายบู๊ย่อมไม่อยู่ในตัวเลือกของนาง

ตอน 3

เรื่องนี้จ้าวฟางเซียนนั้นรู้ดี ว่าพี่หญิงใหญ่ของนางนั้นไม่มีวันยินยอมที่จะออกเรือนไปกับตระกูลเซี่ยเป็นแน่ เช่นเดียวกับชีวิตก่อน ที่จ้าวฟางหรูชิงออกเรือนไปกับบัณฑิตทั่นฮวาของแคว้นเจิ้ง แล้วทิ้งหน้าที่ออกเรือนกับคุณชายใหญ่สกุลเซี่ยให้นางแทน

“แต่ก็เป็นตระกูลที่มีเกียรติ และน่าเคารพนับถือนะเจ้าคะ ตายในสนามรบย่อมมีเกียรติกว่าการตายโดยเปล่าประโยชน์” จ้าวฟางเซียนที่กินอาหารอยู่อย่างเพลิดเพลินก่อนหน้า แสดงความคิดเห็นของตนออกมา

จ้าวฟางหรูที่ได้ยินเช่นนั้นได้แต่นึกขบขันอยู่ภายในใจ น้องสาวของนางนั้นช่างมีความคิดที่ไร้เดียงสา และเป็นเด็กที่มองโลกในแง่ดียิ่งนัก หาได้คาดการณ์ถึงเรื่องราวในภายภาคหน้าไม่ ผู้ใดกันที่อยากจะมีสามีอายุสั้น นางคนหนึ่งล่ะที่ไม่ปรารถนา

“เจ้ายังเป็นเด็กอยู่ จะไปรู้เรื่องอันใด หากวันหน้าเจ้าต้องออกเรือน เจ้าจะเลือกบุรุษที่มีอายุขัยสั้นกว่าเจ้ามาเป็นคู่ครองเช่นนั้นรึ” จ้าวฟางหรูติเตือนน้องสาวออกมา

ทว่าครานี้จ้าวฟางเซียนกลับไม่เก็บเอาคำพูดของพี่สาวมาใส่ใจ เพราะนางเคยใช้ชีวิตเป็นฮูหยินแม่ทัพมาหนหนึ่งแล้ว ทว่าชีวิตก่อนนางนึกเสียดายและเสียใจ ที่ไม่ได้แสดงความรักที่มีต่อสามีออกไป ครั้นมีโอกาสย้อนเวลากลับมา นางก็อยากจะแก้ไขชีวิตคู่ของนางและเขาในอดีต แม้สุดท้ายแล้วเขาจะต้องจากไปก่อน นางอาจจะต้องพบเจอกับความเสียใจอีกหน แต่ทว่านางก็ไม่ต้องรู้สึกผิด และไม่ต้องรู้สึกว่ามีสิ่งใดให้เสียดายอีกแล้ว

“นางยังเด็กที่ใดกัน อีกไม่กี่วันนางก็จะเข้าพิธีปักปิ่นอยู่แล้ว แต่พี่หญิงใหญ่ไม่ต้องเป็นห่วงเซียนเอ๋อร์เลย เพราะเจ้านี่ในหัวมีแต่เรื่องบัญชีกับการค้า สามีของนางในภายภาคหน้าจะต้องมาจากตระกูลคหบดีเป็นแน่”

จ้าวฟางฉีแก้ต่างให้น้องสาว จ้าวฟางเซียนได้แต่ยิ้มแห้งออกมา เพราะสิ่งที่พี่ชายรองมั่นใจนักหนานั้น หาใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นในภายหน้าไม่

“ช่างเถิด!! พวกเจ้าอย่าเพิ่งถกเถียงกันถึงเรื่องนี้เลย ยามนี้ไม่มีผู้ใดที่รู้ว่า ท่านปู่ของพวกเจ้าเรียกท่านพ่อของพวกเจ้าไปพบด้วยเรื่องใด กินอิ่มแล้วก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเสียเถิด”

หวงฟางหรงเอ่ยปรามลูกๆ ทั้งสาม จ้าวฟางหรูที่อิ่มก่อนแล้วจึงลุกขึ้นคำนับลามารดา จากนั้นจึงรีบเดินออกจากเรือนฟางเฟยไป วันนี้นางจะออกไปเที่ยวที่โรงน้ำชาอู๋เหลียง เพราะวันนี้เหล่าบัณฑิตมีแข่งขันต่อบทกวีกันที่นั่น มีหรือสตรีที่ชื่นชอบบทกวีเช่นนางจะพลาด ครั้นคุณหนูใหญ่จากไปแล้ว คุณชายรองจึงลุกขึ้นจากเก้าอี้บ้าง

“เซียนเอ๋อร์… วันนี้พี่จะออกไปเที่ยวชมตลาด เจ้าอยากไปกับพี่หรือไม่” จ้าวฟางเซียนพยักหน้าก่อนที่จะบอกพี่ชายรอง

“เจ้าค่ะ…เพราะถึงเช่นไร วันนี้ข้าก็ต้องเข้าไปตรวจสอบบัญชีที่ร้านจ้าวจางในตลาดอยู่แล้ว” จ้าวฟางฉีพยักหน้าก่อนที่สองพี่น้องจะคำนับลามารดา แล้วพากันออกจากเรือนฟางเฟยไปเช่นเดียวกัน

หวงฟางหรงมองตามบุตรสาวและบุตรชายที่เพิ่งจะเดินออกจากเรือนไปด้วยแววตาเป็นกังวล สำหรับฟางฉีนั้นนางไม่ห่วงอันใดเขามากนักเพราะเป็นบุรุษ แต่กับฟางหรูและฟางเซียนนั้นต่างออกไป นางกำลังกังวลว่าที่ท่านพ่อของสามีเรียกสามีเข้าไปพบ จะเกี่ยวกับบุตรีของนางทั้งสอง

ณ ห้องตำรา ภายในเรืองฟงเฟย

จ้าวหวังเหล่ยกำลังแสดงสีหน้าหนักใจออกมา ครั้นได้รับรู้ว่าเพราะเหตุใดบิดาถึงได้เรียกหาตน จดหมายตรงหน้า เขาอ่านซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายรอบ จับใจความถึงความต้องการของเจ้าของจดหมายได้เป็นอย่างดี ในจดหมายเขียนมาถึงท่านพ่อของเขา แม้ช่วงเริ่มต้นท่านผู้เฒ่าสกุลเซี่ยจะถามไถ่ถึงสุขภาพ และชีวิตความเป็นอยู่ของบิดาเขาตามปกติ แต่ทว่าพออ่านไปเรื่อยๆ จึงได้รู้ว่า จุดประสงค์ที่แท้จริงของการส่งจดหมายฉบับนี้มานั้น หาได้เพียงแค่อยากถามสารทุกข์สุกดิบของบิดาไม่ แต่เป็นการทวงถามถึงสัญญาที่บิดาเคยให้ไว้ในอดีตมากกว่า

การได้เกี่ยวดองกับตระกูลแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ มันก็ดีและนับว่าเป็นเกียรติต่อวงศ์ตระกูลอยู่หรอก แต่ทว่าบุตรีคนใดกันเล่า ที่เขาจะสามารถยินยอมเสียสละให้ออกเรือนไปกับตระกูลแม่ทัพได้ จ้าวฟางหรูนั้นดื้อรั้น แม้จะเข้าสู่วัยออกเรือนแล้ว แต่ทว่านางกลับเลือกมาก และมีอคติกับพวกขุนนางฝ่ายบู๊ ส่วนจ้าวฟางเซียนนั้นถือว่ายังเยาว์วัยนัก เขายังอยากให้บุตรีอยู่ช่วยงานของตระกูลจ้าวไปอีกสักสองสามปี เพื่อสั่งสมประสบการณ์เสียก่อน

“เจ้ามีความคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าเช่นไร” คำถามของบิดาทำให้จ้าวหวังเหล่ยมีสติกลับมา

“การที่ตระกูลคหบดีเช่นเรา ได้เกี่ยวดองกับตระกูลเซี่ยที่เป็นถึงตระกูลแม่ทัพ หาใช่เรื่องที่ไม่ดีไม่ขอรับท่านพ่อ แต่ข้าเกรงว่า…หรูเอ๋อร์กับเซียนเอ๋อร์จะไม่มีผู้ใดยินดี ที่จะออกเรือนไปกับหลานชายของท่านผู้เฒ่าสกุลเซี่ย พวกเราตอบแทนพวกเขาด้วยการมอบเงิน หยก หรือไม่ก็ผ้าไหมไปให้แทนมิได้หรือขอรับ”

จ้าวหวังเหล่ยคิดหนัก เขาตัดสินใจแสดงความเห็นของตนเองออกมา ทว่าน้ำเสียงที่บิดากล่าวออกมาทำให้จ้าวหวังเหล่ยกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

“เจ้าเป็นบิดา…เจ้าจะลองโน้มน้าวพวกนางสักนิดไม่ได้เชียวหรือ หนี้ชีวิตก็ต้องตอบแทนด้วยชีวิต จะให้ตอบแทนด้วยทรัพย์สินเงินทองได้เยี่ยงไร หรือเจ้าอยากจะให้ข้าเอาชีวิตข้าไปให้พวกเขาแทนเช่นนั้นรึ เจ้าถึงจะพอใจ”

“ท่านพ่อ… ท่านกล่าวอันใดเช่นนั้นเล่าขอรับ เอาเถิด…ข้าจะลองไปคุยกับหรูเอ๋อร์ดูก่อน นางก็ถึงวัยออกเรือนมานานหลายปีแล้ว เห็นทีคงจะต้องให้นางออกเรือนไปเสียที”

จ้าวหยวนจงพยักหน้าอย่างพอใจ จ้าวหวังเหล่ยจึงขอตัวลา เป็นเพราะได้คำตอบที่น่าพอใจ ท่านผู้เฒ่าจ้าวจึงไม่ได้รั้งบุตรชายเอาไว้ จ้าวหวังเหล่ยเดินออกจากเรือนฟงเฟยไปด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง เพราะเขาไม่รู้ว่าจะพูดคุยกับจ้าวฟางหรูเช่นไรดี หากน้องชายของเขามีบุตรีสักคนก็คงจะดีไม่น้อย แต่ทว่าจ้าวหวังหย่งกลับมีแต่บุตรชาย ทำให้ภาระเช่นการแต่งงานตอบแทนบุญคุณนี้ ต้องตกเป็นของบุตรีของตนอย่างมิอาจเลี่ยง

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167SPH” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167SPH
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

อรุณรักษ์
อรุณรักษ์
เมื่อ 'กลิ่นหอม' ต้องเผชิญหน้ากับ 'ขุนอริญชย์เพียงสวัสดิ์' เจ้าที่หนุ่มรูปงามในบ้านหลังใหม่ แม้จะกลัวสิ่งลี้ลับแต่หนี้สินบังคับให้เธอต้องทนอยู่ร่วมบ้านกับวิญญาณ ทว่ายิ่งใกล้ชิด ความลับของพันธะรักข้ามภพชาติที่เคยพลัดพรากก็ยิ่งเปิดเผย นำไปสู่การทวงคืนหัวใจในนิยายรักโรแมนติกแฟนตาซีสุดฟิน
7.8
79 ตอน
ประธานร้ายกับเลขาตัวแสบ
ประธานร้ายกับเลขาตัวแสบ
เมื่อ พิชญา เลขาฯ สาวสุดแสบต้องมารับมือกับ มาร์ติน ท่านประธานหนุ่มขี้แกล้งผู้แสนเจ้าเล่ห์ที่จ้องจะป่วนเธอด้วยคำพูดชวนคิดลึกตั้งแต่แรกพบ เกมรักสุดกวนระหว่างเจ้านายสายรุกกับเลขาตัวแสบจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเร่าร้อนและไม่มีใครยอมใคร อ่านนิยายรักโรแมนติกคอมเมดี้สุดฟินได้แล้ววันนี้
9.4
82 ตอน
ปิ๊งรักสาวอ้วน(อ้วนยังไงก็รัก)
ปิ๊งรักสาวอ้วน(อ้วนยังไงก็รัก)
เมื่อ สมบุญ พยาบาลสาวร่างอวบผู้แบกหนี้สินท่วมหัวในช่วงโควิด ได้พบกับ เสริม ชายหนุ่มสายเปย์ที่เข้ามาล้างหนี้ให้จนหมดสิ้น แต่ความใจป้ำนี้กลับมาพร้อมข้อเสนอที่เลี่ยงไม่ได้ นิยายรัก แนวท่านประธานสายเปย์ที่ทั้งฟินและฮาจึงเริ่มต้นขึ้น เธอจะรับมือกับพันธะหัวใจครั้งนี้อย่างไร อ่านนิยายฟรีได้เลย
7.9
97 ตอน
ภรรยาที่แสนดีได้ตายไปแล้ว
ภรรยาที่แสนดีได้ตายไปแล้ว
เมื่อความหวังห้าปีดับวูบเพราะถูกเลขาของสามีทำร้ายจนแท้งต่อหน้าต่อตา นิยายดาร์กโรแมนซ์เรื่องนี้จะพาทุกคนไปพบกับความแค้นที่แผดเผา แม้สามีจะแก้แค้นอย่างบ้าคลั่งแต่ก็ไม่อาจเยียวยาใจที่พังทลาย นิดคนเดิมที่แสนดีได้ตายไปแล้ว เหลือเพียงเพลิงแค้นที่จะลากทุกคนลงนรก อ่านนิยายฟรีได้แล้ววันนี้
9.0
42 ตอน
คุณหมอสุเรศ
คุณหมอสุเรศ
เมื่อแพทย์สาวผู้ทุ่มเทต้องจบชีวิตกะทันหัน แต่ปาฏิหาริย์กลับนำวิญญาณมาเข้าร่างหญิงสาวชื่อเดียวกันที่เพิ่งผ่านพิธีวิวาห์หมาดๆ จากหมอโสดที่มุ่งแต่รักษาคน ไข้ต้องกลายมาเป็นภรรยาจำเป็นในชั่วข้ามคืน เธอจะรับมือกับสามีแปลกหน้าและชีวิตคู่สุดซับซ้อนนี้อย่างไร อ่านนิยายรักแฟนตาซีเรื่องนี้เลย
6.8
425 ตอน
-ภรรยาในความลับ-
-ภรรยาในความลับ-
เมื่อ บัวริน ต้องตกอยู่ในสถานะเมียลับของ ภวินท์ ท่านประธานหนุ่มสายโหดเพื่อทดแทนบุญคุณ แม้เขาจะแสดงออกว่าชิงชังแต่กลับตักตวงความสุขจากร่างกายเธออย่างไร้ปรานี ทว่าเมื่อถึงวันที่เขาต้องแต่งงานกับหญิงอื่นที่เหมาะสม เธอจึงตัดสินใจหอบลูกในท้องหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทิ้งรักร้าวไว้เบื้องหลัง
8.1
39 ตอน