ตอน 1
เมืองหลวง แคว้นเทียนฝู่
“ท่านพ่อได้โปรด อย่าให้ข้าแต่งงานกับอาหูเลย” หญิงสาววัยสิบเจ็ดโขกศีรษะอ้อนวอนบิดาทั้งน้ำตา
“ทำไมเจ้าถึงไม่อยากแต่ง เขาไม่ดีตรงไหนเสี่ยวอิน” พยายามถามอย่างใจเย็น
“เขา..ข้าคิดว่าเขาไม่ได้รักข้า”
บิดาถอนหายใจอย่างแรง คำตอบของนางเขารู้ดีว่าหมายถึงนางมีบุรุษอื่นอยู่ในใจแล้ว
“มีใครบ้างที่แต่งงานเพราะรักกัน ทุกคนล้วนแต่งงานตามความเห็นควรของพ่อแม่ทั้งนั้น”
“แต่ข้าอยากแต่งงานกับคนที่ข้ารัก”
“...ยังไงเจ้าก็ต้องแต่งงานกับอาหู” แม้จะเห็นใจแต่เขาก็ต้องเด็ดขาด
“ข้าไม่แต่ง ถ้าท่านพ่อยังบังคับข้า ข้าจะหนีตามคนที่ข้ารักไป” สตรีใบหน้างดงามข่มขู่บิดา
“ถ้าเจ้าอยากให้ข้ากับแม่ของเจ้า ต้องแบกรับความอัปยศก็ตามใจเจ้าเถิด นอกจากอับอายขายขี้หน้าชาวบ้าน ข้ากับแม่ที่ป่วยออด ๆ แอด ๆ ของเจ้า ก็คงต้องขายตัวไปเป็นทาสให้บ้านอาหู เพื่อชดใช้หนี้ที่หยิบยืมมารักษาแม่ของเจ้า”
“ท่านพ่อ!” เสี่ยวอินได้แต่มองบิดาที่หุนหันเดินจากไปผ่านม่านน้ำตา
หลายวันผ่านไป
“อย่าเสียใจไปเลยอาอิน ข้าดีใจด้วยซ้ำที่เจ้าจะได้แต่งงานกับอาหู เพราะอาหูเขาเป็นคนดีมาก จิตใจโอบอ้อมอารี คอยช่วยเหลือเพื่อนอย่างข้าเสมอ” ชายหนุ่มหน้าตาดีบอกกับหญิงคนรัก ยิ้มให้นาง ไม่แสดงความเสียใจออกไปให้เห็น
“เจ้าไม่รักข้าแล้วหรืออาเกอ”
“รักสิ..แต่เจ้าก็ควรกตัญญูต่อบิดามารดามากกว่าไม่ใช่หรือ”
“แต่ข้ารักเจ้า”
“เจ้าควรลืมข้าเสีย คนอย่างข้ามันไร้อนาคต เป็นแค่ลูกจ้างในโรงเตี๊ยม แต่อาหูเป็นทหารในวังหลวง มีหน้าที่การงานที่ดี เขาจะต้องมีตำแหน่งที่สูงขึ้นในอนาคต เจ้าก็จะสุขสบายมากขึ้น ไม่ต้องลำบากเหมือนตอนนี้”
“ข้ายอมลำบากถ้าได้อยู่กับเจ้า”
“แต่ข้าอยากให้เจ้าอยู่อย่างสุขสบายกับอาหูมากกว่า..เจ้ากับข้าจบสัมพันธ์กันแค่นี้ดีกว่า” จูเกอตัดใจลูกขึ้นแล้วหันหลังให้หญิงสาวผู้เป็นที่รัก “ลาก่อน”
“อาเกอ” เสี่ยวอินร้องไห้น้ำตานองหน้า เมื่อชายคนรักเดินจากไปทันทีที่พูดจบ
ทำไมทุกคนที่นางรักถึงไม่รักนาง ทำไมทั้งบิดาและทั้งเขาถึงหันหลังให้นางอย่างง่ายดาย
หนึ่งเดือนผ่านไป
เสี่ยวอินมองใบหน้าเปื้อนยิ้มของเจ้าบ่าว ที่เปิดผ้าคลุมหน้าของนางด้วยสายตาเย็นชา ไม่สนใจรอยยิ้มอ่อนโยนที่เขามอบให้สักนิด แต่ก็ยอมทำตามประเพณีโดยดี ยอมแม้กระทั่งร่วมหัวจมท้ายเป็นสามีภรรยา
ก๊อก ๆ ๆ
ยามโฉ่วของคืนแต่งงาน ขณะที่บ่าวสาวกำลังนอนหลับอยู่นั้น ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นหลายครั้ง
“อาหู”
ไป๋ซินหูรีบลุกจากที่นอนแล้วรีบเดินไปเปิดประตู
“มีเรื่องด่วนอันใดท่านพ่อ”
“มีคำสั่งให้หน่วยของเจ้าออกเดินทางนำเสบียงอาหารและยาไปที่เมืองไฮ่ เพราะที่นั่นฝนตกหนัก หินจากภูเขาถล่มปิดเส้นทางสัญจร ทำให้ชาวบ้านถูกตัดขาดจากเมืองอื่น ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก แล้วตอนนี้ก็เริ่มเกิดการระบาดของโรคซางหานในเด็กอีกด้วย”
“ตอนนี้เลยหรือท่านพ่อ”
“ภายในยามโฉ่วพวกเจ้าต้องไปรวมตัวกันที่หน้าประตูทิศเหนือของวังหลวง”
“เช่นนั้นข้าจะรีบไปเตรียมตัว ท่านพ่อไปพักผ่อนเถิด”
เจ็ดเดือนผ่านไป
เสี่ยวอินเก็บจดหมายที่ได้รับจากสามีหลังจากที่อ่านจบ นางไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายกับข้อความที่บอกว่าเขาเสร็จงานแล้ว และกำลังจะเดินทางกลับ ซึ่งป่านนี้ก็คงกำลังอยู่ในระหว่างเดินทาง และคงใช้เวลาอีกแรมเดือนกว่าจะมาถึงเมืองหลวง
นางลูบหน้าท้องที่นูนออกมาพอสมควร ทารกในท้องเริ่มดิ้นให้รู้สึกแล้ว แต่นางก็ไม่ได้ตื่นเต้นยินดีสักนิด
“เสี่ยวอิน”
“พี่สะใภ้” หญิงสาวรีบลุกขึ้นเดินไปหาพี่สะใภ้ของสามี
“เป็นอย่างไรบ้าง รู้สึกปวดหลังปวดเอวบ้างไหม”
“ไม่ ข้าปกติดีมาก ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย”
“โชคดีนัก เด็กคนนี้ช่างเจียมตัวดีเหลือเกิน รู้ว่าพ่อไม่อยู่ก็ไม่กล้าทำให้แม่เหนื่อยเพราะตัวเอง”
เสี่ยวอินได้แต่ยิ้มกับคำพูดของพี่สะใภ้ เพราะไม่รู้จะพูดอะไร
“วันนี้เจ้าพอจะมีเวลาว่างไหม”
“พี่สะใภ้จะไปไหนหรือ”
“อีกไม่กี่วันก็จะเป็นวันเกิดของสามีข้าแล้ว ข้าอยากไปไหว้พระขอพรให้เขาสักหน่อย ข้าก็เลยอยากชวนเจ้าไปด้วย เจ้าจะได้ไหว้พระขอพรให้ลูกในท้องกับสามีของเจ้าบ้าง”
“ได้สิ” แต่นางไม่ได้อยากไปไหว้พระขอพรหรอกนะ นางแค่รู้สึกเบื่อ อยากออกไปเที่ยวเล่นบ้างก็เท่านั้น
วัดไท่หลินจง
“พี่สะใภ้ ข้าอยากเข้าห้องน้ำ”
“ห้องน้ำต้องเดินลงบันไดไปทางด้านหลัง ไกลหน่อยนะ ให้ข้าไปเป็นเพื่อนไหม”
“ไม่ต้องหรอก ที่วัดนี้ร่มรื่นนัก เข้าห้องน้ำแล้วข้าอยากจะเดินเล่นสักหน่อย”
“ตามใจ ข้าจะนั่งสมาธิรออยู่ที่นี่นะ”
“อือ”
เสี่ยวอินเข้าห้องน้ำเสร็จแล้วก็เดินชมสวนที่แสนร่มรื่นของวัด เดินไปเรื่อย ๆ จนถึงสระน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ภายในสวน มองดูปลาหลีฮื้อสีสันหลายสิบตัวแหวกว่ายอยู่ในสระ
แล้วหูของนางก็บังเอิญได้ยินเสียงหัวเราะของสตรีนางหนึ่ง.. จึงเหลือบไปมองด้วยความใคร่รู้..เห็นบุรุษสตรีคู่หนึ่ง.. แต่เพียงแค่เห็นแผ่นหลังผึ่งผายของฝ่ายชาย ก็จำได้ทันทีว่าเขาคือหูเกอ อดีตชายคนรักของตน
ความหึงหวงบังเกิดขึ้นทันที เมื่อเห็นพวกเขาส่งยิ้มให้กันและกันอย่างหวานซึ้ง
เท้าที่ยืนนิ่งอยู่ริมสระเปลี่ยนเป็นเดินตรงไปยังที่พวกเขานั่งอยู่
“เสี่ยวอิน!” หูเกอเห็นหญิงสาวที่เดินเข้ามาก็ตกใจ “เจ้ามาได้อย่างไร เป็นอย่างไร สบายดีไหม” แต่ก็รีบทักทายอย่างเป็นมิตร
เสี่ยวอินมองหญิงสาวที่มากับเขาด้วยสีหน้าชิงชังอย่างเปิดเผย
“เจ้ามากับใครหรืออาเกอ”
“นางคือแม่นางสี นางกับข้ากำลัง”
“ไม่ต้องบอก ข้าไม่อยากรู้ ข้าแค่อยากมาทักเจ้าเท่านั้น ข้าไปแล้ว” พูดจบก็สะบัดหน้าเดินจากไปทันที
ถ้าไม่ใช่เพราะไป๋ซินหู คนที่ได้ยืนอยู่ข้างอาเกอก็ต้องเป็นนาง เพราะเขาคนเดียวทำให้นางต้องเสียคนรัก ทำให้นางต้องเจ็บปวดใจถึงเพียงนี้
ไป๋ซินหู ข้าเกลียดเจ้ายิ่งนัก!!!
เสี่ยวอินเดินหน้าบึ้งกลับไปที่ศาลาใหญ่ เห็นพี่สะใภ้กำลังนั่งสมาธิอยู่ก็ไม่อยากเสียมารยาท จึงนั่งสงบสติอารมณ์ของตัวเองเงียบ ๆ แต่ภาพของอาเกอกับสตรีนางนั้นก็ยังรบกวนจิตใจไม่เลิก
เขากับนางกำลังจะแต่งงานกันงั้นหรือ..
ริมฝีปากบางเม้มเข้ากันหา ปาดน้ำตาที่ยังไม่ทันไหลออกจากดวงตาทิ้ง
“ขอให้สามีและลูกของข้าเดินทางกลับมาถึงบ้านอย่างปลอดภัยด้วยเถิดพระคุณเจ้า”
เสียงขอพรที่ไม่ดังนักของสตรีวัยกลางคนนางหนึ่ง ทำให้เสี่ยวอินหันไปมอง.. มองสตรีนางนั้นตั้งใจไหว้พระขอพร มองรูปปั้นพระพุทธรูปที่นางกราบไหว้ แล้วมองไปที่รูปปั้นองค์อื่น ๆ ภายในศาลา..
นางลุกขึ้นแล้วเดินไปหยิบธูปมาจุด แล้วมองจ้องไปที่ดวงตาของพระพุทธรูป
‘ถ้าท่านศักดิ์สิทธิ์จริง ขอให้ไป๋ซินหูสามีของข้าจากข้าไปชั่วชีวิต อย่าได้กลับมาที่เมืองหลวงแห่งนี้อีก ส่วนลูกของเขาคนนี้’ นางก้มมองท้องของตัวเอง ‘ถ้าข้าสมหวังข้าจะยอมให้เด็กคนนี้ได้เกิดมา เพื่อชดเชยกับชีวิตของพ่อเขา’
ตอน 2
ระหว่างเส้นทางเมืองไฮ่มุ่งสู่เมืองหลวง
“ช่วยด้วย ช่วยคุณชายของข้าด้วย” ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายอย่างหนัก บุรุษวัยสามสิบกว่า ๆ ผู้หนึ่ง รีบขวางทางทหารกลุ่มหนึ่งไว้ด้วยความลนลานและหวาดหวั่น
“เกิดอะไรขึ้น” คนที่เป็นหัวหน้าของกลุ่มทหารถามขึ้น
“รถม้าของคุณชายข้าลื่นเสียหลักตกลงไปที่หน้าผา คุณชายของข้ากระโดดออกมาจากรถได้ แต่ก็ติดอยู่ที่ชะง่อนผาด้านล่าง ไม่สามารถหาทางขึ้นมาได้เพราะได้รับบาดเจ็บที่เท้า”
“คนอยู่ไหน”
“ทางนี้”
ทหารหลายสิบนายเตรียมจะช่วยเหลือผู้บาดเจ็บท่ามกลางสายฝน
“พี่ตู้ รอให้ฝนซาอีกสักหน่อยดีกว่า ฝนตกแบบนี้มันเสี่ยงเกินไปนะ” ไป๋ซินหูเสนอแนะเพื่อนร่วมงาน
“แต่คนกำลังบาดเจ็บนะอาหู และฝนก็ตกหนักมากด้วย น้ำจากข้างบนไหล่ลงไปแบบนี้ เกรงว่าชะง่อนผาอาจจะพังลงได้”
“ชะง่อนผาไม่น่าพังง่าย ๆ ยังมีลักษณะคล้ายปากถ้ำไว้หลบลมฝนได้อีก เขาน่าจะปลอดภัยไปจนถึงฝนหยุดตก แต่ถ้าเราช่วยเขาตอนนี้เรานี่แหละที่เสี่ยงกว่าเขา”
อาตู้คิดตามคำพูดของเพื่อนรุ่นน้องที่เป็นคนรอบคอบที่สุดในกลุ่ม
“ที่เจ้าพูดมาก็มีเหตุผล แต่เราจะเสียเวลาอยู่ที่นี่นานไม่ได้ เจ้าก็รู้ว่าเราเป็นกลุ่มสุดท้าย ต้องรีบกลับไปรวมตัวกับกลุ่มอื่นในเมืองหลวง ตอนนี้เรามีแค่สองทางเลือกเท่านั้น คือช่วยเขาหรือไม่ก็ทิ้งเขาไปตอนนี้เลย ให้เขารอให้คนอื่นที่ผ่านทางมาช่วย”
“แต่เราเป็นทหารนะพี่ตู้ เราจะทิ้งชาวบ้านที่กำลังเดือดร้อนไม่ได้”
“เช่นนั้นก็ต้องทำตอนนี้เลย เราจะเสียเวลาอีกไม่ได้แล้ว ถ้าเรากลับไปถึงช้ากว่ากำหนดมากเกินไป เราก็จะโดนลงโทษตามวินัยทหารเหมือนกัน”
“เช่นนั้นก็แล้วแต่พี่ตู้เถิด” ไป๋ซินหูรับปากอย่างเต็มใจ
ความจริงเขาควรจะกลับถึงเมืองหลวงตั้งแต่สามวันที่แล้ว แต่เพราะฝนที่ตกมาผิดฤดูนี้เอง ทำให้ท่านแม่ทัพไม่ไว้วางใจ สั่งให้ทหารกองของเขาอยู่เฝ้าระวังต่ออีกสามวัน เพราะกลัวจะเกิดเหตุน้ำท่วมหมู่บ้านซ้ำอีก
“เจ้าไปหยิบเชือกกับผ้ามาให้ข้าที”
“อือ” ซินหูทำตามคำสั่งโดยเร็ว
เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ซินหูก็เตรียมตัวจะลงไปช่วยคน
“ข้าเอง” อาตู้ดึงไป๋ซินหูเอาไว้
“เจ้าออกคำสั่งอยู่ข้างบนนี่แหละ” ซินหูรู้ว่าพี่ตู้มีอาการปวดแขนข้างซ้ายมาสักพักแล้ว และตัวก็ใหญ่กว่าเขามากจึงไม่อยากให้ลงไป
“แน่ใจนะ” อาตู้ถามด้วยความเป็นห่วง เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ถนัดงานแบบนี้
“แน่ใจสิ รีบ ๆ เข้าเถอะ ฝนซาลงบ้างแล้ว เราจะได้ทำงานง่ายขึ้น”
อาตู้พยักหน้ารับ
ไป๋ซินหูถูกหย่อนลงไปจนถึงชะง่อนผาอย่างปลอดภัย มองดูร่างโปร่งบางที่หลบฝนอยู่กับโขดหิน เขาดูอิดโรยและซีดเซียว และเขายังอายุน้อยอยู่เลย ดูจากการแต่งตัวก็รู้ว่ามาจากชาติตระกูลที่ดี
“เป็นอย่างไร เจ็บตรงไหนบ้าง”
“ข้าเจ็บขามาก ท่านมาช่วยข้าหรือ”
“อือ ข้ามาช่วยแล้ว” ไป๋ซินหูมองข้อเท้าที่บิดจนผิดรูป บวมช้ำเป็นสีคล้ำ สูงขึ้นมาอีกนิดก็เห็นกระดูกแทงทะลุเนื้อที่ฉีกขาดออกมา แต่แทบไม่มีเลือดให้เห็นแล้ว คงเพราะถูกน้ำฝนชะล้างไป เขารีบหยิบผ้าและไม้ที่เตรียมไว้ออกมา
“เจ้าอายุเท่าไหร่แล้วคุณชายน้อย” ถามขณะเริ่มโรยยาลงไปบนบาดแผล
“อีกสองเดือนข้าก็จะอายุสิบสองแล้ว โอ๊ย!!!” ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดที่จู่โจมเข้ามากะทันหัน
ซินหูรีบจับขาที่ทำท่าจะชักหนี “อดทนหน่อยนะคุณชาย บาดแผลของเจ้าสาหัสมาก ข้าต้องรักษาอาการเบื้องต้นให้ก่อน เสร็จแล้วจะรีบพาเจ้าขึ้นไป กัดผ้านี้ไว้นะ”
“ข้าเจ็บ ซู้ด..แต่ข้าจะอดทน” เขารีบกัดผ้าข่มความเจ็บปวดที่ไม่เคยได้รับมาก่อนในชีวิต แม้น้ำตาจะไหลแข่งกับน้ำฝนแต่ก็ไม่ปริปากร้องออกมา
“ข้าเป็นทหาร ชื่อไป๋ซินหู เดินทางไปช่วยผู้ประสบภัยที่เมืองไฮ่หลายเดือนแล้ว เมียของข้ากำลังท้องแก่ใกล้คลอด ข้าหวังอย่างยิ่งว่าจะเป็นลูกสาว เพราะข้ามีแต่พี่ชาย ข้าจึงอยากได้ลูกสาวเอาไว้ให้อ้อนข้าบ้าง” ซินหูหาเรื่องมาชวนคุยกับเด็กหนุ่ม เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความเจ็บปวด “เสร็จแล้ว”
“ท่านคงมีความสุขมากสินะ ที่จะได้กลับไปเจอหน้าภรรยา แล้วยังจะได้เป็นพ่อคนอีก” แม้จะยังเจ็บอยู่ แต่เขาก็คุยโต้ตอบกับนายทหารผู้มีพระคุณที่กำลังผูกปมผ้า
“ดีใจมาก อยากจะกลับถึงบ้านวันนี้พรุ่งนี้เลย ค่อย ๆ ลุกขึ้นนะ” เขาประคองเด็กหนุ่มให้ลุกขึ้นช้า ๆ “นอกจากที่ขาแล้วยังเจ็บที่ไหนอีกไหม”
“เจ็บตามตัวบ้างแต่ไม่มากเท่าไหร่ ข้าทนได้”
“ถ้าเช่นนั้นข้าจะส่งเจ้าขึ้นไป ตอนที่ถูกดึงขึ้นไปก็ระวังให้ดี”
“แล้วท่านไม่ขึ้นไปกับข้าด้วยหรือ”
“สองคนมันจะหนักเกินไป ถึงฝนจะซาลงมากแล้วแต่ก็ยังอันตราย เจ้าขึ้นไปก่อนเถิดคุณชายน้อย”
“ข้าชื่ออี้เทียน ขอบคุณท่านอาไป๋” ประสานมือคำนับอีกฝ่ายอย่างซาบซึ้งในน้ำใจ
“ยินดี เจ้าพร้อมแล้วใช่ไหม”
“อือ”
ซินหูส่งยิ้มให้คุณชายน้อยก่อนจะกระตุกเชือกส่งสัญญาณให้คนด้านบน มองตามเด็กหนุ่มที่ถูกดึงขึ้นไปได้ครึ่งทางแล้วอย่างไม่คลาดสายตา
ครืนนนน..
“ระวัง!” เสียงของอาตู้ตะโกนดังด้วยความตกใจแข่งกับสายฝน
“เหวอ!” เสียงของอี้เทียนร้องด้วยความตกใจจนฟังไม่รู้เรื่อง
ไป๋ซินหูก็ตกใจกับภาพของอี้เทียนที่กำลังร่วงลงมาอย่างเร็ว รีบขยับตัวหมายจะรับคนที่กำลังตกลงมา ลืมไปว่าตัวเองนั้นกำลังยืนอยู่ชิดขอบผา ทำให้ขาข้างหนึ่งเหยียบลงไปบนอากาศ..
แต่โชคยังดีที่ร่างของอี้เทียนสะบัดลงมาใส่เขาพอดี ตัวเขาจึงเหมือนถูกเหวี่ยงกลับไปบนผาได้อย่างฉิวเฉียด
แต่ขาข้างที่ก้าวออกไปในอากาศเมื่อสักครู่ รู้สึกถึงความเจ็บปวดขึ้นมา..
เขาคงโดนหินบาดเข้าให้แล้ว
แต่ยังไม่ทันได้ขยับดูให้แน่ใจ สายตาก็เหลือบไปเห็นหินขนาดสองแขนโอบกำลังเกยอยู่บนหน้าผาด้านบน
มันมาจากไหน!
ใจของเขาแทบจะหยุดเต้น หวังอย่างยิ่งว่ามันจะหยุดอยู่แค่ตรงนั้น
แต่มันก็ไม่เป็นไปตามที่เขาหวัง!!
เขาไม่คิดอะไรแล้วในตอนนี้ หวังเพียงว่าเด็กหนุ่มบนตัวเขาคนนี้จะปลอดภัย
“จับเชือกไว้ให้มั่น!” แล้วผลักเด็กหนุ่มออกไปสุดแรง แล้วรีบหมุนตัวหนีก้อนหินก้อนใหญ่ที่กำลังตกลงมาสุดชีวิต
แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว หินทั้งก้อนกระแทกใส่หลังเขาก่อนจะกลิ้งตกผาไป
ตอน 3
“ท่านอาไป๋!!!” เขาตกใจแทบเสียสติ เมื่อเห็นเลือดที่ทะลักออกจากปากและจมูกของอีกฝ่าย ขยับเข้าไปหาอย่างทุลักทุเล เขาเองก็เจ็บปวดแสนสาหัสไปทั้งตัวแล้วตอนนี้ “อาไป๋ได้ยินข้าไหม”
“..อะ..อือ”
“ท่านช่วยข้าทำไม ทำไมไม่ช่วยตัวเองก่อน” เด็กหนุ่มผู้ไม่เคยเสียน้ำตาให้ใคร ร้องไห้ออกมาเป็นครั้งแรกตั้งแต่จำความได้
“เจ้า ปลอด ภัย ดี ใช่ ไหม” ซินหูหายใจติดขัด ฝืนทนความเจ็บปวดถามออกไป
“ข้าปลอดภัยดี ช่วยด้วย! ใครอยู่ข้างบนช่วยพวกเราด้วย!” ตะโกนสุดเสียงขณะมองขึ้นไปที่หน้าผา “ช่วยด้วย! ท่านอาบาดเจ็บหนัก!” เห็นใครคนหนึ่งยื่นหน้าออกมา จึงรีบตะโกนขอความช่วยเหลือทั้งน้ำตา
อาตู้ตกใจกับภาพที่เห็นเบื้องล่างอย่างมาก แต่ก็รีบคุมสติหาทางช่วยพวกเขาขึ้นมา
หลังจากช่วยเด็กหนุ่มขึ้นมาแล้วก็รีบโรยตัวลงไปช่วยซินหูที่บาดเจ็บอยู่ด้านล่างทันที แต่ก็สายไปเสียแล้ว เพื่อนร่วมงานของเขาไม่มีลมหายใจแล้ว เขาร้องไห้ด้วยความเสียใจ รู้สึกผิดที่อีกฝ่ายต้องมาตายเพราะรับหน้าที่แทน
“อาหู ถ้าเจ้าไม่ลงมาแทนข้า เจ้าก็คงไม่ต้องตายแบบนี้ ทำไมเจ้าถึงไม่เชื่อฟังข้า ฮือ ๆ ๆ ทำไมเจ้าถึงไม่กลับไปหาลูกหาเมียเจ้า เจ้าเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่ทำไมอาหู ฮือ ๆ ๆ ฮือ ๆ ๆ อาหู เจ้าฟื้นมาเถิดนะ กลับบ้านไปพร้อมกับทุกคนนะอาหู.. อาหู ฮือ ๆ ๆ ฮือ ๆ ๆ” เขาโอดครวญอยู่กับร่างที่ไร้วิญญาณ น้ำตาพรั่งพรูแทนสายฝนที่หยุดเกือบสนิท
หลายเดือนผ่านไป
ผู้เฒ่าไป๋มองหีบเกือบสิบใบที่วางเรียงอยู่ตรงหน้า
“ข้าคงรับของพวกนี้เอาไว้ไม่ได้ ถ้าไม่รู้ว่าท่านมีจุดประสงค์อันใด”
“ของพวกนี้คุณชายของข้าตั้งใจให้ข้านำมามอบให้ท่านผู้เฒ่า เพื่อตอบแทนน้ำใจของลูกชายท่านที่เคยช่วยชีวิตของเขาเอาไว้”
ผู้เฒ่าไล่มองหีบด้วยสายตาที่เจ็บปวด ไม่ได้รู้สึกยินดีสักนิด
“ข้าอยากจะตำหนิในความโง่งมของเขานัก แต่ในความเศร้าเสียใจข้ากลับภูมิใจในตัวเขาเช่นกัน” น้ำตาของผู้เฒ่าไหลลงแก้ม เขารีบเช็ดมันด้วยแขนเสื้อ “แล้วคุณชายของท่านเป็นอย่างไรบ้างเล่า”
“ขอบคุณท่านผู้เฒ่าที่เป็นห่วง คุณชายของข้าบาดเจ็บสาหัสทั้งจิตใจและร่างกาย ต้องต่อกระดูก ต่อเอ็น ตอนนี้แค่ขยับขาเองยังทำไม่ได้เลย เรื่องเดินยังไม่ต้องพูดถึง อาจจะใช้เวลาเป็นปีกว่าจะรักษาหาย จึงให้ข้าเป็นตัวแทนมาพบท่านก่อน”
“ของตั้งมากมายขนาดนี้ข้าไม่กล้ารับไว้หรอก เจ้าเอาไปคืนคุณชายของเจ้าเถิด ข้าขอรับไว้แค่น้ำใจก็พอ”
“คุณชายของข้าย้ำนักย้ำหนาว่าต้องมอบให้ท่านทั้งหมด ข้าคงนำกลับไปไม่ได้ ไม่เช่นนั้นข้าต้องถูกทำโทษแน่”
แววตาที่แห้งผากมีน้ำตาเอ่อขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อคิดถึงลูกชายคนเล็กที่มีนิสัยโอบอ้อมอารีมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก จึงเป็นที่รักของเหล่าสหาย
“ถ้าลูกชายของข้ายังมีชีวิตอยู่ เขาไม่รับของพวกนี้ไว้แน่ เพราะเขาไม่ได้ช่วยคนเพื่อหวังผล”
“ข้ารู้ว่าลูกชายของท่านเป็นคนดีมาก ข้าก็รู้สึกเสียใจมากที่ทำให้ท่านต้องเสียเขาไป สิ่งของเหล่านี้ไม่สามารถทดแทนชีวิตของเขาได้ แต่คุณชายของข้าก็อยากตอบแทนความดีของคุณชายไป๋ ชดเชยให้ครอบครัวของท่านผู้เฒ่า ให้พวกท่านได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไปจนถึงบั้นปลาย ดังนั้นได้โปรดรับไว้เถิดนะ”
ผู้เฒ่าไป๋ใช้แขนเสื้อปาดน้ำตา จำใจพยักหน้ายอมรับสิ่งของเหล่านั้นไว้
“เดินทางมาเหนื่อย ๆ กินข้าวด้วยกันก่อนสักมื้อแล้วค่อยกลับสิ”
“ขอบคุณท่านผู้เฒ่า แต่ข้ามีธุระต้องทำต่ออีกหลายเรื่อง แต่ก่อนจากไป ข้าขอไปเยี่ยมหลานของท่านสักหน่อยได้ไหม ข้าจะเอาของรับขวัญที่คุณชายของข้าฝากมามอบให้เขาน่ะ”
คิ้วสีดอกเลาขมวดเข้าหากัน แววตากร้าวขึ้นเล็กน้อย
“เจ้าหมายถึงลูกของอาหูหรือ”
“ใช่”
“นางไม่ได้อยู่ที่นี่หรอก”
“เป็นหลานสาวหรือท่านผู้เฒ่า” อาโปยิ้มด้วยความพอใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้ารับ “แบบนี้ก็สมใจพ่อนางแล้วสิ คุณชายของข้าบอกว่าท่านอาไป๋อยากได้ลูกสาว แล้วนางชื่ออะไรเล่า ซินซินหรือไม่”
“ใช่ พ่อของนางเขียนจดหมายมาบอกกับพี่ชายของเขา ถ้าได้ลูกสาวจะตั้งชื่อว่าซินซิน เพราะนางคือยอดดวงใจของเขา” บอกเล่าเสียงสั่นเครือ
“ชื่อของนางมีความหมายและไพเราะนัก แล้วตอนนี้นางอยู่ที่ไหนเล่า ท่านผู้เฒ่าแค่บอกทางข้าก็พอ ข้าจะไปพบนางเอง” ของอีกหนึ่งหีบที่คุณชายกำชับมา ถ้าเป็นเด็กผู้ชายให้ทำเป็นของรับขวัญ แต่ถ้าเป็นเด็กผู้หญิงให้ทำเป็นของหมั้นหมาย เมื่อนางอายุครบสิบแปดจะส่งสินสอดและเกี้ยวแปดคนหามมารับตัว
“ข้าไม่รู้หรอก..เพราะแม่ของนาง..พานางหนีไปกับชายชู้แล้ว” ผู้เฒ่าไป๋พูดทั้งน้ำตา โกรธเกลียดลูกสะใภ้คนเล็กจนอยากสาดเกลือสาปแช่ง
แต่ก็กลัวว่าหลานสาวที่เพิ่งเกิดมาได้ไม่กี่วันจะเดือดร้อนไปด้วย จึงได้แต่ทนเก็บความช้ำชอกไว้ในใจ อวยพรให้นางไปได้ดี หลานสาวของเขาจะได้ไม่ลำบาก
ตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่าลูกชายคนโตจะตามหาหลานสาวจนเจอและพากลับมา
อาโปจุกไปทั้งอกเมื่อได้ยินคำตอบ ทำได้แค่เพียงปลอบโยน จะนำเรื่องนี้ไปบอกให้คุณชายรับรู้ เพื่อให้ท่านช่วยตามหาอีกแรง ก่อนจะโค้งศีรษะกล่าวคำบอกลา บอกให้ผู้เฒ่ารักษาสุขภาพให้ดี เพื่อรอเจอหน้าหลานสาวในสักวัน
เมื่อออกจากบ้านของผู้เฒ่าไป๋แล้ว เขาก็สั่งให้คนอื่นเดินทางกลับบ้านไปก่อน ส่วนตัวเขาจะตามสืบเรื่องที่ได้ยินจากผู้เฒ่าไป๋กับชาวบ้านแถวนี้ก่อน
คุณอาจชอบ





