ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

ฐิตตาในวัยสิบสี่ปีมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนโซฟาด้วยความไม่สบอารมณ์อยู่พอควร เพราะบิดาของเธอไม่ไปรับกลับจากหอแบบที่เคยทำ อีกทั้งพอถึงบ้านก็เรียกให้มาทำความรู้จักกับคนพวกนี้ในทันที

ดีที่รู้มาจากพี่นวลว่าสองคนนี้เป็นใคร

ชายที่นั่งอยู่ตรงข้ามเธอคนนี้คงเป็นคนลูก ที่ซึ่งบิดาให้การอุปถัมภ์ค้ำชูอยู่

ส่วนอีกคนเป็นหญิงวัยไม่น่าห่างจากบิดาของเธอเกินห้าปี

“นี่อัมพร” บิดาแนะนำหญิงคนนั้นจบเอื้อมมือโอบไหล่ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ติดกับท่าน แนะนำต่อด้วยสีหน้าปลื้มอกปลื้มใจนักหนา

“ส่วนนี่ภวินท์ ลูกศิษย์คนเก่งของพ่อเอง”

เธอได้รับการแนะนำจากบิดาแบบนั้นในวันนั้น

ภวินท์เป็นชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่ง แววตาคู่คมเข้มจ้องเธอราวกับมองเด็กอมมือ ฐิตตาได้แต่นิ่งไม่ตอบรับว่าอะไร แต่ภายในใจเดือดดาลราวกับน้ำร้อนจัดที่ต้มทิ้งเอาไว้บนเตาไฟระอุ

และนั่นก็เป็นครั้งแรกที่เธอได้พบกับนักศึกษาแพทย์ภวินท์ จากนั้นเป็นต้นมาเธอไม่ได้พบเจอเขาอีก มีก็แต่นางอัมพรที่คอยรับใช้บิดาของเธอจากนั้น ก่อนจะได้เลื่อนขึ้นมาเป็นคุณหัวหน้าแม่บ้านในเวลาต่อมา

ฐิตตาต้องกลับไปที่โรงเรียนและอยู่ประจำที่หอพักจวบจนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย หากเป็นช่วงปิดเทอมเธอจะไปอยู่ที่บ้านของคุณตาโชติ ญาติผู้ใหญ่ที่เหลือเพียงคนเดียวของเธอ แทนที่จะกลับบ้านมาพบหน้าบิดา

เธอไม่ไปเรียนติวอย่างที่บิดาต้องการ ไม่สอบเข้าในคณะที่บิดาบอกให้ไป ฐิตตาต่อต้านทุกอย่างที่บิดาสั่งเมื่อรับรู้เพิ่มเติมว่านอกเหนือจากดื่มหนักแล้ว ท่านยังมีข่าวซุบซิบในวงสังคมเรื่องพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ เธอไม่ได้รังเกียจหากท่านจะเป็นแบบนั้น แต่เธอไม่พอใจที่บิดาเห็นสองแม่ลูกนั่นดีกว่าเธอ ให้ความสำคัญคนอื่นมากกว่าเธอ

ฐิตตาเรียนในมหาวิทยาลัยในคณะที่ตนเองสนใจจนจบ ก็ถูกบิดาพาตัวกลับมาที่บ้านราวกับนักโทษคุมขัง ท่านบอกให้เธอเข้าไปในห้องที่ตอนนั้นมีเพียงท่าน คุณอาทนายสุนัย เจ้าหน้าที่ของเขต เธอและนายแพทย์ภวินท์เท่านั้น

พร้อมยื่นคำขาดให้เธอจดทะเบียนสมรสกับนายแพทย์ภวินท์

“คุณพ่อทำบ้าอะไรคะเนี่ย”

จำได้ว่าตอนนั้นเธอไม่ยินยอม และไม่ได้คำอธิบายใดๆ ทั้งสิ้นจากบิดา นายแพทย์ชวัลก็ไม่คิดจะปริปากบอกอะไรกับเธอ ทำแต่เพียงสั่ง

“เซ็นชื่อลงไปถิง”

“ไม่!”

“อย่างนั้นพ่อจะโอนบ้านหลังนี้ให้หมอวิน”

“คุณพ่อทำแบบนั้นไม่ได้นะคะ นี่เป็นบ้านของคุณแม่ คุณพ่อมีแต่ตัว เงินที่เอาไปลงทุนในโรงพยาบาลนั่นก็ของคุณแม่” ฐิตตาเถียงเสียงสั่น มองบิดานิ่งอยู่นาน ก่อนผุดรอยยิ้มยียวนใส่ท่าน “คิดจะจับถิงแต่งงานบังหน้าให้หรือยังไงคะ คนอื่นเขาจะได้ไม่ดูถูกคุณพ่อใช่ไหมเรื่องรักร่วมเพศกับเด็กของคุณพ่อนั่นน่ะ อยากแต่งนักคุณพ่อก็แต่งเอาเองสิ คุณพ่อหลงผู้ชายจนหน้ามืดตามัวไปแล้ว...”

เธอยังบริภาษท่านไม่จบดี ก็ถูกท่านตวัดมือตบลงบนซีกแก้มจนเสียววาบและชายิบไปหมด แก้มนวลใสปรากฏรอยนิ้วขึ้นในตอนนั้นเอง ดวงตาของหญิงสาววาวฉ่ำด้วยน้ำตาก่อนจะหยดแหมะลงมาไม่ขาดสาย คุณพ่อไม่เคยตบตีเธอมาก่อน เรียกว่านี่เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายก็คงได้ละมัง

นายแพทย์ชวัลมองเธอด้วยสายตาจริงจัง แล้วสั่งคำเดิม

“เซ็นชื่อลงไป พ่อไม่ได้ขู่เรานะ แต่พ่อจะทำจริงๆ เลือกเอาเองว่าจะให้พ่อโอนบ้านเป็นชื่อของหมอวินไหม”

ฐิตตามองท่านอย่างโกรธเคือง สุดท้ายก็เห็นบิดาจับปากกายัดใส่ในมือของตนเอง เธอนิ่งมองท่านอยู่อย่างนั้นอีกครู่แล้วตวัดเขียนชื่อลงไปในทะเบียนสมรส ค่อยผละจาก

คุณพ่อซื้อรถ ซื้อข้าวของมากมายให้นายคนนั้น แล้วยังจะยกบ้านนี้ให้อีก

นางอัมพรถูกเลื่อนขึ้นเป็นหัวหน้าแม่บ้าน

ให้ท้ายกันแบบนี้สิ สองแม่ลูกนั่นถึงได้มีท่าทีหยิ่งผยองใส่เธอ

ฐิตตาคิดอย่างแค้นใจ แล้วเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวจะออกไปข้างนอก แต่ก็ไปไหนไม่ได้ ประตูถูกใส่กุญแจเอาไว้ที่หน้าห้อง บิดาขังเธอเอาไว้ที่ในนั้นทั้งวัน

รุ่งขึ้นเธอถูกจับเข้าพิธีสมรสที่จัดขึ้นเงียบๆ

สายวันนั้นหลังเสร็จพิธีเธอเปลี่ยนชุดแล้วขับรถออกจากบ้านไปเลย แล้วไม่กลับเข้ามาอีก ทั้งยังปิดโทรศัพท์หนีด้วย จงใจไม่ให้ใครติดต่อเธอได้นั่นแหละ

จากที่คิดว่าเป็นการแต่งงานแบบเงียบๆ จากนั้นอีกไม่กี่วัน เพื่อนก็เอาบทสัมภาษณ์ของนายแพทย์ภวินท์มาให้เธอดู เขาบอกกับสื่อสั้นๆ ว่าแต่งงานแล้วกับบุตรีของนายแพทย์ชวัล และไม่ได้ให้รายละเอียดอะไรมากกว่าไปกว่านั้น

นี่เขาจะป่าวประกาศให้คนอื่นรู้ทำไม

เธอหรือสู้อุตส่าห์เงียบปากเอาไว้เพราะไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้แม้แต่คนเดียว

“จริงหรือถิง นี่แกแต่งงานแล้วจริงหรือ”

เพื่อนคนที่หอบเอาข่าวมาให้ดูถามเสียงสูง ท่าทีของอีกฝ่ายตื่นเต้นเสียจนน่ารำคาญ ฐิตตาทำตัวให้เป็นข่าวทุกวัน โดยเฉพาะเรื่องฉาวโฉ่ ฐิตตาแต่งตัวเปรี้ยวเฉี่ยวเข็ดฟันออกไปปาร์ตี้ทุกคืน ควงผู้ชายที่ส่วนใหญ่ก็เพื่อนในกลุ่มนั่นเองที่ล้วนแต่เป็นเพื่อนสาวของเธอทั้งนั้น กอดบ้าง จูบบ้าง อวดสื่อ ฐิตตาไม่แคร์ใคร เธอคิดตื้นๆ ว่าหากนายแพทย์ภวินท์เห็นว่าเธอเหลวแหลก รังแต่จะทำให้เขาเสียชื่อเสียง เขาคงจะรีบประเคนใบหย่าให้เธอเป็นแน่

แต่แล้วก็เงียบ ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ จากเขา ซ้ำร้ายอีกสองเดือนถัดมา เธอก็รู้ข่าวการเสียชีวิตของบิดาบนสื่อออนไลน์พร้อมทุกคน ว่าท่านพลัดตกจากดาดฟ้าของโรงพยาบาล และข่าวก็ถูกใครบางคนบิดเบือนปกปิดความจริงเอาไว้ นานวันเข้าไม่มีคนขุดคุ้ยรวมถึงอำนาจเงินก็สามารถทำให้ข่าวนั่นเงียบหายไปตามกาลเวลาได้ในที่สุด

เสียงก้าวย่างหนักๆ ฟังดูมั่นคงแฝงดุดันเล็กน้อยดังก้องกังวานไปทั่วทั้งชั้นนั้นบนตึกสูงระฟ้ากลางมหานคร นายแพทย์ภวินท์เพิ่งออกจากห้องผ่าตัดเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนหน้า และต้องนั่งวินมอเตอร์ไซค์ฝ่าจราจรแน่นขนัดเพื่อมาให้เห็นกับตาตัวเองว่าภรรยาตีทะเบียนมาที่ปาร์ตี้ปัญญาอ่อนนั่นจริงๆ ทั้งที่เธอเพิ่งดิสชาร์จไปเมื่อตอนบ่าย ด้วยอาการเป็นลมหมดสติทำอย่างไรก็ไม่ฟื้น จนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล

ขนาดนี้แล้วยังไม่เจียมตัวอีก

ตอน 2

ขนาดนี้แล้วยังไม่เจียมตัวอีก

คุณหมอหนุ่มได้แต่โมโหในความสิ้นคิดของเจ้าหล่อน

ร่างงดงามดูยั่วยวนในเดรสดำสั้นเสมอหู กำลังสาวเสาโครเมี่ยมเคลือบเงาในงานอยู่ เจ้าหล่อนทั้งรูดทั้งเต้น ขนาดว่ามองไกลๆ แบบนี้ยังเห็นว่าคงเมามากเป็นแน่ ยิ่งก่อตะกอนขุ่นข้นในใจของหมอหนุ่มผู้เป็นสามียิ่งนัก

เขาเดินเข้าไปจนถึงเธอ คว้าข้อมือขาวเล็กนั่นแล้วดึงเพียงหน่อยเดียวให้เจ้าหล่อนรู้ตัว ก่อนจ้องด้วยสายตาเย็นเฉียบ เค้นเสียงสั่ง

“ลงมาเดี๋ยวนี้ฐิตตา”

เธอหรี่ตาลงมองเมื่อได้ยินว่ามีคนเรียก แล้วบีบเสียงหัวเราะใส่ ออกแรงที่แทบไม่มีสะบัดมือผู้เป็นสามีเต็มกำลัง

“นึกว่าใคร ที่แท้ก็ ‘เด็กของพ่อ’ นี่เอง”

‘เด็กของพ่อ’ บดกรามเล็กน้อยกดความรู้สึกไม่พอใจที่พลุ่งพล่านขึ้นในเสี้ยววินาทีให้ลดระดับลงอย่างรวดเร็ว

มีเพียงเขาและเธอที่รู้ความหมายของมันว่าคืออะไร

นายแพทย์หนุ่มไม่ได้หลุดกิริยาโมโหอย่างที่ฐิตตาพยายามยั่ว เขาควบคุมอารมณ์ได้ดีเสมอ แล้วกดเสียงต่ำบอกกลับมาอีกครั้ง

“ลงมา!”

“เอาสิทธิ์อะไรมาสั่งคะ”

เจ้าหล่อนไม่สะบัดมือออก มองยั่ว ก่อนถามยียวน แจงเป็นข้อๆ

“สิทธิ์ของหมอประจำตัวฐิตตา”

“สิทธิ์ของสามีฐิตตา”

“หรือว่าสิทธิ์ของเด็กในสังกัดของพ่อฐิตตา”

นายแพทย์หนุ่มอนาคตไกลหมดสิ้นความอดทนในวินาทีนั้นเอง เจ้าหล่อนเพิ่งดิสชาร์จจากอาการหมดสติและยังตรวจหาสาเหตุไม่พบ พอตกดึกก็โผล่มาที่นี่เลย

มันน่านัก!

บีบข้อมือเล็กๆ ของฐิตตาแล้วออกแรงดึงทีเดียว หล่อนก็หลุดออกจากโพลแท่งนั้นลงมาปะทะกับหน้าอกของเขา

เพื่อนชายหญิงของฐิตตาในปาร์ตี้แห่งนั้นมองมาที่ทั้งคู่กันเกือบหมดทั้งงาน เมื่อเห็นว่านั่นน่าจะเป็นเรื่องที่สนุกที่สุดในค่ำคืนนี้ บางคนผิวปากแซว บางคนจะเข้ามาช่วยฐิตตา แต่พอเห็นนายแพทย์ภวินท์มองกราดมายังตน จึงจำเป็นต้องถอยหลังออกไป เรื่องสามีภรรยาใครอยากเข้าไปยุ่มย่ามกันเล่า

แม้จะมีข่าวลือออกมาอย่างหนาหูก็ตามว่าสองคนนี้เขาแต่งกันแต่ในนาม แต่นี่ผ่านมาหลายเดือนแล้ว อาจไม่ใช่แค่ในนามแล้วก็เป็นได้

นายแพทย์หนุ่มตวัดร่างภรรยาขึ้นพาดบนบ่าแล้วพาออกจากงานเลี้ยงไปในทันที สภาพแบบนี้เขาไม่เอากลับไปบ้านให้คนของเธอที่รออยู่เห็นแล้วอาจพากันช็อกจนต้องหามส่งโรงพยาบาลกันอีกหรอก เปลืองเตียงคนไข้!

ตรงเข้าลิฟต์ มุ่งสู่ชั้นบนสุดที่เป็นห้องพักส่วนตัวของเขาน่าจะดีกว่า ภวินท์ตั้งใจทิ้งหล่อนไว้ในนั้นจนกว่าจะสร่างเมาแล้วค่อยปล่อยให้หาทางกลับบ้านเองในสภาพที่ดีกว่านี้

ฐิตตาออกแรงดิ้นเต็มแรง พร้อมตวาดถาม

“จะพาฉันไปไหน ฉันยังไม่กลับ”

“หยุดเถอะฐิตตา”

“ถ้าไม่หยุดจะทำไม จะปล้ำใช่ไหม”

“ปล้ำคุณอย่างนั้นหรือ ผมจะทำไปทำไม ผู้หญิงสกปรกๆ แบบนี้อบฆ่าเชื้อก็ไม่มีทางสะอาดขึ้นมาหรอก เรื่องอะไรจะเอาตัวลงไปเกลือกกลั้วด้วย”

“ฮึ จะดีกว่ากันแค่ไหนเชียว กับเด็กบาร์อย่างคุณน่ะ”

“ปากดีจริงนะเรา”

หมอหนุ่มเค้นเสียงใส่ เขาพาหล่อนมาจนถึงห้องแล้วเปิดประตูโยนเธอลงไปที่พื้นอย่างไม่แยแส หันหลังจะออกจากห้องไป ไม่อยากตอแยเจ้าหล่อนอีก แต่อีกฝ่ายก็ร้ายกาจไม่หยุดหย่อน หญิงสาวเข้ามาทึ้งเสื้อของเขาจากทางด้านหลัง หมอหนุ่มหลบทัน อีกฝ่ายเลยคว้าได้แต่อากาศ แล้วล้มร่วงลงพื้นในวินาทีต่อมา

ฐิตตาร้องเสียงหลงทันที “โอ๊ย”

เขามองเธอด้วยสายตาแบบเดียวกับคำพูด “สมควรเจ็บ”

“เราเพศเดียวกัน ไม่ควรรังแกกันแบบนี้เลยนะหมอวิน”

เจ้าหล่อนยังคงยวนไม่เลิกรา และสีหน้าแววตาแบบนี้นี่เองที่สามารถจุดโทสะให้นายแพทย์ผู้เคร่งขรึมหลุดมาดได้ทุกคราวไป พอตั้งสติได้ ถึงได้ตอกหล่อนกลับ

“อย่ามาพูดยั่วผมเลย ด่าผมให้ตายผมก็ไม่ปล้ำคุณหรอก”

“ใครอยากให้คนอย่างคุณปล้ำ”

ฐิตตาเถียงอะไรเขาไม่ได้อีกก็ยื่นมือ บอกเสียงอ่อนลง อีกมือคลำข้อเท้าของตนเองไปมาเบาๆ

“ช่วยหน่อย”

หมอหนุ่มมองกิริยาแฝงไปด้วยอันตรายนั้นแล้วก็ว่า

“ลุกขึ้นมาเอง”

“เนี่ย เจ็บข้อเท้า”

ภวินท์มองไปยังข้อเท้าเล็กๆ ที่ขาวจัดของหล่อนก็จำใจย่อตัวลงไปดู เมื่อครู่อาจเป็นได้ที่เธอล้มผิดท่า เมื่ออยู่ในระยะมือเอื้อมถึง คนฤทธิ์มากก็พ่นพิษด้วยการทึ้งเสื้อเชิ้ตลงหาตัว ก่อนจะยื่นอีกมือคว้าจะขยุ้มผมของเขา

หล่อนอยากกระชากผมดำสละสลวยของเขาให้หลุดออกจากหนังหัวให้หมดไปเลย ค่าที่กล้ามาปากดีกับตนเอง แต่แล้วชายหนุ่มก็หลบหลีกได้อีกครั้ง พร้อมกระชากแขนเธอให้ถลาราวกับนกปีกหักไปยังอีกทาง

“ฤทธิ์เยอะนะฐิตตา”

ชายหญิงคู่นั้น อีกคนสู้อีกคนหลบหลีกกันไปมาอยู่ชั่วขณะ ฐิตตาก็คว่ำเขาลงจนได้ จังหวะที่ภวินท์ไม่ทันได้ตั้งตัว ปากของเธอทาบลงบนปากของเขาจนเห็นว่าสีลิปสติกเปรอะก็ชะงัก

ฐิตตามองปากของเขาแล้วขำพรืดออกมา ก่อนว่า

“นึกแล้วเชียวว่าลิปสติกเฉดนี้มันต้องเข้ากับคุณหมอภวินท์”

ภวินท์มองใบหน้าน่ารักของภรรยาตาค้างไปชั่วครู่ เมื่อความใกล้ชิดระหว่างกันมีมากจนเกินไป และเขาพอเข้าใจความหมายของหล่อนดีว่าประโยคเมื่อครู่คงพยายามป่วนเขาไม่เลิกด้วยการกล่าวหาว่าเขาไม่แมน ไม่ใช่ผู้ชายแท้อะไรเทือกนั้น

แล้วก็ให้อารมณ์ไม่พอใจเดือดปุดขึ้นมาอีกระลอก เหตุใดเธอถึงอยากให้เขาเป็นเพศที่สามนัก และก่อนที่ฐิตตาจะทันได้ตั้งตัว เขาจับให้ร่างของเธอพลิกลงไปนอนยังเบื้องล่าง วางมือทั้งสองข้างลงข้างใบหน้า จ้องลึกเข้ามาในดวงตา กล่าวด้วยน้ำเสียงท้าทาย

“อย่างนั้นแล้วลองดูสักครั้งไหมฐิตตา ว่ายังมีอะไรที่เข้ากับผมได้อีก นอกจากลิปสติกเฉดนั้นของคุณ”

ว่าจบ เขาตามลงทาบริมฝีปากบดจูบราวกับแกล้งจนฐิตตาไม่ทันได้ระวังแต่อย่างใด และพอได้ถึงเนื้อถึงตัวหัวใจก็สั่นระรัวต้องการสัมผัสกันและกันให้มากยิ่งขึ้น ร่างของนายแพทย์หนุ่มเบียดชิดแนบสนิทเข้าหาพร้อมทั้งกระตุ้นให้ฐิตตารู้สึกร้อนเร่าสลับหนาวเย็นยะเยือก ทั้งปลุกทั้งเร้าทั้งเรียกร้องและตอบสนองกัน จวบจนผ่านคืนนั้นด้วยความเป็นสามีภรรยาอย่างสมบูรณ์ทั้งทางนิตินัยและพฤตินัย

ตอน 3

ฐิตตาลืมตาตื่นขึ้นในตอนใกล้เที่ยงวัน ข้างกายของเธอไม่มีร่างชายผู้ครองสถานะสามีอีกต่อไป เมื่อคืนเธอกับเขาเพิ่งได้เข้าหอกันเป็นครั้งแรก หลังพิธีการเล็กๆ และทะเบียนสมรสถูกลงนามไปได้ครึ่งเท่านั้น

เสียใจไหมกับเหตุการณ์เมื่อคืน

บอกไม่ถูกเหมือนกัน แต่ที่รู้สึกคือโหวงในอกเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วพบว่านอนอยู่คนเดียวบนเตียงกว้าง ตวัดผ้าห่มออกจากร่างนวลเนียนเปลือยเปล่า พบร่องรอยจากเหตุการณ์เมื่อคืนปรากฏหราอยู่บนเรือนกายของเธอ มองหาเครื่องป้องกันแล้วก็ให้ตกใจไม่น้อยที่เขาไม่ได้ใช้มันกับเธอ ไหนว่าเธอสกปรกนักหนา

แล้วทำไม...

คำถามผุดขึ้นมาในใจของฐิตตา ก่อนที่ความรู้สึกวาบหวิวจะก่อตัวแผ่ซ่านให้ร้อนผ่าวไปทั่วทั้งช่องท้อง เม้มปากอย่างเจ็บใจสะบัดความคิดความรู้สึกเหล่านั้นทิ้ง

เดินเข้าไปอาบน้ำชำระล้างคราบต่างๆ จนเรียบร้อย หยิบโทรศัพท์ขึ้นกดหาข้อมูลครู่ใหญ่ ค่อยตรงไปที่ลานจอด กระชากรถหรูของตัวเอง ขับไปที่ร้านขายยา จัดแจงกินยาคุมฉุกเฉินเม็ดแรกเรียบร้อย ถึงกลับเข้าบ้านย่านกลางเมือง ที่ซึ่งไม่ไกลนักจากโรงแรมที่เธอใช้พำนักมาทั้งคืน

นางอัมพรยืนเชิดคออยู่ที่หน้าบ้าน ตอนที่ฐิตตาลงมาจากรถ เธอมองมารดาของนายแพทย์ภวินท์ด้วยหางตา ไม่ได้ให้ความสำคัญกับทางนั้น ก่อนก้าวเท้าเข้าบ้าน หญิงแก่วัยกว่ามองมาที่เธอแล้วบิดริมฝีปากเอ่ยถามด้วยความหยันเหยียดไม่เคารพ

“ไม่ทราบว่าเมื่อคืนไปฟัดกับไอ้กุ๊ยที่ไหนมาหรือคะ สภาพเช้านี้ถึงได้ดู...” ทักแค่นั้นแล้วมองหมิ่นอย่างจงใจ

ถ้าคนถามรู้ว่า ‘ไอ้กุ๊ย’ ที่เธอนอนด้วยเมื่อคืนเป็นลูกชายของตัวเอง คงอกแตกตายแน่ คิดได้อย่างนั้นแล้วก็ยิ้มมุมปาก คิดต่อไปอีกว่าหากความสัมพันธ์เมื่อคืนนี้ทำให้เธอท้องได้ เธอจะเก็บเด็กไว้ปั่นหัวสองแม่ลูกนี่เล่น

ไม่ตอบอะไรแล้วตั้งท่าเดินหนี

“คุณฐิตตาไม่กลับบ้านบ่อยๆ แบบนี้ ข้างนอกรู้เข้าจะเป็นข่าวอีกนะคะ”

“เป็นแค่แม่บ้านไม่ใช่หรือไง”

ตอกกลับสั้นๆ อย่างไม่อยากให้ราคาอีกฝ่าย แล้วผละเดินกลับห้องของตนเอง

ตั้งแต่บิดาของเธอเสียชีวิต สองแม่ลูกนั่นก็กร่างขึ้นมาในบ้านเธอทันที ฐิตตาเริ่มไม่ลงรอยกับบิดาเมื่อตอนเข้าวัยรุ่น เธอถูกส่งให้เป็นเด็กนักเรียนประจำมาตลอดจึงไม่ใคร่รู้เรื่องราวเป็นไปในบ้านของตนเองเท่าไรนัก

รู้แต่เพียงว่าบิดาของเธออุปการะสองแม่ลูก ซึ่งก็คือ นางอัมพร และ ภวินท์มานาน นอกจากดูแลอาการป่วยของนางอัมพรจนหายดีแล้ว ยังให้ที่พักสองแม่ลูกกาฝากนี่ ยังส่งเสียบุตรชายของนางอัมพรให้เล่าเรียนจนจบอีกด้วย

นึกถึงข่าวฉาวของบิดาก็ให้ใจสั่น

บิดาและมารดาของฐิตตาต้องเลิกรากันก็เพราะเรื่องนี้

ท่านเป็นชายมีรสนิยมรักร่วมเพศ

คิดถึงวันที่ได้รู้ข่าวการเสียชีวิตของมารดาก็ให้ปวดใจยิ่งนัก ท่านเห็นคาตาว่าสามีของตนกกกอดอยู่กับชายจากบาร์โฮสก็เสียใจอย่างหนักแล้วขับรถออกมาจนประสบอุบัติเหตุ จากนั้นบิดาของฐิตตาก็ใช้ชีวิตอิสระมาโดยตลอด สุดท้ายท่านก็จบชีวิตของท่านเอง

หยุดคิดเรื่องบั่นทอนจิตใจ ฐิตตาเก็บเสื้อผ้าข้าวของลงกระเป๋า เธอตัดสินใจได้ตั้งเป็นสัปดาห์มาแล้วว่าจะไปจากที่นี่ ก่อนหน้าเธอเข้าไปติดต่อกับคุณอาที่ธนาคารมาแล้ว ปิดมันทุกบัญชีที่มีสิทธิ์เบิกถอนเงิน เพื่อนำไปใช้ในชีวิตของตนเอง

บ้านที่มีแต่คำเรียก แต่ไม่มีความอบอุ่น ไม่มีความปลอดภัยอีกต่อไป ก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไมอีก เมื่อคืนมันก็แค่งานเลี้ยงที่เพื่อนของเธอจัดเลี้ยงส่งให้เมื่อตอนที่ฐิตตาบอกว่าจะไปจากเมืองไทย แล้วทิ้งทุกอย่างไว้ที่นี่ พอพวกนั้นถามถึงสามีของเธอ ฐิตตาก็บิดปากให้รู้ว่าน่ารังเกียจสิ้นดี อย่าได้ถามถึงคนคนนั้น

‘ไม่ต้องห่วงนะนังถิงถิง พี่หมอน่ะ ฉันจะดูแลให้เอง’

เรื่องนี้ก็ด้วยที่เธอต้องการจัดการให้จบสิ้นไป ก่อนเดินทาง สัญญาบ้าบอที่บิดาเอ่ยปากขอให้เธอเซ็นชื่อลงไปเพื่อท่าน เหมือนกรงที่ขังเธอเอาไว้ บัดนี้ฐิตตาขอปลดปล่อยตัวเองออกจากกรงนั่นทีเถอะ

ใบหย่าถูกเซ็นเอาไว้เรียบร้อย

ฐิตตาเก็บเฉพาะของที่สำคัญลงในกระเป๋า เหลือบไปเห็นตุ๊กตาเด็กผู้หญิงผมสีชมพูแปร๋นก็เอามากอดพร้อมน้ำตาไหลรินสองข้างแก้มช้าๆ

“ถิงคิดถึงคุณแม่ค่ะ”

งึมงำเบาๆ กอดตุ๊กตาที่มารดาซื้อให้จนหยุดร้องไห้ได้แล้วค่อยลากกระเป๋าออกมา พบพี่เลี้ยงคนสนิทยืนมองอยู่ตรงหน้าห้องนั่น พี่นวลถามหน้าเศร้า แม้จะตื่นตกใจแค่ไหน ใบหน้าและแววตาของพี่นวลก็เศร้าเสมอ

“คุณหนูจะไปไหนคะ”

“ถิงจะกลับไปเรียนต่อค่ะพี่นวล”

“อย่าไปเลยนะคะคุณหนู เพิ่งจะกลับมาก็จะไปอีกแล้ว”

พี่เลี้ยงที่คอยดูแลฐิตตาในวัยเด็กบอกอย่างอาลัย

นวลไม่เชื่อว่าคุณหนูที่ตนเลี้ยงมาแต่เล็กจะเป็นผู้หญิงประเภทใจแตก คุณหนูของนวลรักสงบ ทั้งยังเรียบร้อยและฉลาดพูดจาจะตาย แต่ทำไมเจ้าตัวถึงปล่อยให้ภาพออกสื่อไปแบบนั้นก็ไม่รู้ จนตอนนี้ใครต่อใครพากันซุบซิบนินทาทั่วว่าฐิตตาเป็นผู้หญิงที่มีดีแต่สวยอย่างเดียว อ้อ พ่วงตัวปัญหาเข้าไปในเจ้าหล่อนด้วยอีกข้อ

คุณหนูของนวลต้องกำลังคิดอะไรในใจอยู่เป็นแน่

ฐิตตามองอีกฝ่ายด้วยสายตาซาบซึ้งใจ หากจะเหลือคนที่รัก ห่วงใย หวังดีกับฐิตตาจริงๆ ก็คงมีเพียงพี่นวลกับป้าทุม ป้าแม่ครัวเก่าแก่นี่เท่านั้นละมัง

ฐิตตาละมือจากกระเป๋าลาก เดินมากุมมือพี่เลี้ยงของตนแล้วว่า “ถิง อยู่ไม่ได้แล้วค่ะ”

“แต่ที่นี่เป็นบ้านคุณหนูนะคะ”

ใช่ เธอเรียกมันว่าบ้าน เพราะเกิดและโตที่นี่

แต่บิดาโอนให้เป็นชื่อของนายแพทย์ภวินท์ไปแล้ว หลังจากหลอกให้เธอเซ็นชื่อลงในทะเบียนสมรส ท่านก็โอนชื่อบ้านให้เป็นของนายแพทย์ภวินท์อยู่ดี

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167VNS” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167VNS
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

นางมารร้าย บำเรอรัก
นางมารร้าย บำเรอรัก
เมื่อ ซีลีนา แกล้งกลับบ้านดึกเพื่อลองใจสามีอย่าง เอ็ดเวิร์ด จนโดนดุและลงโทษ แต่เธอกลับไม่ยอมแพ้และใช้เสน่ห์เย้ายวนเพื่อละลายน้ำแข็งในใจเขา นิยายรัก แนวรักต่างชั้นและรักอันตรายที่เต็มไปด้วยเกมเสน่หาเร่าร้อน อ่านสนุกจนหยุดไม่ได้ที่นี่
9.8
41 ตอน
เชลยทรายทาสชีคเถื่อน
เชลยทรายทาสชีคเถื่อน
เมื่อมาราตีต้องสวมรอยเป็นตัวประกันเพื่อตบตาชีคอัฟฟานแห่งซาล แต่ความลับกลับถูกเปิดโปงด้วยสายตาคมกริบของชีคหนุ่มผู้ทรงอำนาจ ความแค้นจากการถูกทรยศเปลี่ยนให้เขากลายเป็นชีคเถื่อนสุดโหด ท่ามกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ เธอต้องเผชิญหน้ากับความปรารถนาอันเร่าร้อนและรักอันตรายที่พร้อมแผดเผาหัวใจ
8.5
38 ตอน
สะดุดรัก...สามีบังเอิญ
สะดุดรัก...สามีบังเอิญ
เมื่อความฝันสลายจนต้องกลับไทย 'เพลินวาน' คิดว่าจะได้พักใจ แต่กลับต้องมาปะทะอารมณ์กับ 'ภูริช' ลูกค้าหนุ่มสุดกวน ทว่าโชคชะตาเล่นตลกให้ตื่นมาสบตาในคืนเร่าร้อนจนต้องกลายเป็นสามีภรรยาจำเป็น อ่านนิยายรักโรแมนติกที่เริ่มต้นด้วยความป่วน แต่ซาบซ่านหัวใจจนเกินต้านทานได้แล้ววันนี้
9.0
93 ตอน
เรื่องรักฉบับร้อน
เรื่องรักฉบับร้อน
นิยายรักร่วมสมัยรสชาติร้อนแรงที่รวมความสัมพันธ์สามรูปแบบ เริ่มจากสาวน้อยวัยใสที่ใช้เสน่ห์ยั่วยวนจีบหนุ่มรุ่นใหญ่ ต่อด้วยเรื่องราวของคิงส์ นักมวยหนุ่มผู้มั่นคงในความรักที่มีต่อแม่ม่ายสาว และยักษ์ ชายหนุ่มที่ถูกคลุมถุงชนแต่งงานกับสาวใช้คนสนิทของปู่ จากความใกล้ชิดที่แปรเปลี่ยนเป็นรักแท้ที่ยากจะถอนตัว
7.8
80 ตอน
รักนะคะคนเถื่อนของฉัน
รักนะคะคนเถื่อนของฉัน
เมื่อ ดารณา ต้องรับมือกับ จอม ชายหนุ่มมาดเถื่อนที่พยายามตะคอกกลบเกลื่อนความหึงหวง นิยายรัก เรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับความสัมพันธ์สุดฟิน เมื่อความอ่อนหวานของเธอสยบความดุดันของเขาได้อย่างราบคาบ ท่ามกลางบรรยากาศพ่อแง่แม่งอนที่แสนอบอุ่นหัวใจ อ่านนิยาย สนุกๆ เรื่องนี้ได้เลยตอนนี้
8.2
50 ตอน
เกมร้ายเกมรัก
เกมร้ายเกมรัก
เมื่อวิวาห์ไร้รักกลายเป็นฉากบังหน้าทางธุรกิจใน นิยายประธานบริษัท สุดเร่าร้อน ข้อตกลงจอมปลอมที่ต้องเก็บเป็นความลับใต้ชายคาเดียวกัน กลับถูกสั่นคลอนด้วยความใกล้ชิดที่ปลุกเร้าความปรารถนาส่วนลึก เส้นแบ่งระหว่างหน้าที่และหัวใจเริ่มเลือนหายไปในเกมรักครั้งนี้
7.3
123 ตอน