ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

บุรุษสูงศักดิ์ผู้นั้นเป็นที่หมายปองของเหล่าสตรีทั่วทั้งแว่นแคว้น มีผู้ใดบ้างที่ไม่อยากเกี่ยวดองกับเขา มีผู้ใดบ้างจะไม่หลงรักเขาเพียงแค่แรกเห็น ใบหน้าหล่อเหลาล่อลวงสายตาเหล่าสตรีให้หลงใหล ความอบอุ่นดังแสงแดดในยามเช้า รอยยิ้มสว่างดังจันทราที่เจิดจ้า เขาใจดีและอบอุ่นเสมอ

ทว่าความใจดีและอบอุ่นเหล่านั้นหาได้มีไว้สำหรับนาง สิ่งเหล่านั้นมีไว้เพื่อสตรีในดวงใจผู้เป็นรักแรกและรักเดียวของเขาเท่านั้น แต่กระนั้นนางก็ยังหวัง หวังว่าสักวันเขาจะหันกลับมามองนางบ้าง มองเห็นความจริงใจที่นางมีให้เขามาตลอด ทว่าความหวังของนางคงจะเลือนรางเต็มที...

ใบหน้าหล่อเหล่าฉายแววเกรี้ยวกราดออกมาอย่างไม่คิดปิดบัง ตั้งแต่นางแต่งเข้าตำหนักบูรพาไม่เคยมีสักครั้งที่นางจะเห็นสีหน้าเช่นนี้ของเขา ทว่าวันนี้เขากลับมอบให้นาง เขามองนางเหมือนดั่งศัตรูคู่อาฆาตที่ไม่อาจอยู่ร่วมโลก

"ข้าไม่คิดเลยเจ้าจะน่าชิงชังถึงเพียงนี้ จิตใจเจ้าทำด้วยสิ่งใด ข้าอยากจะควักหัวใจเจ้าออกมาดูนัก เหตุใดจึงได้อำมหิตเลือดเย็นเช่นนี้" เสียงเข้มตวาดออกมาโดยที่ไม่ทันได้ถามนางเลยสักเพียงครึ่งคำก็ปักใจเชื่อไปแล้วว่านางชั่วช้า

"เช่นนั้นพระองค์จะรอช้าอยู่ไย หากอยากควักหัวใจหม่อมฉันออกมาดู พระองค์ก็ลงมือเสียเถิด" ร่างบางตอบออกไปพร้อมกับน้ำตาที่ไหลนองหน้า

ร่างกายหนาวสั่นเพราะการตกน้ำ ยังไม่เท่ากับหัวใจที่หนาวเหน็บเพราะคำต่อว่าจากสวามี

"หยางหลิงเซียง!!..ข้าขอถาม เจ้าผลักซุนเอ๋อร์ลงไปในน้ำเพราะเหตุใด นางทำสิ่งใดให้เจ้า"

พระชายาหยางหลิงเซียงเค้นเสียงหัวเราะขึ้นมาหลังจากได้ฟังคำของผู้เป็นสวามี ทว่าแววตากลับเจ็บปวดเกินจะทนไหว

"หากหม่อมฉันบอกว่าไม่ได้ทำเล่า พระองค์จะเชื่อหม่อมฉันหรือไม่ พระองค์ก็ทรงเห็นนอกจากพระชายาชินอ๋องแล้วหม่อมฉันเองก็ตกลงไปในน้ำเช่นกัน เหตุใดจึงไม่ถามหม่อมฉันบ้างว่าหม่อมฉันเป็นเช่นไร หึ!..ไม่ถามก็แล้วไปแต่เหตุใดต้องปักปรำหม่อมฉันด้วย?"

"เหตุใดข้าต้องถาม ในเมื่อข้าเห็นกับตาว่าเจ้าผลักซุนเอ๋อร์ลงไป!! จำคำข้าเอาไว้หยางหลิงเซียง หากซุนเอ๋อร์หรือทารกในครรภ์ของนางเป็นอะไร ข้าไม่ปล่อยเจ้าเอาไว้แน่ กอดตำแหน่งพระชายาเอกของเจ้าไว้ให้ดี กว่าจะได้มันมาครองเสียแรงกายไปเยอะมิใช่หรือ"  จ้าวตี๋เฟยหันหลังเดินตามพระชายาซุนฮวาและจ้าวฉงซานออกไป

ร่างอรชรของหยางหลิงเซียงทรุดตัวนั่งลงกับพื้นอย่างหมดแรง สายตาปวดร้าวมองตามหลังพระสวามีออกไป พร้อมกับหัวใจที่แตกสลายอย่างไม่มีวันหวนกลับ

“สักวันหม่อมฉันจะเลิกรักพระองค์ให้จงได้”

ตอน 2

ปัง!!

"...เอ๊ะ!..เปิดประตูนะ ซวงอี้ ไห่อิง พวกเจ้าปิดประตูได้เช่นไร ข้ายังอยู่ข้างในเห็นหรือไม่ พวกเจ้าจะปิดประตูอย่างนี้ไม่ได้" เด็กหญิงตัวกลมวิ่งตามสหายไปที่ประตูด้านหน้า ทว่าเมื่อไปถึงประตูบานใหญ่ก็ถูกปิดลงแล้ว นอกจากจะปิดแล้วคนด้านนอกยังเอาไม้มาขัดเอาไว้ไม่ให้เด็กหญิงได้เปิดออกมาอีกด้วย

"ข้ารู้แล้วว่าเจ้ายังไม่ออกมา เพราะข้าตั้งใจจะขังเจ้าให้อดตายอยู่ที่นี่อย่างไรเล่า" เสียงเล็กแหลมของเด็กหญิงด้านนอกตอบออกไปอย่างสะใจ

"เพราะเหตุใดต้องทำกับข้าเช่นนี้ ข้าไปทำสิ่งใดให้พวกเจ้ากัน ปล่อยข้านะ! ไม่เช่นนั้นหากฮองเฮาและเสด็จป้าของข้ารู้เข้า พวกเจ้าจะต้องถูกลงโทษอย่างแน่นอน" หยางหลิงเซียงตะโกนขู่ออกไปอย่างไม่ยินยอม นางเป็นถึงหลานสาวลู่กุ้ยเฟยเชียวนะ จะยอมให้ทั้งสองมาข่มเหงได้อย่างไรกัน

"ฮ่าฮ่า..ไม่ต้องมาขู่พวกข้าเสียให้ยาก จะไม่มีผู้ใดมาเจอเจ้าทั้งนั้น เพราะอีกเดี๋ยวเจ้าก็จะถูกวิญญาณแค้นของพระสนมบีบคอตายอยู่ที่นี่นั่นแหละ" ซวงอี้หนึ่งในเด็กหญิง หัวเราะออกมาอย่างสะใจ นางริษยาหยางหลิงเซียงมาตลอด ในเมื่อมีโอกาสเหตุใดนางจะต้องปล่อยอีกฝ่ายไปเล่า?

"ใช่แล้ว หลิงเซียงเอ๋ยข้าได้ยินมาว่า วิญญาณพระสนมน่ากลัวนัก ความจริงแล้วตำหนักร้างแห่งนี้ ไม่มีผู้ใดกล้าผ่านมาหรอกนะบรื๋อ..พูดไปแล้วก็ขนลุก ท่านแม่ข้าเล่าให้ฟังว่า พระสนมผู้นั้นทำความผิดจึงถูกลงโทษให้มาสำนึกตนที่ตำหนักแห่งนี้ ใครจะไปคิดเล่าว่าพระสนมผู้นั้นจะใจเด็ดยิ่งนัก ถึงกับกัดลิ้นปลิดชีวิตตนเอง กว่าจะมีผู้มาพบร่างของนางก็บวมอืดเสียแล้ว ซวงอี้เรากลับกันเถิด ข้ากลัวแล้ว"

"ก็ได้ เราไปกัน" เด็กสาวอีกคนพยักหน้ายิ้มให้กันอย่างสะใจ ยิ่งได้ยินเสียงลนลานของเด็กด้านใน ทั้งสองก็ยิ่งมีความสุข

"เดี๋ยวสิ ปล่อยข้าออกไปก่อนนะ" เมื่อได้ยินเสียงของทั้งคู่ชวนกันออกไป หยางหลิงเซียงก็เริ่มร้อนรนขึ้นมา นางหันไปมองด้านหลังอย่างหวาดกลัว ขนแขนก็ลุกชัน

"ไม่ปล่อย ใครใช้ให้เจ้าทำตัวน่ารังเกียจกันเล่า รูปร่างก็อวบอ้วนแต่ยังกล้าแย่งความดีความชอบจากฮองเฮาไปเป็นของตนเองแต่เพียงผู้เดียว น่าชังนัก จงตายเป็นผีรับใช้วิญญาณพระสนมเถิด"

เสียงหัวเราะของซวงอี้ และไห่อิงไกลออกไป หยางหลิงเซียงก็ยิ่งตื่นตระหนกมากขึ้นไปอีก เด็กหญิงเริ่มทุบประตู และกรีดร้องอย่างหวาดหวั่น นางไม่รู้ว่าตนเองร้องไห้และกรีดร้องอยู่อย่างนั้นนานเพียงใดแล้ว แต่เมื่อมีแรงนางก็ยังคงร้องเรียกอยู่อย่างนั้น

ความมืดมิดเริ่มโรยตัวเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ เด็กหญิงร้องไห้จนสลบไป และก็สะดุ้งตื่นขึ้นมากรีดร้องอย่างนี้ซ้ำ ๆ ป่านนี้จะมีผู้ใดรู้หรือไม่ว่านางหายตัวไป หรือทุกคนจะคิดว่านางกลับจวนสกุลหยางพร้อมบิดาไปแล้ว?

ยิ่งคิดน้ำตาก็ยิ่งไหล ความหวาดกลัวเกาะกินจิตใจ หรือนางจะต้องจบชีวิตลงที่นี่?

ตุ๊บ!!

"กรี๊ด....ช่วยด้วย!!..ช่วยด้วย..ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย ปล่อยข้าออกไป ฮื้อ..ได้ยินไหม ข้ากลัว เสด็จป้าเพคะ หลานอยู่ในนี้ ซวงอี้ ไห่อิง ปล่อยข้าออกไปนะ ฮื้อ...ข้ากลัวแล้ว ปล่อยข้าออกไป"  หยางหลิงเซียงทรุดตัวลงนั่งกับพื้น มือเล็กยกขึ้นกุมศีรษะตนเองเอาไว้ ใบหน้าซุกลงไปที่หัวเข่า

เสียงอะไรบางสิ่งที่ดังอยู่ด้านบนทำเอาเด็กหญิงแทบเสียสติ ปากเล็ก ๆ พร่ำร้องออกมาไม่หยุด

"อย่ากินหม่อมฉันเลย หม่อมฉันไม่อร่อยเลยสักนิด พระสนมไปกินผู้อื่นเถิดเพคะ"

"นั่นใคร!!..เสียงใครอยู่ข้างในนั้น"

เหมือนแสงสว่างสาดส่องเข้ามาในหัวใจของเด็กหญิง จากที่สิ้นหวังท้อแท้ นางกับได้ยินเสียงของคนผู้หนึ่ง พร้อมกับประตูตำหนักที่เปิดออก แสงจากโคมไฟส่องเข้ามา

เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นก่อนจะหรี่ตาเพราะแสงไฟนั้น ร่างกลมลุกขึ้นจากพื้น ก่อนจะวิ่งออกไปหาคนผู้นั้นอย่างดีใจ ปากเล็ก ๆ ก็พร่ำร้องไม่หยุด

ไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างกลมร่างหนึ่งก็ถลาเข้ามากอดเอวเขาไว้ จ้าวตี๋เฟย เซถอยหลังไปเล็กน้อยจากการพุ่งเข้าใส่อย่างไม่ทันได้เตรียมตัว

"ฮื้อ ๆ ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย"

"ก็ไม่ใช่ว่าข้ากำลังช่วยเจ้าอยู่หรือ เจ้าเป็นใครกัน เหตุใดจึงถูกขังอยู่ที่นี่" จ้าวตี๋เฟยดันเด็กหญิงออกจากเอวของตนเอง ทว่าความหวาดกลัวของเด็กหญิงมากจนเกินไป นอกจากไม่ปล่อยแล้วมือเล็ก ๆ นั่นกลับเกาะแน่นยิ่งขึ้น จ้าวตี๋เฟยถอนหายใจออกมา ก่อนจะยกมือขึ้นตบลงไปที่แผ่นหลังเล็กนั่นเบา ๆ อย่างปลอบใจ

"ข้าชื่อหลิงเซียง ข้าถูกซวงอี้กับไห่อิงหลอกมาขังไว้ที่นี่...เอ่อ.." ยังไม่ทันได้บอกให้พี่ชายตัวโตได้ฟังจนจบ ท้องของหลิงเซียงก็ส่งเสียงร้องออกมาเสียอย่างนั้น

"หึหึ..เจ้าคงหิวกระมัง เอาขนมเซาปิ่งของข้าไปกินรองท้องก่อนเถิด ดูเจ้าคงหิวมากแล้ว" จ้าวตี๋เฟยตัดใจส่งขนมของตนเองให้กับเด็กหญิงตรงหน้า

เพราะได้ยินคำว่าของกินหยางหลิงเซียงจึงรีบเงยหน้าขึ้นมา เมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ช่วยตนเองเอาไว้ พลันเด็กหญิงก็รู้สึกอับอายเป็นอย่างมาก เหตุใดพี่ชายผู้นี้ถึงได้หล่อเหลาราวเทพเซียนเช่นนี้กัน?

แต่เพราะท้องที่ร้องขึ้นมาอีกครั้ง นางจึงเลือกที่กลืนความอายนั้นลงไป ก่อนจะยื่นมือน้อย ๆ ไปรับขนมแสนอร่อยนั้นมากัดกิน เพียงแต่ปลายลิ้นสัมผัสกับเนื้อขนมเด็กหญิงก็ร้องไห้ออกมาด้วยความอร่อย

จ้าวตี๋เฟยส่ายหน้าอย่างขบขัน เมื่อเห็นใบหน้าแดง ๆ นั้นกินไปร้องไป อีกทั้งยังเอ่ยขอบคุณเขาไม่หยุดหย่อน

เมื่อเห็นว่าเด็กหญิงเริ่มตั้งสติได้แล้ว เขาจึงถามเรื่องราวทั้งหมดอีกครั้ง หยางหลิงเซียงเองก็เล่าทุกอย่างออกไปจนหมดเช่นกัน นางโดนสหายสองคนหลอกมาเล่นสำรวจตำหนักร้าง ก่อนที่จะรู้ตัวว่าโดนหลอก ก็ตอนที่ตัวเองติดอยู่หลังประตูเสียแล้ว

"เพราะเจ้าตัวอ้วนกลมเกินไปน่ะสิจึงได้วิ่งตามผู้อื่นไม่ทัน ต่อไปก็รู้จักลดน้ำหนักลงเสียบ้างเข้าใจหรือไม่?"

เด็กหญิงยังไม่ทันได้ตอบสิ่งใดออกมา ก็ได้ยินเสียงเสด็จป้าของนางและเหล่านางกำนัลวิ่งมาทางนี้เสียก่อน

"เซียงเซียง...เอ่อ..องค์รัชทายาท" ลู่กุ้ยเฟยก้มศีรษะลงให้กับจ้าวตี๋เฟย ก่อนจะคว้าหลานสาวเข้ามากอดเอาไว้

" อืม..นี่คงเป็นหลานสาวของลู่กุ้ยเฟยกระมังนางถูกหลอกมาขังที่นี่ ข้าบังเอิญผ่านมาเจอพอดี"

เมื่อเห็นว่าคนอื่น ๆ มาตามหาเด็กหญิงผู้นี้แล้ว จ้าวตี๋เฟยจึงขยับออกมาและเตรียมตัวกลับ

"ขอบพระทัยเพคะที่ทรงช่วยเซียงเซียงของหม่อมฉัน เซียงเซียงคำนับองค์รัชทายาทเสียสิ" หยางหลิงเซียงยัดขนมคำสุดท้ายเข้าปาก ก่อนจะหันไปเบิกตามองพี่ชายตรงหน้าอย่างตกใจ เข่าเล็ก ๆ กระแทกลงที่พื้นเสียงดัง พร้อมกับศีรษะที่ก้มลงไปจรดพื้น

"เซียงเซียงคารวะองค์รัชทายาทเพคะ"

ตอน 3

"เห็นทีลูกสาวแม่คงจะอดใจรอให้ถึงวันแต่งไม่ไหวแล้วกระมัง จึงได้นั่งมองชุดแต่งงานแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ อยู่อย่างนี้ ความสุขของเจ้าแบ่งบานเสียจนผู้คนอดจะริษยาไม่ได้แล้วรู้หรือไม่หืม.."

หยางหลิงเซียงหันไปมองมารดาที่เดินเข้ามาในห้องอย่างไม่ให้สุ้มเสียงก็เบิกตาขึ้นก่อนจะก้มหน้าลงยิ้มเขินอาย ใบหน้าหวานก็พลันแดงซ่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ นางนึกขุ่นเคืองสาวใช้ตนเองอยู่ไม่น้อย ไม่รู้หรือกระไรมีผู้อื่นเข้ามาก็ไม่ส่งเสียงบอกนางบ้าง

"โถ่..ท่านแม่อย่าล้อลูกเลยเจ้าค่ะ"  เสียงหวานเอ่ยออกไปอย่างแผ่วเบา

"เอาเถิดแม่ไม่ล้อเจ้าแล้ว"หยางฮูหยินยกมือขึ้นบีบจมูกบุตรสาวด้วยความเอ็นดู

นางมองใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุขของบุตรี คนเป็นมารดาอย่างนางย่อมเป็นสุข ทว่าความสุขก็ถูกแทนที่ด้วยความกระดากอายเมื่อคิดว่าอีกเดี๋ยวจะต้องสั่งสอนบุตรีถึงเรื่องบางอย่าง

เป็นธรรมเนียมของคนในครอบครัว หากบุตรีคนใดจะออกเรือน คนเป็นมารดาก็จะเข้ามาพูดคุยบอกกล่าวในเรื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะวันส่งตัวเข้าหอในวันแรก ถึงแม้การพูดคุยในเรื่องนี้จะน่าอายนัก ทว่าก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพราะเมื่อครั้งที่นางแต่งเข้าสกุลหยาง นางเองก็ถูกมารดาสั่งสอนไม่ต่างกัน และเมื่อพ้นคืนเข้าหอวันแรก มารดาสามีก็จะเข้ามาตรวจดูผ้าขาวปูเตียงด้วยตนเองเช่นกัน ถึงแม้จะอับอายเพียงใดก็ย่อมหนีไม่พ้น

"เฮ้อ..เผลอเพียงเดี๋ยวเดียวเจ้าก็โตจนจะออกเรือนแล้ว แม่อดจะใจหายขึ้นมาไม่ได้เลย"

"ท่านแม่...ท่านอย่าได้ร้องไห้ไปเลยเจ้าค่ะ ตำหนักบูรพาอยู่ใกล้แค่นี้ หากท่านแม่คิดถึงลูก ลูกก็จะรีบมาหาท่านแม่อย่างแน่นอน"

หยางหลิงเซียงเห็นมารดาหลั่งน้ำตาออกมา นางก็ทั้งอยากจะร้องและยิ้มออกมาเช่นกัน ร่างบางโผเข้ากอดและซบใบหน้าลงที่หน้าอกของมารดา อย่าว่าแต่มารดานางใจหายเลย นางเองก็ใจหายเช่นกัน ต่อจากนี้ไป นางจะไม่ได้นอนที่ห้องนี้อีกแล้ว ห้องที่นางอาศัยมาตั้งแต่เล็ก คิดแล้วก็พลันเศร้าขึ้นมา ทว่านางก็ไม่อาจจะปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาได้ เพราะไม่อย่างนั้นมารดานางจะยิ่งเป็นห่วงนางมากขึ้นไปอีกเท่านั้น

"เฮ้อ..เจ้าลูกคนนี้นี่ เจ้าจะมาหาแม่บ่อย ๆ ได้อย่างไร? แต่งให้องค์รัชทายาทแล้ว เจ้าก็ต้องช่วยพระองค์ดูแลเรื่องภายใน จำเอาไว้นะลูก เจ้าเกิดมามีบุญบารมีถึงเพียงนี้ ต่อไปก็จงดูแลเรื่องภายในตำหนักบูรพาให้ดี พี่น้องที่อยู่ข้างในนั้นก็ปกครองดี ๆ อย่าได้มีจิตคิดริษยาผู้ใด แต่ก็ใช่ว่าจะให้ผู้ใดมารังแกเจ้าได้ เจ้าแต่งเข้าไปเป็นพระชายาเอกขององค์รัชทายาท หลานสาวของลู่กุ้ยเฟย เจ้าจะต้องวางตัวให้ดีเข้าใจหรือไม่"

"ลูกเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ" หยางฮูหยินยิ้มออกมา นางยกมือขึ้นลูบไปบนเส้นผมเงางามของบุตรี

พรุ่งนี้แล้วบุตรีของนางก็จะขึ้นเป็นพระชายาเอกขององค์รัชทายาท เป็นที่น่าอิจฉาของสตรีทั้งใต้หล้า เรื่องเช่นนี้มีสิ่งใดไม่น่าดีใจกัน หยางฮูหยินลูบศีรษะบุตรีไปพลาง เอ่ยสอนเรื่องที่ควรรู้ไปพลาง ยิ่งนางพูดมาเท่าไร บุตรีนางก็ยิ่งมุดใบหน้าลงไปที่หน้าอกนางมากเท่านั้น หยางฮูหยินอดจะเอ็นดูไม่ได้ ทว่านางเอกก็ต้องกลั้นใจพูดยิ่งหยางหลิงเซียงเขินอายมากเท่าไร นางเองก็เขินอายไม่ต่างกัน และเมื่อบอกกล่าวเรื่องที่ควรจะบอกแล้ว นางก็หันถามเรื่องชุดแต่งงานอีกรอบ

"ชุดแต่งงานเรียบร้อยแล้วหรือไม่"

"เรียบร้อยเจ้าค่ะท่านแม่ ลูกตรวจดูหลายรอบแล้วท่านแม่โปรดวางใจ"

"เช่นนั้นก็ดีแล้ว เจ้าเองก็รีบเข้านอนเถิด พรุ่งนี้เช้ายังต้องตื่นมาแต่งตัวแต่เช้าเข้าใจหรือไม่?"

"เจ้าค่ะท่านแม่ลูกเข้าใจแล้ว"

หยางฮูหยินก้มลงไปกอดบุตรีเอาไว้อีกครั้ง ก่อนจะตัดใจเดินออกไปนอกห้อง เพื่อปล่อยให้หยางหลิงเซียงได้นอนพัก การแต่งงานครั้งนี้นางหาได้ห่วงสิ่งใดไม่ บุตรีนางเองก็เฝ้ารอวันนี้มาตลอด นางที่เป็นมารดาย่อมรู้จิตใจของบุตรดีกว่าผู้ใด

เมื่อประตูหน้าห้องถูกปิดลง หยางหลิงเซียงก็ลุกขึ้นเดินไปยังชุดแต่งงานสีแดงสดอีกครั้ง มือเล็กยกขึ้นไปลูบบนเนื้อผ้าอย่างแผ่วเบา ใบหน้าหวานแย้มยิ้มออกมาอย่างยินดี

"ไม่รู้ว่าพระองค์จะทรงจำเรื่องวันนั้นของเราได้หรือไม่ แต่หม่อมฉันไม่เคยลืมเลือน หลังจากที่พระองค์ช่วยหม่อมฉันออกมาจากที่มืดมิด พระองค์ก็เป็นดังแสงสว่างของหม่อมฉันมาตลอด หม่อมฉันยินดีที่จะแต่งให้พระองค์เป็นอย่างยิ่งเพคะ"

ใบหน้าหวานพลันซับไปด้วยสีแดงดังผลอิงเถา เมื่อนึกย้อนกลับไปถึงครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้พบหน้ากัน หลังจากวันนั้น สหายนางที่เป็นหลานของสนมในวัง ถูกลงโทษห้ามเข้าวังอีกตลอดชีวิต และนางเองก็ยิ่งได้รับความเอ็นดูจากฮองเฮามากขึ้นไปอีก

ผู้อื่นมีความหวังเรื่องใดนางหาได้ใส่ใจรู้ นางรู้แต่เพียงว่าฮองเฮาฟางหรง เอ่ยปากอยากให้นางเรียนรู้การวางตัวกริยามารยาทต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะสมกับองค์รัชทายาทในอนาคต นางเพียรพยายามเรียนรู้ทุกอย่างจากอาจารย์ที่ฮองเฮาส่งมา เพื่อหวังว่าวันหนึ่งนางจะเพียบพร้อมเคียงข้างพระองค์อย่างสมเกียรติ และวันนี้ก็มาถึง จะไม่ให้นางยินดีได้อย่างไร หยางหลิงเซียงยิ้มออกมาก่อนจะเดินไปดับตะเกียงไฟ และเข้านอนด้วยหัวใจที่เป็นสุข การเฝ้ารอของนางสิ้นสุดลงแล้ว

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167TZC” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167TZC
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

สายเกินไป สำหรับการอภัยของเขา
สายเกินไป สำหรับการอภัยของเขา
เมื่อ 'อรุณา' ถูกคนรักและครอบครัวตราหน้าว่าเนรคุณ เพียงเพราะปฏิเสธที่จะบริจาคไตให้แฝดน้อง โดยไม่มีใครรู้เลยว่าเธอเหลือไตเพียงข้างเดียวและกำลังจะตายในไม่ช้า นิยายดาร์กโรแมนซ์สุดช้ำที่จะพาทุกคนไปสัมผัสความเจ็บปวดของการเสียสละที่ไร้ค่า อ่านนิยายดราม่าเข้มข้นที่สะท้อนความรักอันตรายและการล้างแค้นทางอารมณ์
8.6
67 ตอน
เธอพลาดที่ทิ้งฉัน
เธอพลาดที่ทิ้งฉัน
เมื่อทายาทตัวจริงอย่างซูมู่หยูถูกตระกูลหักหลังและบังคับให้ยกผลงานให้ลูกบุญธรรม เธอจึงตัดขาดความสัมพันธ์อย่างไร้เยื่อใย พร้อมเปิดเผยตัวตนอัจฉริยะรอบด้านเพื่อทวงคืนความยิ่งใหญ่ อ่านนิยายรักแนวประธานบริษัทสุดเข้มข้นที่นางเอกกลับมาแก้แค้นอย่างเหนือชั้นได้แล้ววันนี้
8.6
55 ตอน
NightZ [I] THE LOST MEMORIES
NightZ [I] THE LOST MEMORIES
เมื่อความทรงจำในอดีตสูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย เธอจึงยอมก้าวเข้าสู่โลกอันตรายในฐานะผู้หญิงของมาเฟียหนุ่มสุดโหดแห่ง Nightshade เพื่อตามหาเศษเสี้ยวชีวิตที่ขาดหาย นิยายรักดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่จะพาทุกคนไปพบกับความลับสุดอันตรายและรักแท้ที่ยากจะลืมเลือน อ่านนิยายฟรีได้แล้ววันนี้
9.2
60 ตอน
เด็กเลี้ยงของนายหัว
เด็กเลี้ยงของนายหัว
เมื่อความลับเรื่องสายเลือดถูกเปิดเผย อชิรญา เด็กสาวที่เติบโตมาภายใต้การดูแลของพ่อบุญธรรม กลับต้องตกเป็นเชลยแค้นของสีหราช นายหัวหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่สืบพบว่าพ่อแท้ๆ ของเธอคือศัตรูคู่อาฆาตที่เคยหมายเอาชีวิตเขา นิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่จะทำให้คุณลุ้นไปกับความรักอันตรายครั้งนี้
8.5
45 ตอน
หลงสวาท boss คลั่งรัก ซีรีย์หลงสวาท
หลงสวาท boss คลั่งรัก ซีรีย์หลงสวาท
จากความสัมพันธ์เพียงชั่วคืนที่ควรจบลง กลับกลายเป็นความลุ่มหลงที่ไรอัน บอสหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลไม่อาจถอนตัว เขาเผลอทำลายกฎเหล็กของตนเองเพียงเพราะพนักงานสาวเวอร์จิ้นคนนี้ ความเร่าร้อนที่เกินต้านทานทำให้เขาคลั่งไคล้ในตัวเธอจนกู่ไม่กลับ อ่านนิยายรักแนวบอสหนุ่มสายเปย์สุดฟินได้แล้ววันนี้
9.1
100 ตอน
เล่ห์รักแดนทมิฬ
เล่ห์รักแดนทมิฬ
เมื่อภาม หนุ่มลูกครึ่งมาเฟียผู้คลั่งไคล้ในเซ็กซ์ พยายามรุกรานรุ้งไพลินด้วยสัมผัสอันเร่าร้อน ยิ่งเธอขัดขืนกลับยิ่งกระตุ้นความปรารถนาอันมืดดำให้รุนแรงขึ้น ท่ามกลางเกมรักดาร์กโรแมนซ์สุดอันตรายและการตามล่าหาฆาตกรตัวจริง เธอจะรักษาหัวใจและเอาชีวิตรอดจากเสน่ห์ร้ายนี้ได้หรือไม่ อ่านนิยายรักสุดเข้มข้นได้แล้ววันนี้
8.7
91 ตอน