ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

เป็นครั้งที่สองที่พราวพิชชาได้มาเยือนเมืองเชียงราช นับจากครั้งแรกเมื่อปลายปีก่อนที่ต้องเดินทางมาร่วมงานแต่งงานของปิ่นลดา...น้องสาวบุญธรรมอย่างกะทันหัน คราวนั้นหญิงสาวใช้เวลาอยู่ในเมืองนี้ไม่ถึงสามชั่วโมงดีก็ต้องเดินทางกลับเมืองเพิร์ท ประเทศออสเตรเลีย...สถานที่ที่อยู่มาร่วมสิบปี ตั้งแต่เรียนไฮสกูล จนจบมหาวิทยาลัยแล้วใช้ชีวิตคนทำงานต่อ

พราวพิชชาคุ้นเคยกับเมืองเพิร์ทพอๆ กับกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองเกิดของเธอ ถึงขนาดเคยวางแผนว่าถ้า ‘ครอบครัว’ ในเมืองไทยจะย้ายไปอยู่ด้วยกันเสียที่นั่น เธอคงมีความสุขไม่น้อย

และภาพที่วาดหวังก็เกิดขึ้น...เหตุการณ์นั้นผ่านมาแค่ปีกว่า พ่อกับแม่ของพราวพิชชาพากันหอบหิ้วบินไปหาอย่างที่เธอไม่ทันตั้งตัว ไม่ทันได้บอกกล่าวให้เตรียมต้อนรับ หากนั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะก่อนย้ายไปคราวนั้นพ่อกับแม่ได้ขายบ้านและทรัพย์สินในเมืองไทยจนหมดสิ้นแล้ว ทั้งสองคนจึงมีเงินมากพอไว้ดูแลตัวเองโดยไม่ต้องเป็นภาระใดๆ สำหรับเธอเลย

พราวพิชชาดีใจที่ได้อยู่พร้อมหน้า คิดจะซื้อบ้านและตั้งต้นใหม่กัน แต่ก็ยังมีสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจของเธอ...ปิ่นลดาที่เธอถือว่าเป็นคนร่วมครอบครัวกลับไม่ได้ไปพร้อมกับพ่อและแม่ด้วย

เมื่อถามจากผู้ให้กำเนิดทั้งสองคนก็ได้คำตอบว่าน้องสาวบุญธรรมสมัครใจอยู่เมืองไทยต่อ เพราะเจ้าตัวมีงานมีการทำ จึงไม่ต้องการย้ายไปอยู่ที่เพิร์ทเอง

ช่างขัดแย้งเหลือเกิน...มันก่อกวนจิตใจของพราวพิชชาจนไม่อาจสลัดความสงสัยนั้นไปได้

ปิ่นลดาเป็นคนเรียนเก่ง เจ้าตัวเคยวางแผนให้เธอช่วยหาทุนเรียนต่อในระดับปริญญาโทไว้ให้ที่ออสเตรเลียด้วยซ้ำ พราวพิชชาชื่นชมในความตั้งใจและมุ่งมั่นของน้องสาวเสมอ ความรู้สึกนั้นเคยปนด้วยความอิจฉา ในความไม่พร้อมของปิ่นลดาด้วยพ่อกับแม่อุปการะเพียงไม่ให้ขาดแคลน แต่ไม่ได้สนับสนุนเต็มที่อย่างที่มีให้เธอ แต่ปิ่นลดาก็ไม่เคยเดือดเนื้อร้อนใจ ตรงกันข้ามเจ้าตัวกลับยิ้มตาพราวทุกครั้งเมื่อพูดถึงการได้อยู่ร่วมครอบครัวกับเธอ แถมตบท้ายด้วยคำพร่ำถึงบุญคุณของพ่อกับแม่...จนพราวพิชชายอมแพ้ในความคิดดีของปิ่นลดาไปเอง

จนเมื่อเจ้าตัวเรียนจบมหาวิทยาลัย เป็นจังหวะที่พ่อแม่ย้ายไปอยู่กับเธอ...คนที่ตั้งมั่นจะย้ายไปเรียนต่อด้วย อีกทั้งยังเคยสัญญาว่าจะดูแลพ่อกับแม่ตอนแก่ชราเองกลับไม่ได้ตามไป...พราวพิชชาถึงได้คาใจมาตลอด

กระทั่งได้รู้เกี่ยวกับน้องสาวในวันที่ล่วงผ่านไปหลายเดือน พราวพิชชาได้รู้ว่าสิ่งที่พ่อกับแม่บอกนั้นมันไม่ใช่เลย

ความเป็นจริงคือปิ่นลดาถูกส่งไปให้ทำงานที่น่าอดสูใจในเมืองเชียงราช เมืองที่เธอไม่เคยแม้จะได้ยินชื่อมาก่อน ภาพที่นึกไว้จึงมีแต่ความเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน และยิ่งทำให้หญิงสาวแทบล้มทั้งยืนเมื่อรู้เพิ่มว่าชะตากรรมของน้องสาวเกิดขึ้นโดยมีต้นเหตุมาจากตัวเธอ ครอบครัวมีหนี้สินล้นพ้นตัวจากการส่งเธอเรียนเมืองนอกตั้งแต่เด็ก เมื่อถูกเจ้าหนี้ตามทวงอย่างเลือดเย็น พ่อกับแม่จึงเลือกล้างหนี้ด้วยการส่งปิ่นลดาไปรับเคราะห์แทน

รู้เพียงเท่านั้นพราวพิชชาก็ไม่ยอมอยู่เฉย...วันรุ่งขึ้นเธอก็เดินทางออกจากเมืองเพิร์ทโดยไม่ยอมฟังคำคัดค้านจากใคร

ไม่ว่าจะเกิดอะไรกับตน ก็จะสู้จนยิบตาเพื่อจะพาน้องสาวกลับไปให้ได้

จนเมื่อมาถึงเมืองเชียงราช ภาพในวันนั้นซึ่งเป็นวันฉลองการแต่งงานของปิ่นลดากับรัชตะ เจ้าของอาณาจักรราชเกียรติกูรแถมพ่วงด้วยตำแหน่งเจ้าหนี้ของครอบครัว...บางสิ่งที่เห็นระหว่างคนทั้งสองก็ทำให้พราวพิชชาต้องลังเล แล้วเกิดความโล่งใจแทรกเข้ามาแทน

ท่าทีของปิ่นลดาและรัชตะที่แสดงต่อกันทำให้พราวพิชชายอมเปลี่ยนใจ นอกเหนือกว่านั้นความรู้สึกผิดในใจเธอก็บรรเทาลง มันเจือจางบางเบา...แม้จะไม่หมดสิ้นเสียทีเดียว

‘แหววฝากลดาให้คุณใหญ่ดูแลนะคะ ลดาเป็นเด็กดี ได้เห็นวันนี้ว่าน้องมีความสุข แหววก็ดีใจ ทางครอบครัวเราไม่ต้องการอะไรหรอกค่ะ’

พราวพิชชายังจำประโยคของตัวเองที่บอกกับน้องเขยซึ่งวัยอาวุโสกว่าอย่างน้อยก็คง 6-7 ปี เมื่อเขาถามถึงสินสอดย้อนหลัง วูบหนึ่งนั้นเธอรู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เมื่อเห็นว่าทั้งปิ่นลดาและรัชตะยังคงให้เกียรติครอบครัวเธออยู่...

‘คุณแหววไม่ต้องห่วงครับ ลดาเป็นผู้หญิงที่ผมรัก เธอเป็นหัวใจของผม ผมมีหน้าที่ดูแลและรักเธออยู่แล้ว’

คำพูดของรัชตะดังก้องหูตามมา พราวพิชชาจดจำถ้อยคำนี้ไม่ลืมเลือน...ประทับใจในความรักและความรู้สึกปกป้องของรัชตะที่มีต่อน้องสาว คำยืนยันหนักแน่นจากผู้ชายตัวโต ท่าทางสง่าภูมิฐานกับบุคลิกที่ดูน่าเกรงขามนั้น ทำให้ความกังขาในใจของเธอจางหายแทบจะทันที

พราวพิชชาหยิบแก้วพั้นช์ขึ้นมาจิบ เอนกายกับเก้าอี้หวายตรงระเบียงรีสอร์ต แสงอ่อนของแสงอาทิตย์ยามเย็นกำลังอุ่นสบาย เธอหลับตา ใบหน้ายังเกลื่อนด้วยรอยยิ้ม...ภาพของสองคนในวันนั้นคงตรึงอยู่ในใจเธอ

แล้วรอยยิ้มของพราวพิชชาก็คลายลง ดวงตาคู่สวยหรี่ปรือขึ้น

เสียงใสๆ ช่างฉอเลาะเคล้าเสียงห้าวทุ้มของผู้ชายดังมาใกล้เรื่อยๆ ...เรียวคิ้วสวยของหญิงสาวขมวดมุ่น เริ่มจะไม่พอใจเมื่อความสงบที่อยู่คู่กับความทรงจำอันแสนจะอบอุ่นหัวใจของเธอกำลังถูกขัดจังหวะ

หล่อนถอนหายใจอย่างปลงๆ จนเมื่อคิดว่าต่างคนต่างอยู่แล้วกัน ระเบียงรีสอร์ตออกจะกว้าง ทอดยาวเกือบยี่สิบเมตร เก้าอี้หวายก็วางอยู่ตั้งหลายมุม หนุ่มสาวสองคนคงอยากสวีตกัน เดี๋ยวพวกเขาเห็นเธออยู่ ก็คงหลบไปเลือกมุมส่วนตัวไกลๆ เองนั่นแหละ...

ใครจะบ้าเลือกสถานที่ฉอเลาะต่อหน้าคนอื่นกันเล่า

พราวพิชชาหลับตาพริ้มลง เริ่มต้นบรรยากาศผ่อนคลายของตัวเองต่อ หากแค่แพขนตาทาบชิดพวงแก้มนวล ดวงตาหวานก็มีอันเบิกโพลงขึ้น...

“เมื่อวานหายไปทั้งวัน นัดกันแล้วด้วยซ้ำ หนูโทร.ไปหาก็ติดต่อไม่ได้ หนูร้อนใจทั้งวัน กลัวว่าคุณจะไม่สบาย หรือเป็นอะไรไป แล้วหนูจะทำยังไง”

“โถ แค่โทร.ไม่ติด คิดว่าผมจะชิงหนีตายไปเลยหรือจ๊ะ”

เสียงหัวเราะห้าวดังขลุกขลักในลำคอ...จะว่าซาบซึ้งก็ไม่เชิง มันฟังดูขำๆ ระคนเย้ยหยันชอบกล จนคนแอบฟังเผลอมุ่นคิ้วสงสัยตาม!

“คุณอยากทำให้หนูเป็นห่วงเองนี่ พอโทร.ไปที่ทำงาน ผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้รับสาย พูดจากระโชกโฮกฮาก ฟังไม่ได้เลยค่ะ”

ตอน 2

“คนทำงานอย่างพวกผมก็อย่างนี้แหละ อีกอย่างผมบอกหลายครั้งแล้วว่าห้ามติดต่อมา โดยเฉพาะเวลาทำงาน เพราะผมยุ่งมากจ้ะ เห็นไหม พอไม่ฟังกันก็ต้องมาอารมณ์เสีย”

“หนูคิดว่าเป็นผู้หญิงของคุณซะอีก แต่ถึงใช่ก็ไม่สน วันนี้ไหนๆ คุณก็มาแล้ว หนูไม่ให้กลับไปง่ายๆ แน่ หนูเปิดห้องไว้แล้วค่ะ คืนนี้ใครจะรอคุณอยู่ก็เตรียมตัวรอเก้อไปได้เลย”

กรี๊ด! ไม่ไหวแล้ว ทุเรศที่สุด ที่ทางออกตั้งเยอะ ยังมาเลือกจู๋จี๋กันอยู่บนหัวฉันนี่นะ!

พราวพิชชาหายใจถี่ เมื่อสดับรับฟังจนมั่นใจว่าแหล่งเสียงกระซิบระริกระรื่นนั้นดังอยู่เหนือศีรษะเธอ...มันจ่อใกล้นิดเดียว...ยังดีนะที่มีพุ่มไม้เตี้ยๆ ในกระถางวางประดับกั้นไว้พอพรางสายตา ไม่อย่างนั้นภาพอุจาดก็คงตามจ่อให้เธอเห็นเต็มๆ ด้วยแน่

หญิงสาวกลั้นอารมณ์เดือดปุดไว้ เมื่อนึกต่อว่าชายหญิงที่กำลังพลอดกัน ไม่ใช่คู่รักหวานชื่น แต่ฟังดูเหมือนว่าเป็นพวกหนีเมียมาหาผู้หญิงนอกบ้านเสียมากกว่า...

“ใครรอกันจ๊ะ ไม่มี บอกกี่ครั้งก็ไม่เชื่อกัน”

เสียงห้าวกระซิบยังดังตามมา มือเรียวของพราวพิชชากำแน่น ยิ่งฟังถ้อยคำมากเข้า เธอก็ยิ่งรู้สึกขนลุกขนชัน จนเกินสุดจะทนต่อได้อีก

ให้ตายเถอะ ถึงไม่เคยมีประสบการณ์ตรง แต่เธอก็เกลียดเรื่องทรยศหักหลังพวกนี้จริงๆ!

ร่างบางลุกขึ้นยืนพรวด นึกอยากจะพาตัวเองออกจากบรรยากาศชวนสะอิดสะเอียนนี้เต็มทน

เพล้ง...

“ว้าย!”

พราวพิชชาผงะ เมื่อเสียงหวานฉอเลาะเปลี่ยนเป็นดังแผดจนแสบแก้วหู ก้มมองบนพื้นจึงเห็นว่าแก้วเครื่องดื่มอะไรสักอย่างตกแตกกระจาย และเมื่อเลื่อนสายตาขึ้นสูง ภาพที่เห็นกลับทำให้เธอต้องนิ่งงัน กะพริบตาถี่

“เป็นบ้าหรือไง จู่ๆ ก็โผล่พรวดออกมา ตกใจหมด คิดว่าผีหลอก”

เจ้าของเสียงกรีดร้องเมื่อครู่ถามเสียงแหว แต่ไม่อาจดึงความสนใจของพราวพิชชาไปหาได้

สายตาของเธอจับจ้องอยู่กับผู้ชายร่างสูงใหญ่ในชุดคนทำงานด้วยเชิ้ตแขนยาวและกางเกงสแล็ก...ดูสุภาพ และดวงหน้าคมคายที่แม้จะอยู่ในเงาสลัว มีเพียงแสงสว่างจากโคมไฟตรงระเบียงส่องห่างๆ แต่เธอก็จดจำได้แม่นยำ

ยิ่งจ้องมอง กวาดสายตาสำรวจทั่วร่างนั้นเท่าไร มันก็ยิ่งใช่...ใช่จนพราวพิชชาไม่ต้องขยี้ตามองซ้ำ

“นี่คุณเองหรือ”

หล่อนครางถามด้วยน้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อ...แม้สายตาจะยืนยันว่าสิ่งที่เห็นนั้นถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วก็ตาม

“ไม่...คุณทำอย่างนี้ได้ยังไง”

ความรู้สึกขัดแย้งเกิดขึ้นในหัวของพราวพิชชา หล่อนมองผู้ชายตรงหน้าด้วยสายตาผิดหวัง และเจ็บปวดแทนกัน...

“แล้วนี่เธอเป็นใคร ถึงมายืนจ้องพวกเราอยู่ได้”

สมองอื้ออึงไปหมด ไม่รับรู้ต่อคำถามของผู้หญิงคนนั้น ความสนใจของเธอยังอยู่ที่ผู้ชายซึ่งยังยืนจ้องสบตากันอย่างไม่สะทกสะท้านพราวพิชชายิ่งแค้นเคืองใจ เมื่อคิดว่าเขาคงทำอย่างนี้จนชินชาแล้วสินะ...ถึงไม่ตกใจ ไม่รู้สึกว่ากำลังทำผิดอยู่เลย!

“ผู้หญิงคนนี้เป็นใครคะ คุณรู้จักหรือเปล่า”

พราวพิชชามือสั่น เนื้อตัวสั่นเทิ้มไปหมด คิดไม่ออกว่าอยากจะได้ยินคำตอบใดดังออกมา แต่เมื่อเขายังปิดปากเงียบ...หล่อนก็ไม่อาจทนอยู่กับเหตุการณ์บ้าบอนี้ได้อีก

หากหล่อนก็ยังเหลือสติ ก้มคว้ากระเป๋าสตางค์ที่วางบนโต๊ะเล็กใกล้เก้าอี้สานที่เอนนอนเมื่อครู่ติดมือขึ้นมา แล้วหันกายพรืด ก้าวออกห่างจากหญิงร้ายชายเลวคู่นั้น

แต่แค่ไม่กี่ก้าว สองเท้าของหญิงสาวก็ถูกตรึงเอาไว้กับที่...ถ้อยคำที่ลอยตามมาทำให้สติที่พอจะควบคุมได้นั้นหลุดผึงลง

“ไม่รู้สิ ผมไม่รู้จัก ผู้หญิงบ้าที่ไหนก็ไม่รู้”

หล่อนหันขวับไปมองสองคนที่ยังยืนเด่นอย่างหน้าไม่อาย ฉวยวัตถุใกล้มือ...ไม่สนใจละว่ามันเป็นอะไร แล้วสิ่งนั้นก็ปลิวปะทะร่างสูงใหญ่อย่างเหมาะเหม็ง

“ไปตายซะ ผู้ชายทรยศ!”

เสียงกรีดดังอย่างคนกำลังโกรธสุดขีด ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันหลุดออกจากปากเธอได้อย่างไร ตลอดมาพราวพิชชาควบคุมตัวเองได้เสมอ แต่คราวนี้มันเกินไปจริงๆ

แล้วเสียงตึงใหญ่ คล้ายวัตถุหนักตกกระแทกพื้นก็ดังขึ้น ตามด้วยเสียงโหยหวนคล้ายคนเจ็บเจียนตาย

พราวพิชชาไม่หยุดมองเหตุการณ์นั้น หล่อนจ้ำเท้าออกมาเมื่อเห็นว่าพนักงานรีสอร์ตวิ่งหน้าตื่นจากอีกด้าน ตามมาด้วยใครต่อใครก็ไม่รู้ ในระยะไกลๆ เสียงกรีดร้องอย่างตกใจของผู้หญิงยังแว่วมาให้ได้ยิน ประสานด้วยเสียงห้าวร้องโอดโอย

ถ้าพราวพิชชาจะหยุดฟังสักนิด ถ้อยคำของพวกเขาคงทำให้หล่อนตกใจซ้ำอีกรอบ...

ตอน 3

“โอ๊ย! เจ็บ มือหนักเป็นบ้า เป็นหมอหรือหมากันแน่วะ จะขย้ำแผลฉันซ้ำหรือไง”

เสียงโอดครวญจากผู้ชายร่างใหญ่ในชุดเสื้อคลุมนอนตัวเดียวดังขึ้น เมื่อหมอหนุ่มเสร็จภารกิจปิดแผลบนขมับให้ แล้วเจ้าตัวก็ผ่อนลมหายใจตาม หากดวงตาสีน้ำตาลเข้มยังคงทอประกายกล้า

“แผลเย็บเสร็จแล้ว แค่สองเข็ม โวยวายยังกับโดนระเบิดถล่ม”

“มันเจ็บใจโว้ย ไม่มาเป็นฉัน ไม่รู้หรอก” คนเจ็บมองคนสบประมาทตาขวาง พร้อมโต้ด้วยเสียงกัดฟันกรอด

“เล่าได้หรือยัง นายไปโดนใครตีหัวมา”

หมอแฟรงค์หรี่ตามองคนที่ตนไปหามปีกมาจากจุดเกิดเหตุ แล้วพามาส่งถึงห้องพักส่วนตัวชั้นบนสุดของโรงแรมหรูกลางเมืองเชียงราช ด้วยการโดยสารลิฟต์สำหรับผู้บริหารขึ้นมา เพื่อความเป็นส่วนตัวและป้องกันแขกของโรงแรมเห็นแล้วจะแตกตื่น

“นายแย่งผู้หญิงกับใครมาหรือเปล่า หรือว่ารถไฟชนกัน”

“รถไฟบ้าอะไร ยายนั่นมันซาเล้งดีๆ นี่เอง ไม่มีทางเป็นรถไฟให้ฉันเสยได้หรอก” คนถูกถามตอบด้วยอารมณ์ที่ยังหงุดหงิดไม่จางหาย

“พูดอย่างนี้แสดงว่าคู่กรณีเป็นผู้หญิง...ผู้หญิงใช่ไหมที่จะฉีกอกนาย แต่พลาด ดันไปทำหัวแบะเข้าแทน”

“ไอ้หมอปากหมา หยุดพูดเลย เสร็จธุระของนายแล้ว กลับไปเลย แล้วไม่ต้องเสนอหน้ามาอีก”

“เอาละ ฉันกลับก็ได้ แล้วแผลแค่นี้ไกลหัวใจตั้งมาก หยุดโวยวายแล้วพักซะ นี่ยากิน จะช่วยนายไม่ให้เจ็บแผลคืนนี้”

หมอแฟรงค์จัดเก็บอุปกรณ์ลงกล่องแล้วหิ้วเดินไปยังประตูห้อง ก่อนจะก้าวออกไปยังมีแก่ใจหันมามองคนเจ็บที่นอนลืมตามองเพดานห้องนิ่งๆ อย่างคนจมกับความคิด

“ให้ฉันบอกนายใหญ่ไหม”

คำถามนั้น ทำให้คนบนเตียงเบือนหน้ามามอง จ้องนิ่ง ก่อนที่ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจะหรี่ลง สีหน้าสีตาดูแปลกเปลี่ยนไปเมื่อตอบคำถามนั้น

“ไม่ต้อง...เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ แล้ววานนายบอกเจ้าของรีสอร์ตให้เก็บข่าวดีๆ อย่าให้เล็ดลอดออกไปได้”

“ได้สิ แค่นี้เอง”

หมอหนุ่มรับปากก่อนจะเดินผ่านออกไป แล้วปิดประตูตามให้อย่างเรียบร้อย

มือแข็งแรงของคนถูกทิ้งไว้บนเตียงในห้องหยิบกระเป๋าสตางค์สีหวานดูคลาสสิกที่หยิบมาโดยไม่เจตนา คงเพราะมันปลิวปะทะตัวเขา ความตกใจทำให้คว้าติดมือไว้ จนเพิ่งมาสังเกตเห็น

รัชภาคย์เปิดกระเป๋าใบนั้น นอกเหนือจากธนบัตรไม่กี่ใบ ยังมีสิ่งที่เขาสนใจ บัตรพลาสติกพื้นสีขาวตัดด้วยสีฟ้าอ่อนตรงขอบ จนต้องคีบออกมา...แล้วทั้งชื่อนามสกุลที่ระบุเป็นภาษาอังกฤษ และภาพหน้าตรงในบัตรพนักงานก็ปรากฏขึ้น

กายใหญ่สั่นสะเทือน เมื่อเสียงหัวเราะถูกปล่อยออกมา ปริศนาคาใจนับชั่วโมงเริ่มออกมาเป็นคำตอบให้เห็น

“ใช่เธอจริงๆ ด้วย ยายป้า...ถ้ามาในสภาพยายป้าอย่างคราวก่อน ฉันก็จำได้แต่แรกแล้ว”

หญิงสาวร่างเพรียวบาง สวมสูทกระชับลำตัวสีขรึมกับผมรวบตึง แต่งหน้าสีอ่อน หากกรีดขอบตาคมเฉียบที่เขาเจอในวันแต่งงานของรัชตะเมื่อเกือบปีที่ผ่านมาผุดขึ้นในมโนสำนึก พร้อมกับคำถามที่เขาคิดไม่ถึงว่าจะออกจากปากเธอ อย่างที่ทำให้อดใจเข้าไปมีส่วนร่วมไม่ได้

‘เขาดีกับลดาไหม สามีของลดา’

‘คุณใหญ่หรือคะ ดีค่ะ ดีมาก’

‘แล้วเมื่อก่อนล่ะ พี่หมายถึงเขาดีมาตลอดหรือเปล่า’

คำถามของพี่สาวจอมเฮี้ยบทำให้เจ้าสาวหมาดๆ ถึงกับอึกอัก จนเขาที่ยืนกอดอกลอบฟังต้องแสร้งโวยขึ้น

‘จะซักกันอีกนานไหม จะขุดคุ้ยตั้งแต่เกิดเลยหรือเปล่าว่านายใหญ่นิสัยเป็นยังไง ผมช่วยตอบให้ได้นะ’

‘ลดา พี่ทนนายป่าเถื่อนคนนี้ไม่ไหวแล้วนะ สั่งคนจับโยนออกไปให้พ้นหูพ้นตาพี่สักสิบนาทีได้ไหม’

คราวนั้นดูก็รู้ว่าหล่อนโกรธเขามาก แววตาคุโชนเอาจริง ส่วนปิ่นลดานั่นหรือ ทำหน้าแหย มองหารัชตะทีเดียว แต่พอไม่เห็น จึงต้องแก้ปัญหาโดยการแนะนำเขาให้หล่อนรู้จัก

‘คุณแหวว รู้จักคุณเล็กสิคะ คุณเล็กเป็นน้องชายฝาแฝดของคุณใหญ่ สามีของลดาค่ะ’

‘อะไรนะ สามีลดาเป็นฝาแฝดกับนายคนนี้ งั้นก็เหมือนกันน่ะสิ’

อยากจะขำนัก ท่าทางหล่อนตกใจจริงจัง แล้วต่อด้วยคำถามที่ทำให้เขากลั้นหัวเราะไว้ไม่ไหว

‘กลับกับพี่ไหม พี่จะเลี้ยงหลานเอง’

รัชภาคย์นึกตามอย่างครึ้มใจ ปรือตามองเพดาน นึกเทียบภาพของหญิงสาวในความทรงจำกับสาวงามผมยาวรุ่ยร่ายในเสื้อผ้าที่ดูผ่อนคลายที่เจอกันวันนี้...

“นายใหญ่บอกว่าพี่สาวเมียจะมาเชียงราช แล้วใครจะรู้เล่าว่ามาอยู่เกะกะตรงระเบียงรีสอร์ตนั่น แทนที่จะไปพักกับน้องสาว”

หากแค่ครู่เดียวเรียวคิ้วเข้มก็ขมวดมุ่นครุ่นคิด แล้วแปรเปลี่ยนเป็นไม่สบอารมณ์ขึ้นมา

หล่อนจำเขาไม่ได้ และที่ร้ายกาจกว่าคือหล่อนคิดว่าเขาเป็นนายใหญ่! มิน่า...

“พราวพิชชา เธอนี่มัน...ตัวแสบชัดๆ”

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167TXF” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167TXF
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

Revenge Of the Wizard I Episode The Icarus
Revenge Of the Wizard I Episode The Icarus
เมื่อ 'ไดน่า' ถูกตรึงไว้กลางอากาศด้วยพลังเวทมนตร์ลึกลับอันป่าเถื่อนที่ไม่อาจขัดขืนได้ นิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเร่าร้อนที่จะพาทุกคนไปพบกับความรักอันตรายที่แฝงไปด้วยความปรารถนาอันยากจะต้านทาน ร่างกายของเธอถูกบีบเค้นจนสั่นสะท้าน แม้ในใจอยากต่อต้านแต่ร่างกายกลับทรยศและเกือบยอมจำนนต่ออำนาจมืด
9.4
46 ตอน
ขออีกครั้ง (ซีรีส์หลงเมีย)
ขออีกครั้ง (ซีรีส์หลงเมีย)
เมื่อถ่านไฟเก่าประทุขึ้นมาอีกครั้ง แมธธิวจึงขอโอกาสจากพราวด์เพื่อเริ่มต้นใหม่ ทว่ารักครั้งนี้ไม่ได้มีแค่คำพูด แต่เต็มไปด้วยความปรารถนาอันเร่าร้อนที่ยากจะต้านทาน นิยายรักโรแมนติกสุดฟินที่จะพาคุณไปพบกับนางเอกสายสตรองที่พร้อมใช้เสน่ห์ยั่วเย้าท้าทายหัวใจชายหนุ่มให้ยอมสยบ
9.8
81 ตอน
อยากเป็นบอส
อยากเป็นบอส
เมื่อรุ่นพี่นักเปียโนอัจฉริยะต้องเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่จากอุบัติเหตุตกบันไดจนมือบาดเจ็บสาหัส เส้นทางสู่ความสำเร็จดับวูบลงในพริบตา นิยายรักวัยรุ่นสุดเข้มข้นที่จะพาคุณไปพบกับอุปสรรคชะตาชีวิตและการต่อสู้เพื่อความฝัน อ่านนิยายออนไลน์เรื่องราวสุดประทับใจนี้ได้เลย
7.3
83 ตอน
เอาคืน
เอาคืน
เมื่อความซื่อสัตย์ถูกทำลายด้วยการนอกใจอย่างเจ็บแสบ จากสามีแสนดีจึงต้องกลายเป็นคนไร้หัวใจในนิยายรักดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้น เมื่อภรรยาสุดที่รักลักลอบเป็นชู้กับชายอื่น ความแค้นครั้งนี้จึงต้องชำระด้วยเกมรักอันตรายที่เขาจะแย่งชิงภรรยาของชายชู้มาเป็นของตนเองเพื่อเอาคืนให้สาสม
7.9
34 ตอน
ประธานสุดที่รัก
ประธานสุดที่รัก
เมื่อความรักกลายเป็นการทรยศจากคนรักและเพื่อนสนิท เธอจึงเลือกสวมหน้ากากนิ่งเฉยเพื่อรอวันแก้แค้นอย่างสาสม นิยายรักดราม่าสุดเข้มข้นที่จะพาทุกคนไปพบกับแผนการทวงคืนศักดิ์ศรีของผู้หญิงที่ถูกตราหน้า อ่านนิยายฟรีที่จะทำให้คุณสะใจไปกับการเอาคืนคนทรยศให้ต้องเสียดายไปตลอดชีวิต
8.6
510 ตอน
บ่วงรักเมียเฉิ่ม
บ่วงรักเมียเฉิ่ม
เมื่อสาวน้อยสุดเฉิ่มต้องมาปรนนิบัติชายหนุ่มผู้สูงใหญ่ในบรรยากาศส่วนตัว ความประหม่าแปรเปลี่ยนเป็นความหวามไหวในนิยายรักโรแมนติกเรื่องนี้ สัมผัสอันอบอุ่นที่ชวนให้ใจสั่นสะท้านจะนำพาพวกเขาไปสู่ความสัมพันธ์สุดลึกซึ้ง อ่านนิยายฟรีที่จะทำให้คุณฟินจนหยุดไม่ได้
8.2
92 ตอน