ตอน 2

เว่ยอิงรู้สึกตกใจและอับอายมากเมื่อทุกสายตาในห้องโถงนั้นเปลี่ยนมาจ้องมองนางที่ตอนนี้ชุดที่สวมอยู่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงของสุนัขที่องค์ชายเก้าราดเอาไว้

“เว่ยอิง!! เจ้าเป็นอะไรหรือไม่ ลุกขึ้นเร็วเข้า เจ้าลุกไหวหรือไม่ เหตุใดจึงหกล้มได้ล่ะ”

“ลี่เฟยข้าไม่เป็นไรอย่าห่วงเลย ข้าถูกกระแทกจากด้านหลังไม่ทันระวัง ก็เลย….”

เว่ยอิงค่อยๆ ลูกขึ้นในขณะเดียวกันที่คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นค่อยๆ กระจายตัวออกห่างจากนางด้วยนึกรังเกียจ แม้แต่หรงฮูหยินที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ไม่ได้เข้ามาช่วย นางได้แต่ยืนเหยียดยิ้มอยู่กับฟางเซียน

“พวกเจ้ามองอะไรกัน หลีกทางไปสิ เว่ยอิง เรารีบออกจากที่นี่กันข้าจะพาเจ้าไปเปลี่ยนชุด”

“ลี่เฟยข้าทำเจ้าลำบากอีกแล้ว”

“เราเป็นสหายกันเจ้าอย่าได้พูดเช่นนั้นเจ้าลุกไหวหรือไม่”

“ข้า….”

เว่ยอิงค่อยๆ ลูกแต่ดูเหมือนว่าขานางจะพลิกตอนสะดุดล้มจึงทำให้ลูกไม่ขึ้น องค์ชายเก้าที่เดินมาถึงที่นางล้มก้มลงมองนางด้วยสายตานิ่งๆ เรียบๆ

“เจ้าเป็นอะไรหรือไม่”

เว่ยอิงตัวสั่นเมื่อถูกถาม ปกตินางไม่เคยสนทนากับบุรุษใดเลย พูดให้ถูกคือนางแทบจะไม่ได้ออกงานสังคมที่ใดเลยต่างหาก ตั้งแต่มารดานางสิ้นก็มีเพียงฮูหยินรองที่ขึ้นมาดูแลจวนท่านโหวแทน ท่านพ่อก็อยู่ที่กองทัพทางเหนือกับพี่ชายจึงไม่ได้มีเวลาใส่ใจบุตรสาวมากนักจึงไม่ค่อยมีใครได้ใส่ใจดูแลนางเท่าใดนัก

“มะ หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะ ขอบพระทัยองค์ชาย”

“เจ้าพูดอะไรข้าไม่ได้ยิน พูดดังๆ สิ ขาเจ้าดูเหมือนจะพลิกนะ”

“คือข้า…..”

“น่ารำคาญจริง เจ้าหลีกไป…”

“เขาบอกลี่เฟยและเดินเข้าไปรวบตัวของเว่ยอิงขึ้นมาอุ้มนางขึ้นมาพร้อมกับสายตาที่งวยงงของคนทั้งห้องโถง”

“อะ…องค์ชาย…เก้าเพคะ หม่ะ…หม่อมฉันเดินเองได้เพคะ”

“ข้าเป็นต้นเหตุที่ทำให้เจ้าล้ม อย่าได้ห่วงเลย เจ้าน่ะรีบหาชุดให้นางเปลี่ยนที”

“เพคะองค์ชาย”

สาวใช้ที่ถูกเรียกรีบวิ่งออกไปเพื่อจัดเตรียมชุดใหม่ให้เว่ยอิง สายตาของเนี่ยนเจินในชุดเจ้าสาวกำพัดเอาไว้แน่น สายตาอาฆาตนั้นรุนแรงแม้ว่าวันนี้นางจะแต่งงานให้กับองค์ชายหก แต่ดูแล้วเหมือนว่านางเองก็จะไม่ยอมปล่อยองค์ชายเก้าไปง่ายๆ ตงหยางแอบเห็นสายตานั้นเขาจึงหันไปมองพวกที่ซุบซิบกันอยู่

“แม่นาง…เจ้าชื่ออะไรนะ”

“หม่อมฉัน….หรงเว่ยอิงเพคะ”

“หรงเว่ยอิง เจ้าเป็นน้องสาวของห่าวเสวียน แม่ทัพอุดรงั้นหรือ”

“เพคะ”

“ตัวนางแปดเปื้อนแล้ว องค์ชายเก้าเพคะพระองค์กำลังจะออกศึกสำคัญวางนางลงเถิดเพคะมันจะเป็นอัปมงคลติดพระวรกายพระองค์นะเพคะ”

หลิวเฟยหย่า น้องสาวของหลิวเนี่ยนเจินรีบตะโกนออกมาทำให้ทั้งห้องโถงเกิดเสียงวิจารณ์อีกครั้ง นางเองก็แอบรักองค์ชายเก้าอยู่เช่นกัน กว่าจะยุแยงให้พี่สาวนางแต่งงานกับองค์ชายหกได้ก็ใช้เวลานานแต่เพราะเนี่ยนเจินเป็นคนทะเยอะทะยานเรื่องความงามและความสูงศักดิ์ของตนเองจึงถูกชักจูงโดยง่าย

“นั่นสิ ตัวกาลกิณีโดยแท้เลยดูทำเข้าสิ ยังไม่รีบลงมาอีก”

“องค์ชายเพคะ ได้โปรดวางหม่อมฉันลงเถิดเพคะ ทำเช่นนี้พระองค์จะเสียชื่อนะเพคะ”

“องค์ชายเก้าเพคะ หม่อมฉันขออภัยแทนนางด้วย หม่อมฉันหรงไป๋ เป็นฮูหยินของท่านโหวเพคะ”

“นั่นสิเพคะ พี่สาวหม่อมฉันมักจะทำเรื่องขายหน้าเช่นนี้อยู่เสมอ ไม่นึกว่าครั้งนี้จะทำเรื่องใหญ่เช่นนี้ เป็นตัวอัปมงคลโดยแท้”

“นั่นน่ะสิ ลูกสาวจวนใดกันน่าอับอายยิ่งนัก”

“บุตรสาวท่านโหวหรง นางไม่มีมารดาคอยสั่งสอนเลยเป็นเช่นนี้ ท่านโหวก็ออกศึกและเฝ้าชายแดนอยู่ข้างนอกไม่ค่อยได้กลับจวน นางเลยขาดการอบรม”

เว่ยอิงที่อยู่ในอ้อมกอดขององค์ชายเก้าตัวสั่นจนผู้ที่อุ้มนางรู้สึกได้ถึงความหวาดกลัวของคนในอ้อมแขน หากวันนี้เขาไม่มาด้วยของเหล่านี้นางคงไม่ถูกกล่าวโทษเช่นนี้ เนี่ยนเจินหันมาแสยะยิ้มให้เขาทำเอาเขารู้สึกโมโห

“องค์ชาย ขอบพระทัยที่มาร่วมอวยพร แต่เห็นทีครั้งนี้จะส่งผลทำให้พระองค์มีสิ่งอัปมงคลติดตัวไปทัพ รีบวางตัวกาลกิณีนั่นลงเถิดเพคะมันจะทำให้พระองค์สกปรกไปด้วยนะเพคะ”

“พวกเจ้าพล่ามกันพอหรือยัง!!”

เสียงที่ทรงพลังอำนาจนั้นทำเอาเว่ยอิงตกใจจนต้องรีบคว้าคอเสื้อเขาเอาไว้ เขาหันมามองตากลมโตที่หวาดกลัวจนหน้าซีดและหันไปมองเนี่ยนเจินที่ยิ้มราวกับผู้ชนะอยู่ปลายทางเดินอีกฝั่งหนึ่ง

“ข้าหมิงตงหยาง องค์ชายเก้าแห่งราชสำนักตงโจว วันนี้ข้าจะประกาศว่า ข้าจะหมั้นหมายกับแม่นางหรงเว่ยอิงผู้นี้และจะรับนางเป็นพระชายา พิธีหมั้นหมายจะกำหนดหลังจากที่ข้าออกศึกครั้งนี้จนเสร็จสิ้น”

“ว่าอย่างไรนะ!!”

“ท่านแม่ เป็นเช่นนี้ได้เช่นไรเจ้าคะ ลูกอยากให้นางอับอาย แต่ว่านาง…กลับ…”

ฟางเซียนกระทืบเท้าด้วยความโมโหอยู่ข้างๆ มารดาเมื่อได้ยินองค์ชายเก้าตรัสออกมา คนในห้องโถงต่างก็ตกใจกับข่าวนี้ รวมถึงหลิวเนี่ยนเจินถึงกับทำพัดในมือร่วงลงและหันไปมององค์ชายเก้าด้วยความตกใจ หลิวเฟยหย่าหรี่ตามมองที่ทั้งคู่และคิดอะไรบางอย่างระหว่างที่เก็บพัดขึ้นมาส่งให้พี่สาวของนาง

“องค์ชายเก้า นี่พระองค์กำลังตรัสสิ่งใด หากว่าพระองค์ต้องการประชดหม่อมฉัน…”

“แม่นางหลิวสำคัญตัวเองผิดแล้ว ข้าคงมิต้องทำเช่นนั้น เพียงแต่ว่าสตรีที่อยู่ในอ้อมกอดข้านี้ช่างบอบบาง ดูน่าถนุถนอมไม่มีพิษภัย และเหมาะสมที่จะเป็นพระชายาของข้าก็เท่านั้น และพวกเจ้า!!…หากว่าข้าได้ยินข่าวลือว่ามีผู้ใดกล้ากล่าวหานินทาว่าร้ายว่าที่พระชายาข้ากลับมาเมืองหลวงข้าจะไม่ละเว้นพวกเจ้าแม้แต่คนเดียวจำเอาไว้!!”

องค์ชายเก้าเดินออกจากห้องโถงทันทีที่ตรัสจบ ทหารเกราะเงินเดินตามเขาออกมา เว่ยอิงเริ่มทำตัวไม่ถูกเมื่อเขาพานางมาที่ห้องแต่งตัวที่สาวใช้รอเตรียมเปลี่ยนชุดใหม่ให้นาง

“เจ้าเข้าไปเปลี่ยนชุดก่อนเถิด”

“องค์ชายเพคะ หม่อมฉัน….”

“ทำไมหรือ”

“ขอบพระทัยองค์ชายเพคะที่ช่วยหม่อมฉันเอาไว้ แต่ว่าเรื่องหมั้น หม่อมฉันมิได้ต้องการเพคะ ขอบพระทัย..”

“อ้าว เว่ยอิง เดี๋ยวสิ….ขอตัวก่อนเพคะองค์ชายเก้า”

ลี่เฟยเดินตามเว่ยอิงเข้าไปยังห้องแต่งตัว เมื่อกี้ในห้องโถงนางยังรู้สึกสะใจอยู่เลยที่องค์ชายเก้าช่วยปกป้องเว่ยอิงเอาไว้ แต่พอมาถึงนี่นางกลับปฏิเสธเขาเสียอย่างนั้น

“เว่ยอิงนี้เจ้าจะบ้าหรืออย่างไร เหตุใดบอกปฏิเสธองค์ชายเก้าไปเช่นนั้น”

“ลี่เฟย องค์ชายเพียงแค่ช่วยข้าในสถานที่เลวร้ายนั่น ข้าจะให้เขามารับผิดชอบมากกว่านั้นหาได้ไม่ ข้าเป็นเพียงบุตรท่านโหว ไม่มีสิทธิ์และฐานันดรมากพอที่จะอภิเษกกับพระองค์”

“เจ้าโง่หรือไม่ เนี่ยนเจินก็เป็นบุตรีของท่านแม่ทัพหลิวเช่นกันเหตุใดนางแต่งได้เจ้าจะแต่งไม่ได้เล่า”

“อย่าพูดถึงอีกเลย ช่วยข้าแต่งตัวก่อนเถิดและรีบออกไปจากที่นี่กัน”

“เว่ยอิง…”

“อย่าพูดอะไรอีกเลยนะ”

ลี่เฟยได้แต่ถอนหายใจและช่วยเว่ยอิงสวมชุดใหม่สีชมพูอ่อนที่นางกำนัลเตรียมเอาไว้ให้ พวกนางนำชุดเก่าของเว่ยอิงออกไปแล้วพร้อมกับแจ้งว่าจะนำไปทิ้งเว่ยอิงก็ไม่ติดปัญหาอะไรเพราะนางเองก็คงไม่หยิบชุดนั้นมาสวมอีกแล้ว เมื่อเปลี่ยนชุดเสร็จพวกนางจึงเดินออกมาและไม่คาดคิดว่าจะเจอ

“องค์ชายเก้า เหตุใดพระองค์ยังประทับอยู่ที่นี่อีกเพคะ!!”

ตอน 3

ลี่เฟยพูดขึ้นเมื่อพวกนางเห็นเขายืนรออยู่นอกห้องรับรองตำหนักองค์ชายหก ดูเหมือนด้านในงานจะเลิกแล้ว แขกเหรื่อในงานก็ย้ายที่ไปสังสรรค์กันอีกที่เพราะในห้องโถงคงไม่เหมาะจะจัดงานเลี้ยงอีกแล้วเพราะของขวัญที่องค์ชายเก้านำไปมองให้คู่บ่าวสาว

“ข้าก็มารอเจ้าอย่างไรเล่า แม่นางหรง”

“เช่นนั้นเว่ยอิง ข้าไปรอเจ้าที่รถม้าก่อนนะ”

ลี่เฟยยิ้มให้และรีบเดินไปที่รถม้าทันที เว่ยอิงที่พึ่งเปลี่ยนชุดออกมาถึงกับหน้าซีดให้กับบุรุษหนุ่มตรงหน้า นางพึ่งจะมองเขาชัดๆ เมื่อเขาถอดหมวกชุดเกราะออก ผมที่รวมตึงขึ้นด้านบนจนหมดนั่นทำให้เผยใบหน้าของเขาเด่นชัดขึ้น ใบหน้าเนียนผิวสีออกคล้ำหน่อยๆ เพราะแดดเผา แต่ดูแล้วผิวแต่เดิมของเขาคงจะขาวกว่านี้ จมูกที่ได้รูปรับกับใบหน้ายาวตาเฉียงเรียวดุจเหยี่ยวทำเอาผู้มองถึงกับใจสั่น

“อะ..องค์ชายเก้า เหตุใด…ยังไม่..ไม่ไปรวมทัพอีกหรือเพคะ”

“ข้ามารอคุยกับเจ้า”

“หม่อมฉันคิดว่า พวกเราคุยกันเรียบร้อยแล้ว หม่อมฉันมิอาจรบกวนองค์ชายมารับผิดชอบเรื่องนี้ได้ เรื่องนี้เป็นเพราะหม่อม…หม่อมฉันซุ่มซ่ามไม่ระวังจึงทำให้เกิดเรื่องไม่เกี่ยวกับพระองค์เพคะ”

“เจ้าต้องการเช่นนั้นจริงๆ น่ะหรือ”

“เพคะ….องค์ชายอย่าได้กังวล ข่าวลือในเมืองหลวงดั่งไฟไหม้ฟาง เพียงชั่วครู่ก็ดับมอดลง อีกสามวันก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนา อย่าได้นำไปใส่พระทัยเลยเพคะ”

“แต่ว่าข้าได้ประกาศออกไปแล้ว เช่นนี้แม่นางหรงจะไม่เสื่อมเสียงั้นหรือ”

“ไม่เพคะ หม่อมฉันโดยปกติก็ใช้ชีวิตสมถะเงียบๆ อยู่ในจวน ไม่ค่อยได้ออกมาข้างนอกจวนอยู่แล้ว อีกไม่นานคนก็จะลืมเรื่องนี้เองเพคะ องค์ชายไปออกศึกอย่างสบายพระทัยได้เพคะ”

“หากเป็นเช่นนั้น ข้าก็จะทำตามเจ้าว่า เอาไว้กลับมาแล้วข้าจะไปขออภัยกับท่านโหวด้วยตนเองที่ทำเจ้าเสื่อมเสีย”

“ไม่ต้องหรอกเพคะ เกรงว่าท่านพ่อ…ไม่ค่อยได้กลับมาที่จวนเพคะ”

“เช่นนั้น แม่นางหรง ขอบใจเจ้ามาก ข้าขอตัวก่อน”

“น้อมส่งองค์ชายเก้าเพคะ”

เขามองหน้านางก่อนจะหันกลับออกไป สายตาที่มองยังคงนิ่งเฉยเฉกเช่นเมื่อตอนที่เขาอุ้มนางมา แม้ว่าเขาจะประกาศว่าจะหมั้นกับนาง นั่นก็เป็นเพียงเพราะประชดประชันหลิวเนี่ยนจินและช่วยนางเพื่อมิให้อับอายเท่านั้น เมื่อต่างคนก็ต่างได้รับประโยชน์

เรื่องนี้ก็ควรจบสิ้นเสียที เว่ยอิงเดินแยกกับเขาไปอีกทางเพื่อเดินไปขึ้นรถม้าของลี่เฟยที่จอดรออยู่ไม่ไกล

“มาแล้วหรือ เป็นอย่างไรบ้าง พระองค์คุยอะไรกับเจ้าบ้าง”

“พระองค์ยอมแล้ว เรื่องที่คุยในห้องโถงนั่น จะไม่มีวันเกิดขึ้น”

“ได้อย่างไรกัน เจ้าทำให้สตรีในห้องโถงนั่นอิจฉาเจ้ากันทั้งนั้น จู่ๆ จะโยนโอกาสนี้ออกไปเจ้าจะบ้าหรือ”

“การแต่งงานก็ต้องเกิดจากความรักของคนทั้งคู่ แต่ข้ากับองค์ชาย ทำไปเพียงเพราะช่วยเหลือกัน เขาแค่ต้องการประชดแม่นางหลิวผู้นั้นและก็ช่วยข้าให้พ้นความอับอาย”

“เฮ้อ เว่ยอิงข้าต้องขอโทษเจ้าด้วย เป็นเพราะข้าที่ประมาท ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้”

“อย่าโทษตัวเองเลย กลับกันเถิด”

“อืมได้เดี๋ยวข้าจะไปส่งเจ้าที่จวนนะ”

“ขอบใจลี่เฟย”

จวนสกุลหรง

“ท่านแม่ข้าไม่ยอมนะเจ้าคะเหตุใดนางทำตัวน่าอับอายถึงเพียงนั้น ทำไมถึงยังได้คว้าองค์ชายเก้าไปได้หน้าตาเฉย ท่านแม่”

“เจ้าเป็นคนผลักนางล้มเองมิใช่หรือ ตอนนี้มาโวยวายให้ได้สิ่งใดกัน”

“ใครจะไปรู้ว่าองค์ชายเก้าจะเห็นเข้าเล่าเพคะ หากว่านางได้แต่งงานกับองค์ชายเก้าจริงๆ นางก็ได้เป็นพระชายา ไม่ได้นะท่านแม่ข้าไม่ยอม นางจะอยู่สูงกว่าข้าได้เช่นไรกัน”

“เจ้าเงียบไปก่อน เรื่องนี้ให้แม่จัดการเองเถิด แม้แต่เลือดหมาดำยังทำอะไรนางไม่ได้ แล้วยังคว้าองค์ชายเก้ามาได้อีก เจ้าคิดว่าแม่จะอยู่เฉยได้เช่นนั้นหรือ แม้ว่านางจะเป็นบุตรของฮูหยินคนเก่า แต่ก็เท่านั้น ตอนนี้ข้าถึงจะเป็นฮูหยินท่านโหว ข้าย่อมมีสิทธิ์ตัดสินใจว่าจะให้ผู้ใดแต่งเข้าไปเป็นพระชายาองค์ชาย เรื่องนี้ปล่อยเป็นหน้าที่แม่เอง”

“ท่านแม่ ข้ารักท่านที่สุดเลยเจ้าค่ะ”

รอยยิ้มชั่วร้ายเผยขึ้นบนใบหน้าหรงไป๋อีกครา ฟางเซียนเองก็รู้สึกดีใจอย่างมากเมื่อท่านแม่รับปาก ตำแหน่งพระชายานี้คงต้องตกเป็นของนางอย่างแน่นอน

สองเดือนถัดมา

หลังจากเหตุการณ์นั้นมาก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีข่าวซุบซิบเรื่องของเว่ยอิงในงานสมรสองค์ชายหกจริงๆ คำสั่งขององค์ชายเก้าไม่มีผู้ใดกล้าขัดจริงๆ นี่คือพลังของอำนาจที่แผ่ขยายอย่างกว้างขวาง องค์ชายเก้าขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาด ไม่ไว้หน้าผู้คน

แม้แต่ฮ่องเต้ก็รักและเอาใจใส่เขาดุจบุตรในอุทร เพราะผลงานการออกศึกมากมายที่รวมแคว้นให้เป็นหนึ่งและผลงานการรบที่แม้แต่องค์ชายทั้งเจ็ดในราชวงศ์ก็ยังมิอาจเทียบเขาได้

“อาเฟย เหตุใดวันนี้รถม้าที่จวนมาช้าเช่นนี้ล่ะ”

“นั่นสิคะคุณหนู ปกติเวลานี้ต้องมารับแล้ว อ้อ นั่นอย่างไรเจ้าคะ มาแล้ว”

“ได้ของครบหมดแล้วขาดเพียงพู่กันที่สั่งเอาไว้เจ้าค่ะ อีกสองวันข้าจะมารับให้นะเจ้าคะ”

“ไปกันเถอะ”

“นี่อาเฟย ฮูหยินสั่งให้เจ้าไปซื้อของเพิ่มน่ะ รายการตามนี้”

“อ้าว เหตุใดไม่แจ้งตั้งแต่ตอนพวกข้าออกมาซื้อกันเล่า แบบนี้มันแกล้งกันชัดๆ”

“แกล้ง ใครจะไปแกล้งเจ้า เป็นบ่าวก็ทำตามคำสั่งก็พอ ข้าจะพาคุณหนูกลับก่อน เจ้าก็ไปซื้อของแล้วตามกลับไป”

“ข้ารออาเฟยก่อนได้”

“มิได้ขอรับ ฮูหยินสั่งมาว่าคุณหนูต้องรีบกลับไปเตรียมตัวรับแขกสำคัญขอรับ”

“แขกสำคัญ ผู้ใดกัน”

“ไม่ทราบขอรับฮูหยินสั่งมาเพียงแค่นั้น”

“คุณหนูข้ากลับเองได้เจ้าค่ะ”

“อืม เช่นนั้นเจ้าซื้อเสร็จแล้วเดินไปที่หอชุนต๋าของลี่เฟยขอให้นางไปส่งเจ้าอีกทีบอกว่าข้าสั่งมาก็แล้วกัน”

“เจ้าค่ะคุณหนู ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ”

รถม้าค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไป เมื่อออกไปได้สักพัก เว่ยอิงรู้สึกง่วงนอนขึ้นมากะทันหันจนสลบไปในรถม้า ม่านหน้ารถถูกเปิดขึ้นเพื่อตรวจสอบ

“เรียบร้อยแล้ว จัดการต่อได้”

ยาที่พวกมันใช้เป็นยาสลบและยาปลูกกำหนัดชนิดรุนแรงซึ่งร่างของเว่ยอิงที่ไม่ถูกพิษรุนแรงเช่นนี้มิอาจทนได้ นางได้สิ้นลมหายใจบนรถม้าโดยที่คนขับรถม้ามิได้รู้เรื่องเลยด้วยซ้ำเมื่อพารถม้านั้นมาจอดตรงป่าลึกหลังเขาที่จะออกเมืองหลวง

“พวกมันจะมาเมื่อไหร่เนี่ยข้าเริ่มหิวข้าวแล้ว”

“รออีกหน่อยเถอะ ยังไม่ค่ำมาก พวกนี้เป็นพวกโจรป่า มันไม่ออกมาตอนฟ้าสว่างเช่นนี้หรอก”

"เรื่องมากเสียจริงแค่เราทิ้งนางเอาไว้ก็จบแล้วมิใช่หรือไง"

“ไม่ได้ เราต้องรอรับนางกลับเพื่อเป็นพยานว่านางถูกกระทำชำเราด้วยเพื่อบอกผู้อื่น”

“ฮูหยินนี่ช่างโหดเหี้ยมเสียจริง กับลูกเลี้ยงยังทำได้ถึงเพียงนี้”

“เจ้าอย่าพูดมากไป หากงานนี้สำเร็จพวกเราจะได้เงินก้อนโต”

“ว่าก็ว่าเถอะนะ เรื่องของแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงก็มักเป็นเช่นนี้เสมอ เพียงแค่ตำแหน่งพระชายาขององค์ชายถึงกับฆ่าคนตาย แม่ลูกสกุลหรงสองคนนี้ช่างมักใหญ่ใฝ่สูง….”

เสียงนั้นดังเข้าไปในรถม้า คนในรถม้าค่อยๆ ขยับเปลือกตาขึ้นมาและฟังเสียงที่ฟังไม่คุ้นหูนี้

“นี่มันอะไรกัน พูดอะไรกันฟังไม่รู้เรื่องเลย”

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167VAD” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167VAD
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

หลังเธอทำลายคำโกหก ทุกคนก็คุกเข่าขออภัย
หลังเธอทำลายคำโกหก ทุกคนก็คุกเข่าขออภัย
เมื่ออุทกภัยร้ายแรงเผยธาตุแท้ของคนรัก ลิซ่าถูกพี่ชายและสามีทอดทิ้งให้เผชิญชะตากรรมจนขาหัก ซ้ำยังถูกอลิซใส่ร้ายจนพวกเขาโกรธแค้นและใช้ก้อนหินทุบซ้ำที่แผลอย่างทารุณ นิยายรักดาร์กโรแมนซ์ที่จะพาคุณไปพบกับความเจ็บปวดและการดิ้นรนเพื่อหนีจากขุมนรกนี้
9.8
47 ตอน
BAD ENGINEER ของหวงนายวิศวะ
BAD ENGINEER ของหวงนายวิศวะ
เมื่อความสัมพันธ์เริ่มต้นจาก 'ความผิดพลาดเพียงคืนเดียว' ระหว่างเดล รุ่นพี่วิศวะสุดกวน กับโดนัท รุ่นน้องร่วมมหาลัยที่ตื่นมาบนเตียงเดียวกันแบบจำอะไรไม่ได้ นิยายรักวัยรุ่นเรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับความสับสน ปนความฟิน และความหวงสุดขีดเมื่อรุ่นพี่สายโหดพยายามพิสูจน์ตัวเองจนเกิดเรื่องชุลมุน
9.1
66 ตอน
ฝาแฝดคู่หมั้นฉัน กลลวงอันโหดร้าย
ฝาแฝดคู่หมั้นฉัน กลลวงอันโหดร้าย
เมื่อความรักกลายเป็นกลลวงอันโหดร้าย 'ฟ้า' ถูกคู่หมั้นสารเลวและแฝดทรยศหลอกลวงเพื่อหวังแย่งชิงกระจกตาไปให้ชู้รัก แถมยังถูกใส่ร้ายจนต้องเผชิญขุมนรกในโรงพยาบาลจิตเวช แต่พวกมันหารู้ไม่ว่าแท้จริงเธอคือทายาทมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล นิยายรักดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่จะพาทุกคนไปพบกับการทวงคืนความแค้นสุดสะใจ
8.6
85 ตอน
ถ่อย
ถ่อย
เมื่อ มายาวี ต้องกลายเป็นสินค้าขัดดอกเพื่อชดใช้หนี้สินให้แก่ ยักษ์ คีรี ดอว์สัน มาเฟียหนุ่มสุดเถื่อนผู้เต็มไปด้วยความถ่อยและรุนแรงตามสัญชาตญาณดิบ ท่ามกลางไฟรักดาร์กโรแมนซ์ที่ร้อนแรงและป่าเถื่อน เด็กสาวจะเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือคนเลวได้อย่างไร อ่านนิยายรักสุดเข้มข้นนี้ได้เลย
8.2
43 ตอน
ข้าเป็นตัวแทนแห่งเหมยสวรรค์
ข้าเป็นตัวแทนแห่งเหมยสวรรค์
เมื่อเซียนสาวต่ำต้อยต้องกลายเป็นพระชายาของโอรสแห่งสวรรค์ผู้สูงส่ง ทว่าคืนหออันเร่าร้อนกลับเต็มไปด้วยความเย็นชา เมื่อหัวใจของเขาแฝงไว้ด้วยเงาของสตรีอื่น ท่ามกลางเล่ห์เหลี่ยมในแดนเทพ นิยายรักแฟนตาซีเรื่องนี้จะพาทุกคนไปพบกับความรักอันตรายที่ยากจะถอนตัว
8.8
38 ตอน
เป็นสุดที่รักของผู้เผด็จการ
เป็นสุดที่รักของผู้เผด็จการ
เมื่อความรักสิบปีถูกเหยียบย่ำเป็นแค่ตัวตลก เธอจึงเลือกเซ็นใบหย่าแล้วเดินจากไปอย่างไม่ใยดี ทว่าสามเดือนให้หลังเธอกลับมาผงาดในฐานะประธานสาวพันล้าน พร้อมเคียงข้างท่านประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่พร้อมเปย์เธอทุกอย่าง นิยายรักดราม่าสุดเข้มข้นที่จะทำให้คุณสะใจไปกับการแก้แค้นของอดีตภรรยาที่ขอกลับมาทวงคืนศักดิ์ศรี
8.1
92 ตอน