ตอน 3

ซูลี่จูเบิกตาโพลง พร้อมกับอ้าปากกว้างเพื่อสูดลมเข้าสู่ร่างกายคล้ายคนที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดในชีวิตมา

ท่าทางตกใจของนางทำให้อาเจินสาวใช้ถึงกับผวามาหานางที่เตียง

“คุณหนูท่านเป็นอันใดหรือเจ้าคะ”

ซูลี่จูได้ยินเสียงของอาเจินอย่างชัดเจน นางมองไปรอบ ๆ บัดนี้นางกำลังอยู่ที่ใด นางตายแล้วหรือจึงได้พบกับอาเจินอีกครั้ง

“คุณหนูเจ้าคะ เป็นอะไรหรือไม่”

ซูลี่จูมองมือของตัวเอง นางมองหน้าของอาเจินไม่ชัดนัก ด้วยห้องนี้มืดเพียงนี้

“อาเจิน ที่นี่ที่ไหนหรือ”

อาเจินงงงวยยิ่งนัก

“จวนท่านเจ้าเมืองเจ้าค่ะ”

“มิใช่ยมโลกหรือ เจ้าเป็นคนดีไยจึงได้ตกนรกเหมือนข้า”

อาเจินทั้งงงงวยทั้งมีสีหน้าหวาดหวั่น

“คุณหนู ท่านยังไม่ตายนะเจ้าคะจะไปยมโลกได้อย่างไร อีกอย่างบ่าวก็ไม่อยากตกนรกเจ้าค่ะ”

ซูลี่จูเบิกตากว้าง นางจ้องหน้าอาเจินจากนั้นก็ดึงอาเจินเข้ามากอดด้วยความยินดี

“อาเจินข้ายังไม่ตายใช่หรือไม่”

อาเจินไม่คุ้นเคยกับสัมผัสนี้ของนาง ด้วยนับตั้งแต่เติบโตมาเคียงข้างคอยรับใช้มักจะถูกซูลี่จูใช้เป็นที่รองรับอารมณ์เสมอ

อาเจินตัวสั่นขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ มิใช่ว่าคุณหนูของนางเกิดอาการเห็นภาพหลอนในฝันจนทำให้เป็นเช่นนี้หรอกนะ

เสียงของอาเจินในยามที่เอ่ยปลอบจึงสั่นโดยไม่อาจควบคุม

“คุณหนูเจ้าคะ ท่านนั่งอยู่ข้างนอกตากฝนเช่นนั้นจนทำให้ล้มป่วย สุขภาพของท่านยังไม่ดี ตัวก็ยังร้อนเพราะไข้หวัดท่านนอนเถิดนะเจ้าคะ อย่าฝืนทนลุกขึ้นมาเลย”

ซูลี่จูขมวดคิ้ว ท่าทางสับสนยิ่งนัก ร่างกายของนางสั่นระริกเมื่อได้ยินอาเจินบอกว่านางยังไม่ตาย

“ขะ ข้ายังไม่ตายจริงหรือ”

อาเจินไม่กล้ามองหน้าคุณหนูตรง ๆ ริมฝีปากยังสั่นด้วยขลาดกลัว

“ยังไม่ตายเจ้าค่ะ”

ซูลี่จูจ้องนางเขม็ง ยิ่งทำให้อาเจินหวาดหวั่น

“อาเจิน ข้ายังไม่ตาย เจ้าก็ยังไม่ตายใช่หรือไม่ เจ้าถูกแทงตรงนี้ข้าเห็นกับตา อาเจินข้าเห็นกับตา ข้าทำให้เจ้าตาย”

ซูลี่จูกลืนน้ำลายลงคอ น้ำตาไหลพรากเอ่ยทั้งสะอื้น อาเจินถึงกับตื่นตะลึงในท่าทางประหลาดนี้ของนาง

หรือป่วยจนสติเพี้ยนไปแล้ว อาเจินขยับปากแทบไม่ออกเพราะหวาดกลัวว่าคุณหนูจะเป็นบ้า และลงมือแทงนางอย่างที่พูด

“อาเจิน เจ้าต้องตอบข้า ตอบข้ามา”

ถูกคุณหนูคาดคั้นอาเจินจึงรวบรวมความกล้า พูดกับซูลี่จูมากที่สุดในชีวิตของตนเอง

“บ่าวไม่ตายเจ้าค่ะ บ่าวสบายดีไม่ได้ถูกแทง ส่วนคุณหนูเพราะนั่งคุกเข่าขอความเห็นใจจากนายท่านทั้งยังตากฝนจึงได้ล้มป่วย อาการหนักไม่น้อยแต่ไม่ต้องห่วงนะเจ้าคะ ท่านหมอตรวจดูร่างกายท่านแล้ว เพียงแค่เป็นไข้หวัดดื่มยาไม่กี่เทียบก็หายเจ้าค่ะ คุณหนูท่านตัวร้อนยิ่งนัก นอนเถิดนะเจ้าคะ”

ซูลี่จูจับใบหน้าตนเอง และสำรวจร่างของอาเจิน ไร้รอยเลือด อาเจินไม่ได้ซูบผอมเหมือนที่ผ่านมา ส่วนนางก็ไม่ได้ผอมจนเหลือแต่กระดูกเพราะไม่มีอาหารดี ๆ ประทังชีวิต นางยังคงมีรูปร่างเช่นเดิมก่อนที่จะหนีไปที่นั่น

แต่นางไม่อยากเชื่อว่านางจะกลับมาจริง ๆ

“ละ...แล้วท่านพ่อท่านแม่ อีกทั้งน้องของข้าเล่าพวกเขาสบายดีหรือไม่ พวกเขาอยู่ที่ใด”

“ทุกคนยังสบายดีที่จวนสกุลซูเจ้าค่ะ”

“ไม่มีผู้ใดตายใช่หรือไม่ ท่านพ่อ ท่านแม่ข้า ยังสบายดีใช่หรือไม่”

“ไม่มีผู้ใดตายเจ้าค่ะ ทุกคนสบายดีเจ้าค่ะ มีเพียงคุณหนูที่ล้มป่วย ดังนั้นนอนเถิดนะเจ้าคะ”

อาเจินอยากจะพูดนักว่าอย่าเอาแต่เอ่ยถึงเรื่องความตาย คำพูดอัปมงคลเช่นนี้ไม่สมควรพูดส่งเดช แต่นางก็ได้แต่หุบปากนิ่ง นางย่อมไม่กล้าออกความคิดเห็นให้คุณหนูไม่พอใจ

ในสมองของซูลี่จูบัดนี้สับสนยิ่งนัก นางหวนคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านโดยละเอียด เรื่องนั้นเกิดขึ้นจริงเสียยิ่งกว่าจริงแต่ไยยามนี้อาเจินจึงยังอยู่ที่นี่คนทุกคนก็ยังอยู่ที่นี่

“อาเจิน เจ้าบอกข้าวันนี้วันที่เท่าไหร่ ช่วงเวลาใด ข้าอายุเท่าไหร่”

อาเจินตอบคำแผ่วเบา

“คุณหนูวันนี้วันที่สาม เดือนสิบเอ็ดเจ้าค่ะ”

“วันที่สามเดือนสิบเอ็ด วันนี้มิใช่ว่าเป็นช่วงเวลาที่ข้าอยากพบหน้าเกาเฟยอวี่เพราะเขาเอาแต่หลบหน้าข้าหรือ ข้าไปตามเขาที่จวน นั่งคุกเข่าจนร่างกายเจ็บป่วยทั้งฝนตกหนักและในที่สุดข้าก็หมดสติ ฟื้นขึ้นมาอีกทีก็ป่วยหนักแล้ว”

“เจ้าค่ะ คุณหนูกล่าวถูกต้อง นายท่านใจดำนัก คุณหนูคุกเข่าตากฝน ขอให้เขาเห็นใจอยู่หลายชั่วยาม ในที่สุดร่างกายทนไม่ไหวเลยล้มลงไปเช่นนั้น”

เวลานั้นอาเจินยังถูกซูลี่จูตบไปคราหนึ่ง เพราะนางเอาร่มไปให้คุณหนู คุณหนูอยากให้ตัวเองได้รับความสนใจจากนายท่าน จึงไม่ยอมรับความช่วยเหลืออันใดจากนาง แต่สุดท้ายนายท่านก็ไม่โผล่หน้าออกมาเลยแม้แต่น้อย

“ข้ากลับมาวันนี้สินะ”

ซูลี่จูจ้องใบหน้าของสาวใช้ในความมืดเปลือกตาไม่ขยับเลยด้วยซ้ำ ดูเหมือนหุ่นปั้นไม้ตัวหนึ่ง

ซูลี่จูกลืนน้ำลายลงคอ และบัดนี้กลับรู้สึกปวดแสบร้อนที่ลำคอ คล้ายกับว่านางผ่านการถูกบดบี้และถูกรัดมาจนคอแทบขาด

ที่แท้เกิดอะไรขึ้น สวรรค์ให้โอกาสข้าจริงหรือ

“อาเจิน ตบหน้า...”

อาเจินได้ยินดังนั้นก็พลันยกมือขึ้นตบหน้าตนเองตามคำสั่งอย่างแรง

เพี๊ยะ!

“พอหรือไม่เจ้าคะ”

อาเจินตบตนเองแรงยิ่งนัก นางไม่รู้ว่าทำสิ่งใดผิดคุณหนูจึงได้ลุกขึ้นมาลงโทษกลางดึก แต่การทำโทษนางโดยไร้เหตุผลเพียงเพราะหงุดหงิดเล็กน้อย คุณหนูก็ลงมือมาเสมอ

ยามนี้นางตบตัวเองยังรู้สึกดีเสียกว่าถูกคุณหนูตบ

ซูลี่จูตกใจยิ่งนัก นางรีบจับมือของอาเจินเอาไว้

“ไม่ใช่ ข้าไม่ได้ให้เจ้าตีตนเอง อาเจินข้าขอโทษ แต่เจ้าจะช่วยตบหน้าข้าได้หรือไม่”

นางย่อมรู้ว่าอาเจินกำลังตัวสั่น สตรีนางนี้กลายเป็นอาเจินคนเดิมก่อนที่จะเกิดเรื่องกับสกุลซูไปแล้ว

“คะ คุณหนู บ่าวไม่กล้า”

อาเจินยิ่งรู้สึกว่าซูลี่จูมีใจวิปริตผิดเพี้ยนขึ้นทุกวันแล้ว นางเป็นสตรีร้ายกาจที่ไม่อาจคาดเดาอารมณ์ได้อย่างน่ากลัว

“ตบข้า อาเจิน ถ้าเจ้าไม่ตบ...”

อาเจินถูกเสียงของคุณหนูข่มขวัญ จึงได้ยกมือขึ้นแล้วฟาดเข้าไปที่แก้มของซูลี่จู แต่น้ำหนักมือเบายิ่งนัก

ซูลี่จูไม่ได้ล้อเล่น ในเมื่ออาเจินไม่ลงมือ นางจึงตบหน้าตนเองอย่างแรง

“โอ๊ย เจ็บ!”

“คุณหนู อย่าทำเช่นนี้เจ้าค่ะ เจ็บหรือไม่ ตีบ่าวแทนเถิดเจ้าค่ะ จะโกรธอันใดก็ตีบ่าวเถิด คุณหนูไม่สบายอยู่นะเจ้าคะ ตบตนเองแรงเช่นนั้นได้อย่างไร”

อาเจินเห็นซูลี่จูตบตนเองก็รู้สึกสงสาร นางถูกเลี้ยงดูให้เติบโตมาเพื่อปกป้องผู้เป็นนาย เป็นมือเป็นเท้าเป็นกระโถนรองรับอารมณ์ และเป็นทุกอย่างให้ซูลี่จู ความเจ็บนางทนได้แต่เมื่อเห็นซูลี่จูเจ็บอาเจินกลับรู้สึกทนไม่ได้

ซูลี่จูร้องไห้จนสะอื้น นางปาดน้ำตาแล้วเอ่ยว่า

“อาเจิน คงมีเพียงเจ้าที่ดีกับข้าที่สุด ต่อไปข้าจะชดใช้ให้เจ้า จะดีต่อเจ้า จะไม่ทำร้ายเจ้าอีกและจะปกป้องเจ้าเอง”

“คุณหนูเจ้าคะ นอนลงนะเจ้าคะบ่าวจะไปหายามาทาให้ท่านเจ้าค่ะ”

ความเจ็บนี้ทำให้ซูลี่จูเข้าใจแล้ว ว่ากำลังเกิดสิ่งใดขึ้น นางได้โอกาสในการกลับมาอีกครั้ง คำอ้อนวอนก่อนตายของนางนั้นส่งผล สวรรค์จึงได้เมตตานางเช่นนี้

ซูลี่จูปล่อยให้อาเจินจุดตะเกียง ภายในห้องสว่างขึ้นมาโดยพลัน อาเจินเดินเข้ามาพร้อมกับยาในมือ นางคุกเข่าแทบเท้าของซูลี่จู แต่กลับถูกซูลี่จูดึงมือของนางขึ้นมาให้นั่งลงบนเตียง

ด้วยความเคยชิน คิดว่าตนเองจะถูกทำร้าย อาเจินจึงหลับตาพร้อมกัดฟันแน่น

ในชาติก่อนซูลี่จูมักจะเห็นภาพนี้จนชินตา ก่อนที่นางจะตกระกำลำบากทุกครั้งที่เห็นอาเจินทำเช่นนี้นางมักจะมีอารมณ์โมโหและตบตีอาเจินราวกับสตรีบ้าคลั่ง

ทว่าหลังจากหลบหนีไปพร้อมกัน อาเจินที่คอยปกป้องนางและไม่ทอดทิ้งนางไปที่ใด ทำให้ซูลี่จูกลับใจได้ในที่สุด

ซูลี่จูจับมือของอาเจินจากนั้นจึงสัมผัสใบหน้าเล็กของสาวใช้เบา ๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแบบที่อาเจินไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต

“ข้าไม่ตีเจ้า ต่อไปจะไม่ตีเจ้าอีกแล้ว อาเจินอย่ากลัวข้าจะได้หรือไม่ ชีวิตของข้านอกจากเจ้าแล้วก็ไม่มีผู้ใดอีก อาเจิน ข้าขอโทษทุกอย่างที่ผ่านมา เจ้าจะยกโทษให้ข้าได้หรือไม่”

“คะ คุณหนู ยะ ไย...”

หรือท่านหมอให้ยาผิด คุณหนูจึงกล่าวขอโทษนาง

“เจ้ามองข้าเถิด เห็นหรือไม่ว่าข้าไม่ได้ทำอะไรเจ้าเลยแม้แต่น้อย”

อาเจินค่อย ๆ ลืมตา ไม่มีการลงโทษ ไม่มีคำด่าหยาบคาย คุณหนูพูดจากับนางด้วยน้ำเสียงที่ดียิ่งนัก ดีจนอาเจินยิ่งหวาดกลัว

ซูลี่จูยิ้มอ่อนหวาน

“อาเจิน โปรดเชื่อคุณหนูของเจ้าสักครั้งได้หรือไม่”

ถึงจะหวาดระแวง แต่นิสัยของอาเจินก็คือทุกอย่างล้วนตามใจซูลี่จู ในที่สุดนางก็ฝืนยิ้มแล้วพยักหน้าเบา ๆ

“เจ้าค่ะ”

“นั่งลงตรงนี้ ข้าง ๆ ข้า ต่อไปเจ้าไม่ต้องคุกเข่าให้ข้าอีกเข้าใจหรือไม่”

ซูลี่จูยังคงเห็นความหวาดระแวงในแววตาของสาวใช้ แต่เอาเถิดนางจะค่อย ๆ ใช้เวลาเยียวยาทุกอย่างที่ผ่านมา ชาตินี้นางไม่มีทางทำผิดซ้ำสองอีกเป็นแน่

อาเจินช่วยซูลี่จูทายา และซูลี่จูก็ช่วยทายาที่แก้มของนางให้เช่นกัน

อาเจินเห็นท่าทางอ่อนโยนเช่นนั้นของซูลี่จู จึงรวบรวมความกล้าเอ่ยปากถามนาง

“คุณหนู ท่านฝันร้ายหรือเจ้าคะ”

ซูลี่จูชะงักมือเล็กน้อย ก่อนที่จะทายาให้อาเจินต่อ จากนั้นจึงเอ่ยว่า

“อือ ข้าฝันร้ายอาเจินข้าฝันร้าย เป็นฝันที่น่ากลัวเหลือเกิน น่ากลัวจนข้าคิดว่าข้าตายไปแล้วจริง ๆ”

หัวใจของซูลี่จูบัดนี้เต้นแรงยิ่งนัก นางทั้งดีใจทั้งตื่นเต้นที่ได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง

ขอให้เป็นเพียงฝันจริง ๆ เถิด

“อาเจินข้ากอดเจ้าอีกได้หรือไม่”

อาเจินมองใบหน้างามของนายหญิงของตนเอง ดวงตาคู่งามคลอไปด้วยหยาดน้ำตา

อาเจินยิ่งสงสัยในท่าทางของซูลี่จู โดยปกติแล้วนายของนางผู้นี้เป็นคนเย่อหยิ่งและถือตัว ทว่าวันนี้ถึงกับดึงบ่าวรับใช้เช่นนางไปกอดในอ้อมแขน

ซูลี่จูร้องไห้ อาเจินปล่อยให้นางร้องจนหยุดไปเอง ซูลี่จูมองหน้าอาเจิน คล้ายกับว่าเพิ่งได้พบหน้ากันคราแรกหลังจากที่พลัดพรากมาเนิ่นนาน

ประหลาดยิ่ง อาเจินจึงตัดสินใจเอ่ยถาม

"คุณหนูท่านคงเสียใจที่นายท่านไม่สนใจใช่หรือไม่เจ้าคะ นายท่านก็เป็นเช่นนั้นเฉยชาและไม่สนใจคุณหนูเลย อย่าทำร้ายตนเองเพื่อนายท่านอีกเลยนะเจ้าคะ ไม่คุ้มเลยสักนิด”

ซูลี่จูยิ้มเศร้าสร้อย นางย่อมจำได้วันนี้เกาเฟยอวี่มีปากเสียงกับนางเรื่องที่นางคอยตามตอแยเขาไม่เว้นวันจนเขาหาความสงบไม่ได้ ด้วยนางหึงเขาจนหน้ามืดตามัวและคิดว่าเพราะอันผิงจือที่ทำให้เกาเฟยอวี่เป็นเช่นนี้

เขาปิดประตูไม่ยอมพบหน้านาง ส่วนนางก็ไม่ยอมขยับด้วยใจหนึ่งดื้อรั้นอีกใจหนึ่งคิดจะทำให้เขาเห็นใจนางบ้าง กระทั่งฝนตกลงมาอย่างหนัก ซูลี่จูก็ยังยืนนิ่ง

นางคิดไปเองว่า เขาคงไม่ปล่อยให้นางตากฝนอยู่เช่นนี้กระมัง เขาจะหันมาสนใจนางบ้างถ้านางลำบากเพราะเขา แต่เขาก็คือเขาคนที่ไม่สนใจและไม่เหลียวแลคนเดิม

ซูลี่จูหมดสติไปหลายวัน และบัดนี้นางก็ฟื้นแล้วทว่าช่วงเวลาที่นางหลับลึกนั้นในอีกโลกหนึ่งชีวิตอันเลวร้ายของนางยังดำเนินต่อไป

นางก้มมองมือของตนเองที่ยังเนียนนุ่มด้วยไม่เคยจับต้องสิ่งใดเลยสักหน ทว่าชีวิตบั้นปลายของชาติที่แล้วมือนี้หยาบกร้าน นางต้องหลบหนีคนจากทางการ ใช้มือนี้ขุดหาหัวมันเพื่อเอามาเผากิน ประทังชีวิตด้วยการนอนอยู่ในที่เย็นและสกปรกร่วมกับอาเจินผู้แสนดี

“ข้าได้กลับมาอีกครั้ง ข้าจะไม่ทำพลาดอีกแล้ว ส่วนเขาจะทำสิ่งใดข้ายอมหลีกทางให้ทั้งหมด”

อาเจินคิดว่าในความฝันนั้นคงน่ากลัวไม่น้อย แต่จะน่ากลัวเพียงพอที่จะทำให้คนผู้หนึ่งเปลี่ยนนิสัยได้หรือ

“คุณหนู นอนนะเจ้าคะ ท่านเหมือนจะตัวร้อนกว่าเดิมแล้ว บ่าวจะเช็ดตัวให้ท่านเจ้าค่ะ”

ซูลี่จูยิ้มอย่างอบอุ่นครานี้อาเจินสามารถรับรู้ได้ถึงความอ่อนโยนของนางแล้ว นางจับมือของอาเจินเอาไว้

“อาเจิน เจ้าอยู่ตรงนี้ไม่ต้องเช็ดตัวแล้ว ข้าไม่เป็นอะไร ข้าเพียงแต่อยากจะอยู่กับเจ้า ให้แน่ใจว่านี่ไม่ใช่ความฝัน เจ้ายังอยู่ตรงนี้จริง ๆ”

อาเจินมองนางนิ่ง ความสงสัยล้นพ้นอยู่ในอก

หรือว่าคุณหนูหลังจากล้มป่วยวิญญาณจะออกจากร่างแล้วมีเทพเซียนมาเข้าร่างนี้แทน

ถ้าเป็นเช่นนี้ก็ดียิ่งแล้ว

ทันใดนั้นซูลี่จูก็รู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่ลำคอ ซูลี่จูไอแหบแห้งออกมาจากนั้นจึงยกมือขึ้นจับลำคอของตนเอง

อาเจินมองตามและบัดนี้นางก็ตกใจยิ่งนัก

“คุณหนูเจ้าคะ ลำคอของท่านไยจึงได้แดงน่ากลัวเช่นนี้ เกิดอะไรขึ้น ยังคล้ายกับถูกเชือกรัดมาเช่นนี้”

ซูลี่จูเบิกตากว้าง

“จริงหรือ”

“เจ้าค่ะ”

นางลุกพรวดขึ้นมาแล้วผวาไปที่หน้ากระจกอย่างรวดเร็ว และภาพที่นางเห็นในยามนี้ล้วนเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ

นางลูบลำคอที่ยังรู้สึกเจ็บแสบพร้อมกับรอยแผลนั่นเบา ๆ

“อาเจิน ข้าแน่ใจแล้วเรื่องทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่ความฝันแม้แต่น้อย”

“คุณหนูรอยยาวเช่นนี้คงเจ็บปวดไม่น้อย เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ”

ซูลี่จูเอ่ยว่า

“เจ้าอย่ารู้เลย ไม่ใช่เรื่องที่น่าฟังเท่าใด อาเจินอย่าถามข้าอีก”

“บ่าวทราบแล้วเจ้าค่ะ”

แม้จะสงสัยกับรอยแดงรอบลำคอขาวของซูลี่จู อาเจินก็ไม่เอ่ยปากถามคำใดอีก แม้ว่าอย่างไรก็คิดไม่ออกว่ารอยนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แต่เพราะที่ผ่านมานางถูกสอนมาให้เชื่อฟังและห้ามปากมากอาเจินจึงได้หุบปากเสียสนิท

“บ่าวจะทาขี้ผึ้งให้ท่านนะเจ้าคะ หรือจะให้บ่าวไปตามท่านหมอ รอยแผลนี้แม้จะไม่ลึกเท่าใดแต่อาจทิ้งแผลเป็นให้ท่าน”

อาเจินเอ่ยด้วยความรู้สึกห่วงใย หากเป็นเมื่อก่อนซูลี่จูคงกินไม่ได้นอนไม่หลับแล้วเผลอ ๆ ยังกังวลจนลงมือตบตีนางอีกทว่าครานี้นางกลับดูสงบยิ่งนัก ทั้ง ๆ ที่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ร้ายแรงเพราะแผลเป็นสำหรับสตรีนั้นเปรียบประดุจตราบาปที่ประทับอยู่ในร่างกาย

“รอบ่าวสักครู่นะเจ้าคะ บ่าวจะดูว่ามีขี้ผึ้งทาแผลหรือไม่”

อาเจินลุกขึ้นไปค้นหาขี้ผึ้งในกล่องยาอย่างกังวล

“อยู่นี่เอง คุณหนูเจอแล้วเจ้าค่ะ”

อาเจินกลับมาก็พบว่าซูลี่จูกำลังนั่งเหม่อลอยนิ้วเรียวยังคงลูบไล้ลำคอของตนเองแผ่วเบาเช่นเคย

“คุณหนูบ่าวทาขี้ผึ้งให้เจ้าค่ะ”

ซูลี่จูนั่งนิ่งคล้ายรูปปั้นรูปหนึ่ง โดยไม่ขยับแม้แต่น้อย นัยน์ตาของนางเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ยากคาดเดา ไม่อาจรู้ได้ว่าบัดนี้นางกำลังคิดสิ่งใดกันแน่

ความรู้สึกของอาเจินในยามนี้ดูจะผ่อนคลายลงไม่น้อย ซูลี่จูไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน ทั้งสีหน้าและแววตาเปลี่ยนไปราวกับสตรีที่ผ่านโลกมาถึงบั้นปลายชีวิต

เพียงแค่ตากฝนจนล้มป่วยเพื่อเรียกร้องให้สามีที่ไม่ไยดีสงสาร ก็ทำให้คุณหนูเปลี่ยนไปเพียงนี้หรือ

หรือว่าคุณหนูจะเจ็บช้ำน้ำใจจนสติของนางได้เพี้ยนไปแล้ว

กระทั่งซูลี่จูเอ่ยคำที่ทำให้อาเจินตกตะลึง

“อาเจินพวกเรากลับบ้านกันเถิด ต่อไปพวกเราจะใช้ชีวิตให้ดีไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนสกุลเกาอีก ข้าไม่ชอบเขาแล้วไม่อาจชอบได้อีกต่อไป ข้าจะขอหย่ากับเขาในวันพรุ่งนี้”

“คุณหนู! ทะท่านหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ”

ซูลี่จูแย้มเย็น สายตามุ่งมั่นแน่วแน่

“ข้าจะหย่ากับเขา ชาตินี้จะไม่ข้องแวะกับเขาอีก ส่วนพวกเราก็มาใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุขเถิดนะ”

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167WSM” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167WSM
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

ยั่วรักกับดักสวาท
ยั่วรักกับดักสวาท
เมื่อสาวใช้สุดเซ็กซี่ริอาจท้าทายด้วยการพิสูจน์รสนิยมลับของเจ้านายหนุ่มผู้เคร่งขรึม แผนการยั่วรักสุดเร่าร้อนจึงกลายเป็นกับดักร้ายที่ย้อนกลับมาเล่นงานตัวเธอเองอย่างหมดทางหนี อ่านนิยายดาร์กโรแมนซ์สุดฟินที่เต็มไปด้วยความปรารถนาอันตรายและบทลงโทษแสนเร่าร้อนที่จะทำให้คุณหยุดอ่านไม่ได้
9.2
38 ตอน
จากเถ้าถ่าน สู่ฟีนิกซ์: รักที่ฟื้นคืน
จากเถ้าถ่าน สู่ฟีนิกซ์: รักที่ฟื้นคืน
เมื่อความเสียสละกลายเป็นสิ่งไร้ค่า หลังช่วยคู่หมั้นจนแผ่นหลังเสียโฉมและเฝ้าไข้นานสี่ปี แต่เขากลับตอบแทนด้วยการทรยศไปรักหญิงอื่น ปล่อยให้คนอื่นรังแกและเหยียดหยามรอยแผลเป็นของเธอ แม้ในวันแต่งงานยังถูกทิ้งไว้ข้างทาง นิยายรักดราม่าสุดเข้มข้นที่จะพาคุณไปพบกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่จากเถ้าถ่าน
9.8
46 ตอน
อสุรเริงไฟ (หัวใจศิลา)
อสุรเริงไฟ (หัวใจศิลา)
เมื่อความเจ็บปวดหล่อหลอมให้ 'ศิลา' กลายเป็นอสูรร้ายผู้มีหัวใจเย็นชาดั่งหินผา ไฟแค้นที่ซ่อนอยู่จึงพร้อมแผดเผาทุกชีวิตเพื่อทวงความยุติธรรม ทว่า 'มินตา' หญิงสาวผู้ไร้เดียงสากลับต้องตกเป็นเหยื่อในเกมอันตรายครั้งนี้ นิยายรักดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่จะพาทุกคนไปพบกับไฟปรารถนาอันเร่าร้อนที่ยากจะต้านทาน
8.8
30 ตอน
นักล่าคู่กับหมอมหัศจรรย์
นักล่าคู่กับหมอมหัศจรรย์
เมื่อฟางจินซิ่ว หมอสาวผู้มีมิติวิเศษต้องย้อนเวลามาเผชิญชีวิตแสนแร้นแค้นในฐานะสะใภ้ชาวนา ท่ามกลางความแห้งแล้งและอุปสรรคจากญาติขี้อิจฉา เธอจึงต้องใช้ทักษะการแพทย์และสระน้ำศักดิ์สิทธิ์เพื่อกอบกู้ครอบครัวใหม่ โดยมีสามีพรานป่าสุดแกร่งคอยปกป้องด้วยชีวิตในนิยายรักแฟนตาซีสุดเข้มข้นนี้
8.1
56 ตอน
เพลิงแค้นซาตาน
เพลิงแค้นซาตาน
เมื่อความแค้นบดบังใจ เหนือตะวันจึงเลือกทำลายทุกคนที่เกี่ยวข้อง รวมถึง เอื้อมดาว หญิงสาวผู้ยอมตกเป็นเหยื่อเพื่อไถ่บาปแทนครอบครัว ทว่ายิ่งเขาทรมานเธอด้วยไฟเสน่หาและรอยแค้น หัวใจที่ด้านชากลับยิ่งสั่นคลอนด้วยความเจ็บปวด นิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่จะทำให้คุณลุ้นไปกับบทสรุปของความรักอันตรายครั้งนี้
9.0
97 ตอน
มาเฟียร้ายพ่ายรักคุณหมอ
มาเฟียร้ายพ่ายรักคุณหมอ
เมื่อคุณหมอสาวผู้อ่อนโยนต้องจำใจเข้าพิธีวิวาห์กับมาเฟียหนุ่มผู้ไร้ความปราณี ความสัมพันธ์ในกรงขังของมาเฟียร้ายสายโหดที่เกลียดการผูกมัดจึงเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางอันตรายและไฟปรารถนาที่ยากจะต้านทาน นิยายรักมาเฟียแนวแต่งงานสุดเร่าร้อนที่จะทำให้คุณใจสั่น ลุ้นไปกับความรักอันตรายครั้งนี้
8.2
66 ตอน