ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน แสงแดดแผดจ้า

ลู่ชิงชิงทนต่อแดดจ้าทำงานพาร์ทไทม์แจกใบปลิวอยู่หน้าประตูห้าง

ทันใดนั้นไม่ไกลออกไปก็หันไปเห็นชายหนุ่มหญิงสาวคู่หนึ่งเดินเข้ามาทางประตูด้านข้างของห้าง

เมื่อมองจากแผ่นหลังแล้ว ดูเหมือนจะเป็นหลินซั่วแฟนของเธอ กับฉินฮันเยว่ที่เป็นเพื่อนสนิทของเธอ

วันนี้หลินซั่วต้องไปสัมภาษณ์งานไม่ใช่เหรอ?

ลู่ชิงชิงรู้สึกร้อนใจมาก เธอจึงรีบตามไปทันที

แต่แล้วเมื่อเธอเข้าไปในห้างสรรพสินค้าก็พบว่าพวกเขาหายไปเสียแล้ว

หลังจากเดินวนอยู่หลายรอบ จู่ ๆ โทรศัพท์มือถือของเธอก็ได้รับข้อความเตือนการใช้บัตรเครดิต

เคาน์เตอร์เครื่องประดับ ยอดค่าใช้จ่าย 250000 บาท

ลู่ชิงชิงตกใจกับตัวเลขนี้จนมือสั่นไปหมด นี่มันรายได้เกือบครึ่งปีของเธอเลยนะ

ไม่ช้าลู่ชิงชิงก็หาเคาน์เตอร์รับเงินเจออย่างรวดเร็ว แล้วเธอก็เห็นว่าพนักงานแคชเชียร์กำลังสวมแหวนเพชรที่แวววาวลงบนนิ้วนางที่ขาวกระจ่างใสและนุ่มนิ่มของฉินฮันเยว่

เพชรบนแหวนมีขนาดใหญ่มาก แล้วก็งดงามมากด้วย มันเป็นเพชรที่ลู่ชิงชิงหมายตามานานมากแล้ว

เมื่อเห็นรอยยิ้มที่พึงพอใจบนใบหน้าของฉินฮันเยว่ ลู่ชิงชิงก็รู้สึกหัวสมองว่างเปล่าไปหมด

หลินซั่วตกงานมาหกเดือนแล้ว เขากินอยู่กับเธอทุกอย่าง แต่ตอนนี้เขากลับกล้าที่ใช้บัตรของเธอไปซื้อแหวนเพชรให้กับเมียน้อยเนี่ยนะ?

คิดว่าเธอตายไปแล้วรึไง?

เธอรีบวิ่งไปแย่งแหวนจากมือของฉินฮันเยว่มาทันที แล้วก็ยื่นไปให้พนักงานแคชเชียร์

“คืนแหวนวงนี้ค่ะ”

“ลู่ชิงชิง นี่มันอะไรของเธอเนี่ย? นี่มันแหวนที่ฉันเพิ่งซื้อมานะ เธอมีสิทธิ์อะไรเอาไปคืนห่ะ?” ฉินฮันเยว่ตะโกนขึ้นมาเสียงดัง

“เพี๊ยะ!” ลู่ชิงชิงตบหน้าของฉินฮันเยว่ไปทีหนึ่ง

“นี่คุณทำบ้าอะไร?” เวลานี้หลินซั่วที่กลับมาจากไปจ่ายเงิน กอดฉินฮันเยว่เอาไว้ในอ้อมแขนอย่างสงสาร แล้วก็ตะโกนใส่ลู่ชิงชิงเสียงดัง

“ก็แค่เอาบัตรคุณไปรูดไม่กี่แสงเอง คุณถึงขั้นต้องทำตัวเป็นหมาบ้ามาลงมือลงไม้กับคนอื่นเลยเหรอ คุณไม่รู้จักอายบ้างเลยรึไง?” ความรังเกียจและความเคียดแค้นในแววตาของหลินซั่วมันชัดเจนมาก

หัวใจของลู่ชิงชิงเหมือนถูกบดละเอียด การถูกหักหลัง ความโกรธ และความอัปยศอดสู ทำให้ดวงตาทั้งสองข้างของเธอแดงก่ำ

“คุณเอาเงินที่หามาอย่างยากลำบากของฉันไปเลี้ยงดูผู้หญิงคนอื่น แล้วคุณยังจะมาบอกว่าฉันหน้าไม่อายอีกงั้นเหรอ?”

“แล้วจะทำไม เธอไม่ดูสารรูปของเธอ จะมีผู้ชายที่ไหนมาสนใจเธอกันห่ะ!”

ตลอดเวลาครึ่งปีที่ผ่านมาที่เธอต้องเลี้ยงหลินซั่ว เธอต้องประหยัดเงินค่าอาหารและค่าใช้จ่ายของเธอ นานมากแล้วที่เธอไม่ได้ซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเลย เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ก็เก่า ๆ แต่แล้วสิ่งที่เธอได้ตอบแทนมามันคืออะไร เป็นการทรยศที่ไร้ยางอายเนี่ยนะ!

คนมามุงดูมากขึ้นเรื่อย ๆ หลินซั่วจึงโยนบัตรเครดิตและใบแจ้งหนี้ไปที่หน้าของลู่ชิงชิงด้วยความโกรธ

“เอาไปเลย อะไรก็เงิน เงิน เงิน ฉันทนกับเธอมามากพอแล้ว”

ใบหน้าของลู่ชิงชิงโดนบัตรเครดิตฝาดจนรู้สึกเจ็บ แต่ทว่าหัวใจของเธอเจ็บกว่าเยอะ

“ลู่ชิงชิง จุดจบของผู้หญิงอย่างเธอคงต้องตายอย่างโดดเดี่ยวเท่านั้นแหละ ไม่มีผู้ชายคนไหนรับเธอได้หรอก” หลังจากที่หลินซั่วพูดจบ เขาก็ดึงฉินฮันเยว่ออกจากห้างสรรพสินค้าไป

ลู่ชิงชิงก้มลงหยิบบัตร และใบแจ้งหนี้บนพื้นโดยไม่พูดอะไรสักคำ เธอทำตามขั้นตอนการคืนเงินเสร็จสิ้น แล้วก็กลับไปที่บ้านที่เธอ และหลินซั่วเช่าเอาไว้

บ้านหลังนี้เป็นแบบสองห้องนอน หลินซั่วและเธออาศัยอยู่ห้องใครห้องมันมาโดยตลอด

แต่ที่น่าตลกก็คือ ก่อนหน้านี้เธอคิดว่าที่หลินซั่วทำเช่นนี้เพราะเขาเป็นสุภาพบุรุษ

เมื่อเธอเข้าบ้านไป เธอก็เริ่มจัดกระเป๋าเดินทางของหลินซั่ว เพื่อเตรียมที่จะไล่เขาออกไป

ตอนที่เธอกำลังสะบัดผ้าปูที่นอน เธอก็เจอถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วสองอัน

เมื่อมองดูถุงยางที่ ‘สด ๆ’ นี้ ความรู้สึกที่ลู่ชิงชิงมีต่อหลินซั่วก็ดับลงในทันที

สัมภาระที่ถูกแพ็คเรียบร้อยแล้วถูกโยนออกไปนอกประตูทีละชิ้น

ขณะเดียวกันหลินซั่วกลับมาพร้อมกับฉินฮันเยว่

เมื่อเห็นว่าห้องถูกเก็บจนว่างเปล่า หลิน ซั่วก็โมโหสุด ๆ

“ลู่ชิงชิง เธอบ้าไปแล้วรึไง เธอมีสิทธิ์อะไรมาแตะต้องของของฉันห่ะ?”

ลู่ชิงชิงกำลังนั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น ในอดีตเธอแค่คิดว่าหลินซั่วเป็นผู้ชายที่หล่อที่สุดในโลก แต่เมื่อมามองดูตอนนี้อีกที เธอกลับรู้สึกรังเกียจเขายิ่งกว่าอะไรดี

“คุณกลับมาพอดี เอากุญแจห้องมาคืนฉันซะ แล้วต่อไปก็อย่ามาที่นี่อีก เดี๋ยวบ้านของฉันจะสกปรก”

“ลู่ชิงชิง เธอเข้าใจอะไรผิดไปรึเปล่า? ก่อนหน้านี้ฉันก็จ่ายค่าเช่าเหมือนกันนะ แล้วเธอมีสิทธิ์อะไรมาย้ายข้าวของของฉันไม่ทราบ?” หลินซั่วตะหวาดขึ้นมาด้วยความโกรธ

“คุณก็บอกเองหนิว่าเมื่อก่อน แล้วค่าเช่าครึ่งปีมานี้กับค่าครองชีพสองปีครึ่ง คุณได้ให้ฉันบ้างรึเปล่า?”

ลู่ชิงชิงทำใจให้เย็นเข้าไว้ พยายามทำตัวให้แข็งแกร่งมากที่สุด

เมื่อหลินซั่วเห็นเพื่อนบ้านที่มามุงดูแล้วก็เริ่มชี้มือชี้ไม้วิพากษ์วิจารณ์กันสนุกปาก เขาจึงรู้สึกอับอาย ทำให้เขาต้องพยายามสงบสติอารมณ์เอาไว้ แล้วก็ต้องเอาตัวรอดจากตอนนี้ไปให้ได้

“ลู่ชิงชิง เธอต้องการแค่เงินไม่ใช่เหรอ? ค่าเช่าครึ่งปีก็แค่แสนกว่าสองแสงเอง ก็แค่เงินเดือนครึ่งเดือนของฉันเท่านั้นไว้รอฉันหางานได้ก่อน ฉันจะจ่ายค่าเช่าครึ่งปีที่ฉันติดค้างเธอคืนให้หมด”

“ไม่จำเป็นต้องรอถึงครึ่งปีหรอก เราจะให้เงินเธอตอนนี้เลย” ฉินฮันเยว่หยิบโทรศัพท์มือถือของเธอออกมา แล้วก็เดินไปหาลู่ชิงชิง “เรามาตกลงกันก่อน ถ้าฉันจ่ายค่าเช่าครึ่งปีนั้นให้เธอแล้ว เธอต้องย้ายออกไปวันนี้”

จากการคำนวณของฉินฮันเยว่แล้ว ครึ่งหนึ่งของค่าเช่าครึ่งปีอยู่ที่ห้าหมื่นกว่า ๆ เท่านั้น แต่หลายปีที่ผ่านมานี้ยัยโง่ลู่ชิงชิงจ่ายไปมากกว่านั้นอีก แถมเธอยังจะสร้างความประทับใจที่ดีให้หลินซั่วได้อีกด้วย

ก่อนหน้านี้หลินซั่วสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยรัฐที่จัดอันดับมหาลัยดีเด่น ถือว่าเขาเป็นเสมือนหุ้นที่มีศักยภาพ เมื่อก่อนตอนที่เขาทำงานเขาเคยมีรายได้มากถึงแสนห้าต่อเดือนเลย!

เมื่อฉินฮันเยว่เห็นว่าลู่ชิงชิงพยักหน้าอย่างไม่ลังเล เธอก็เปิดคิวอาร์โค้ดเพื่อชำระเงิน แล้วเงินก็ถูกโอนไปอย่างรวดเร็ว

จากนั้นเธอก็ชี้ไปที่ประตูอย่างได้ใจพลางพูดว่า “รีบไปเก็บข้าวของและไสหัวออกไปซะสิ!”

“ไม่รีบ” ลู่ชิงชิงหันกลับมาโดยไม่ตื่นตระหนกแต่อย่างใด แล้วก็หันไปหยิบโฉนดบ้านออกมาจากห้อง

“พวกเธออ่านให้ละเอียดนะ” ลู่ชิงชิงเปิดโฉนดบ้านออก ชื่อเจ้าของบ้านเขียนเอาไว้อย่างชัดเจน เขียนชื่อของลู่ชิงชิงเอาไว้

“ฉันเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ แล้ววันนี้ฉันก็จะเอาบ้านหลังนี้คืน”

“ลู่ชิงชิง เธอหลอกฉันเหรอ?” เมื่อเห็นโฉนดบ้าน หลินซั่วก็โมโหเดือดดาลขึ้นมาทันที “เธอเป็นเจ้าของบ้าน แต่ยังมาบอกให้ฉันจ่ายค่าเช่ามาตั้งหลายปีอีกเนี่ยนะ?”

“มาอยู่บ้านคนอื่นก็ต้องจ่ายค่าเช่า มันก็ถูกต้องแล้วหนิ?” ลู่ชิงชิงยักไหล่ ใบหน้าของเธอดูใสซื่อมาก

“เธอมันใจร้าย!” หลินซั่วใช้นิ้วที่กำลังสั่นเทาของเขาชี้หน้าลู่ชิงชิง “ก่อนหน้านี้ฉันประเมินเธอต่ำไปจริง ๆ”

“ลู่ชิงชิง เธอมันน่ารังเกียจมาก” ฉินฮันเยว่รู้สึกเสียใจจนเจ็บใจไปหมด นอกจากจะเสียเงินแล้ว ที่จะอยู่ยังไม่มีอีกด้วย

“ถ้าเทียบกับพวกคุณแล้ว ฉันยังคงตามหลังอยู่ไกลมาก”

ลู่ชิงชิงเปิดประตูบ้านพลางพูดว่า “เอาของของพวกคุณออกไป แล้วก็ไสหัวไปซะ!”

ฉินฮันเยว่ยังอยากจะอาละวาดต่ออีก แต่เมื่อหลินซั่วเห็นว่าเพื่อนบ้านมามุงดูกันเต็มไปหมด เขาจึงรีบลากฉินฮันเยว่ออกไปทันที

ก่อนจะไปเขายังหันไปมองลู่ชิงชิงตาเขม็ง คิดวางแผนในใจว่าจะหลอกเอาอพาร์ทเมนต์แห่งนี้มาได้อย่างไร

หลังจากจัดการกับผู้ชายสารเลวไปแล้ว ลู่ชิงชิงก็พิงมุมกำแพงแบบไร้เรี่ยวแรงใด ๆ

สิ่งที่เธอคิดอยู่ในใจก็คือ ก็ดีเหมือนกัน ในที่สุดเธอก็ไม่ต้องทำหลาย ๆ งานเพื่อมาคอยเลี้ยงผู้ชายสารเลวแบบนี้อีกแล้ว

แต่ในขณะที่เธอเพิ่งจะถอนหายใจออกไป จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้นมา เมื่อลู่ชิงชิงก้มไปมองก็พบว่าเป็นน้องชายของเธอที่โทรมา

“พี่ ย่าเป็นมะเร็ง ต้องจ่ายค่าผ่าตัดสองล้านห้า ผมไม่มีเงินมากขนาดนั้น ผม.....” ในโทรศัพท์ เสียงน้องชายที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นดังขึ้นมา

ตอน 2

เมื่อลู่ชิงชิงได้ยินเช่นนี้ เธอก็รู้สึกราวกับโดนฟ้าผ่าลงมากลางใจอย่างไรอย่างนั้น

แต่เธอก็ทำได้เพียงปลอบเขาไปด้วยเสียงที่แหบพร่าว่า “ไม่ต้องกังวลนะ เดี๋ยวฉันจะโอนเงินไปให้นายห้าแสน นายให้ย่าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลก่อน ส่วนค่าผ่าตัดที่เหลือ เดี๋ยวฉันจะหาวิธีเอง”

หลังจากวางสายไปแล้ว ลู่ชิงชิงก็ตัดสินใจรูดเงินสดออกมาจากบัตรเครดิต หลังจากรูดบัตรเครดิตเสร็จก็โอนเงินให้น้องชายทันที

ย่าเลี้ยงดูเธอกับน้องชายมาเพียงลำพัง หลายปีมานี้ย่าต้องลำบากลำบนมามาก แล้วมาวันนี้ก็ยังมาตรวจเจอว่าเป็นมะเร็งอีก ไม่ว่าอย่างไรยังไงเธอก็ต้องช่วยชีวิตย่าเอาไว้ให้ได้

แต่เธอจะไปหาเงินจำนวนมากขนาดนั้นมาได้อย่างไรล่ะ? ต่อให้เธอจะขายบ้านตอนนี้เลย แต่ก็ใช่ว่าจะขายได้ง่าย ๆ

หรือว่าไปหายืมเงินดี?

ลู่ชิงชิงเริ่มโทรหาทีละคน โดยเธอไปหายืมเงินจากเพื่อนร่วมชั้นตั้งแต่สมัยมัธยมปลายจนถึงมหาวิทยาลัย

แม้จะได้มาคนละนิดคนละหน่อย แต่รวม ๆ แล้วก็ได้หลายแสน เพื่อนบางคนถึงขนาดไม่รับสาย

แล้วตอนที่เธอกำลังอับจนอยู่นี้ ในออนไลน์ก็มีโฆษณาประกาศหาคู่ดึงดูดความสนใจของเธอ

เนื้อหาของโฆษณาเรียบง่ายมาก

ผู้ชายคนนี้เป็นพนักงานบริษัท เขายินดีที่มอบสินสอดมูลค่าสองล้านห้าแสนให้ เพื่อตามหาวันรุ่นสาวสักคนมาเป็นคู่ชีวิต เงื่อนไขเดียวก็คือ ต้องดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวฝ่ายชายเป็นเวลาครึ่งปีก่อน

เมื่อลู่ชิงชิงเห็นคำว่า ‘สินสอดสองล้านห้าแสน’ เธอก็ใจสั่นทันที

เธอไม่สนใจแล้วว่ามันจะเป็นการหลอกลวงรึเปล่า

เธอรีบโทรไปยังเบอร์ในโฆษณาอย่างรวดเร็ว

แต่ก็สายไม่ว่างตลอด ลู่ชิงชิงจึงร้อนใจอย่างมาก เธอกังวลว่าเงินสองล้านห้าแสนนี้จะมีคนอื่นได้ไปซะก่อน

ในที่สุดเธอก็โทรติดสักที

แต่อีกฝ่ายกลับเงียบไปพักหนึ่ง

ลู่ชิงชิงคิดว่าเธอคงจะเจอคนหลอกลวงเข้าแล้ว เธอจึงวางสายไป

เมื่อคุณปู่ตระกูลเซิงเห็นว่าหลานชายของเขาเงียบจนผู้หญิงในสายวางสายไป คุณปู่จึงโมโหจนใช้ไม้เท้าตีเขาอย่างแรง

แล้วเขาก็สั่งให้โทรกลับไปเดี๋ยวนี้

ลู่ชิงชิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็กดรับสาย

คราวนี้อีกฝ่ายพูดแล้ว

เป็นเสียงที่ทุ้มต่ำ และมีเสน่ห์มาก

“ขอโทษที เมื่อกี้สัญญาณไม่ค่อยดีน่ะ”

“ไม่เป็นไรเลยค่ะ”

“ผมขอบอกเรื่องราวของผมก่อนก็แล้วกันนะ ผมชื่อเซิงหมิงซี ปีนี้อายุยี่สิบแปดปี ผมทำงานด้านไอทีในบริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง มีเงินเดือนเดือนละแสนห้า โดยยังไม่รวมเงินปันผลสิ้นปี มีบ้านหนึ่งหลัง มีรถสกู๊ตเตอร์หนึ่งคัน ไม่มีนิสัยหรืองานอดิเรกแย่ ๆ อะไร”

“สิ่งที่ต้องเน้นย้ำเลยก็คือ ผมมีปู่ที่ป่วยอยู่ และต้องดูแล ดังนั้นผมจึงต้องอยู่กับเขาเป็นเวลาหกเดือนหลังจากแต่งงานแล้ว อีกอย่างหนึ่งผมอยากให้คุณเป็นแม่บ้าน ผมจะให้คุณเป็นคนคอยดูแลเงินเดือนทั้งหมดของผม แล้วก็แน่นอนว่าคุณมีสิทธิ์ที่จะทำงานได้ แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่าห้ามกระทบต่อการดูแลผู้สูงอายุเด็ดขาด”

“ทั้งหมดนี้คุณทำได้ไหม?”

ลู่ชิงชิงเงียบไปสักพัก นอกจากเรื่องที่เธอต้องลาออกจากงานมาเพื่อดูแลผู้สูงอายุที่ทำให้ลู่ชิงชิงรู้สึกค่อนข้างลำบากใจแล้ว เงื่อนไขอื่น ๆ ถือว่าไม่เลวเลยล่ะ

แต่เขาก็ไม่ได้ยืนกรานเลยว่าเธอจะต้องเป็นแม่แบ้านอย่างเดียว ซึ่งพอคำนึงถึงหลาย ๆ ด้านแล้วเธอก็รู้สึกว่าค่อนข้างยากพอตัวเลย

จากมุมมองนี้แสดงให้เห็นว่า ผู้ชายคนนี้ค่อนข้างที่จะเป็นคนมีเหตุมีผล

ลู่ชิงชิงครุ่นคิดอยู่สักพัก จากนั้นก็ตอบตกลงเงื่อนไขของเขาไป

“นอกจากเงินสินสอดสองล้านห้าแสนแล้ว คุณยังมีความต้องการอื่นอีกไหม?”

“ไม่มีแล้วค่ะ” ลู่ชิงชิงตอบไปตรง ๆ

หรือบางทีมันอาจจะตรงจนเกินไป เซิงหมิงซีจึงเกิดความสงสัยขึ้นมา “ไม่มีจริง ๆ เหรอ? เช่น การเพิ่มชื่อคุณเข้าไปในโฉนดบ้าน หรือว่า.....”

“ไม่จำเป็นหรอกค่ะ ทรัพย์สินก่อนแต่งงานก็ยังคงเป็นของแต่ละฝ่ายเช่นเดิม”

อีกฝ่ายเงียบไปอีกครั้ง

ตอนที่ลู่ชิงชิงคิดว่าสัญญาณของอีกฝ่ายคงจะหายไปอีกครั้ง เสียงที่เคร่งขรึมของเซิงหมิงซีก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง

“พรุ่งนี้ตอนเก้าโมงเช้า คุณนำสมุดทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนมาเจอผมที่ประตูสำนักทะเบียน” หลังจากพูดจบ เขาก็วางสายไปเลย

นี่จะจดทะเบียนสมรสแล้วเหรอ?

ลู่ชิงชิงยังไม่ทันจะได้ถามเลยว่าเงินสองล้านห้าแสนนั้นเขาจะให้เมื่อไหร่

เช้าวันรุ่งขึ้น ลู่ชิงชิงก็ออกไปข้างนอกทั้งที่มีรอยคล้ำใต้ตาขนาดใหญ่

เมื่อคืนเธอนอนไม่หลับทั้งคืน เพราะน้องชายโทรมาอีกครั้งบอกว่าค่าผ่าตัดของคุณย่าอย่างน้อย ๆ ก็ต้องการห้าล้าน

เธอจึงนอนกลุ้มใจเกือบทั้งคืน

แถมเธอยังตั้งใจไปโรงพยาบาลเพื่อเช็คด้วยว่าน้องชายของเธอถูกโกงรึเปล่า แต่เมื่อเห็นหนังสือแจ้งเรื่องการผ่าตัดแล้ว เธอก็เชื่อทุกอย่าง

ตอนเก้าโมงเช้า ลู่ชิงชิงก็มาถึงประตูสำนักทะเบียน

เป็นเพราะเป็นช่วงหลังวันหยุด ที่ประตูของสำนักทะเบียนจึงมีคนมาจำนวนมาก มีทั้งคนที่มาจดทะเบียนสมรส และมาหย่า

แต่ทว่าลู่ชิงชิงกลับมองเห็นผู้ชายคนหนึ่งจากฝูงชนได้อย่างรวดเร็ว เขาสวมชุดสูทสีน้ำเงินเข้ม ชุดสูทถูกรีดมาเนียบมาก เขาสูงยาวเข่าดี และหน้าตาหล่อเหลาสุด ๆ เสื้อเชิ้ตที่อยู่ข้างในแหวกคอเสื้อเอาไว้เล็กน้อย เผยให้เห็นถึงลูกเดือกของเขา บนตัวของผู้ชายคนนี้ นอกเหนือจากนาฬิกาแล้ว เขาก็ไม่ได้ใส่เครื่องประดับอะไรอีกเลย รูปลักษณ์โดยรวมดูเรียบง่าย สะอาดตา

ผมหน้าม้าบาง ๆ บนหน้าผากของเขาโค้งงอเล็กน้อย เมื่อแสงยามเช้าสาดส่องลงมาจึงเกิดเป็นสีเหลืองอำพัน ขนตาที่ยาวและหนาของเขาปิดดวงตาลงมาครึ่งหนึ่ง ซ่อนอารมณ์ทั้งหมดในแววตาของเขาเอาไว้

ขณะที่ลู่ชิงชิงกำลังถือรูปถ่าย และมองไปที่ชายคนนั้นที่ทั้งดูดีกว่า และสง่างามกว่าในรูปถ่าย จนเธอไม่มั่นใจว่าจะใช่คนที่แต่งงานฟ้าแลบกับเธอรึเปล่า ผู้ชายคนนั้นก็เดินมาหาเธอ

หลังจากที่ทั้งสองทักทายกันตามมารยาทแล้ว พวกเขาก็เดินเข้าไปในสำนักทะเบียนด้วยกัน

เมื่อเซิงหมิงซีได้คิวแล้ว ทั้งสองไปไปนั่งรอที่เก้าอี้

หลู่ชิงชิงลังเลอยู่นาน แต่แล้วสุดท้ายเธอก็พูดขึ้นมาว่า:“คุณเซิง ขอโทษนะคะ ก่อนที่ฉันจะจดทะเบียบสมรสกัน ฉันอยากจะพูดอะไรสักนิดก่อนได้ไหมคะ?”

เซิงหมิงซีพยักหน้า “คุณพูดมาสิ”

“ฉันคิดว่านอกเหนือจากสินสอดสองล้านห้าแสนแล้ว ฉันอยากจะขอยืมเงินคุณอีกสองล้านห้าแสนได้ไหมคะ?”

เซิงหมิงซีหันหน้ามา สีหน้าของเขาดูไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

ในหัวสมองนึกถึงสถานการณ์ตอนที่คุณปู่กำลังคัดกรองข้อมูลเมื่อวานนี้

“ผู้หญิงคนนี้เคยเรียนพยาบาล มีภูมิหลังทางครอบครัวที่ค่อนข้างเรียบง่าย หน้าตาดี ดูสดใสน่าอยู่ด้วย ดูจากรูปร่างหน้าตาแล้ว เธอน่าจะเป็นคนซื่อ......”

ซื่องั้นเหรอ เหอะ~

ลู่ชิงชิงรีบอธิบายขึ้นมาอย่างรวดเร็วว่า “เงินนี้แค่ยืมเฉย ๆ นะคะ ฉันยินดีที่จะเขียนสัญญาการยืมได้ ฉันจ่ายคืนให้คุณเมื่อฉันขายบ้านได้แล้ว แต่หากไม่ได้จริง ๆ ฉันสามารถที่จะให้ดอกเบี้ยคุณได้นะคะ”

“ทำไมเมื่อวานไม่พูดเรื่องนี้ทางโทรศัพท์?” เซิงหมิงซีรู้สึกว่าเขาถูกหลอก เขาจึงลุกขึ้น และเดินออกไปข้างนอกทันที

ที่ประตูทางเข้า เซิงหมิงซีกำลังรับสายของคุณปู่

“ได้ทะเบียนสมรสมารึยัง?”

เวลานี้ลู่ชิงชิงก็ตามเขาออกมาติด ๆ เธอเอาสัญญาการยืมที่เขียนเสร็จแล้วให้เซิง หมิงซีดู โดยบอกว่าเธอมีปัญหาจริง ๆ เธอไม่ได้เป็นคนหลอกลวงอย่างแน่นอน

เมื่อฟังเสียงที่คาดหวังของปู่แล้ว ในที่สุดเซิงหมิงซีก็ยอม

อาการเจ็บป่วยของปู่ไม่มีทางรักษาได้ ดังนั้นเขาจึงจะมีชีวิตอยู่ได้อีกหกเดือน แล้วความปรารถนาเดียวของปู่ก่อนที่จะเสียชีวิตก็คือ อยากเห็นเขาแต่งงานและมีลูก.....

เมื่อเขาวางสายไปแล้ว เขาก็มองไปที่ลู่ชิงชิงอย่างจริงจัง และพูดขึ้นว่า:“ประการแรกเงินจำนวนนี้ไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ ผมรับปากว่าผมจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อรวบรวมมาให้คุณ ประการที่สองเมื่อคุณมีเงินแล้ว คุณต้องรีบคืนเงินให้เร็วที่สุด ประการที่สามผมหวังว่าจะไม่มีครั้งต่อไปอีก”

“ฉันสัญญาว่าฉันจะคืนให้คุณทันทีหลังจากที่ฉันขายบ้านได้แล้ว แล้วต่อไปฉันก็จะไม่ยืมเงินจากคุณอีก”

เซิงหมิงซีไม่ได้พูดอะไรอีก จากนั้นก็หันหลังเดินเข้าไปในสำนักทะเบียนทันที

ในไม่ช้าก็ถึงคิวของลู่ชิงชิง และเซิงหมิงซีที่ต้องทำตามขั้นตอน ซึ่งตลอดเวลาเซิงหมิงซีจะคอยส่งข้อความอยู่ตลอด ไม่รู้ว่าเขายุ่งอยู่กับอะไร

หลังจากเสร็จสิ้นทุกอย่างแล้ว เซิงหมิงซีก็บอกว่าเขาจะกลับไปที่บริษัท แล้วก็บอกให้ลู่ชิงชิงกลับไปเก็บของก่อน พรุ่งนี้เย็นเธอจะต้องย้ายไปอยู่บ้านของเขา

แล้วจากนั้นเซิงหมิงซีก็ขึ้นแท็กซี่ และออกไปเลย

ลู่ชิงชิงรู้สึกว่าเธอทำเกินไปหน่อยรึเปล่า เธอได้สินสอดมาสองล้านห้าแสนแล้ว แต่ก็ยังจะไปยืมเงินเขาอีกสองล้านห้าแสนอีก

แต่ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว เธอก็ไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้แล้วเหมือนกัน

เซิงหมิงซีนั่งแท็กซี่ไปจนรถเลี้ยวเข้าไปแยกหนึ่งแล้วก็ลงจากรถ จากนั้นก็เดินไปที่รถเบนท์ลีย์สีดำที่อยู่ข้างถนน

ขณะที่เดินเขาก็กดโทรออกไปด้วย เขาสั่งให้พ่อบ้านถอดเฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งที่มีค่าทั้งหมดออกจากบ้านคุณปู่ทันที แล้วก็ให้แทนที่ด้วยเฟอร์นิเจอร์เก่า ๆ ที่มีอยู่ทั่วไปในตลาดแทน

จากนั้นก็ซื้อสกู๊ตเตอร์เคลื่อนที่มือสองมูลค่าประมาณห้าแสนมาให้เขาคันหนึ่งด้วย

พอเข้ามานั่งอยู่ในรถแล้ว เขาก็ถอดนาฬิกาเพชรมูลค่ากว่าห้าสิบล้านบนข้อมือออก

หลังจากเช็คดูรอบหนึ่งแล้ว บนตัวของเขานอกจากชุดสูท และมือถือแล้ว ดูเหมือนจะไม่มีของแพง ๆ แล้ว

จากนั้นเขาก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

ลู่ชิงชิงไม่รู้เลยว่าตัวเองเพิ่งจะจดทะเบียนกับมหาเศรษฐีไป

เธอไปหาเอเจนซี่เพื่อลงประกาศขายบ้านทางออนไลน์ แล้วก็รีบไปที่บริษัททันที

ซึ่งทันทีที่เธอเข้าไปในบริษัท เธอก็เห็นว่าฉินฮันเยว่กำลังนินทาเธออยู่ที่แผนกต้อนรับของบริษัท

ตอน 3

เนื่องจากเธอหันหลังให้กับลู่ชิงชิงอยู่ ฉินฮันเยว่จึงพูดอย่างเมามันส์

“ตอนที่ลู่ชิงชิงเรียนมหาวิทยาลัย เธอเคยกิ๊กกั๊กกับอาจารย์ผู้ชายคนหนึ่งด้วยนะ ฉันได้ยินมาว่าอาจารย์ช่วยเธอเขียนวิทยานิพนธ์ด้วย”

“ก็ใครใช้ให้เธอสวยซะขนาดนั้นล่ะ” พนักงานต้อนรับพูดออกมาอย่างอิจฉา

“เธอสวยตรงไหน หน้าตาอย่างกับนางจิ้งจอก แค่เธอรู้จักอ่อยผู้ชายก็แค่นั้น” ฉินฮันเยว่พูดอย่างไม่พอใจ

“นั่นถือเป็นความสามารถเฉพาะตัวของเธอ ฉันได้ยินมาว่าแฟนของเธอหล่อมาก แล้วเขาก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นของพวกเธอด้วยใช่ไหม?”

“หึ!” ฉินฮันเยว่พูดด้วยความรู้สึกภูมิใจเล็กน้อย “ตอนนี้หลินซั่วเป็นแฟนฉันแล้วล่ะ”

“ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” พนักงานแผนกต้อนรับตื่นเต้นขึ้นมาทันที “หมายความว่าลู่ชิงชิงถูกทิ้งงั้นเหรอ?”

“ฉันถูกทิ้งแล้วเธอต้องดีใจขนาดนั้นเลยเหรอ?” จู่ ๆ ลู่ชิงชิงก็พูดขึ้น ทำให้ทั้งสองคนตกใจจนสะดุ้งโหยง

“เธอเป็นผีรึไง เดินมาไม่รู้จักให้ซุ่มให้เสียง ฉันตกใจหมด” ฉินฮันเยว่มองบนใส่ลู่ชิงชิง

“ฉินฮันเยว่ แทนที่เธอจะเอาเวลามานินทาคนอื่นแบบนี้ ฉันว่าเธอเอาเวลาไปช่วยหลินซั่วส่งเรซูเม่ให้ได้เยอะ ๆ ดีกว่านะ ไม่อย่างนั้น หากต้องอาศัยแค่เงินเดือนของเธอ เธอไม่มีทางเลี้ยงเขาไหวหรอก”

แม้ว่าฉินฮันเยว่ และลู่ชิงชิงจะเป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน แต่ลู่ชิงชิงกลับได้เป็นหัวหน้าแผนกการเงินไป ส่วนเธอยังคงเป็นแค่แคชเชียร์ตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นเงินเดือนของพวกเธอสองคนจึงแตกต่างกันมาก

แต่ถึงจะเป็นเช่นนี้ ลู่ชิงชิงก็ยังต้องทำงานถึงสามงาน โดยต้องไปแจกใบปลิวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เป็นงานเสริม แล้วก็ต้องไปเป็นนางแบบในบริษัทโฆษณา ซึ่งก็เป็นเพราะว่ารายจ่ายของหลินซั่วไม่ใช่น้อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นเติมเกม ซื้อของฟุ่มเฟือย ไปเหมาบาร์ เขาใช้เงินราวกับเป็นสายน้ำอย่างไรอย่างนั้น

ซึ่งแน่นอนว่าลู่ชิงชิงจะไม่เตือนฉินฮันเยว่เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ด้วยความหวังดีใด ๆ ทั้งสิ้น

เวลานี้ฉินฮันเยว่กำลังคิดว่าเธอได้พบทรัพย์สมบัติมีค่าอยู่ เมื่อเธอได้ยินคำพูดเหน็บแนมของลู่ชิงชิง เธอจึงคิดว่าลู่ชิงชิงอิจฉาเธอ

ดังนั้นเธอจึงพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มดูถูกว่า “ถ้าอย่างนั้นเธอก็ไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ เพราะบริษัท เซิงทงได้แจ้งให้หลินซั่วของฉันไปสัมภาษณ์แล้ว เธอคงจะรู้จักบริษัท เซิงทงใช่ไหมล่ะ? เป็นบริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง ให้เงินเดือนอยู่ที่สองแสนห้า”

ฉินฮันเยว่ยื่นมือสองข้างออกมาพร้อมข้างหนึ่งกางห้านิ้วและอีกข้างหนึ่งกางสองนิ้วออก แล้วโบกมือไปมาต่อหน้าลู่ชิงชิง “อิจฉาเหรอ อิจฉาใช่ไหมล่ะ?”

“ไร้สาระ!” ลู่ชิงชิงเลี่ยงเดินอ้อมฉินฮันเยว่ไป แล้วก็กลับไปที่ห้องทำงานของเธอ

เธอมองดูบิลกองโตที่ยังไม่ได้จัดการอยู่บนโต๊ะทำงานของเธอ

“นี่มันงานของแคชเชียร์ไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึงเอามาให้ฉันล่ะ? ลู่ชิงชิงถามผู้ช่วย

“หัวหน้าซูบอกว่าช่วงนี้ฉินฮันเยว่ไม่ค่อยสบาย จึงให้คุณช่วยทำให้เธอหน่อยค่ะ” ผู้ช่วยตอบ

“ให้ฉันทำให้อีกแล้วเหรอ?” ลู่ชิงชิงโกรธมากจนโยนแฟ้มนั้นลงบนโต๊ะทำงาน ทำให้บิลกระจัดกระจายไปทั่วพื้น

นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ก่อนหน้านี้เธอไม่รู้ว่าฉินฮันเยว่เป็นคนหัวหมอขนาดนี้ แต่ตอนนี้ลู่ชิงชิงรู้สึกว่าเธอโง่มากที่ไปมองว่าฉินฮันเยว่เป็นเพื่อนสนิท เหมือนเปิดรับให้หมาป่าเข้ามาในบ้านตัวเองไม่มีผิด

ตลอดทั้งวัน ลู่ชิงชิงยุ่งมากจนไม่มีเวลาแม้แต่จะดื่มน้ำเลยด้วยซ้ำ เรื่องกินข้าวนี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

เมื่อกลับถึงบ้านในตอนเย็น เธอก็กินแค่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเท่านั้น

จากนั้นเธอก็วิดีโอคลอไปหาย่า ตอนนี้ย่ายังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็ง ดังนั้นลู่ชิงชิงจึงไม่ได้พูดเรื่องอาการป่วยของย่ามากนัก แล้วก็บอกให้ย่าทำตามคำแนะนำของหมอ ให้ความร่วมมือในการรักษาตัวให้มาก ๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน

ย่ารู้ว่าลู่ชิงชิงงานยุ่ง ย่าก็เลยปลอบใจเธอกลับ แล้วก็บอกเธอว่าไม่ต้องกังวลกับอาการป่วยของย่า

ลู่ชิงชิงอยากจะเล่าเรื่องการแต่งงานของเธอให้ย่าฟังอยู่หลายครั้ง แต่เธอก็ได้แต่กลืนคำพูดเหล่านั้นลงไป

เช้าวันรุ่งขึ้น ลู่ชิงชิงรู้สึกไม่สบายเล็กน้อย ปวดเมื่อยไปทั่วตัว เธอจึงขอลาหยุด

เมื่อถึงตอนเที่ยง พอเธอรู้สึกดีขึ้นบ้างแล้ว เธอจึงเริ่มเก็บข้าวของโดยตั้งใจจะย้ายไปบ้านของตระกูลเซิงในตอนเย็น

พอคิดว่าจะต้องนอนบนเตียงเดียวกันกับชายแปลกหน้า ลู่ชิงชิงก็รู้สึกกังวลขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ถูก

ในตอนเย็น ลู่ชิงชิงก็ถือกระเป๋าเดินทางใบหนึ่งกับข้าวของของเธอติดตัวไป แล้วก็มาถึงที่อยู่ที่เซิงหมิงซีส่งมา

บ้านหมายเลข 88 ซอยจินหยวน หูถง

ซอยจินหยวน หูถงตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัยเก่าแก่ ซอยแคบมาก ๆ สองข้างทางมีจักรยาน รถสามล้อไฟฟ้า แล้วก็ของจิปาถะต่าง ๆ วางกองเอาไว้

ลู่ชิงชิงที่กำลังลากปกระเป๋าสัมภาระอยู่ เดินสะดุดนู้นสะดุดนี่ไปตลอดทาง ในขณะที่เดินก็คอยถามทางไปด้วย แต่ก็ยังหาบ้ายหมายเลข 88 ไม่เจอสักที

หลังจากที่หาไม่สักพัก เธอก็รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองจะหลงทางเข้าแล้ว

เพราะยิ่งเดินเข้าไปด้านในมากเท่าไร สภาพแวดล้อมก็จะดูหรูหรา และสะอาดมากขึ้นเท่านั้น ไม่เพียงแค่มีถนนที่กว้างขวางขึ้น แต่ยังเห็นโรงจอดรถส่วนตัวอีกด้วย

แล้วบ้านหมายเลขแปดสิบแปดอยู่ไหนกันนะ?

หลังจากถามมาหลายคนแล้ว ทุกคนก็บอกให้เธอเดินเข้าไปข้างในตลอดเลย แต่เธอเดินไปเกือบจะสุดทางแล้วก็ยังไม่เห็นบ้านหมายเลขแปดสิบแปดอยู่ดี

ลู่ชิงชิงจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องโทรหาเซิงหมิงซี แต่หลังจากโทรไปครั้งแล้วครั้งเล่ากลับไม่มีใครรับสายเลย......

สุดท้ายเขาก็ปิดเครื่องไป

ลู่ชิงชิงทั้งร้อนใจทั้งโกรธ เขาเป็นอะไรไปเนี่ย?

เขาเป็นคนบอกให้เธอย้ายมาที่นี่เย็นนี้เอง นอกจากจะไม่ไปรับเธอที่บ้านแล้ว ตอนนี้พอเธอหลงทาง เขายังจะไม่รับสายเธออีกเหรอ

ลู่ชิงชิงเริ่มรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย เธอจึงมานั่งยอง ๆ อยู่บนบันไดหินถัดจากเขตสวน ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว จู่ ๆ ก็มีแสงไฟรถส่องแยงตาเข้ามา

ลู่ชิงชิงจึงเงยหน้าขึ้น แล้วก็เห็นเซิงหมิงซีที่อยู่หลังแสงไฟนั้นลงมาจากรถ

ลู่ชิงชิงต้องการจะลุกขึ้น แต่เป็นเพราะเธอนั่งยอง ๆ มานานเกินไป ขาของเธอจึงชาจนไม่สามารถยืนได้ เธอจึงล้มลงไปข้างหน้าทันทีที่ลุกขึ้นมา

แต่กลับไม่มีความเจ็บปวดอย่างที่คาดคิดเอาไว้ เพราะแขนที่แข็งแรงกำยำของเซิงหมิงซีมาคว้าตัวของลู่ชิงชิงเอาไว้ซะก่อน

“ขอบคุณค่ะ” ลู่ชิงชิงพูดอย่างประหม่า

“ทำไมไม่เข้าไปล่ะ?”

“ฉันไม่รู้ว่าหลังไหนคือหมายเลขแปดสิบแปด”

“คนที่โทรหาผมเมื่อเย็นคือคุณเหรอ?” เมื่อกี้นี้เซิงหมิงซีกำลังประชุมกับผู้บริหารระดับสูงอยู่ พอโทรศัพท์มือถือของเขาดังไม่หยุด เขาจึงปิดเครื่องไปเลย

“ค่ะ แล้วทำไมไม่รับสายล่ะคะ?” ลู่ชิงชิงเริ่มโกรธขึ้นมา ผู้ชายคนนี้แกล้งโง่เก่งจริง ๆ

“เราเข้าไปกันเถอะ” เซิงหมิงซีไม่ได้อธิบายอะไร เขาแค่หยิบกุญแจออกมา แล้วก็เดินไปที่บ้านหลังตรงข้ามของลู่ชิงชิงทันที

นี่คือบ้านหมายเลขแปดสิบแปดงั้นเหรอ? ลู่ชิงชิงเหลือบมองเลขที่บ้านที่ถูกกิ่งไม้บังไว้ แล้วก็พบว่าเป็นเรื่องจริง

เมื่อเซิงหมิงซีเปิดประตู ป้าคนหนึ่งที่อายุประมาณห้าสิบปีก็ออกมา

“หลิวอาอี๋ คุณปู่หลับแล้วเหรอ?”

“ยังหรอกค่ะ เห็นบอกว่าจะรอพวกคุณกลับมา”

เซิงหมิงซีสาวเท้าเดินเข้าไปในประตูใหญ่โดยไม่ได้สังเกตเห็นลู่ชิงชิงที่กำลังพยายามลากกระเป๋าเดินทางอยู่ข้างหลังเขาเลยสักนิด

บันไดสูงมาก ลู่ชิงชิงจึงต้องใช้พละกำลังทั้งหมดของเธอเพื่อดึงของขึ้นไปทีละขั้น

ทันใดนั้นก็มีมือใหญ่ ๆ ข้างหนึ่งเอื้อมมา แล้วก็หยิบกระเป๋าเดินทางจากมือของลู่ชิงชิงไป

เธอรู้สึกซาบซึ้งขึ้นมาเล็กน้อย

ในภาพจำของลู่ชิงชิง หลินซั่วไม่เคยช่วยเธอยกของเลย

ร่วมทั้งการย้ายบ้านครั้งล่าสุด หลินซั่วไม่แม้แต่จะขยับตัวเลย เธอเป็นคนออกแรงย้ายของ ยกกล่องใหญ่ ๆ ที่หนักเจ็ดแปดกล่องขึ้นไปชั้นบนด้วยตัวเอง

ขนาดเธอทำถึงขนาดนี้แล้ว หลินซั่วก็ยังมองว่าเธอขี้เกียจ เขาว่าเธอว่าย้ายขึ้นมาแล้วก็เอาวางไว้ตรงนั้นเฉย ๆ ไม่รู้จักเก็บข้าวของให้มันเรียบร้อย ส่วนตัวเขาเอาแต่เล่นเกมอย่างเดียว แถมยังบอกให้เธอสั่งอาหารเดลิเวอรี่ให้อีก

“ทำไมยังไม่เข้ามาอีกล่ะ?”

เสียงที่ไม่พอใจของเซิงหมิงซีดังขึ้นมาขัดจังหวะความคิดของลู่ชิงชิง

เธอจึงเดินเข้าประตูใหญ่ไป

ลานบ้านไม่ได้ใหญ่มากนัก แต่มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสะอาดอะอ้าน มีกระถางต้นไม้นานาชนิดวางเรียงอยู่ตามผนัง

“โอ๊ย!” จู่ ๆ ลู่ชิงชิงก็ร้องออกมา

เป็นเพราะเธอมัวแต่มองไปรอบ ๆ จึงเหยียบก้อนกรวดเข้าโดยไม่ทันระวัง ทำให้เธอเกือบจะล้มลง

เซิงหมิงซีหันกลับมามอง

แต่ลู่ชิงชิงก็โบกมืออย่างประหม่าพลางพูดออกมาว่า “ไม่เป็นไรค่ะ”

เซิงหมิงซีเหลือบมองก้อนกรวดบนพื้นแวบหนึ่ง แล้วก็เดินเข้าไปเตะพวกมันไปด้านข้าง จากนั้นเขาก็ยื่นมือออกมา

มือเขาเห็นข้อต่อนิ้วที่ชัดเจนมาก แถมยังมีความด้านเล็กน้อย น่าจะเป็นร่องรอยจากการเข้าฟิตเนสมาตลอดหลายปี

ลู่ชิงชิงไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไร

ส่วนเซิงหมิงซีก็เม้มริมฝีปากแน่น

ในวินาทีถัดมา เขาก็เป็นฝ่ายจับมือลู่ชิงชิงก่อน

ความอบอุ่นที่ส่งผ่านฝ่ามือมา ทำให้หัวใจของลู่ชิงชิงสั่นไหวเล็กน้อย เธอรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่ไหลผ่านเข้าไปในหัวใจ

เซิงหมิงซีเอากระเป๋าเดินทางส่งให้หลิวอาอี๋ แล้วก็พาลู่ชิงชิงไปที่หน้าประตูห้องของคุณปู่

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167TGC” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167TGC
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

ฟองคลื่น คืนฝัน วันรัก
ฟองคลื่น คืนฝัน วันรัก
เมื่อความเมาทำให้ 'ปริมรตา' ตื่นมาพบว่าตัวเองเสียตัวให้ชายแปลกหน้าแทนที่จะเป็นชายในดวงใจ แถมเขายังเรียกร้องค่าเสียหายมหาศาลฐานทำลายความสงบสุข นิยายรักร่วมสมัยแนวคอมเมดี้ดราม่าที่จะพาคุณไปพบกับผลลัพธ์สุดป่วน อ่านนิยายสนุกๆ ที่จะทำให้คุณลุ้นไปกับความรักวุ่นๆ ครั้งนี้
8.4
87 ตอน
กระซิบรักในสายหมอก
กระซิบรักในสายหมอก
เมื่อเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์หนีจากกรงทองมาผจญภัยในคราบชายหนุ่ม โดยมีลูกชายองครักษ์ผู้แสนอ่อนแอคอยตามคุม ความใกล้ชิดท่ามกลางอุปสรรคเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันลึกซึ้งที่ยากจะถอนตัว อ่านนิยายรักโรแมนติกสุดฟินที่เต็มไปด้วยการเดินทางและหัวใจที่ซ่อนเร้นได้แล้ววันนี้
9.5
67 ตอน
รักลึกสุดหัวใจ คู่กันชั่วนิรันดร์
รักลึกสุดหัวใจ คู่กันชั่วนิรันดร์
เมื่อความรักข้างเดียวสามปีไร้ค่า เปี่ยนจือจึงเซ็นใบหย่ากับโอวม่อเยวียนแล้วกลับคืนสู่ทายาทเปี่ยนซื่อกรุ๊ปผู้ทรงอิทธิพล ท่ามกลางครอบครัวมหาเศรษฐีที่พร้อมหนุนหลัง ทว่าอดีตสามีกลับตามง้อ ขณะที่คู่แข่งหนุ่มผู้หยิ่งทะนงยอมสละมรดกพันล้านเพื่อสยบแทบเท้าเธอ อ่านนิยายรักสุดเข้มข้นได้แล้ววันนี้
9.2
30 ตอน
บำบัดรักแฟนเพื่อน
บำบัดรักแฟนเพื่อน
เมื่อ ‘แสนดี’ ต้องมารับหน้าที่บำบัดรักษาอาการป่วยทางจิตให้กับ ‘หมอปืน’ แฟนหนุ่มของเพื่อนสนิทอย่าง ‘ญะญ๋า’ สัญญาใจที่ให้ไว้ว่าจะรักษาเขาให้หายดี กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์สุดซับซ้อนที่ยากจะถอนตัว อ่านนิยายรักแนวดราม่าโรแมนติกที่เต็มไปด้วยความอึดอัดและแรงปรารถนาได้แล้ววันนี้
9.3
52 ตอน
ขอให้รักกลับคืนมาได้ไหม
ขอให้รักกลับคืนมาได้ไหม
เมื่อความรักอย่างไร้ค่าทำให้ 'พันดาว' ตัดสินใจคืนแหวนหมั้นเพื่อจบความทรมานจาก 'แดนเหนือ' ชายผู้แสนเย็นชา แต่แทนที่จะได้เป็นอิสระ เขากลับตามรังควานและประกาศกร้าวว่าจะผูกมัดเธอไว้ไม่ให้ไปไหน นิยายรักดราม่าสุดเข้มข้นที่ชวนให้ลุ้นว่านี่คือโอกาสครั้งใหม่หรือพันธะเวรกรรมกันแน่
8.6
90 ตอน
ทวงสวาท ทายาทเมียเก็บ
ทวงสวาท ทายาทเมียเก็บ
เมื่อพริบีนา เจ้าชายหนุ่มสุดหล่ออ้างสิทธิ์เหนือเพนต์เฮาส์และน้องชายทารกของเธอ รวิสราจึงต้องยอมใช้ชีวิตร่วมชายคากับเขาหนึ่งสัปดาห์เพื่อทวงคืนสิทธิ์การดูแล นิยายรักแนวท่านประธานสุดฮอตที่เต็มไปด้วยเกมเสน่หาและรักต่างชั้น อ่านนิยายฟรีที่จะทำให้คุณลุ้นจนหยุดไม่ได้
8.9
55 ตอน