ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

อากาศยามเช้าที่ควรจะสดใส ถูกปกคลุมด้วยเหล่าก้อนเมฆสีดำ ที่มืดครึ้มตั้งเค้าว่าฝนจะตกมาแต่ไกล เช้านี้เลยทำให้อากาศเย็นสบายกว่าทุกวัน

“ออเดอร์ A045 รายการของลูกค้าเรียบร้อยแล้วค่ะ”

“ขอบคุณค่ะ” นิศรายิ้มหวานรับแก้วกาแฟและถุงขนมจากพนักงาน ก่อนเดินไปเปิดประตูเพื่อออกจากร้าน

“ขอบคุณที่ใช้บริการ ทานให้อร่อยนะคะ” เสียงพนักงานกล่าวลาลูกค้า

..ติ๊ง ต่อง..เสียงเปิดประตูดังขึ้น

“ว้าย.ย....ขอโทษค่ะ”

นิศราร้องอุทานด้วยความตกใจ เธอชนเข้ากับร่างสูงใหญ่ของคนที่พึ่งเปิดประตูเข้ามา ทำให้กาแฟหกใส่เสื้อนักศึกษาสีขาวเป็นคราบสีน้ำตาลเข้มเลอะเต็มเสื้อ โชคดีที่เธอสั่งเป็นกาแฟเย็น หากเป็นกาแฟร้อนเธอคงถูกลวกอย่างหลบไม่ได้

“เดินประสาอะไร ทำไมถึงไม่ดูตาม้าตาเรือ” เสียงดุเข้มของคนที่เปิดประตูมาชนเธอเอ่ยขึ้น

“อ้าวนี่...คุณมั้ย!ที่เปิดประตูไม่ระวัง ไม่เห็นคนหรือไง พุ่งเข้ามาได้...แล้วดูนี่ป้าย” เธอชี้ไปที่ป้ายที่ติดด้านหน้าประตูอย่างเอาเรื่อง “อ่านออกมั้ย ดึงอะดึง ผลักมาได้ ขอโทษสักคำก็ไม่มี ยังจะมาว่าคนอื่นอีก”

เสียงใสโวยวายอย่างไม่พอใจ เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่สำนึกผิดแถมยังมากล่าวโทษว่าเป็นความผิดเธออีกต่างหาก -ไอ้ขยะเปียก- ประโยคนี้เธอด่าเขาในใจ

“เธอรู้มั้ย ว่าเสื้อตัวนี้มันราคาเท่าไหร่” ชายหนุ่มบ่นอย่างหัวเสีย ไม่สนใจคำพูดของเธอด้วยซ้ำ วันนี้เขามีประชุมสำคัญกับต้องมาเจอเหตุการณ์นี้

“ให้ตายสิ! จะราคาเท่าไหร่มันก็เรื่องของคุณมั้ย ตอนจ่ายเงินซื้อไม่ได้ดูราคารึไง ถึงต้องมาถามจากคนอื่นเนี่ย”เธอก็เริ่มจะหัวเสียกับคำพูดของเขาเช่นกัน

“พูดแบบนี้คือจะไม่รับผิดชอบ” แววตาคมกริบตวัดมอง อย่างไม่ยอมเช่นกัน

“จะให้ฉันรับผิดชอบอะไร ในเมื่อคุณเป็นคนผิด คุณนั่นแหละที่ต้องรับผิดชอบ ชุดฉันเลอะเนี่ยถ่างตาดูด้วย สติค่ะสติ! หน้าตาก็ดี แต่งตัวก็ดูดี ไม่น่าเป็นคนนิสัยไม่ดีเลย วันซวยของฉันจริง ๆ เลย”

หญิงสาวตะเบ็งเสียงต่อว่า ชี้ให้เขาดูสภาพเธอ ด้วยความไม่พอใจ เสียงเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ ใบหน้าจิ้มลิ้ม ถลึงตามองอย่างไม่พอใจ วินาทีนั้นเองที่เขาได้เห็นใบหน้าของเธอชัดเจน

คิ้วบางเลิกสูงขมวดเข้าหากัน ดวงตาโตกลมถลึงตามองอย่างไม่พอใจ ใบหน้าหวานมีสีแดงระรื่นเพราะความโกรธ ปากน้อย ๆ ขยับบ่นเขาไม่หยุด ดวงตาคู่คมจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าตาไม่กะพริบ แล้วต้องชะงักเมื่อเสียงแจ๋ว ๆ ของเธอเงียบลง เปลี่ยนเป็นตะโกนเรียกเขาแทน

“นี่ นี่คุณ ฟังอยู่รึเปล่าเนี่ย”

“งั้นถือว่าหายกัน ก็แล้วกัน” เมื่อได้สติชายหนุ่มจึงปรับน้ำเสียงให้นุ่มลง

“อะไรนะ หายกัน” นิศราถามย้ำเสียงดังก่อนบ่นต่อ

“ชุดฉันเลอะนะ ฉันต้องรีบไปส่งงานอาจารย์ด้วย”

“แล้วคุณต้องการเท่าไหร่”

“อะไร” เธอได้ยินชัดแหละแต่ถามย้ำเพื่อให้แน่ใจ

“ที่พูดมาทั้งหมด คืออยากได้เงินไม่ใช่หรือไง จะเอาเท่าไหร่” เขาเน้นเสียงพร้อมส่งสายตาเหยียดใส่เธอ มันยิ่งทำให้หญิงสาวไม่พอใจมากขึ้นไปอีก

“เท่าไหร่เหรอ พูดแบบนี้หมายความว่าไง”

“ก็อยากได้เงิน ผมก็จะรับผิดชอบให้นี่ไงอยากได้เท่าไหร่จะได้แยกย้ายกัน ผมมีธุระสำคัญรออยู่”

“ธุระของคุณมันสำคัญมากกว่าธุระของคนอื่นสินะ จะบอกให้นะ ว่าเงินของคุณน่ะ มันไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทุกอย่างหรอก”

“อ่าว! เฮ้อ ...แล้วจะเอายังไงล่ะครับคุณผู้หญิง”

ธีรวัฒน์ถอนหายใจยาว รู้สึกเริ่มเหนื่อยหน่ายที่เรื่องนี้จะไม่จบง่ายๆ เสียแล้ว

ไม่ต่างกันหญิงสาวตรงหน้า เธอสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดทำสมาธิ พร้อมทำท่าทางจริงจัง

“ฉัน ไม่ ต้อง การ เงิน ของ คุณ! แต่ขอให้คุณรับผิดชอบแบบนี้แล้วกัน”

นิศราเน้นคำพูดช้า ๆ ชัด ๆ เมื่อพูดจบหญิงสาวก็สาดกาแฟในแก้วที่เหลือ ใส่กลางลำตัวของคนตรงหน้าทันที

“เฮ้ยย! ทำอะไร เด็กบ้านี่”

ธีรวัฒน์อุทานออกมาด้วยความตกใจ ในการกระทำของเธอ ไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะทำเช่นนี้ มือหยาบปัดกาแฟออกจากเสื้อพร้อมเงยหน้ามองคนที่ยืนยิ้มเยาะกับผลงานของตัวเอง

“โอเค แบบนี้ค่อยยุติธรรมหน่อย หายกันแล้วนะ ถือว่าไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว อีกอย่างถ้ารวยมากนักก็ช่วยเคลียร์ที่ทำร้านเขาเลอะเทอะด้วยก็แล้วกัน หวังว่าเราคงจะไม่ต้องเจอกันอีกนะ เพราะคุณมันเฮงซวย!”

‘ขอโทษสักคำก็ไม่มีไอ้ขยะเปียกนี่ โตมาแบบไหนกันนะ’

เธอบ่นในใจ พร้อมมองเขาด้วยสายตาเหยียดกลับ ก่อนจะเดินออกจากร้านไปเลย ปล่อยให้ชายหนุ่มยืนอึ้งกับการกระทำของเธออยู่อย่างนั้น ไม่นึกเลยว่าเธอจะกล้าทำถึงขนาดนี้

'เหนือความคาดหมายจริง ๆ' เขาคิดในใจ ก่อนจะสบถออกมาอย่างหัวเสีย

ธีร์ ธีรวัฒน์ เลิศกิจเจริญ นักธุรกิจหนุ่มหล่อไฟแรง ประธานบริษัทธีรวัฒน์ พร็อพเพอร์ตี้ ดำเนินธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ประเภทหมู่บ้านจัดสรร ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีแผนขยายโครงการไปตามจังหวัดอื่น ๆ ด้วย เป็นบริษัทที่มีรายได้มากที่สุดอันดับต้น ๆ ของประเทศ

เขาเป็นคนที่ทำงานเก่ง เด็ดขาด จริงจังกับการทำงาน พูดได้ว่าชีวิตของเขามีแต่งาน สนใจแต่เรื่องงาน เป็นคนหล่อและรวยมาก ทำให้มีสาว ๆ เข้าแถวมาขายขนมจีบไม่ขาดสาย

แต่ที่เข้ามาก็เพื่อหวังเงินและผลประโยชน์จากเขาทั้งนั้น ทำให้เขามีกำแพงต่อผู้หญิงทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ปัจจุบันสถานะจึงยังโสดสนิท

“เกิดอะไรขึ้นครับ ทำไมมาสภาพนี้” วรวิทย์เลขาคนสนิทถามด้วยความตกใจ เมื่อเห็นสภาพเจ้านายหนุ่มที่เลอะเทอะ หรือเรียกได้ว่าเละไปทั้งตัวก็ว่าได้ เปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานสภาพที่ไม่เหลือมาดประธานบริษัทเลย

“เฮ่อ! อุบัติเหตุนะ จะไปซื้อกาแฟ เปิดประตูร้านผิดฝั่งป้ายให้ดึง แต่ฉันผลักเปิดเข้าไปด้วยความเคยชินอะนะ เลยไปชนเข้ากับนักศึกษาที่กำลังเดินออกจากร้านพอดี กาแฟเลยหกใส่เสื้อเธอ”

ธีรวัฒน์เล่าถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่ ก่อนถอนลมหายใจยาวออกมา อย่างรู้สึกเหนื่อยใจ

“กาแฟร้อนหรือเย็นครับ”

“เฮ้อ โชคดีที่เป็นกาแฟเย็น” เขาถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะตอบ

“ว่าแต่ กาแฟหกใส่เสื้อเธอคนนั้นแล้วทำไม ท่านถึง..”

วรวิทย์ถามเพราะสงสัยในสภาพของเจ้านายหนุ่ม ก่อนชี้ไปที่เสื้อของเขา

“เถียงกันไม่ลงตัวนะ ฉันเองก็ไม่ยอมรับผิด เธอคงโกรธมากเลยสาดกาแฟที่เหลือใส่” เขาเอ่ยพร้อมถอดสูท โยนพาดไปที่พนักพิงเก้าอี้

“แล้วไปทำอีท่าไหนครับ ถึงโดนสาดกาแฟใส่เนี่ย”

คนอยากรู้ยังคงถามต่อเพราะไม่เคยเห็นเจ้านายตัวเองอยู่ในสภาพนี้มาก่อน ตั้งแต่ทำงานด้วยกันมา เห็นแต่งตัวเป๊ะตลอดเวลา

“ก็..เถียงกันไปมานั่นแหละ ฉันคิดว่าเธอคงอยากให้รับผิดชอบเป็นเงิน เลยถามไปว่าจะเอาเท่าไหร่..”

“เธอ...โกรธ”

“อืม โกรธ ไม่พอใจมากด้วย บอกไม่ต้องการเงินของฉัน เสียงดังฟังชัดเชียวแหละ ก่อนจะต่อด้วยประโยคที่ว่า ‘ขอให้คุณรับผิดชอบแบบนี้แล้วกัน’ แล้วกาแฟก็ลอยมาใส่ สภาพก็อย่างที่เห็น แถมบอกอีกว่า ‘แบบนี้ค่อยยุติธรรมหน่อย หายกันแล้วนะ’ จากนั้นก็เดินสะบัดก้นออกจากร้านไปเลย”

เขาเล่าซะละเอียดจนคนฟังนึกภาพตามออก เหมือนอยู่ในเหตุการณ์ด้วย

“ฮ่าๆๆ” วรวิทย์หลุดหัวเราะเสียงดังเมื่อฟังจนจบ

“หัวเราะอะไรวะ” คนถูกหัวเราะขึงตามองอย่างคาดโทษเพราะเรื่องที่เขาเล่ามันไม่ตลกเลยสักนิด

“ขอโทษครับท่าน มันตลกท่านเจอคนจริงเข้าให้แล้ว ผมเดาว่าท่านคงไม่ได้พูดขอโทษเธอด้วย”

“อืม”

“เธอคงแค่อยากได้ยินคำว่าขอโทษมากกว่าอยากได้เงินของท่านน่ะครับ แค่ชุดเลอะเธอก็คงรู้สึกแย่มากแล้ว ยังต้องมาเจอคนไม่ยอมใครแบบท่านด้วย เลยทำให้อารมณ์เสียไปอีก แล้วมีใครได้รับบาดเจ็บมั้ยครับ”

“ไม่มี แค่สภาพเละดูไม่ได้ด้วยกันทั้งคู่ แต่ร้านเขานะสิ พื้นเลอะไปหมด”

“ไปล้างตัวก่อนเถอะครับ ผมจะเตรียมชุดใหม่ให้สิบโมง เรามีคุยสรุปแบบโครงการบ้านเดี่ยวที่จะสร้างที่สมุทรสาครครับ”

“อืม” ว่าแล้วเขาก็ไปจัดการกับตัวเองให้พร้อมสำหรับการประชุมในวันนี้

ตอน 2

อีกด้าน..

“ไปฟัดกับหมาที่ไหนมา ทำไมสภาพถึงเป็นแบบนี้เนี่ยยัยดาว”

แพรไหมที่เห็นสภาพเพื่อน เลอะไปด้วยคราบสีน้ำตาลเต็มเสื้อนักศึกษากล่าวทักขึ้นทันทีที่เจอหน้ากัน

“ฟัดกับหมามายังไม่เสียใจเท่ากับ โดนไอ้ขยะเปียกปล่อยสารพิษใส่เลย”

หญิงสาวบ่นอย่างหัวเสีย เมื่อต้องนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อสักครู่

“ไอ้ขยะเปียก” แพรไหมทวนคำอย่างงุนงง พร้อมส่งสายตาเป็นเชิงถาม

“ก็ซวยนะสิแก ตอนออกจากร้านกาแฟ เจอคนบ้าที่ไหนไม่รู้ เดินไม่ดูตาม้าตาเรือผลักประตูพุ่งเข้ามาชนฉัน จนกาแฟหกใส่เนี่ย” หญิงสาวเล่าก่อนจะบ่นต่อ

“พูดแล้วก็ยังไม่หายโมโหเลยนะ ขอโทษสักคำยังไม่มีเลยแถมยังจะมาโทษว่าเป็นความผิดของฉันอีก ทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายผิดเองแท้ ๆ ที่เปิดประตูเข้ามาทั้งที่ป้ายก็ติดว่าให้ดึง ไม่ขอโทษไม่ว่า ยังจะเอาเงินมาฟาดหัวกันอีก เกลียดจริง ๆเลยคนแบบนี้”

นิศราบ่นอย่างหาที่ระบาย อารมณ์ตอนนี้เธอหงุดหงิดมาก เพราะต้องไปส่งงานอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยในสภาพนี้ เพราะไม่มีเวลากลับไปเปลี่ยนชุดใหม่แล้ว

“แล้วทำไมถึงได้โกรธขนาดนี้เนี่ย คงไม่ใช่แค่เพราะชุดเลอะใช่มั้ย”

แพรไหมถามเพื่อนรักที่ ปกติเป็นคนไม่ค่อยถือสาใคร ยิ่งหากเป็นแค่อุบัติเหตุเพื่อนของเธอ น่าจะให้อภัยกับเรื่องแค่นี้ได้ นี่คงมีอะไรมากกว่านี้แน่ ๆ

“โกรธเพราะเขาไม่ขอโทษ แถมถามฉันด้วยนะ ‘เธอรู้มั้ยว่าเสื้อตัวนี้มันราคาเท่าไหร่’ ฉันฟังแล้วขึ้นเลยพูดแล้วก็หงุดหงิด”

คนเล่าที่อารมณ์โกรธยังไม่จาง เล่าไปด้วยก็บ่นไปด้วย แถมล้อเรียนเสียงและท่าทางของชายหนุ่มที่เจอวันนี้ให้เพื่อนดู

“ฮ่าๆๆ เขาคงไม่ได้ตั้งใจหรอก มันคงเป็นแค่อุบัติเหตุ อย่าอารมณ์เสียไปเลย” คนฟังก็ขำกับท่าทางของเพื่อน ก่อนจะปลอบให้อารมณ์เย็นลง

“ไม่ตั้งใจก็ต้องขอโทษสิ นี่ไม่ปริปากพูดออกมา แถมยังมีหน้าจะให้คนอื่นรับผิดชอบอีก ฉันยอมคนประเภทนี้ซะที่ไหนล่ะถามหาความรับผิดชอบมา ฉันก็เลยจัดให้เลย”

รอยยิ้มน้อย ๆ เริ่มผุดออกมาข้างแก้มของคนเล่าอย่างพอใจ

“แล้วเขารับผิดชอบแกยังไง”

“หุหุ ตอนที่เขาถามฉันว่าจะเอาเท่าไหร่ ฉันก็เลยตอบเสียงดังฟังชัดไปว่า ฉันไม่ได้ต้องการเงินของเขา ก่อนจะสาดกาแฟที่เหลือในแก้วนั่นแหละใส่ไปเลย ไหน ๆก็เลอะแล้วก็ให้มันเลอะไปด้วยกันนั่นแหละแฟร์ดี”

นิศราเล่าไปก็ยิ้มสะใจไปด้วย แต่ทำเอาคนฟังถึงกับตกใจและส่ายหัวเลยทีเดียว

“ไอ้ดาว แกนี่มันร้าย ฉันล่ะสงสารคู่กรณีของแกจริง ๆ”

“ไม่ต้องไปสงสารเลยแก ต้องสมน้ำหน้าสิถึงจะถูก ขอโทษก็จบละ ดันมาอวดร่ำอวดรวยก็ต้องเจอแบบนั้นแหละ”

“เอาล่ะๆ ไม่ต้องโกรธแล้ว ทีนี้จะเอายังไงต่อชุดเลอะหมดแล้ว ต้องไปส่งวิทยานิพนธ์ไม่ใช่เหรอ”

“เออจริงด้วย ..ลืมไปสนิทเลย ตายแล้ววิทยานิพนธ์ของชั้น”

เมื่อนึกขึ้นได้ว่ามีภารกิจสำคัญ หญิงสาวก็ลุกลี้ลุกลนหยิบกระเป๋าผ้าที่ใส่เล่มวิทยานิพนธ์ขึ้นมาดู หากเลอะกาแฟไปด้วยเธอต้องซวยแน่ ๆ ล่ะทีนี้

“ขอบคุณ คุณพระ คุณเจ้า” หญิงสาวยกมือขึ้นไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หลังหยิบเล่มวิทยานิพนธ์ขึ้นมาดูแล้วพบว่ายังปลอดภัยดีเช่นเดิม

“เป็นยังไงบ้างเลอะมั้ย” แพรไหมที่ลุ้นไปด้วยเอ่ยถาม

“ปลอดภัยดีจ๊ะ งั้นฉันไปก่อนนะเดี๋ยวจะไม่ทันไว้เจอกัน”

ทันทีที่คิดได้ว่าต้องรีบไปก่อนจะหมดเวลารับเอกสารไม่อย่างนั้นเธอต้องเรียนซ้ำชั้นกับรุ่นน้องอีกปีเป็นแน่

“เดี๋ยวสิดาว จะไปทั้งแบบนี้นี่นะ”

“อืม ไม่มีเวลาแล้วเดี๋ยวโทรหานะ”

ไม่รอฟังคำตอบ นิศราก็รีบวิ่งไปโบกแท็กซี่แล้วขึ้นรถออกไปเลย ปล่อยให้เพื่อนรักยืนมองตามหลังอย่างเอาใจช่วย

แพรไหมและนิศราเป็นเพื่อนที่เข้าเรียนมหาวิทยาลัยรุ่นเดียวกัน แต่ด้วยเหตุผลทางบ้านทำให้นิศราต้องดรอปเรียนในปีสุดท้าย ทำให้จบช้ากว่าเพื่อนๆ คนอื่น

อากาศที่ถูกปกคลุมด้วยเหล่าก้อนเมฆสีดำเมื่อช่วงเช้า มาตอนนี้กลายเป็นกลุ่มเมฆฝนปกคลุม ไปทั่วบริเวณที่เธออยู่ ตลอดทางที่นั่งรถมา ทั้งลมทั้งฝนโหมกระหน่ำตกลงมายังกับมีพายุเข้าทำให้การจราจรติดยาวเป็นรถไฟ

หญิงสาวเริ่มนั่งไม่ติดเพราะเวลาเหลือน้อยลงทุกที ตอนนี้รถแทบจะไม่ขยับเลย เดิมทีเธอเผื่อเวลาไว้คุยกับเพื่อน ๆ รุ่นน้อง ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปทำงาน แต่ตอนนี้แค่ไปส่งงานให้ทันเวลาก็พอ -วันนี้ช่างเป็นวันที่โชคร้ายของเธอจริง ๆ- หญิงสาวคิด

รถแท็กซี่แล่นมาจอดยังจุดหมาย นั่นคือมหาวิทยาลัยที่เธอศึกษาอยู่ สายฝนที่ตกหนักเมื่อสักครู่ก็เริ่มตกเบาบางลง แต่ในบริเวณมหาวิทยาลัยก็ยังคงมีเม็ดฝนปรอยลงมาอย่างต่อเนื่อง และมีคลื่นน้ำบนถนนของมหาวิทยาลัย ทำให้หลายช่วงเกิดเป็นคลื่นสึนามิขนาดย่อม จากน้ำที่ขังรอการระบายเมื่อมีรถวิ่งผ่านสวนกัน จะเกิดคลื่นซัดเข้าหาฟุตบาทเป็นช่วง ๆ

เธอคงเดินริมถนนไม่ได้เสียแล้ว ไม่อย่างนั้นสภาพคงแย่กว่านี้ เมื่อลงจากแท็กซี่ได้หญิงสาวรีบวิ่งเข้าตึกของคณะที่ใกล้ที่สุดก่อนทันที เพื่อไม่ให้เอกสารที่เตรียมมาส่งเปียก จากนั้นค่อยเดินทะลุผ่านตึกจนในที่สุดเธอก็มาถึงคณะที่เธอเรียน โดยที่ของสำคัญยังคงปลอดภัย

ตอน 3

“นักศึกษา ทำไมมาสภาพนี้” อาจารย์ในคณะที่เห็นสภาพดูไม่ได้ของลูกศิษย์ตน เอ่ยถามขึ้นทันที

“เกิดอุบัติเหตุขึ้นนิดหน่อยค่ะอาจารย์ หนูมาส่งเล่มวิทยานิพนธ์ค่ะ”

“จ๊ะ เข้ามาก่อน เอานี่เช็ดผมซะเดี๋ยวจะไม่สบายเอา”

อาจารย์สาวยื่นผ้าขนหนูสีขาวให้ลูกศิษย์ ก่อนจะก้มลงตรวจเอกสารให้ เธอรับมาอย่างขอบคุณ

“เรียบร้อยแล้วนะ อาจารย์ยินดีด้วยในที่สุดก็จบสักทีต่อไปก็ขอให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานนะ”

“หนูต้องขอบคุณอาจารย์มาก ๆ เลยนะคะ ที่ช่วยเหลือหนูตลอดสองปีที่ผ่านมา ถ้าไม่ได้อาจารย์ช่วยหนูก็คงยังไม่จบ”

“เป็นหน้าที่ของอาจารย์ ที่ต้องส่งลูกศิษย์ให้ถึงฝั่ง แต่ทั้งหมดนี่เป็นเพราะความขยันอดทนของตัวหนูเอง อาจารย์แค่ช่วยในเรื่องที่ช่วยได้ ต่อไปก็เริ่มต้นชีวิตใหม่นะ ที่ผ่านมาก็ถือซะว่าเป็นบทเรียนให้ชีวิตเราแข็งแกร่งขึ้น อาจารย์เชื่อว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาก็ทำให้นักศึกษาโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มีความรับผิดชอบมากขึ้น ถ้าเป็นคนอื่นอาจไม่สู้จนทำให้ชีวิตแย่ลงมากกว่านี้อีก เอาข้อดีเหล่านี้มาปรับใช้กับชีวิตนะ อาจารย์เอาใจช่วย”

อาจารย์พูดพร้อมลูบศีรษะลูกศิษย์สาว ด้วยความเอ็นดู เธอรู้ว่าตลอดสองปีที่ผ่านมา ลูกศิษย์ของตนต้องผ่านอะไรมาบ้าง ต้องใช้ความพยายามและอดทนมากแค่ไหน ถึงมีวันนี้ได้

“ขอบคุณค่ะ หนูกลับก่อนนะคะ”

นิศรากล่าวด้วยความซาบซึ้งใจก่อนปาดน้ำตา เดินจากไปเธอรู้สึกขอบคุณจริง ๆ เธอเป็นคนเดียวในรุ่นที่จบช้ากว่าเพื่อน ๆเพราะปัญหาของครอบครัว ทำให้เธอต้องดรอปเรียน

เพื่อนๆ รุ่นเดียวกันกับเธอต่างเรียนจบ มีงานทำกันหมดแล้ว การต้องเรียนกับรุ่นน้องและจบหลังเพื่อนทำให้เธอรู้สึกกดดันว้าเหว่มาก แต่ก็อดทนจนผ่านมันมาได้ มองทุกอย่างให้เป็นเรื่องธรรมดา ต่อให้ใครต่อใครจะพูดถึงเธอในทางที่ไม่ดีบ้างก็ตาม

สองปีแล้ว สองปีเต็ม ๆ กับชีวิตที่พลิกผันของเธอจากลูกคุณหนูที่มีพร้อมทุกอย่าง ตั้งแต่เล็กจนโตเธอไม่เคยต้องพบเจอความยากลำบากเลยสักครั้ง เธอถูกเลี้ยงมาดั่งไข่ในหินจนกระทั่งธุรกิจของบิดาถูกเพื่อนรักที่ไว้ใจ หักหลังโกงเงินบริษัทจนทำให้บริษัทโดนฟ้องร้อง และมีปัญหาด้านการเงิน ทำให้บริษัทเกือบล้มละลาย พี่ชายคนเดียวของเธอจึงต้องกลับมาช่วยงานที่บ้าน ยอมทิ้งความฝันของตัวเอง มาบริหารบริษัทที่กำลังจะไปไม่รอด เป็นบริษัทที่บิดาและมารดาของเธอสร้างมาด้วยกัน

ทรัพย์สินเกือบทั้งหมดที่บิดาสร้างไว้ ถูกขายมาใช้หนี้บางส่วนนำมาใช้จ่ายหมุนเวียนในบริษัท ที่มีพนักงานหลายร้อยคนฝากชีวิตเอาไว้

ทั้งเธอและพี่ชายจึงต้องทุ่มเทเวลาทั้งหมด มาช่วยกันแก้ไขปัญหาและบริหารงานจนบริษัทดีขึ้น การเรียนจบจึงเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในชีวิตเธอที่จะมาช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวได้โดยไม่มีอะไรค้างคาใจ

หญิงสาวมีวุฒิการศึกษาที่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับหน้าที่การงาน ที่ตนเองรับผิดชอบในบริษัทได้ เธอจบ Interior Design ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญของบริษัทรับออกแบบตกแต่งภายใน

ด้วยความเป็นคนรุ่นใหม่ ความคิดแปลกใหม่ ทำให้สองพี่น้องต้องช่วยกันพิสูจน์ตัวเองด้วยผลงาน เพื่อให้พนักงานในบริษัทรวมถึงคู่ค้ามั่นใจและเชื่อมั่น เมื่อธุรกิจเริ่มดีขึ้นก็ต้องหาต้นตอของคนที่ทำผิด เพื่อเรียกชื่อเสียงของบริษัทที่เสียไปกลับมาให้ได้

‘บ้าเอ๊ย วันซวยแท้ ๆ โดนกาแฟเหนียว ๆ แล้วยังมาโดนฝนต่ออีก’ นิศราสบถกับตัวเองในใจ ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาโทรหาพี่ชาย

“พี่ดินเลิกงานหรือยังคะ แวะมารับดาวได้มั้ยดาวอยู่ร้านเครื่องเขียนใกล้ ๆ มหาลัย ฝนตกหนักมากเลยค่ะ”

“โอเคพี่อยู่ใกล้ ๆ พอดี เข้าไปรอในร้านก่อนนะพี่จะรีบไป”

ฝนทยอยตกลงมาไม่ขาดสาย หลังจากตั้งเค้ามาแต่เช้าหญิงสาวที่ตัวเลอะตั้งแต่เช้า เจอฝนที่มาสมทบอีกทำให้รู้สึกตัวเหนียวเหนอะหนะไปทั้งตัว ยิ่งเห็นสภาพตัวเองยิ่งนึกโมโหคนที่ทำให้เธอต้องเดินตัวเหนียวทั้งวันแบบนี้

นิศราหลับตาสูดลมหายใจเข้าออกลึก ๆ เพื่อให้ตนเองใจเย็นลง ก่อนวิ่งเข้าไปในร้านหนังสือ เดินเลือกซื้อของรอพี่ชายมารับ ขณะเดียวกันชายหนุ่มอีกคน ยืนมองหญิงสาวที่ตนเจอเมื่อเช้าในชุดเดิม

เขาเห็นตั้งแต่เธอยังยืนอยู่หน้าร้าน สภาพไม่ต่างไปจากเมื่อเช้าเลย นึกแปลกใจทำไมเธอถึงยังไม่เปลี่ยนชุดใหม่ แต่ยังคิดไม่ทันจบก็เห็นชายอีกคนวิ่งเข้ามา ถอดเสื้อสูทที่ใส่มาสวมคลุมให้เธอพร้อมโอบไหล่ประคองพาเธอเดินไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์

ก่อนจะพากันเดินออกจากร้านไป ‘ที่แท้ก็เด็กเสี่ย แต่ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงหน้าคุ้นจังว่ะ’ ธีรวัฒน์คิดในใจ

อีกด้าน..

“ไปฟัดกับหมาที่ไหนมา ทำไมสภาพถึงเป็นแบบนี้เนี่ยยัยดาว”

แพรไหมที่เห็นสภาพเพื่อน เลอะไปด้วยคราบสีน้ำตาลเต็มเสื้อนักศึกษากล่าวทักขึ้นทันทีที่เจอหน้ากัน

“ฟัดกับหมามายังไม่เสียใจเท่ากับ โดนไอ้ขยะเปียกปล่อยสารพิษใส่เลย”

หญิงสาวบ่นอย่างหัวเสีย เมื่อต้องนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อสักครู่

“ไอ้ขยะเปียก” แพรไหมทวนคำอย่างงุนงง พร้อมส่งสายตาเป็นเชิงถาม

“ก็ซวยนะสิแก ตอนออกจากร้านกาแฟ เจอคนบ้าที่ไหนไม่รู้ เดินไม่ดูตาม้าตาเรือผลักประตูพุ่งเข้ามาชนฉัน จนกาแฟหกใส่เนี่ย” หญิงสาวเล่าก่อนจะบ่นต่อ

“พูดแล้วก็ยังไม่หายโมโหเลยนะ ขอโทษสักคำยังไม่มีเลยแถมยังจะมาโทษว่าเป็นความผิดของฉันอีก ทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายผิดเองแท้ ๆ ที่เปิดประตูเข้ามาทั้งที่ป้ายก็ติดว่าให้ดึง ไม่ขอโทษไม่ว่า ยังจะเอาเงินมาฟาดหัวกันอีก เกลียดจริง ๆเลยคนแบบนี้”

นิศราบ่นอย่างหาที่ระบาย อารมณ์ตอนนี้เธอหงุดหงิดมาก เพราะต้องไปส่งงานอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยในสภาพนี้ เพราะไม่มีเวลากลับไปเปลี่ยนชุดใหม่แล้ว

“แล้วทำไมถึงได้โกรธขนาดนี้เนี่ย คงไม่ใช่แค่เพราะชุดเลอะใช่มั้ย”

แพรไหมถามเพื่อนรักที่ ปกติเป็นคนไม่ค่อยถือสาใคร ยิ่งหากเป็นแค่อุบัติเหตุเพื่อนของเธอ น่าจะให้อภัยกับเรื่องแค่นี้ได้ นี่คงมีอะไรมากกว่านี้แน่ ๆ

“โกรธเพราะเขาไม่ขอโทษ แถมถามฉันด้วยนะ ‘เธอรู้มั้ยว่าเสื้อตัวนี้มันราคาเท่าไหร่’ ฉันฟังแล้วขึ้นเลยพูดแล้วก็หงุดหงิด”

คนเล่าที่อารมณ์โกรธยังไม่จาง เล่าไปด้วยก็บ่นไปด้วย แถมล้อเรียนเสียงและท่าทางของชายหนุ่มที่เจอวันนี้ให้เพื่อนดู

“ฮ่าๆๆ เขาคงไม่ได้ตั้งใจหรอก มันคงเป็นแค่อุบัติเหตุ อย่าอารมณ์เสียไปเลย” คนฟังก็ขำกับท่าทางของเพื่อน ก่อนจะปลอบให้อารมณ์เย็นลง

“ไม่ตั้งใจก็ต้องขอโทษสิ นี่ไม่ปริปากพูดออกมา แถมยังมีหน้าจะให้คนอื่นรับผิดชอบอีก ฉันยอมคนประเภทนี้ซะที่ไหนล่ะถามหาความรับผิดชอบมา ฉันก็เลยจัดให้เลย”

รอยยิ้มน้อย ๆ เริ่มผุดออกมาข้างแก้มของคนเล่าอย่างพอใจ

“แล้วเขารับผิดชอบแกยังไง”

“หุหุ ตอนที่เขาถามฉันว่าจะเอาเท่าไหร่ ฉันก็เลยตอบเสียงดังฟังชัดไปว่า ฉันไม่ได้ต้องการเงินของเขา ก่อนจะสาดกาแฟที่เหลือในแก้วนั่นแหละใส่ไปเลย ไหน ๆก็เลอะแล้วก็ให้มันเลอะไปด้วยกันนั่นแหละแฟร์ดี”

นิศราเล่าไปก็ยิ้มสะใจไปด้วย แต่ทำเอาคนฟังถึงกับตกใจและส่ายหัวเลยทีเดียว

“ไอ้ดาว แกนี่มันร้าย ฉันล่ะสงสารคู่กรณีของแกจริง ๆ”

“ไม่ต้องไปสงสารเลยแก ต้องสมน้ำหน้าสิถึงจะถูก ขอโทษก็จบละ ดันมาอวดร่ำอวดรวยก็ต้องเจอแบบนั้นแหละ”

“เอาล่ะๆ ไม่ต้องโกรธแล้ว ทีนี้จะเอายังไงต่อชุดเลอะหมดแล้ว ต้องไปส่งวิทยานิพนธ์ไม่ใช่เหรอ”

“เออจริงด้วย ..ลืมไปสนิทเลย ตายแล้ววิทยานิพนธ์ของชั้น”

เมื่อนึกขึ้นได้ว่ามีภารกิจสำคัญ หญิงสาวก็ลุกลี้ลุกลนหยิบกระเป๋าผ้าที่ใส่เล่มวิทยานิพนธ์ขึ้นมาดู หากเลอะกาแฟไปด้วยเธอต้องซวยแน่ ๆ ล่ะทีนี้

“ขอบคุณ คุณพระ คุณเจ้า” หญิงสาวยกมือขึ้นไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หลังหยิบเล่มวิทยานิพนธ์ขึ้นมาดูแล้วพบว่ายังปลอดภัยดีเช่นเดิม

“เป็นยังไงบ้างเลอะมั้ย” แพรไหมที่ลุ้นไปด้วยเอ่ยถาม

“ปลอดภัยดีจ๊ะ งั้นฉันไปก่อนนะเดี๋ยวจะไม่ทันไว้เจอกัน”

ทันทีที่คิดได้ว่าต้องรีบไปก่อนจะหมดเวลารับเอกสารไม่อย่างนั้นเธอต้องเรียนซ้ำชั้นกับรุ่นน้องอีกปีเป็นแน่

“เดี๋ยวสิดาว จะไปทั้งแบบนี้นี่นะ”

“อืม ไม่มีเวลาแล้วเดี๋ยวโทรหานะ”

ไม่รอฟังคำตอบ นิศราก็รีบวิ่งไปโบกแท็กซี่แล้วขึ้นรถออกไปเลย ปล่อยให้เพื่อนรักยืนมองตามหลังอย่างเอาใจช่วย

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167VDE” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167VDE
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

จอมมารสองใจ
จอมมารสองใจ
นิยายรักดาร์กโรแมนซ์สุดช้ำ เมื่อ สิรินยา ต้องตกเป็นภรรยาตามกฎหมายของ เดลฟีน มาเฟียหนุ่มผู้ไร้หัวใจที่แสดงความรังเกียจเธออย่างเปิดเผย ท่ามกลางความเจ็บปวดที่ทวีคูณและคำพูดทำร้ายจิตใจ เธอจะทนรองรับความเย็นชาของสามีใจร้ายคนนี้ได้นานแค่ไหน อ่านนิยายฟรีดราม่าเข้มข้นสะเทือนอารมณ์ได้แล้ววันนี้
8.8
33 ตอน
ชังรักเมียรับใช้
ชังรักเมียรับใช้
เมื่อคิมพยายามทวงคืนสถานะสามีจากลิล อดีตคนรับใช้ที่เขาเคยผูกพัน ทว่าการกลับมาเจอกันครั้งนี้ในนิยายรักดาร์กโรแมนซ์กลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เมื่อแววตาของเธอมีเพียงความหวาดกลัวและกรีดร้องขับไล่เขาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับความรักในอดีตได้กลายเป็นฝันร้ายที่เธออยากลบเลือนไปตลอดกาล
7.8
43 ตอน
กัปตันอัจฉริยะ ยอดหัวใจคือเธอ
กัปตันอัจฉริยะ ยอดหัวใจคือเธอ
เมื่อรักแรกกลายเป็นฝันร้ายที่คอยกดขี่ให้เธอเป็นแค่ตัวแทน 'สือโย่วอี๋' จึงเลือกท้าทายโชคชะตาด้วยการแต่งงานสายฟ้าแลบกับ 'เผยซิงหลิน' กัปตันอัจฉริยะผู้เย็นชา ทว่าหลังจดทะเบียนสมรส ชายหนุ่มที่เคยนิ่งขรึมกลับกลายเป็นคนคลั่งรักสายโหดที่รุกหนักจนเธอแทบรับไม่ไหว นิยายรักดาร์กโรแมนซ์สุดเร่าร้อนที่ห้ามพลาด!
8.9
65 ตอน
บอกแล้วไงว่าจะไม่รัก
บอกแล้วไงว่าจะไม่รัก
เมื่อความผิดปกติทางร่างกายนำมาซึ่งข้อเสนอรักสุดอันตรายที่ยากจะปฏิเสธ นิยายรักโรแมนติกแนวดราม่าเข้มข้นที่จะพาคุณไปพบกับความสัมพันธ์ต้องห้ามที่บีบคั้นหัวใจ เมื่อเขาต้องเลือกระหว่างศักดิ์ศรีกับความปรารถนาส่วนลึก ท่ามกลางสถานการณ์บีบบังคับที่อาจเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล อ่านนิยายสนุกๆ เรื่องนี้ได้เลย
9.6
93 ตอน
หักเหลี่ยมซาตานสีน้ำเงิน
หักเหลี่ยมซาตานสีน้ำเงิน
เมื่อ สโรชา ต้องก้าวเข้าสู่เกมอันตรายในคืนฝนกระหน่ำเพื่อเผชิญหน้ากับซาตานร้ายผู้ทรงอิทธิพล ยิ่งเธอพยายามหลบหนีจากบ่วงพันธนาการนี้มากเท่าไร เสน่ห์อันร้อนแรงของเขากลับยิ่งดึงดูดเธอให้ดิ่งลึกสู่ความคลั่งไคล้ นิยายรักแนวประธานบริษัทสุดดาร์กที่จะทำให้คุณลุ้นจนหยุดหายใจ
9.8
54 ตอน
ตรวนรักโซ่สวาท
ตรวนรักโซ่สวาท
กัญชพรจำต้องเดินจากนวินวรรษมาด้วยความเจ็บปวด แต่ร่างกายและหัวใจกลับยังถูกพันธนาการไว้ด้วยสัมผัสอันเร่าร้อนในอดีต ยิ่งเมื่อรู้ว่ามีพยานรักตัวน้อยในครรภ์ นิยายรักดราม่าเรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับตรวนเสน่หาที่ยากจะตัดขาด หนีอย่างไรก็ไม่พ้นเงาใจของเขา อ่านนิยายฟรีได้แล้ววันนี้
8.8
93 ตอน