ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

เสียงประทัดดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ตลอดจวนแม่ทัพถูกตกแต่งไปด้วยคำมงคลและประดับประดาไปด้วยผ้าสีแดงงดงาม ผู้คนเริ่มทยอยเข้ามาร่วมงานมงคลนี้อย่างคับคั่ง

“นี่เจ้ารู้หรือไม่”

“รู้อะไรงั้นหรือ”

“เขาลือกันว่า เหตุที่ท่านแม่ทัพตะวันออกหยางเฟยหย่าต้องแต่งกับคุณหนูใหญ่จวนเซวียนั้นล้วนแล้วแต่เพราะจำใจเท่านั้น”

“จำใจงั้นหรือ...แต่การแต่งงานของตระกูลใหญ่ ๆ ส่วนมากแล้วหากมิใช่เพราะผลประโยชน์ก็ไม่สามารถเป็นเรื่องอื่นไปได้มิใช่หรือ”

“เจ้าไม่รู้อะไร เมื่อครั้งอดีตเสนาบดีเซวียนั้นเคยช่วยเหลืออดีตแม่ทัพหยางซึ่งเป็นบิดาของแม่ทัพหยางเฟยหย่าไว้ ดังนั้นอดีตแม่ทัพหยางจึงได้ปฏิญาณไว้ว่าหากมีบุตรชายจะให้หมั้นหมายและแต่งงานกับบุตรีคนโตของตระกูลเซวีย”

“เช่นนี้ก็ถูกต้องแล้วมิใช่หรือ”

“เจ้าเนี่ยนะ ช่างไม่รู้อะไรจริง ๆ”

“อะไร ไหนเจ้าลองเล่ามาสิ เท่าที่ข้ารู้มาคุณหนูใหญ่ตระกูลเซวียนั้นทั้งงดงามและอ่อนโยนมีความเป็นกุลสตรี เช่นนี้แล้วจะไม่เหมาะกับแม่ทัพหยางได้อย่างไร ทั้งสองตระกูลก็ล้วนแล้วแต่มีหน้ามีตาอีกทั้งยังฐานะทัดเทียมกัน อายุของทั้งสองก็....เหมาะแก่การออกเรือน เช่นนี้แล้วยังจะมีสิ่งใดไม่เหมาะอีก”

“เจ้านี่ก็เหลือเกิน หากเป็นเช่นเจ้าว่าข้าคงจะสบายใจมากกว่านี้ ดูเหมือนในจวนเซวียนั้นไม่สงบเท่าใดนัก หากคุณหนูใหญ่เซวียไม่รีบแต่งงานเข้าจวนแม่ทัพเสียแต่ตอนนี้ เกรงว่าอีกไม่นานอาจจะไม่ได้ออกเรือนกับคนดี ๆ เช่นแม่ทัพหยางก็เป็นได้”

“ทำไมกัน”

“ดูเหมือนตอนนี้หลังบ้านของจวนตระกูลเซวียจะไม่สงบเท่าไหร่นัก”

“เจ้านี่ก็ช่างรู้มากเสียเหลือเกิน นั่น ๆ ขบวนเจ้าสาวมาแล้ว”

ขบวนเจ้าสาวถูกรับเข้าจวนแม่ทัพตามประเพณีทุกอย่างถูกจัดอย่างเรียบง่ายแต่ยิ่งใหญ่ ในมุมลับตาไม่ไกลออกไปกลับมีสตรีดวงหน้างดงามยืนหน้าตาบูดบึ้งมองพิธีแต่งงานนั้นอย่างอิจฉาริษยา

“คุณหนู”

“ทำไม ทำไมไม่ใช่ข้า ทำไมท่านพ่อต้องให้นางแต่งงานกับคนที่ข้าหมายปอง ทั้ง ๆ ที่ข้าแอบชอบท่านแม่ทัพก่อนพี่หญิงและนางเองก็รู้เรื่องนี้”

“แต่คุณหนูเจ้าคะ เรื่องนี้เป็นนายท่านที่จัดการทั้งหมด แม้คุณหนูจะถูกใจท่านแม่ทัพแต่งานแต่งงานในครั้งนี้คุณหนูใหญ่เองก็ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ อีกทั้ง......ในสัญญาหมั้นหมายก็ได้กล่าวไว้ว่าต้องเป็นบุตรีคนโตของภรรยาเอกเท่านั้น”

“ก...”

ทันทีที่เซวียอินจะกรี๊ดกลับถูกบ่าวรับใช้คนสนิทรีบนำผ้าปิดปากและลากตัวออกจากตรงนั้นทันที หญิงสาวดิ้นรนและสะบัดตัวให้หลุดพ้นแต่กลับสู้แรงของบ่าวรับใช้ไม่ได้แม้แต่น้อย จนเมื่อพ้นจากผู้คนแล้วบ่าวรับใช้คนสนิทของหญิงสาวจึงได้ปล่อยตัวคุณหนูของตน

“อาลัว นี่เจ้ากล้า...”

“คุณหนู บ่าวเพียงทำตามคำสั่งของอนุจินเท่านั้น หากคุณหนูทำเช่นนั้นต่อหน้าผู้คน พวกเขาจะมองคุณหนูเช่นไร”

“นี่เจ้ากล้าสอนข้าหรือ”

“มิได้เจ้าค่ะ บ่าวเพียงพูดตามคำสั่งของอนุจินก็เท่านั้น”

อาลัว บ่าวรับใช้คนสนิทของเซวียอินที่อนุจินใช้ให้ดูแลบุตรสาวของนาง นางรู้ว่าเซวียอินมีนิสัยอย่างไรแม้จะพยายามแก้ไขแต่เป็นเพราะการตามใจของนางจึงทำให้บุตรสาวมีนิสัยเอาแต่ใจมาตั้งแต่เล็ก วิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้คือต้องหาคนที่ไว้ใจได้คอยดูแลและช่วยให้บุตรสาวของนางผ่านพ้นสถานการณ์ที่ทุกข์ยากเหล่านั้นไปให้ได้

“ข้าไม่เข้าใจท่านแม่ เหตุใดถึงต้องยอมให้พี่หญิงใหญ่แต่งกับท่านแม่ทัพแทนข้า ทั้ง ๆ ที่ท่านแม่สามารถพูดแทนข้าก็ได้แล้วแท้ ๆ”

“ดูเหมือนสัญญามิสามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่ฮูหยินจวนแม่ทัพนั้นในอนาคตสามารถเปลี่ยนได้อย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”

“เจ้าหมายความว่าอย่างไร”

“เรื่องนี้บ่าวไม่สามารถพูดอะไรมากได้ เพียงแต่อนุจินได้ให้บ่าวแจ้งคุณหนูว่า ให้ทำตัวดี ๆ จนกว่าเรื่องนี้จะจบลง แล้วตำแหน่งฮูหยินจวนแม่ทัพจะเป็นของคุณหนูอย่างแน่นอน”

เมื่อได้ยินบ่าวรับใช้คนสนิทพูดจบเซวียอินยกยิ้มก่อนจะจัดแจงตนเองและเดินนำอาลัวไปยังงานพิธีอีกครั้งดั่งไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น

เสียงกรีดร้องในห้องที่มีหญิงรับใช้เดินพลุกพล่านได้ทำให้เซวียอินมองด้วยรอยยิ้ม

“คุณหนู ดูเหมือนคุณหนูใหญ่ใกล้จะคลอดแล้วนะเจ้าคะ”

“หมอตำแยมาหรือยัง”

“เห็นว่ากำลังไปตามอยู่เจ้าค่ะ”

“หากหมอตำแยมาแล้ว เจ้ารีบพามาหาข้าก่อน”

“เจ้าค่ะ”

“ถึงท่านแม่จะให้ข้ามาอยู่เป็นเพื่อนพี่หญิงใหญ่ยามนี้ แต่ใครจะรู้ว่านางจะรอดหรือไม่ อีกทั้งท่านแม่ทัพเองก็มิได้อยู่จวน เรื่องนี้ต้องขอบคุณท่านแม่ที่คิดและลงมือแทนข้า ฮึ ๆ”

ฮูหยินเซวียที่จู่ ๆ ก็ล้มป่วยอย่างไม่ทราบสาเหตุจึงทำให้ไม่สามารถมาอยู่เป็นเพื่อนบุตรสาวยามคลอดได้จึงทำให้เซวียอินที่เป็นสตรีได้รับคำสั่งให้มาอยู่เป็นเพื่อนพี่สาวของนาง ครั้งแรกที่ทราบนั้นนางตั้งใจจะปฏิเสธ แต่เมื่อมารดาของนางบอกแผนการบางอย่างแก่นางแล้ว รอยยิ้มร้านจึงผุดขึ้นและทำให้นางได้มาเหยียบจวนแม่ทัพนี้

“คุณหนู หมอตำแยมาแล้วเจ้าค่ะ”

สตรีมากอายุค่อย ๆ เดินมาก่อนจะคำนับสตรีที่อ่อนวัยกว่า

“มีใครเห็นนางหรือไม่”

“ไม่มีเจ้าค่ะ”

“ที่นี่มีนางเป็นหมอตำแยเพียงคนเดียวงั้นหรือ”

“เจ้าค่ะ ดูเหมือนตอนนี้จะมีเพียงนางคนเดียวเท่านั้น”

เซวียอินพยักหน้าช้า ๆ ให้กับอาลัว หญิงรับใช้คนสนิทได้ล้วงเอาถุงเงินมอบให้กับหมอตำแยนั้นก่อนจะกระซิบบางอย่างแก่นาง สตรีมากอายุพยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะคำนับขอบคุณแล้วเดินหายไปอย่างรวดเร็ว

“เพียงเท่านี้....ทุกอย่างก็จบ”

ขณะที่ทุกอย่างเป็นไปตามที่หญิงสาวต้องการนั้น จู่ ๆ กลับมีเสียงร้องอย่างดีใจของบ่าวรับใช้ในห้องคลอดดังขึ้นจนทำให้เซวียอินอดไม่ได้ที่จะเดินไปด้านหน้าประตู

“เกิดอะไรขึ้น”

“ฮูหยินคลอดแล้วเจ้าค่ะ ฮูหยินคลอดแล้ว”

บ่าวรับใช้บอกด้วยรอยยิ้มดีใจ

“เป็นเด็กผู้ชายเจ้าค่ะ เป็นเด็กผู้ชาย”

บ่าวอีกคนเอ่ยขึ้น เซวียอินบีบมือของตนจนเลือดซึมใต้แขนเสื้อที่ปกปิดอยู่ แม้ใบหน้าจะฝืนยิ้มให้กับบ่าวไพร่นั้น ‘บ้าจริง เช่นนี้แล้วจะทำอย่างไรต่อไปดี’ ขณะนั้นเองหญิงรับใช้อีกคนได้เดินหน้าตาตื่นเข้ามาเรียกบ่าวก่อนหน้านี้

“พวกเจ้ารีบเข้าไปดูฮูหยินเร็วเข้า ดูท่าจะไม่ดีเสียแล้ว”

“ด้านในเกิดอะไรขึ้น”

สตรีเหล่านั้นรีบเดินเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว ไม่มีเสียงตอบรับจากด้านในขณะที่เซวียอินเอ่ยถาม แม้ใจหนึ่งจะอดไม่ได้ที่จะห่วงสตรีผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นพี่สาวพ่อเดียวกัน แต่ความรู้สึกตื่นเต้นและดีใจก็มิได้หายไปแม้แต่น้อย

สตรีในอาภรณ์ไว้ทุกข์ได้คุกเข่าอยู่ข้างโลงศพ ในมือของนางนั้นอุ้มเด็กน้อยที่ลืมตาดูโลกได้เพียงไม่กี่วัน เด็กน้อยในอ้อมแขนของนางกลับนอนหลับสนิท ขณะนั้นจู่ ๆ กลับมีม้าเร็วได้วิ่งมาหยุดหน้าจวน

“ไม่ทราบว่าฮูหยินหยางอยู่ที่ใด”

ทหารหนุ่มที่ลงจากหลังม้ารีบเอ่ยขึ้น ทุกคนจึงหันไปทางเซวียอินที่ตอนนี้อุ้มเด็กชายตัวน้อยไว้ในอ้อมแขน

“ฮูหยิน...พี่หญิงใหญ่ของข้าเพิ่งเสียชีวิตจากการคลอดบุตร ตอนนี้ท่านพ่อท่านแม่มิได้อยู่ที่นี่ ท่านแม่ทัพเองก็มิมีผู้ใหญ่ในจวน เช่นนั้นข้า....”

“เช่นนั้นท่านก็รับไปก็แล้วกัน”

ชายหนุ่มล้วงจดหมายออกมาจากอกเสื้อก่อนจะลาจากไป เซวียอินที่ตอนนี้แม้จะทำทีเศร้าสร้อยแต่ลึก ๆ นางกลับรู้สึกภูมิใจที่ได้มีอำนาจในจวนแม่ทัพนี้ ‘กำจัดได้คนหนึ่ง แต่กลับมีตัวยุ่งยากอีกคนเกิดขึ้นมา แต่ก็ไม่เป็นไร รอท่านแม่ทัพกลับมาข้าจะจัดการเขี่ยเจ้าออกไปเอง’ หญิงสาวส่งเด็กน้อยให้อาลัวอุ้มก่อนจะค่อย ๆ บรรจงแกะจดหมายนั้น

“คุณหนู”

อาลัวเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าขาวซีดของคุณหนูตนและมือที่สั่นน้อย ๆ ของหญิงสาว

“ท่านแม่ทัพได้รับบาดเจ็บหนัก ไม่รู้ว่าจะรอดหรือไม่และไม่สามารถกลับจวนได้ในตอนนี้”

เซวียอินพูดขึ้นเบา ๆ ก่อนจะร่ำไห้ด้วยเสียงอันดัง

“ไม่นะ หลานข้ามิใช่ดาวแห่งความโชคร้าย ไม่จริง เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นแค่เรื่องบังเอิญก็เท่านั้น”

เมื่อมีเสียงร่ำไห้อันดังจึงทำให้ผู้คนที่กำลังเดินเข้ามาร่วมงานต่างพากันมองและซุบซิบถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในทันที ข่าวเรื่องเด็กที่เกิดมาก็ทำให้ยายป่วย แม่ตายและพ่อบาดเจ็บหนักจนไม่รู้ว่าจะเป็นหรือตายได้แพร่ไปอย่างรวดเร็ว เรื่องราวของเด็กที่เป็นดาวแห่งความโชคร้ายจึงได้ถูกเล่าต่อ ๆ กันจนกลายเป็นที่หวาดกลัวของทุกคน

“เพี๊ยะ”

เสียงฝ่ามือปะทะแก้มน้อย ๆ อย่างแรงจนร่างของเจ้าของแก้มนั้นกระเด็นล้มลง

“ทะ ท่านน้า”

“ข้าไม่กล้าเป็นน้าของเจ้าหรอก ข้ากลัวความโชคร้ายของเจ้าจะมาตามติดข้า อาลัว ข้าบอกให้เจ้าสอนมันให้เรียกข้าว่าอย่างไร”

“ข้าบอกเจ้าให้เรียกว่าคุณหนูเซวียอย่างไรล่ะ”

“ขอรับ คุณหนูเซวีย”

“ดีมาก จงจำไว้ว่าข้าคือคุณหนูเซวียผู้มีพระคุณของเจ้า”

“ขอรับ”

“กลับไปทำงานของเจ้าให้เรียบร้อย หากยังไม่เสร็จก็ไม่ต้องกินข้าว”

“ขอรับ”

เด็กน้อยหน้าตามอมแมมสวมเสื้อผ้าขาดวิ่นที่ดูย่ำแย่ยิ่งกว่าขอทานค่อย ๆ ลุกขึ้นก่อนจะเดินโซเซออกไปทำงานของตนที่ไม่ต่างจากบ่าวในจวน น้ำตาของเด็กชายค่อย ๆ รินไหลเป็นทาง ‘เพราะข้าเป็นดาวแห่งความโชคร้าย ท่านแม่และท่านพ่อจึงต้องจากข้าไป ทุกอย่างล้วนเป็นความผิดข้า ที่ข้าโดนมันก็ถูกต้องแล้ว ฮือออออ’

ตอน 2

เสียงเรียกจากพยาบาลชุดขาวทำให้ร่างน้อยที่นั่งรออยู่นั้นสะดุ้งเบา ๆ ก่อนจะหันไปตามเสียงเรียกนั้น

“ดิฉันเองค่ะ”

สตรีในชุดเดรสลายดอกค่อย ๆ ยืนขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปในห้องเพื่อพบหมอที่ตอนนี้กำลังนั่งยิ้มรอหญิงสาวอยู่ก่อนแล้ว

“คุณเว่ยลี่กันใช่ไหมครับ”

“ใช่ค่ะ”

“ผมขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ ตอนนี้คุณกำลังท้องได้ 3 เดือนแล้ว ในช่วงนี้คุณจะต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ.....”

เสียงของหมอที่ตอนนี้กำลังบอกและอธิบายวิธีการดูแลตนเองสำหรับหญิงตั้งครรภ์ได้หายไปจากการรับรู้ของลี่กัน สมองของหญิงสาวขาวโพลนไปหมดดั่งความรู้สึกของเธอที่ตอนนี้คล้ายจะดีใจและคล้าย ๆ จะเฉย ๆ หรืออย่างไรก็ไม่อาจบอกได้

“ฉันท้องเหรอคะหมอ”

“ครับ”

หมอได้ตรวจร่างกายพร้อมทั้งสั่งยาให้หญิงสาว เมื่อเสร็จแล้วลี่กันจึงได้ออกมารอจ่ายเงินเพื่อรับยา เว่ยลี่กันลูบท้องของตนเองเบา ๆ

“ฮุ่ยเฟินจะดีใจหรือเปล่านะ”

หญิงสาวอมยิ้มขณะลูบท้องก่อนจะรับยา เว่ยลี่กันค่อย ๆ เดินออกจากโรงพยาบาลมือเรียวขาวค่อย ๆ ควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋าก่อนจะโทรหาบุรุษซึ่งเป็นพ่อของเด็กในท้องนั้น

“ฮาโหล”

“พี่เฟิน”

“ลี่กันเหรอ ว่าไง”

“เย็นนี้พี่ว่างหรือเปล่าคะ”

“เย็นนี้พี่ติดประชุม ลี่กันมีอะไรหรือเปล่า”

“ไม่มีอะไรค่ะ เพียงแค่เราไม่ได้เจอกันหลายวันแล้ว...”

“ถ้าไม่มีอะไรแค่นี้ก่อนนะ พี่ยุ่ง”

เมื่อปลายสายวางไปลี่กันได้แต่ยิ้มให้กับตัวเองก่อนจะลูบท้องของตนเบา ๆ

“พ่อของหนูคงจะยุ่ง ช่วงนี้มีโปรเจคใหญ่ที่ต้องรับผิดชอบ ไว้พวกเราค่อยบอกพ่อกันดีไหม หรือว่า...”

ลี่กันเหมือนจะคิดอะไรดี ๆ ได้ หญิงสาวจึงรีบแวะซื้อของก่อนจะเดินทางไปคอนโดของฮุ่ยเฟินในทันที

“ติ๊ด”

เสียงคีย์การ์ดคอนโดดังขึ้นก่อนที่ประตูจะเปิดออก ลี่กันค่อย ๆ เดินไปตามทางที่เธอเคยมาก่อนจะลูบท้องด้วยความสุข

“พ่อของหนูเคยให้คีย์การ์ดแม่ไว้ เดี๋ยวเราไปรอพ่อของหนูในห้องกันนะ”

หญิงสาวกดลิฟต์ไปยังชั้นที่เธอเคยมา กุญแจถูกไขเข้าไปด้านในห้องที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหรา เมื่อประตูเปิดออกหญิงสาวกลับต้องตกใจกับภาพที่เห็น รองเท้าผู้หญิง ถุงน่องและเสื้อผ้าของบุรุษที่เธอจำได้เป็นอย่างดีว่าเป็นชุดของฮุ่ยเฟิน แต่ของของสตรีเหล่านั้นเธอกลับไม่คุ้นแม้สักน้อย

“ของ.....ใครกัน”

แม้ลึก ๆ ในใจจะกลัวกับคำตอบนั้นแต่เท้าของเธอกลับไม่หยุดที่จะเดินไปข้างหน้าเพื่อหาคำตอบ

“อื้ออออ ตรงนั้นอย่าสิคะ”

เสียงของสตรีลอยลอดออกมาจากห้องนอน เท้าที่กำลังจะเดินเข้าไปถึงกับหยุดนิ่ง หนึ่งใจบอกให้ล้มเลิกความคิดที่จะเข้าไป แต่อีกใจกลับบอกให้เข้าไปให้เห็นกับตา น้ำตาของเว่ยลี่กันค่อย ๆ รินไหลเป็นทาง หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเปิดประตูที่แง้มไว้นั้นให้อ้าออก

“ว้ายยยย!!!!”

ทั้งสองรีบหยุดกิจกรรมที่กำลังทำทันทีที่หญิงสาวใต้ร่างฮุ่ยเฟินกรีดร้องเพราะเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามา

“นี่เธอเป็นใคร เข้ามาในห้องนี้ได้ยังไงกัน”

เว่ยลี่กันมองไปยังสตรีที่มีร่างกายเปลือยเปล่านอนอยู่โดยมีบุรุษที่เธอรู้จักเป็นอย่างดีโอบกอดเธอไว้ในอ้อมแขนเพื่อปกป้องและปกปิดร่างกายให้สตรีในอ้อมกอดของเขานั้น

“......”

เว่ยลี่กันมิได้ตอบสิ่งใด ดวงตาที่อาบไปด้วยน้ำตามองตรงเข้าไปยังดวงตาของฮุ่ยเฟินที่มองเธออยู่เช่นกัน เมื่อดวงตาสบกันชายหนุ่มมีความรู้สึกผิดขึ้นมาบ้างจึงได้หลบสายตาของเว่ยลี่กันในทันที

“ลี่กัน ตอนนี้พี่ไม่สะดวกจะอธิบาย ไว้เดี๋ยวพี่จะไปหานะ”

ฮุ่ยเฟินเอ่ยขึ้นโดยมิได้สนใจเว่ยลี่กันแม้แต่น้อย เขาค่อย ๆ ดึงผ้ามาคลุมร่างกายให้หญิงสาวในอ้อมกอดอย่างอ่อนโยน

“นี่มันอะไรกันคะพี่เฟิน ทำไมเธอคนนั้นถึงได้มีคีย์การ์ดของคอนโดพี่ อีกทั้งยังมีกุญแจห้องของพี่ด้วย”

“เหมยลี่อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้เลย”

“ทำไมเหมยลี่จะถามไม่ได้คะ ในเมื่อเราจะแต่งงานในอีกไม่มีวันข้างหน้า”

“แต่งงาน”

เสียงที่แหบพร่าของลี่กันดังขึ้นพลันทำให้สตรีในอ้อมกอดของฮุ่ยเฟินหันมามองยังหญิงสาวที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม

“ใช่ ฉันไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร แต่ตอนนี้พี่เฟินเป็นของฉัน ในเมื่อเธอรู้แล้วก็ช่วยคืนกุญแจและคีย์การ์ดคอนโดให้ฉันด้วย”

เหมยลี่พูดก่อนจะแบมือขอของคืนและไม่ยี่หระต่อท่านทางของเว่ยลี่กันแม้แต่น้อย

“เหมยลี่ เรื่องนี้ให้พี่จัดการเองเถอะนะ”

“จัดการเองงั้นหรือ หากพี่จัดการได้คงไม่มีผู้หญิงคนนี้มายืนอยู่หน้าห้องนอนของเราแบบนี้แน่นอน อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าพี่เคยคบนังผู้หญิงคนนี้และพากันมานอนที่นี่ เพียงแต่ตอนนั้นเราไม่ได้เป็นอะไรกันฉันจะถือเสียว่าให้ทานไปก็แล้วกัน แต่ตอนนี้พี่เป็นของฉันแล้วในเมื่อพี่ไม่จัดการเรื่องในอดีตของพี่ให้เรียบร้อย ฉันจะเป็นคนจัดการเอง”

พูดจบเหมยลี่ดึงผ้าออกมาคลุมตัวก่อนจะเดินมาหาเว่ยลี่กันและผลักเธออย่างแรง

“ไม่ได้ยินที่ฉันพูดหรือไง ออกไป”

เว่ยลี่กันที่ยังไม่ทันตั้งตัวได้เซเข้าหาโต๊ะเครื่องแป้งที่อยู่ไม่ไกลนั่น ท้องของหญิงสาวกระแทกเข้ากับมุมโต๊ะอย่างแรง หญิงสาวค่อย ๆ กุมท้องก่อนจะทรุดตัวลงอย่างช้า ๆ

“สำออย โดนแค่นี้ทำเป็นนางเอกหนังไปได้”

“ลี่กัน!”

ฮุ่ยเฟินรีบใส่กางเกงก่อนจะปรี่เข้าไปหาเว่ยลี่กัน แต่หญิงสาวกลับสะบัดมือชายหนุ่มที่จะเข้ามาประคองเธอออกในทันที

“อย่ามายุ่ง ต่อให้จะเหลือแค่เราสองคนแม่ลูกพี่ก็จะไม่มีสิทธิ์ในตัวเราอีกแล้ว”

พูดจบเว่ยลี่กันค่อย ๆ ลุกขึ้น แต่ท้องของหญิงสาวกลับปวดหนึบจนเว่ยลี่กันอดไม่ได้ที่จะนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดมือทั้งสองกุมท้องของตนเองไว้ เลือดได้ค่อย ๆ ไหลลงมาจากหว่างขาของหญิงสาว

“ลี่กันเธอหมายความว่าอย่างไร”

ขณะที่ชายหนุ่มกำลังเอ่ยถามนั้นสายตาของเขากลับมองจ้องไปทางเลือดที่ไหลออกมาจากระหว่างขาของเว่ยลี่กัน

“เลือด พี่จะพาเธอไปหาหมอ”

ชายหนุ่มรีบเข้ามาประคองหญิงสาวแต่กลับถูกสะบัดออกไปอีกครั้ง

“ไม่ต้อง!”

เว่ยลี่กันเอ่ยขึ้นก่อนจะมองไปทางเหมยลี่ที่ยืนตกตะลึงกับภาพตรงหน้า แต่เมื่อหญิงสาวเห็นสายตาของเว่ยลี่กันเหมยลี่กลับอดไม่ได้ที่จะแสดงความร้ายกาจของตนออกมา

“มิน่า เธอถึงได้รีบมาหาพี่เฟิน ที่แท้ก็จะเอาลูกมารั้งพี่เฟินนี่อเอง”

“ท้อง! เธอท้องงั้นหรือ”

เสียงของเหมยลี่และฮุ่ยเฟินที่เอ่ยออกมานั้นมิได้ทำให้เว่ยลี่กันสนใจแม้แต่น้อย หญิงสาวค่อย ๆ ประคองตัวออกมาจากห้องนอน

“ลี่กัน ให้พี่ไปส่งเถอะ ไม่เช่นนั้นเธอและลูกอาจจะเป็นอันตรายได้”

ชายหนุ่มรีบเข้าไปอุ้มลี่กันทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวค่อย ๆ ประคองตัวเองอย่างยากเย็นและพยายามเดินออกไปจากห้องไป

ตอน 3

รอยเท้าที่เปื้อนไปด้วยเลือดได้หยุดอยู่หน้าประตูห้องนอน ฮุ่ยเฟินที่รู้สึกผิดเต็มอกรีบเดินเข้าไปอุ้มเว่ยลี่กันขึ้น แม้หญิงสาวจะดิ้นในอกของเขาแต่เขากลับไม่สามารถปล่อยสตรีที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาและเป็นแม่ของลูกเขาไปได้

“พี่เฟิน!!!”

เหมยลี่ตะโกนออกไป หญิงสาวตรงดิ่งเข้าไปกระชากชายหนุ่มอย่างแรงทำให้ลี่กันที่ดิ้นอยู่ในอ้อมกอดฮุ่ยเฟินตกลงบนพื้นหน้าโซฟาในทันที

“เหมยลี่ นี่เธอจะทำอะไร”

“ฉันควรจะเป็นคนถามพี่มากกว่า ว่าพี่คิดจะทำบ้าอะไร”

“ลี่กันเป็นเมียพี่นะ เป็นเมียพี่ก่อนเธอด้วยซ้ำ และลูกในท้องนั่นก็เป็นลูกของพี่”

“แล้วอย่างไร แต่ฉันคือเมียพี่ที่กำลังจะแต่งงานกับพี่ และพ่อแม่ของพี่ก็เห็นชอบด้วยแล้ว”

ชายหนุ่มมิได้สนใจเหมยหลี่แม้แต่น้อย เขากลับพยายามจะเดินเข้าไปอุ้มลี่กันที่ตอนนี้นอนตัวงอบนพื้นด้วยความเจ็บปวด

“ลี่กัน”

“เพล๊ง”

ขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะอุ้มหญิงสาวขึ้นมาอกีครั้งกลับถูกแรงกระแทกอย่างแรงจากด้านหลังจนลี่กันที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาร่วงลงพื้นอีกครั้ง เศษแจกันที่แตกตกร่วงเต็มพื้น ร่างของชายหนุ่มที่เปลือยท่อนบนอยู่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำที่ไหลลงมาจนถึงกางเกง

“นี่เธอทำบ้าอะไรเหมยลี่”

เลือดค่อย ๆ ไหลลงมาจากศีรษะของฮุ่ยเฟิน ชายหนุ่มกุมศีรษะที่ปวดนั้นก่อนจะเห็นว่ามีเลือดไหลลงมาเป็นทาง

“ฉันควรถามพี่มากกว่าว่าพี่คิดจะทำอะไร”

“พี่ก็จะปกป้องเมียและลูกของพี่”

“เมียและลูกของพี่งั้นเหรอ แล้วฉันล่ะ”

ฮุ่ยเฟินไม่ได้ตอบสิ่งใดและมิได้สนใจแผลของตนเอง เขากลับเดินไปทางเว่ยลี่กัน เหมยลี่ที่เห็นว่าชายที่ตนรักไม่สนใจตนเอง เธอจึงได้พยายามหาทางหยุดเขาไว้

“ปึ๊ก!”

ความเจ็บปวดค่อย ๆ แล่นผ่านศีรษะฮุ่ยเฟินอีกครั้ง ชายหนุ่มค่อย ๆ หันไปทางเหมยลี่ก่อนจะกุมศีรษะของตัวเองที่ตอนนี้มีเลือดไหลลงมาเป็นทางมากกว่าเดิม

“เหมยลี่ นี่เธอ”

ชายหนุ่มพูดได้เพียงเท่านั้นก่อนที่สติสัมปชัญญะของเขาจะหายไป รอยยิ้มร้ายบนใบหน้าของเหมยลี่ปรากฏเป็นภาพสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะมืดมิดและภาพตรงหน้าจะหายไป

“ในเมื่อพี่สนใจมันมากกว่าฉัน ก็อย่าหวังว่าฉันจะปล่อยให้มันรอดไปได้”

เหมยลี่ค่อย ๆ เดินไปหาเว่ยลี่กันที่ตอนนี้นั่งกุมท้องและถอยหลังไปจนชิดข้างหน้าต่างระเบียงคอนโด หญิงสาวยิ้มร่าก่อนจะจิกผมเว่ยลี่กันขึ้น

“อย่าหวังว่าแกจะเอาลูกในท้องของแกมาแย่งพี่เฟินของฉันไปได้”

ใบหน้าของเว่ยลี่กันบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด มือข้างหนึ่งพยายามแกะมือที่จิกผมของเธอไว้แต่มืออีกข้างกลับพยายามปกป้องลูกในท้องของตน เหมยลี่ที่เห็นท่าทางเหล่านั้นของเว่ยลี่กันกลับยิ้มร้ายขึ้นมาอีกครา ใบหน้าที่งดงามนั้นบิดเบี้ยวด้วยความชั่วร้าย

“ห่วงมันมากใช่ไหม หวงมันมากนักเหรอ”

“ปึ๊ก!”

“ละ...ลูก”

เหมยลี่เตะเข้าไปยังท้องของเว่ยลี่กันอย่างแรง หญิงสาวนอนงอตัวกุมท้องของตนด้วยความเจ็บปวด จากน้ำตาที่เคยรินไหลพลันเหือดแห้งลงไปพร้อมกับความแค้นที่เข้าสุมเต็มหัวใจของเธอในตอนนี้

“แก..แกกล้าทำลูกฉัน”

เว่ยลี่กันกัดฟันก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นและเดินเข้าไปตบยังใบหน้าของเหมยลี่อย่างสุดแรงจนหญิงสาวเซไปทางกระจกระเบียง เหมยลี่มองมือของตนก่อนจะยิ้มร้ายออกมาอีกครา

“พี่เฟินต้องเป็นของฉันคนเดียว”

เหมยลี่ดึงกระจกให้เปิดทางสตรีที่เธอเกลียดก่อนจะวิ่งไปทางเว่ยลี่กันแล้วผลักหญิงสาวให้ตกจากหน้าต่างคอนโดนั้นอย่างตั้งใจ

“ตายไปซะเถอะ”

“ฟิ้ววววว”

สายสมที่พัดร่างกายของเว่ยลี่กันได้ทำให้หญิงสาวรู้สึกเศร้าอย่างสุดใจก่อนจะลูบท้องของตน

“แม่ขอโทษนะที่ทำให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น หากชาติหน้ามีจริงแม่จะเข้มแข็งและปกป้องลูกให้ถึงที่สุด”

“กรี๊ดดดดดด มีคนตกคอนโด”

ความรู้สึกเจ็บปวดที่ต้องเผชิญได้หายไป เหลือเพียงความมืดที่ครอบคลุมทั่วบริเวณ เว่ยลี่กันเหมือนเดินอยู่ในความมืดเป็นเวลานานจนกระทั่ง....

“นั่น...แสงสว่าง”

หญิงสาวค่อย ๆ เดินไปตามทางที่สว่างนั้นจนสุดปลายทาง เพียงไม่นานความรู้สึกเจ็บปวดได้เข้ามาปะทะกับร่างกายหญิงสาวอีกครั้ง

“โอ๊ยยยยย เจ็บ”

“คุณหนูฟื้นแล้ว”

เสียงรอบ ๆ ตัวของเว่ยลี่กันดังขึ้น เป็นเสียงที่หญิงสาวไม่คุ้นเคยแม้สักน้อย หญิงสาวค่อย ๆ พยายามลืมตาตื่นขึ้นก่อนจะพบว่าห้องที่ตนเองอยู่นั้นแปลกตาไปมาก สตรีที่ยืนข้างเตียงนั้นแต่งตัวเหมือนหลุดมาจากหนังจีนโบราณ

“คุณหนูอย่าเพิ่งพูดเลยเจ้าค่ะ รีบทานยาก่อน”

สตรีที่ยืนอยู่ด้านข้างคนหนึ่งรีบเข้ามาประคองเว่ยลี่กัน ส่วนอีกคนรีบนำยาอุ่น ๆ มาป้อนหญิงสาวในทันที

“ขม”

“เช่นนั้นก็อมสิ่งนี้เจ้าค่ะ”

ลูกกวาดได้ถูกป้อนเข้าปากของเว่ยลี่กันทำให้ปากที่รู้สึกขมนั้นคลายความขมลงไปและช่วยได้มากทีเดียว เว่ยลี่กันค่อย ๆ มองรอบ ๆ อย่างพิจารณา

“ไม่ใช่ว่าฉันตกลงมาจากคอนโดหรอกหรือ แต่ทำไมฉันกลับมาอยู่ที่นี่ ที่นี่คือที่ไหนกันแล้วทำไมฉันถึง….ตัวเล็กลง”

เว่ยลี่กันเอ่ยกับตนเองเบา ๆ ก่อนจะหันไปมองสองสตรีที่อยู่ข้างเตียงนั้น

“ที่นี่คือที่ไหน ฉันเป็นใคร”

สตรีทั้งสองที่ยืนอยู่ด้านข้างหันมามองหน้ากันอย่างตกใจ ก่อนจะคุกเข่าลงข้างเว่ยลี่กัน

“บ่าวผิดไปแล้ว หากบ่าวไม่ทิ้งคุณหนูไว้กับคุณหนูรองเว่ย ทุกอย่างก็คงไม่เป็นเช่นนี้”

“เดี๋ยวก่อนนะ ลุกขึ้นพูดกันดี ๆ ฉันงงไปหมดแล้ว”

สตรีทั้งสองยังคงคุกเข่าอยู่ที่เดิม เว่ยลี่กันได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ ‘อย่าบอกนะว่าฉันข้ามมิติมายังโลกโบราณเหมือนในนิยายที่เคยอ่าน ๆ มา แต่ให้ตายสิฉันกลับไม่มีความทรงจำใด ๆ เกี่ยวกับเจ้าของร่างเดิมเลย จะทำไงดี เช่นนั้นก็....มั่ว ๆ ไปก่อนก็แล้วกัน’

“พวกเจ้าชื่ออะไร”

“บ่าวชื่ออาหมิ่นเจ้าค่ะ”

“บ่าวชื่ออาหมิงเจ้าค่ะ”

“พวกเจ้าอยู่กับข้ามากี่ปีแล้ว”

“พวกเราอยู่กับคุณหนูตั้งแต่เล็กแล้วเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นพวกเจ้าก็รู้เรื่องเกี่ยวกับข้าทุกอย่างใช่หรือไม่”

“เจ้าค่ะ”

เว่ยลี่กันถอนหายใจเบา ๆ

“เช่นนั้นเรื่องที่เราคุยกันนี้พวกเจ้าจะต้องเป็นความลับ ห้ามพวกเจ้าบอกใครได้ยินหรือไม่”

“เจ้าค่ะ”

“ข้า.....ตอนนี้ข้าจำอะไรไม่ได้เลย”

สิ้นเสียงเว่ยลี่กันอาหมิงและอาหมิ่นพลันเอาหัวโขกพื้นร้องไห้ในทันทีจนเว่ยลี่กันต้องรีบลงจากเตียงไปห้าม แต่ยังมิทันถึงตัวทั้งสองหญิงสาวพลันเซจนเกือบล้ม ดีที่อาหมิ่นรับนางทัน

“คุณหนู”

“เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของพวกเจ้า อย่าได้โทษตัวเอง ก่อนอื่นมาช่วยข้าฟื้นความจำจะดีกว่า”

อาหมิ่นและอาหมิงประคองเว่ยลี่กันขึ้นเตียง ทั้งสองมองหน้ากันก่อนจะหยักหน้าช้า ๆ

“พวกเราจะช่วยคุณหนูเต็มที่เจ้าค่ะ”

“ดีมาก”

เว่ยลี่กันยิ้มน้อย ๆ ‘ดีที่พวกนางเป็นคนพูดง่าย’

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167RZC” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167RZC
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

สามีข้าจะเกี้ยวท่านเอง
สามีข้าจะเกี้ยวท่านเอง
นิยายทะลุมิติ ย้อนเวลา ยอดฮิต! เมื่อวิญญาณเร่ร่อนเกิดใหม่ในร่าง อันจิ่งเถียน สตรีที่ถูกคู่หมั้นอย่าง หวงเจี่ยวหลง ทิ้งอย่างไร้ค่า ทว่านางต้องใช้ปราณมังกรจากเขาเพื่อมีชีวิตรอด ภารกิจยั่วยวนบุรุษสุดโหดจึงเริ่มขึ้นเพื่อมัดใจเขาด้วยมารยาร้อยเล่มเกวียนในโลกไสยเวทสุดป่วน
9.8
32 ตอน
บำเรอรัก เพลิงสวาท
บำเรอรัก เพลิงสวาท
เมื่อนิต้าต้องชดใช้หนี้กาสิโนที่ตัวเองไม่ได้ก่อ โดมินิค มหาเศรษฐีหนุ่มสายโหดจึงยื่นข้อเสนอสุดป่าเถื่อน บีบบังคับให้เธอตกเป็นนางบำเรอเพื่อล้างหนี้สิน นิยายรักดาร์กโรแมนซ์สุดเร่าร้อนที่จะพาคุณไปพบกับเกมรักเอาแต่ใจของอสูรร้ายที่จ้องจะแผดเผาความหยิ่งทระนงของเธอให้มอดไหม้คาเตียง
8.8
59 ตอน
ทะลุมิติมาเป็นสาวน้อยในหมู่บ้านหนานชุน
ทะลุมิติมาเป็นสาวน้อยในหมู่บ้านหนานชุน
เมื่อเจ้าแม่คาสิโนผู้ทรงอิทธิพลถูกหักหลังจนเสียชีวิต ทว่าโชคชะตากลับพัดพาให้เธอมาเกิดใหม่ในร่างของเด็กสาวสู้ชีวิตในหมู่บ้านโบราณอันห่างไกล นิยายจีนโบราณแนวทะลุมิติที่ผสมผสานการเอาชีวิตรอดและการล้างแค้นสุดเข้มข้น ร่วมลุ้นไปกับเส้นทางชีวิตใหม่ที่เธอต้องลิขิตเอง อ่านนิยายฟรีได้แล้ววันนี้
9.4
91 ตอน
คุณหนูตัวร้ายพ่ายรักนายมาเฟีย
คุณหนูตัวร้ายพ่ายรักนายมาเฟีย
เมื่อความเข้าใจผิดทำให้ พีระพงศ์ มาเฟียหนุ่มทรงอิทธิพลตราหน้า รินรดา ว่าเป็นคุณหนูตัวร้ายที่จ้องแย่งชิงคนรักของผู้อื่น ท่ามกลางความเกลียดชังและคำดูถูกเหยียดหยาม นิยายดาร์กโรแมนซ์สุดร้อนแรงเรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับเกมรักอันตรายที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและแรงปรารถนาที่ยากจะต้านทาน
9.2
89 ตอน
เมียสำรองจ้างรัก
เมียสำรองจ้างรัก
เมื่อความจนบีบคั้นให้ 'มีนา' ตกเป็นของ 'เริงฤทธิ์' ลูกชายเจ้านายในคืนที่ไร้สติ เขากลับตราหน้าว่าเธอฉวยโอกาส ทว่าแม่แท้ๆ กลับใช้ร่างกายลูกสาวแลกเงินก้อนโต เสนอขายเธอเป็น 'เมียสำรอง' บำเรอความใคร่แลกเงินเรียนต่อ นิยายประธานบริษัทสุดเข้มข้นที่ต้องอ่าน
9.6
44 ตอน
แฟนฉันที่เป็น CEO หนีฉันไป 1,314 ครั้ง ฉันเลยแต่งงานกับคนอื่น
แฟนฉันที่เป็น CEO หนีฉันไป 1,314 ครั้ง ฉันเลยแต่งงานกับคนอื่น
เมื่อวิวาห์ล่มซ้ำซากถึง 1,314 ครั้งเพราะแฟนหนุ่มซีอีโอผู้เห็นแก่ตัว เลือกทิ้งเธอไปหาหญิงอื่นโดยอ้างความผูกพันในวัยเด็ก ทิ้งให้เธอเผชิญความอับอายเพียงลำพัง ในเมื่อเขาไม่เคยเห็นค่า นิยายรักดราม่าเรื่องนี้จะพานางเอกก้าวข้ามความเจ็บปวดเพื่อเริ่มต้นใหม่กับคนอื่นที่พร้อมดูแลเธออย่างแท้จริง
8.9
87 ตอน