ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

ร้านกาแฟ Coffee Friends

"พี่กุ๊กคะ พวกมันมาอีกแล้วค่ะทำยังไงดีคะ"

"ติ๊กไป เร็ว รีบไปล็อกประตู"

กุ๊กไก่พูดเสียงสั่นในขณะที่ซ่อนตัวอยู่หลังเคาน์เตอร์กาแฟอย่างรวดเร็ว

"ไม่ทันแล้วค่ะ หนูก็กลัวค่ะ พะ พวกมันเข้ามาแล้ว"

ติ๊ก พนักงานคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ในร้านกาแฟของกุ๊กไก่พูดขึ้น เด็กสาวอายุเพียงสิบเก้าปี แต่นับว่าใจแกร่งอยู่ไม่น้อย เธอยังคงทำหน้าเรียบเฉย รับออร์เดอร์แล้วยิ้มให้กับลูกค้าที่อยู่ข้างหน้า เสียงของเด็กสาวสั่นอย่างเห็นได้ชัด หากไม่เพราะสงสารเจ้านายสาวเธอคงลาออกไปแล้ว

กุ๊กไก่กำลังคิดหาทางออก เธอต้องผ่านเหตุการณ์นี้ไปให้ได้เพราะร้านของเธอกำลังจะเจ๊ง กระทั่งผู้ชายสองคนสวมหมวกกันน็อกเดินเข้ามาในร้านถามเสียงเหี้ยมจนกุ๊กไก่ขนลุก เธอไม่ต้องการให้ติ๊กที่ไม่รู้เรื่องอะไรต้องมาลำบาก กุ๊กไก่จึงค่อย ๆ ลุกขึ้นอย่างช้า ๆ

เธอตีหน้าขรึมถ้าการเจรจาครั้งนี้ไม่สำเร็จ เธอคงต้องยอมบอกเพื่อนรักทั้งสองคน คิดแล้วก็เศร้าทั้ง ๆ ที่พยายามจะรักษาร้านเอาไว้แท้ ๆ แต่เพราะความเชื่อใจ และไม่เคยดูแลร้านของเธอเลย จึงทำให้ร้านกาแฟสามสาขาของเธอถูกผู้จัดการยักยอกเงินไปจนหมด

เธอยื้อมาได้เกือบปี ด้วยความสามารถของเธอที่ไม่มีอะไรเลยก็ทำให้ร้านขาดทุนยับ มีคู่แข่งมาเปิดที่ฝั่งตรงข้ามลูกค้าหดหายสุดท้ายเธอต้องยอมปล่อยสองร้านนั้นไป เพราะตัวเองไม่เหลืออะไรให้ขายกินอีกแล้ว

สุดท้ายเหลือเพียงร้านนี้ที่นาชาเพื่อนรักของเธอปลุกปั้นขึ้นมา กุ๊กไก่จึงไม่ยอมวางมือ เธอพยายามยื้อสุดชีวิตกระทั่งต้องไปเอาเงินนอกระบบมาจ่ายค่าเช่า

ด้วยดอกเบี้ยที่มหาศาล เธอผู้ไร้ความสามารถก็ไม่มีปัญญาจ่ายอีก เจ้านายของพวกมันยังขอให้เธอเอาตัวเองไถ่ดอก กุ๊กไก่โมโหมากจะหันไปพึ่งใครก็ไม่ได้ ตั้งแต่นาชาและลูกเกดย้ายไปอยู่ต่างประเทศตามสามีเธอก็เหมือนอยู่ตัวคนเดียวในโลกนี้

คิดจะโทรไปสารภาพกับเพื่อนก็หลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็รู้ว่าทั้งสองคนต้องไม่ว่าอะไร ยังจะให้เงินเธอมาอีกแน่ กุ๊กไก่ยิ่งรู้สึกสำนึกผิดจริง ๆ ทั้งหมดเป็นเพราะความเหลวไหลของเธอที่ไม่ดูแลร้านให้ดี จึงคิดจะต่อสู้ให้ถึงที่สุด

"นายสั่งมาวันนี้ถ้าไม่จ่ายก็ไปกับพวกผมดี ๆ ข้อเสนอที่นายให้ยังไม่พอเหรอ"

กุ๊กไก่หลุดจากภวังค์เมื่อผู้ชายตัวใหญ่หุ่นหมี ใส่หมวกกันน็อกเปิดให้เห็นแค่ดวงตาพูดกับเธอ

"ฉันไม่ไปหรอก ให้เวลาหน่อยพักนี้รายจ่ายที่ร้านเยอะยอดขายก็ไม่ค่อยดีถ้ามีแล้วจะเอาไปให้"

เธอพยายามพูดเบา ๆ เกรงว่าลูกค้าที่ยืนสั่งกาแฟอยู่จะได้ยิน

ใช่เธอตกอับ และ อับอายสุด ๆ

แต่ความพยายามของกุ๊กไก่กลับไร้ผล เมื่อผู้ชายคนนั้นหัวเราะเสียงดังราวกับว่ากำลังเลียนเสียงตัวร้ายจากหนักพากย์ฮ่องกงกาก ๆ ตัวหนึ่ง

"ผมมาที่นี่ทุกวัน วันละหลายรอบก็ไม่เห็นว่าคุณจะหาได้ อย่าเสียเวลาเลยถ้าเป็นคนอื่นผมคงลงมือไปแล้ว คุณต้องขอบคุณนายนะที่ถูกใจคุณเข้าไม่งั้นหน้าสวย ๆ นี่คงได้เลือดกบปากแล้วล่ะ"

มันพูดพร้อมกับถอดหมวกกันน็อกออก เมื่อเห็นว่านอกจากลูกค้าซึ่งเป็นคนนอกคนหนึ่งกับผู้หญิงสองคนแล้วไม่มีใครอยู่อีก สายตาน่ารังเกียจมองกุ๊กไก่ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าพร้อมกับเลียริมฝีปาก

"หุ่นแม่งน่าเอาชะมัด สวย ๆ แบบนี้ ท่าทางแบบนี้เอวคงดีว่ะ"

มันพูดออกมาพร้อมกับหันไปหัวเราะด้วยเสียงของตัวร้ายกับเพื่อนตัวโตที่มาด้วยกัน กุ๊กไก่โกรธจนขาดสติ

"ไอ้ชั่วกับผู้หญิงก็คิดจะทำร้ายเหรอ แกมันชาติชั่ว คงเก่งแค่กับผู้หญิงล่ะสิ"

"ถุย อีนี่ปากดีว่ะ"

ว่าแล้วมันก็ถุยน้ำลายลงพื้น กุ๊กไก่แทบช็อกกับความสกปรกที่เกิดขึ้น เธอหยีหน้าค่อย ๆ ก้าวถอยหนีช้า ๆ เมื่อมันยกมือขึ้นทำท่าจะจับคางของเธอ

กุ๊กไก่ทนไม่ไหวแล้วคิดว่าจะแจ้งตำรวจให้จัดการ เธอไม่ปล่อยพวกมันไว้แน่

"ไอ้เลว ออกไปนะ ฉันแจ้งตำรวจแน่"

เธอเริ่มขู่พวกมัน

"กลัวจัง ฮ่า ฮ่า ฮ่า"

เพราะเจ้านายของมันมีอิทธิพลมาก จึงทำให้พวกมันไม่เคยกลัวตำรวจแม้แต่น้อย กลับมองเธอด้วยสายตาหื่นกระหายยิ่งกว่าเดิม ลูกไก่รู้สึกสะอิดสะเอียนแทบจะอ้วกออกมา

เมื่อกุ๊กไก่ขยับหนี ผู้ชายคนนั้นยังขยับตาม ติ๊กมองมาทางเธอกลัวลนลานกระทั่งทำกาแฟหก ถึงจะพยายามทำเป็นไม่สนใจกับการคุกคามของคนพวกนี้เพราะตัวเองไม่อยากเจ็บตัวด้วย

แต่เจ้านายเดือดร้อนขนาดนี้แล้วจะทำยังไงดี

ผู้ชายคนนั้นเดินอ้อมมาหลังเคาน์เตอร์ กุ๊กไก่ขยับถอยจนเกือบจะชนติ๊ก

"อย่าเข้ามานะ แกกล้าทำเหรอฉันจะฟ้องเจ้านายแก"

"เอาสิ กว่าจะถึงมือเจ้านายมึงก็เป็นเมียกูแล้ว"

มันพูดพร้อมกับหัวเราะ

กุ๊กไก่ตกใจเมื่อมันทำท่าจะจับตัวเธอ หญิงสาวหันไปหยิบกาแฟร้อนในมือของติ๊กที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้าง ๆ สาดเข้าไปเต็ม ๆ มันร้องโอดโอยออกมาแล้วยกมือปิดหน้า

กุ๊กไก่ดึงมือติ๊ก จะหนีออกอีกด้านของเคาน์เตอร์แต่ถูกผู้ชายอีกคนขวางเอาไว้ ตอนนี้เป็นเวลาเย็นใกล้ปิดร้านแล้ว คนบริเวณนี้จึงแทบไม่มีและไม่มีใครสนใจว่าเกิดอะไรในร้านกาแฟแห่งนี้

"จะหนีไปไหน"

ไอ้คนนั้นพูดขึ้น กุ๊กไก่กอดติ๊กแน่นเธอต้องปกป้องลูกน้องที่ซื่อสัตย์ของเธออย่างสุดชีวิต ก่อนที่ผู้ชายคนนั้นจะลงมือฉับพลันนั้น เขาก็ร่วงลงไปกองที่พื้น เพราะถูกคนกระทืบโดยไม่ตั้งตัว

ผู้ชายคนนั้นที่มาช่วยพวกเธอเอาไว้ เดินผ่านหลังเคาน์เตอร์เฉียดเธอไปเล็กน้อย แล้วจัดการกับผู้ชายที่กุ๊กไก่สาดน้ำร้อนใส่อย่างรวดเร็ว ไม่นานผู้ชายคนนั้นก็ร่วงลงไปกับพื้นเช่นกัน

เพียงแต่ข้าวของในร้านพังเสียหายไปบางส่วน ด้วยถูกผู้ชายใจดีที่เข้ามาช่วยเหลือ หยิบมาเป็นอาวุธฟาดคนที่กำลังเสียท่าจนเยิน เขายังลากผู้ชายตัวใหญ่ทั้งสองคนด้วยมือข้างเดียวไปกองรวมกันที่หน้าร้านพร้อมกับโทรแจ้งตำรวจทันที

กุ๊กไก่และติ๊กวิ่งไปที่หน้าร้านเห็นเขากำลังใช้ผ้าเช็ดมือของร้านเธอมัดมือและเท้าของคนทั้งสองเอาไว้อย่างแน่นหนา การต่อสู้ที่รวดเร็วปานสายฟ้า และความเก่งของเขาทำให้กุ๊กไก่คิดว่า เขาอาจจะเป็นนักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิกก็เป็นได้ เพราะเก่งแบบหาตัวจับยากขนาดนี้

ตอนนี้คนถึงเริ่มมามุงดูที่หน้าร้านของเธอแล้ว กุ๊กไก่และติ๊กจึงพากันเดินเข้าในร้านและล็อกประตูจนเรียบร้อย หลังจากที่เชิญผู้ชายคนนั้นเข้ามาข้างใน เธอจึงมีโอกาสมองหน้าเขาชัด ๆ และนั่นทำให้กุ๊กไก่ตกตะลึง

"โอ้ หล่อเชี้ยๆ"

จิตใจของกุ๊กไก่ล่องลอยไปไกล ทั้งเพ้อละเมออย่างที่ไม่สามารถควบคุมได้ นี่คงเป็นตามที่สำนวนจีนเคยกล่าวไว้

วีรบุรุษช่วยสาวงาม กรี๊ดดดดดดดด

ไม่แน่ว่าฟ้าอาจจะส่งคู่ฟ้าประทานลงมาให้เธอแล้ว เขาต้องเป็นเนื้อคู่ของเธอแน่นอน สุดหล่อที่เข้ามาช่วยเธอในยามตกยาก

นี่มันเข้าพล็อตนิยายรักหวานแหววแล้ว อร๊ายยย เขินจัง

เธอคิดไปไกลถึงสุดขอบฟ้า ในขณะที่ผู้ชายสุดหล่อยังยืนหน้าเป็นและไม่มีทีท่าว่าจะตกตะลึงในความสวยของเธออย่างพล็อตนิยายเลยสักนิด

กุ๊กไก่กระแอม พลางประเมินเขาด้วยสายตาอีกรอบ ท่าทางเขาคงอายุเท่า ๆ เธอ แต่เอ๊ะ ยิ่งมอง ทำไมยิ่งดูคุ้นหน้าคุ้นตาจังเลย หรือว่า....

จะเคยพบกันในชาติปางก่อน

"ขอบคุณนะคะ ถ้าไม่ได้คุณนี่ฉันแย่แน่ เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ" กุ๊กไก่ทำเสียงสองตาใสถามเขาทันที

"ไม่เจ็บหรอก ไม่ต้องกลัวนะเราเรียกตำรวจแล้ว เดี๋ยวก็มา พวกมันมาบ่อยเหรอเกิดอะไรขึ้นเล่าให้ฟังหน่อย"

กุ๊กไก่ยังมึนอยู่ ทำไมเขาถึงได้พูดแบบสนิทกับเธอขนาดนี้ หญิงสาวกลอกตาหลายรอบ พยายามคิดว่าเป็นเพื่อนนายแบบคนไหนที่เธอลืมไปหรือเปล่า แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออก

"ก็ไม่มีอะไรค่ะ"

ในเมื่อคิดไม่ออกว่าเขาเป็นใคร เธอจึงไม่ยอมเล่า

"ว่าแต่ว่า เสื้อของคุณยับแล้วค่ะ ตรงนี้ค่ะ"

เธอจิ้มนิ้วไปที่หน้าอกของเขาทำท่าทางตกอกตกใจ ที่ทำให้เขาลำบาก

"อุ๊ย แข็งจัง กล้ามทั้งนั้นเลยใช่หรือเปล่าคะ"

เธอบอกทำท่าทางเขิน ๆ อย่างน่ารัก ในขณะที่ติ๊กมองเจ้านายด้วยความตกตะลึง เพิ่งเจอเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานมา พี่กุ๊กไก่ยังสามารถเต๊าะผู้ชายได้หน้าตาเฉย ในขณะที่เธอกลัวจนแทบฉี่จะราดอยู่แล้ว

"พูดเพราะจังเลยนะ จำเราไม่ได้จริง ๆ เหรอ"

ผู้ชายคนนั้นกลับพูดแบบนี้ กุ๊กไก่ยิ่งสมองหมุนเธอจ้องหน้าเขาทั้งยังพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ถามว่าคุ้นหรือเปล่า ก็ ดูคุ้นตาอยู่มาก แต่คิดยังไงเธอก็คิดไม่ออก

กระทั่งเขายกมือเขกที่ศีรษะของเธอเบา ๆ

"ยังเหมือนเดิมเลยนะ โง่เหมือนเดิมเลย โง่และอวดดีไม่เปลี่ยนไปเลยจริง ๆ"

คำพูดแบบนี้ น้ำเสียงแบบนี้ มัน...คุ้น...ยิ่งกว่า....คุ้น..อีก

"นายเป็นใคร บอกฉันมานะ" เธอจึงถามออกไปด้วยท่าทางหวาดระแวง

ตอน 2

ไม่กี่นาทีต่อมากุ๊กไก่ก็นั่งเผชิญหน้ากับผู้ชายแปลกหน้าที่เคยเป็นคนคุ้นเคยที่สุดคนหนึ่งของเธอ

"นายคืออชิจริง ๆ เหรอ"

ชายหนุ่มยกกาแฟขึ้นดื่มแล้วพยักหน้า

"แน่นอนสิ จำไม่ได้จริง ๆ เหรอ"

กุ๊กไก่ส่ายหน้า และพูดตามตรง

"แต่ก่อนนายไม่ใช่แบบนี้นี่ นายคือไอ้อ้วนอชิไม่ใช่เหรอ"

นอกจากใบหน้าที่หล่อเหลาขั้นเทพของเขาแล้ว กุ๊กไก่ยังเผลอมองรูปร่างสูงโปร่งที่พอเหมาะพอเจาะ เมื่อก่อนเธอรู้ว่าเขาเป็นคนสูง แต่เพราะเขาเจ้าเนื้อจึงดูแตกต่างจากตอนนี้เป็นอย่างยิ่งและหลายปีที่ไม่ได้เจอกันผู้ชายคนนี้กลับสูงขึ้นกว่าเดิมมาก

กุ๊กไก่เคลื่อนสายตาอย่างช้า ๆ มองไปจนถึงริมฝีปากสุดเซ็กซี่ของเขา จู่ ๆ เธอก็รู้สึกร้อนขึ้นมา

วันนี้อชิสวมเสื้อยืดสีขาว ทำให้กุ๊กไก่อยากสาดน้ำสักแก้วใส่เขาเพื่อมองดูว่าข้างในนั้นจะมีซิกแพคแน่น ๆ หรือว่าจะเป็นก้อนไขมันหนากันแน่ กระทั่งเธอเลื่อนสายตาลงต่ำและหยุดสายตาที่ตรงนั้นอย่างลืมตัว

คิดอย่างเป็นจริงเป็นจังว่าในเมื่อเขาผอมลง ตรงนั้นมันจะหดลงด้วยหรือเปล่า?

อชิกระแอม

"มองพอหรือยัง ถ้าจะมองกันขนาดนี้เธอขอให้ฉันถอดเสื้อผ้าให้ดูเลยดีกว่า"

กุ๊กไก่พยายามระงับอารมณ์ทั้งหมดที่กำลังพุ่งสูงขึ้น ปรับสีหน้าให้เป็นปกติแต่ยังเผลอเลียริมฝีปากไม่ได้ เธอยังเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย

"ก็ไม่มีอะไรน่ามองสักเท่าไหร่นี่"

เพื่อไม่ให้ตัวเองขายหน้ากุ๊กไก่จึงรีบพูดขึ้นเธอยังหันหน้าออกไปดูนอกร้านอีกด้วย

อชิยักไหล่ท่าทางดูดีเป็นอย่างยิ่ง กุ๊กไก่จึงเอาแต่คิดว่าผู้ชายคนนี้ไม่ว่าจะทำอะไรกิริยาท่าทางล้วนน่ามองจนสามารถดึงสายตาของเธอได้เป็นอย่างดี

"บอกไม่มีอะไรน่ามอง แต่เห็นจ้องเป้าฉันแทบจะทะลุ"

กุ๊กไก่สะอึก แต่คนอย่างเธอมีหรือจะยอมแพ้ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำก็ผ่านมาแล้ว เธอเอียงคอมองเขากุ๊กไก่จำได้ว่าอชิคนนี้แต่ก่อนขี้อายขนาดไหน และเธอก็ยังไม่ลืมความเจ็บช้ำที่เขาปฏิเสธเธอในวันนั้น

เป็นรักแรกของฉันนับว่าเป็นวาสนาแท้ ๆ แต่กลับปฏิเสธฉันได้ยังไง แน่ล่ะ ฉันอยากจะเอาคืน

เธอหัวเราะออกมาแล้วบอกเขาว่า

"ก็ตรงนั้นน่ะ ฉันแค่สงสัยว่ามันจะหดเหมือนร่างกายของนายหรือเปล่า"

อชิมองเธอด้วยสายตาค่อนข้างเย็นชา

"เธออยากรู้จริง ๆ เหรอ"

คราวนี้กุ๊กไก่ยักไหล่

"ก็นิดหน่อย"

คำพูดว่านิดหน่อยนั้นช่างตรงข้ามกับความอยากรู้อยากเห็นที่มีมากมายเกินบรรยายในใจเธอเหลือเกิน

อชิหัวเราะเมื่อเห็นท่าทางประหลาดของคนที่บอกว่านิดหน่อย แต่สายตาคู่หวานนั้นกลับจ้องมาที่เป้ากางเกงของเขาด้วยความสงสัยใคร่รู้

เขาขยับมานั่งที่เก้าอี้ตัวข้าง ๆ ของเธอ แล้วฉวยมือเรียวของกุ๊กไก่ทันที กุ๊กไก่ตกใจพยายามที่จะดึงมือของตัวเองหนี แต่อชิกลับพูดว่า

"ไหนบอกอยากรู้ไงล่ะ แค่ฉันจับมือก็กลัวแล้วเหรอ"

กุ๊กไก่ถลึงตาใส่เขา

"ฉันจะกลัวอะไรนาย คนอย่างนายมีอะไรน่ากลัวกัน"

แล้วเธอก็ปล่อยให้เขาจับมือของเธอ อชิแบบมือเรียวของกุ๊กไก่เบา ๆ

"ถ้าไม่กลัว"

คำพูดติดอยู่ที่ริมฝีปากของเขา กระทั่งเขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้เธอ

"อยากจับดูมั๊ยล่ะ"

กุ๊กไก่สำลักจนไอออกมา เธอมองไปรอบ ๆ ร้านอย่างระแวงกลัวจะมีใครอยู่แล้วได้ยินเรื่องที่พวกเธอคุยกัน เพราะวันนี้เกิดเรื่องเธอจึงให้พนักงานกลับไปก่อนแล้ว

ถึงจะไม่ได้เจอกันนานหลายปี แต่กุ๊กไก่กับสามารถต่อติดความรู้สึกสนิทสนมกับอชิได้อย่างรวดเร็ว เพราะเขาคือคนเดียวที่เธอคิดว่าเป็นครอบครัวที่ยังเหลืออยู่ในโลกนี้ของเธอ

ถึงจะไม่ได้เจอกันนานแต่ความสัมพันธ์ของพวกเขาผูกพันธ์และลึกซึ้งแค่ไหนคนสองคนย่อมตระหนักได้โดยไม่มีวันเปลี่ยนแปลง เพียงแต่ว่าเขาทำให้เธอโกรธมานานเกินไป นานจนเธอพยายามจะไม่มองเขาเป็นญาติเพียงคนเดียวอีก

เธอยังโกรธที่เขาทำให้เธอขายหน้าในตอนนั้นและหลังจากนั้นเขาก็หายไปจากชีวิตของเธอโดยไม่ติดต่อมาอีก แม้ว่าเธอจะพยายามอยู่หลายปีเพื่อค้นหาอชิ แต่ผู้ชายคนนี้ก็หายไปราวกับตายไปแล้ว

สุดท้ายเธอจึงเลิกพยายามที่จะตามหาเขาอีก คิดว่าถ้ามีวาสนาสักวันคงได้เจอกันอีก กับเขาผู้ชายที่เคยเป็นทุกอย่างในชีวิตของเธอ

"ว่าไงล่ะ ไม่กล้าแล้วเหรอ" อชิย้ำถาม ทั้งยังโบกมือผ่านหน้าเธอเมื่อกุ๊กไก่เหมือนจะเหม่อลอยไปแล้ว

กุ๊กไก่มองเขาแล้วหัวเราะเสียงดังดึงความคิดของตัวเองที่กำลังเตลิดให้กลับมาทันที

"นายหายไปนานแค่ไหนจนฉันลืมไปแล้ว และไม่คิดว่านายจะเปลี่ยนตัวเองได้ขนาดนี้ พอไม่มีฉันแล้วก็หล่อเลยนะ ไอ้เลว ทิ้งฉันไว้คนเดียวแล้วกล้าดียังไงกลับมาหาฉันอีก ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือยังไงวะ"

อชิยกมือขึ้นเหมือนกับจะขอโทษ

"จะด่ายังไงก็ด่าแต่อย่าเยอะมากเดี๋ยวสำนึกผิดไม่ทัน ที่หายไปนี่ก็เพราะไปหาเงินไง เธอชอบเงินไม่ใช่เหรอถ้าฉันไม่รวยฉันไม่กล้ามีหน้ามาเจอเธอหรอก"

"เห๊อะ รู้ดี อีกอย่างนายก็รู้ว่าฉันไม่ชอบให้ใครมาท้าทายโดยเฉพาะคนขี้ขลาดอย่างนายคิดยังไงมาท้าฉันแบบนี้ ไม่กลัวว่าฉันจะกล้าจับมันจริง ๆ เหรอ แค่ไอ้หนอนเล็ก ๆ ของนายฉันจับมาตั้งแต่เด็กจนชินมือไปแล้ว"

อชิยิ้มเธอรู้ว่าเขากำลังยิ้มยั่วเธอ

"เธอไม่กล้าหรอก ฉันรู้ดีแต่ก่อนก็ทำเป็นอวดดีแต่ก็เป็นคนที่ขี้ขลาดคนหนึ่ง ตอนนี้หนอนเล็กเป็นหนอนใหญ่มาก ระวังมันจะกัดมือขาด"

กุ๊กไก่เชิดหน้าขึ้น แค่นเสียงเย็นออกมา

"ฉันเปลี่ยนไปแล้ว ไม่กลัวอะไรแล้ว เพราะใครล่ะที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้"

อชิเหมือนจะสลดลงไปเล็กน้อย

"ฉันก็กลับมาแล้วนี่ไง ยากจนไม่ใช่เหรอตอนนี้ เจ้าชายของเธอมาแล้ว"

เธอไม่ได้ฟังเขาโอ้อวด เมื่อเวลานี้โอกาสของกุ๊กไก่มาถึง เธอสะบัดมือของอชิออกแล้วขยับมือว่องไวไปที่เป้ากางเกงของเขาเธอคลำอยู่ชั่วครู่ และเธอก็ไม่สามารถสัมผัสอะไรได้ นั่นทำให้กุ๊กไก่เปล่งเสียงหัวเราะขบขันออกมา

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า นายนี่มันเล็กเหมือนใจของนายจริง ๆ ยังมีหน้ามาท้าทายฉันอีก"

กุ๊กไก่หดมือของตัวเองกลับมาวางไว้บนโต๊ะ ในขณะที่ใบหน้าของอชิเปลี่ยนเป็นสีแดง

"ผู้หญิงลามกอาศัยทีเผลอลวนลามชาวบ้าน"

กุ๊กไก่ทำท่าล้อเลียน

"ใครให้นายมาท้าทายฉันก่อนล่ะ เล็กแบบนี้อย่ามาทำให้ฉันเสียเวลาเลย"

"นั่นมันเพราะเธอจับไม่ถูกที่และเธอจับเร็วเกินไปเลยไม่ทันเจอ"

"โอ๊ย ยังจะแก้ตัวอีกยอมรับเถอะว่าเล็กฉันรับรองว่าจะไม่บอกใครหรอก"

กุ๊กไก่ยังหัวเราะไม่หยุด อชิสูดหายใจเข้าลึก คิดจะจับมือของเธอแล้วยัดเข้าไปสัมผัสท่อนเนื้อของตัวเองอีกครั้ง หรือไม่ก็ถอดกางเกงโชว์เธอซะเลย

แต่เมื่อคิดไปคิดมาก็รู้สึกว่าตัวเองชักจะเหมือนคนโรคจิตแล้ว ตั้งแต่มานั่งกับเธอเกือบครึ่งชั่วโมงมานี้นอกจากเรื่องรูปร่างหน้าตาของเขาที่เปลี่ยนไป พวกเขาทั้งสองคนยังเอาแต่หมกมุ่นเรื่องขนาดอวัยวะเพศของเขาจนลืมไปว่าพวกเขาเพิ่งเจอกันแท้ ๆ

มีเรื่องมากมายที่สมควรพูด และแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องลามกแบบนี้

กุ๊กไก่เช็ดน้ำตาที่ไหลเพราะขบขัน เธอมองเขาอย่างเต็มตาอีกครั้ง ความรู้สึกรักและผูกพันธ์ยังคงอยู่ไม่เคยเปลี่ยน แต่ตอนนี้ต่างคนก็มีชีวิตของตัวเองแล้ว เธอเสียใจมามากมายและตามหาเขามาตลอดหลายปี

แต่วันนี้ที่ได้เจอหน้าเขา เธอกลับโกรธจนไม่คิดถามว่าเขาหายหัวไปไหนมา และมีฐิทิเกินที่จะอยากรู้เรื่องของเขา ช่างแม่งมันสิ กล้าหายหัวไปแบบนั้น แปลว่าอชิไม่แคร์เธอสักนิด เรื่องอะไรเธอต้องแสดงท่าทางสนใจมันด้วยละ เมื่อได้เวลาแล้ว เธอคิดว่าต้องรีบกลับเสียที

"เอาล่ะ ก็ดีใจนะที่เจอนายและขอบคุณที่มาช่วยฉัน แต่ฉันต้องกลับแล้วลาก่อน แล้วไสหัวไปไกล ๆ เลยไม่ต้องมาเจอฉันอีก ไอ้เวร"

อชิลุกขึ้นเขาจับแขนกุ๊กไก่เอาไว้ ใบหน้ายิ้มละไมไม่ได้โกรธที่ถูกเธอด่าเลยสักนิด แต่กลับดีใจที่เธอยังด่าเขาและใช้คำพูดที่ดูคุ้นเคยกันเหมือนวันวาน ไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด

นี่แสดงว่าช่วงระยะเวลาที่ไม่ได้ติดต่อกันมาตลอดหลายปี กุ๊กไก่ยังคงเป็นเด็กหญิงผมเปียปากจัดคนเดิมไม่เคยเปลี่ยน มันทำให้เขารู้สึกดีใจมากกว่าที่ตัวเองคิดเอาไว้อีก เขารั้งเธอไว้แล้วจ้องตาของเธอก่อนจะพูดออกมา

"อืม ฉันด้วย"

กุ๊กไก่คิดว่าเขาเองก็คงจะไปเหมือนกัน เธอไม่ได้ถามว่าเขามาหาเธอทำไม เพราะยังเคืองอยู่มากไม่ได้ถามถึงเบอร์มือถือของเขา ไม่คิดจะติดต่อเขาอีก เจอกันด้วยความบังเอิญครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว คนที่เคยทิ้งเธอไม่คู่ควรที่จะเป็นเพื่อนของเธออีกต่อไป

จนกระทั่งกุ๊กไก่เห็นกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ใบหนึ่งวางอยู่ใกล้ประตูทางเข้า เธอจึงอุทานออกมาอย่างตกใจ

"แย่แล้ว ของลูกค้าคนไหนกันลืมไว้"

อชิเดินมาหยุดข้าง ๆ เธอแล้วบอกว่า

"ของฉันเอง"

กุ๊กไก่มองเขาด้วยความสงสัย

"นายจะไปไหน"

เขายิ้มยังไม่ตอบ หญิงสาวเห็นว่าไม่ใช่เรื่องของเธอที่จะไปถามแบบนั้น สองคนไม่สนิทกันแล้วนี่นา เธอจึงบอกเขาว่า

"เอาเถอะ จะไปไหนก็ไปเถอะเรื่องของนายโชคดีแล้วกัน ออกมาได้แล้วฉันจะปิดประตูล็อกร้าน อย่ามาเกะกะสายตา"

อชิเดินลากกระเป๋าออกมาหน้าร้าน ยังช่วยกุ๊กไก่ดึงประตูเลื่อนลงแล้วล็อกอย่างแน่นหนา

"ขอบใจลาก่อน"

เธอเดินนำหน้าเขา อชิเดินตาม กุ๊กไก่กลอกตาเมื่อชายหนุ่มยังไม่ยอมไปไหน กระทั่งในที่สุดเธอก็เดินมาหยุดที่หน้าตึกรอเรียกแท็กซี่เพื่อกลับบ้าน

"จะเรียกรถก็ไปเรียกไกล ๆ อย่ามาเกะกะขวางทางคน"

อชิไม่ตอบเธอ เขายังโบกรถแท็กซี่ตัดหน้าเธออีก กุ๊กไก่กัดฟันเมื่อรถคันนั้นดันจอดให้เขาด้วยสิ  ชายหนุ่มเก็บกระเป๋าที่กระโปรงท้ายรถเรียบร้อยก็เปิดประตู แล้วลากแขนกุ๊กไก่ให้ขึ้นมาด้วย

กุ๊กไก่ไม่ทันตั้งตัวจึงขึ้นรถมาพร้อมเขาด้วยความมึนงง นี่ฉันขึ้นมาทำอะไรที่นี่

"ไปที่คอนโดXครับ"

เขาบอกคนขับกุ๊กไก่ตาโตหันไปมองเขา

"อ้าวนายพักคอนโดเดียวกันกับฉันเหรอ"

เขาไม่พูดอีกดีที่ยังพยักหน้า กุ๊กไก่บิดข้อมือของตัวเองที่ถูกเขากุมอยู่ บ่นเบา ๆ พอได้ยิน

"โลกกลมชะมัด ยังพักที่เดียวกันกับฉันอีก"

คนขับแท็กซี่มองดูพวกเขาสองคน คนหนึ่งท่าทางเป็นคุณหนูหน้าตาสวยมากและคงสำออย อีกคนหนึ่งเหมือนนายแบบสำเนียงยังติดฝรั่งนิด ๆ เขาจึงกระแอมพูดว่า

"ช่วงนี้แถวนั้นรถติดครับ คิดเหมานะครับเจ็ดร้อยบาทถ้วน"

กุ๊กไก่ได้ยินแบบนั้นก็เลือดขึ้นหน้า

"ไม่มิเตอร์เหรอคะ โอ๊ย คนไทยสมัยนี้หากินง่ายนะคะ นี่ขนาดคนไทยด้วยกันพี่ยังโขกสับค่าโดยสาร อย่าพูดถึงต่างชาติเลย ฉันจะบ้าตาย เอาเลย คิดเลยสิแบบเหมาน่ะ ฉันบันทึกวิดีโอไว้หมดแล้ว และจะฉันโทรแจ้งหน่วยงานเพื่อร้องเรียน เพราะคนแบบคุณนี่แหละที่ทำให้คนที่เขาขับแท็กซี่ดี ๆ เสียหมด คุณนี่สมควรโดนจับจริง ๆ อ้อ ชื่อนายนพดล เหรอ ได้ฉันจะโทรเข้าไปหน่วยงานที่รับเรื่องร้องเรียนเดี๋ยวนี้ คอยดูว่าคุณจะถูกปรับและถูกเพิกถอนใบอนุญาติหรือเปล่า"

ว่าแล้วเธอก็ดึงโทรศัพท์ออกมาไม่ยอมลงจากแท็กซี่คันนี้ ใช่เพราะมันเรียกยากเหลือเกินจนกุ๊กไก่โมโหแล้ว

"เบอร์อะไรนะแล้วนะ เดี๋ยวก่อนฉันหาก่อน"

กุ๊กไก่ยังไม่ได้หาเบอร์อชิก็ตอบทันที

"1584 เบอร์ร้องเรียนแท็กซี่ 1584"

กุ๊กไก่ตบมือ "ใช่ 1584"

เธอยังไม่ได้กดลงไป คนขับรถก็หันมาบอกเธอพร้อมกับขอโทษทันที

"อย่าโทรเลยนะครับ ผมต้องโดนปรับและโดนงดขับด้วย เอาแบบนี้ผมกดมิเตอร์แล้วและจะไปส่งถึงที่เลยครับ ขอโทษนะครับ"

"แน่นะ"

กุ๊กไก่กำมือ เธอมองเห็นกล้ามอชิแล้ว กล้ามโตใช้ได้ต่อยคุณลุงคนผอมนั้นสักหมัดคงสลบ เอาล่ะในเมื่อเธอเป็นต่อเธอจึงกล้าข่มขู่คน

"ถ้ายังทำนิสัยแบบนี้อีก หนูให้เพื่อนจัดการลุงแน่นอนเขาเป็นลูกชายอธิบดีกรมตำรวจ รู้จักหรือเปล่าท่านอธิบดีน่ะ สนิทกัน"

อชิมองกุ๊กไก่ด้วยความขบขัน เอาล่ะสิอยู่ ๆ ก็มีหน้ามีตามีพ่อเป็นคนใหญ่คนตัวเพราะยัยกุ๊กไก่นี่อวยยศให้ซะแล้ว

คนขับแท็กซี่ตกใจอยู่มาก เขาจึงลนลานขับรถไปโดยไม่พูดอะไรอีก

จนกระทั่งพวกเขามาถึงคอนโด กุ๊กไก่ดึงกระเป๋าตังค์ออกมา เธอแอบหลบนิดหน่อยไม่ให้อชิเห็น เมื่อในกระเป๋าตังค์ชาแนลใบละหลายแสนของเธอมีเงินอยู่ในนั้นไม่ถึงพันบาท

อยากจะด่าตัวเองนักที่ลืมตัวไม่ยอมขึ้นรถไฟใต้ดินกลับยังจะประหยัดกว่านี้อีก แง แง

เธอไม่ได้บอกให้อชิจ่ายค่าแท็กซี่ เพราะตัวเองกลัวเสียหน้า แต่แกล้งดึงเงินออกมาช้า ๆ จนกระทั่งอชิพูดขึ้นว่า

"เท่าไหร่ครับ"

กุ๊กไก่ลอบยิ้ม เหอะ แผนนี้ได้ผลว่ะ

คิดแล้วก็เก็บกระเป๋าอย่างเงียบเชียบ

คนขับแท็กซี่จ้องเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ประหนึ่งจะด่าว่า ไม่แหกตาดูมิเตอร์เหรอ ยังพูดห้วน ๆ อีก

"สี่ร้อยห้าสิบบาท"

ก่อนจะลงจากรถกุ๊กไก่ยังขู่คุณลุงคนนั้นอีกหน่อย ไม่ให้เขาทำนิสัยแบบนี้กลับใคร

"หนูจำชื่อลุงแล้วแจ้งไปที่อธิบดีแล้ว ต่อไปถ้าลุงทำอีกลุงหมดหนทางทำมาหากินแน่ กดมิเตอร์ทุกครั้งจำไว้ด้วย"

แท็กซี่รับคำแล้วรีบขับออกไปอย่างรวดเร็ว

กุ๊กไก่ไม่สนใจอชิแล้วเธอเดินเข้าไปในคอนโดก่อนโดยมีอชิลากกระเป๋าตามมาติด ๆ กระทั่งกดลิฟต์อชิก็ปล่อยให้กุ๊กไก่กดคนเดียว เขายังตามมาเงียบ ๆ เธอมองเขาอย่างระแวงแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก

เมื่อถึงหน้าห้องเธอกุ๊กไก่ก็รู้แล้วว่าเขาตามเธอมาจริง ๆ ห้องตรงข้ามเป็นห้องของเควิลและลูเซียโน่ที่ซื้อเอาไว้ ทั้งชั้นมีแค่สองห้อง เจ้าหมอนี่ถูกจับได้แล้ว

"ว่ายังไงจะบอกมาได้หรือยังว่าตามฉันมาทำไม"

อชิวางปล่อยกระเป๋าใบโตแล้วกอดอกมองเธอยิ้ม ๆ

"มาทำข้อตกลงกัน ฉันจะช่วยเธอทำร้านให้ได้กำไรและใช้หนี้ให้ทั้งหมดแต่เธอต้องให้ฉันอยู่กับเธอที่นี่ในฐานะสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของเธอ"

กุ๊กไก่ได้ยินดังนั้นก็ร้องออกมา

"นายบ้าไปแล้วเหรอ ใครจะมาเป็นสามีของฉันกัน นายนี่นะ ไอ้เวรที่เคยปฏิเสธฉันแล้วหายหัวไปเหมือนตายนี่นะคิดจะมาเป็นสามีฉัน คิดว่าฉันง่ายนักหรือไงยะ"

ตอน 3

"ใช่น่ะสิ ว่ายังไงสนใจหรือเปล่า? ข้อเสนอของฉัน"

กุ๊กไก่มองเขาตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า หน้าตาหล่อเหลาเข้าที ท่าทางก็ดีดูเป็นคนมีการศึกษาสูง อีกอย่างเป็นคนที่เห็นกันมาตั้งแต่เด็ก เสนอเงินก้อนใหญ่ให้ ทั้งยังจะช่วยทำร้านให้กลับมาดังและขายดีเหมือนเดิม

เธอต้องเชื่ออชิอยู่แล้วเธอรู้ว่าเขาเก่งแค่ไหน หมอนี่มันอัจฉริยะไอคิวสูง ทำอะไรก็ดีก็เลิศไปหมด ซึ่งเป็นคนประเภทที่ตรงข้ามกับเธออย่างสิ้นเชิง ตอนนี้เธอเองก็จนตรอกแต่ศักดิ์ศรีละ มันค้ำคออยู่นะ โกรธเขาแทบตาย แต่จะมาเสียท่าเพราะเงินนี่มันใช้ไม่ได้

กุ๊กไก่เคาะกะโหลกของตัวเองไปหลายครั้ง จู่ ๆ เธอก็ตบหน้าผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างหน้าอย่างแรง

"โอ๊ย กุ๊กไก่นี่เธอทำอะไรเจ็บนะโว้ย"

อชิจับแก้มตัวเองหลังจากที่หน้าหันไปด้วยฝ่ามือ ดวงตาของกุ๊กไก่สั่นระริกนี่เกิดอะไรขึ้น เขาเจ็บจริง ๆ เหรอ

"นายเจ็บจริงเหรอ"

"ใช่อะดิ เธอตบแรงขนาดนี้ ฉันไม่ได้ตั้งใจดูถูกเธอฉันก็แค่มีเหตุผลของฉัน"

กุ๊กไก่รู้สึกชาที่มือ เมื่อสักครู่เธอฟาดเขาเข้าไปเต็มแรงจริง ๆ และเธอก็เจ็บมือด้วย น้ำตาของกุ๊กไก่ไหลออกมา อชิตกใจคิดว่าเธอเสียใจที่เขายื่นเงื่อนไขนี้

แต่แล้วกุ๊กไก่ก็หัวเราะ เธอหันมาบอกเขาพร้อมกับรอยยิ้มและน้ำตา

"นายเจ็บจริง ๆ นะไม่ได้โกหก"

"ใช่สิ ยัยบ้า"

เขายังด่าเธอเอง กุ๊กไก่ดึงเขาเข้ามาในห้องแล้วล็อคประตูทันใด  จู่ ๆ เธอก็ผายมือเชื้อเชิญเหมือนอชิเป็นแขกคนสำคัญ

เอาล่ะ จากกันหลายปีเพิ่งได้มีโอกาสเจอหน้า ไม่มีใครถามสารทุกข์สุกดิบของกันและกัน คำทักทายกลับกลายเป็น คำขอแต่งงานที่แสนตลก และดูเหมือนว่าเธอกลับไม่รังเกียจเลยแม้แต่น้อย

เพราะตอนนี้ศักดิ์ศรีหรือเงินหากให้เธอเลือกเงินต้องสำคัญกว่า เธอกำลังจะอดตายนะ เธอไม่มีเวลามาห่วงศักดิ์ศรีอะไรอีกแล้ว ยิ่งกับไอ้เวรนี่ยิ่งไม่ต้องห่วงเลย

ช่างแม่งปะไรวะไม่โกรธแล้ว พระพุทธเจ้าตรัสว่า อภัยทาน คือ ทานที่ยิ่งใหญ่ กุ๊กไก่ผู้บรรลุธรรมย่อมให้อภัยทานแก่เพื่อนรักคนนี้ได้เสมอ

"เราเข้าไปคุยกันก่อนดีหรือเปล่า ข้อตกลงน่ะความจริงก็อยากช่วยเหลือเพื่อนนะ แต่ต้องฟังเงื่อนไขก่อน นายก็รู้ว่าฉันเป็นคนมีน้ำใจแค่ไหน ไม่ได้พบกันมานานเดือดร้อนก็กลับมาหากันนายทำถูกแล้ว อชิคนดีของเพื่อน เหนื่อยหรือเปล่าจ้ะ นั่งสิจ้ะ"

อชิยังมึนงง แต่เขาก็ปรับอารมณ์ได้ทันควัน ยัยนี่มันเห็นแก่ผลประโยชน์ ยังไงยังงั้นไม่เคยเปลี่ยนไปเลยสักนิด

กุ๊กไก่เห็นอชิยังยืนอยู่ที่เดิม เธอจึงดึงมือของเขาให้เข้ามาพร้อมกับลากกระเป๋าใบใหญ่ให้เขาด้วยตัวเอง เมื่อกี้ยังเกลียดเขาอยู่แท้ ๆ เพราะเรื่องอดีตที่ผ่านมา อีกทั้งกลัวเขาจะดูถูก แต่ดูเหมือนว่าอชิจะรู้ไส้รู้พุงของเธอจนหมดกระทั่งรู้ว่าร้านกาแฟกำลังจะเจ๊ง เพราะฉะนั้นเธอไม่ถือสาเขาก็ได้

อชิถูกกุ๊กไก่ลากให้เข้าไปนั่งในห้องรับแขก แน่นอนว่าคอนโดของเธอย่อมหรูหรา เป็นสิ่งเดียวที่เธอยังยึดเอาไว้แน่นจากแฟนเก่า ในเมื่อมันเป็นชื่อเธอ เธอย่อมไม่คืนให้เขาแน่นอน

ถึงจะเลิกกันอย่างน้อยเธอก็ต้องได้อะไรบ้าง

กุ๊กไก่ปาดน้ำตาออกจนหมด ที่แท้เป็นเพราะว่าเธอดีใจที่เรื่องนี้ไม่ใช่ความฝัน กุ๊กไก่ไล้มือบนหลังมือของอชิเบา ๆ แน่นอนว่าเธอไม่ได้ลวนลามเพียงแต่กำลังพิจารณาว่าทำไมอชิถึงเปลี่ยนตัวเองจากเด็กผู้ชายตัวอ้วนจนก้มไม่ได้เพราะพุงใหญ่ของเขา จนมากลายเป็นคนหล่อล่ำสมส่วนได้ขนาดนี้

ยิ่งพิจารณายิ่งเห็นว่าตอนนี้ผิวของอชิที่แต่เดิมถ้าเทียบกับเธอจะคล้ำกว่าอยู่มาก แต่ดูตอนนี้สิมันเป็นสีขาวอมชมพูพอ ๆ กับผิวของเธอเลย แต่ก่อนผิวเขาไม่ได้ละเอียดขนาดนี้นี่ ยิ่งดูใกล้ ๆ ยิ่งไม่เห็นรูขุมขน ผู้ชายคนนี้เปลี่ยนแปลงกระทั่งสีผิวได้ด้วย

"ตกลงเธอโอเคหรือเปล่า"

อชิถามเสียงเบา การที่กุ๊กไก่ไต่นิ้วไปตามผิวของเขาทำให้หัวใจของเขาเหมือนจะเต้นระรัว ยัยนี่ไม่เจอกันนานยังถึงเนื้อถึงตัวเหมือนเมื่อก่อนไม่เปลี่ยนเลยสักนิด

แต่ตอนนี้เขาเป็นผู้ชายเต็มตัวแล้วก็เป็นคนปกติที่มีความต้องการพื้นฐานด้านเพศ ไม่ใช่เด็กน้อยที่ต่อให้ถูกเธอจูบก็เฉย ๆ เหมือนเดิมแล้ว ยัยนี่รู้เรื่องอะไรบ้างหรือเปล่าเนี่ย สงสัยยังโง่เหมือนเดิมจนเขาหนักใจ

เมื่ออชิถามอย่างหวาดระแวง กุ๊กไก่รีบพยักหน้ายืนยันอาการของตัวเอง

"โอเคสิ โอเคสุด ๆ เลยสบายดีด้วย"

อชิคิ้วชนกัน

"แล้วร้องไห้ทำไม ยังตบหน้าฉันอีก"

กุ๊กไก่เห็นรอยฝ่ามือที่แก้มของอชิแล้วตกใจ นี่เธอลงมือแรงขนาดนี้เลยเหรอ มิน่าเธอเองก็รู้สึกชาที่มือ

"ขอโทษ ฉันคิดว่าฉันฝันไปแต่จะตบตัวเองก็กลัวเจ็บเลยตบนายแทน เห็นนายเจ็บขนาดนั้นก็รู้แล้วว่ามันไม่ใช่ความฝัน"

อชิแทบอยากจะทึ้งผมผู้หญิงคนนี้ให้ได้สติจริง ๆ

"เธอจะหยิกจะอะไรก็ได้ ทำไมต้องตบด้วย คนป่าเถื่อน เธอกลายเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่"

กุ๊กไก่ยิ้มหวาน ตายแล้วถ้าเขาเปลี่ยนใจล่ะ เธอไม่ได้ตั้งใจป่าเถื่อนสักหน่อยแต่ตั้งแต่รู้จักกับลูกเกดมือตบอันดับหนึ่งแห่งสยามเธอก็เลยติดนิสัยไม่ดีจากยัยนั่นมา คิดแล้วก็รู้สึกแย่มากจริง ๆ

ถึงยังไงเธอก็ให้อภัยลูกเกดเพราะยัยนั่นเป็นเพื่อนรักที่สุดของเธอ

"ฉันขอโทษ มือมันไปเองน่ะ"

กุ๊กไก่ยกมือไหว้เขาแล้วอย่างเรียบร้อย อชิหัวเราะในใจ ยัยนี่แสดงละครไม่เนียนเอาซะเลย เธอกระแซะเขาแล้วเข้ามานั่งใกล้ ๆ จนตัวแทบจะเบียดกัน ถึงจะไม่ได้เจอกันหลายปีและเธอเคยอับอายเพราะถูกเขาปฏิเสธมาแล้วแต่กุ๊กไก่ในตอนนี้กลับยังรู้สึกใกล้ชิดกับเขาเหมือนเดิม จะเรียกว่าต่อกันติดอย่างง่ายดายแบบนั้นก็ได้

อชิเป็นฝ่ายขยับหนี เขารู้สึกคอแห้งเมื่อเพื่อนสาววัยเด็กเบียดนมใหญ่ของตัวเองกับแขนของเขา ยัยนี่เมื่อกี้ยังดูเหมือนโกรธเขาอยู่เลยนี่นา ไม่รู้ว่าจะเล่นอะไรอีก

แต่เมื่อเขาขยับไปนิดกุ๊กไก่ก็ขยับมาตามหน่อย และเมื่อเขาขยับหนีมากหน่อยยัยนี่ก็ตามมามากกว่าเดิมอีก ในตอนนี้อชิจึงนั่งสุดปลายโซฟาแล้ว

เขากระแอมแล้วพูดเสียงเข้ม

"เธอว่ายังไงข้อเสนอของฉัน"

กุ๊กไก่ยิ้มเจ้าเล่ห์

"นายเป็นเอดส์หรือเปล่า ตอนเด็กฉันอาจจะทำอะไรให้นายโกรธเลยคิดจะมาแพร่เชื้อใส่ฉัน"

อชิหน้าเหวอ รีบส่ายหน้าปฏิเสธความคิดเพี้ยน ๆ ของยัยนี่

"ไม่แน่นอน ฉันไม่ได้ป่วย?"

กุ๊กไก่ยังทำท่าคิดหนัก

"ถ้างั้น พ่อแม่บังคับให้แต่งงานกับผู้หญิงที่นายไม่ชอบ นายเลยต้องหาใครแต่งงานบังหน้า"

อชิส่ายหน้า "ยัยประสาท พ่อแม่ของฉันตายหมดแล้วเธอก็รู้ดี"

"ใครจะรู้เผื่อว่าเป็นพ่อแม่บุญธรรมของนายไง พวกเขาอาจจะรวยล้นฟ้าและจะยกมรดกให้นายเมื่อนายแต่งงาน ข้อนี้ต้องใช่แน่ ๆ"

อชิส่ายหน้าอีก กุ๊กไก่ถามต่อ

"นายซาดิสต์หรือเปล่า ชอบอะไรที่รุนแรงโซ่แส้กุญแจมือ นายคิดว่าฉันเป็นแบบนั้นเลยคิดจะแต่งกับฉัน"

"รสนิยมธรรมดาเหมือนคนปกติทั่วไป ไม่เป็นแบบนั้นหรอก"

กุ๊กไก่กลอกตาขึ้นลง รู้สึกหงุดหงิดอยู่บ้างที่เดาไม่ถูกสักข้อ

"งั้นทำไม ไม่เหมือนในบทละครเลยสักข้อ ฉันคิดว่ามันต้องตรงบ้างสิ"

อชิหัวเราะ ไม่คิดว่ายัยนี่จะคิดเตลิดไปไกลขนาดนั้น

"ชีวิตฉันไม่น้ำเน่าแบบในนิยายสักหน่อย"

กุ๊กไก่ยิ่งไม่เข้าใจ

"นายรวยหรือเปล่า"

อชิพยักหน้า

"ฉันรวยมาก ๆ สมบัติใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมด"

กุ๊กไก่ทำท่าไม่เชื่อ อชิพูดต่อ

"ฉันจะโชว์เงินในบัญชีให้เธอดูก่อนแต่งดีไหม"

หญิงสาวยิ้มในใจ แต่ยังสงวนท่าทีไว้ หรือว่าอชิจะสมองมีปัญหากัน แต่เธอไม่บอกเขาไปหาหมอหรอก อ้อยกำลังจะเข้าปากช้าง ถ้าเขารวยมาก ๆ แบบที่เขาบอกจริง เธอก็จะปอกลอกให้เข็ด หึ หึ

แต่ความสงสัยก็ยังไม่หมดไปจากใจ คราวนี้เธอจริงจังมากกลัวว่าเหตุผลเบื้องลึกอาจจะไม่ดี หากอชิเป็นฆาตกรต่อเนื่องล่ะ เธอจะตายหรือเปล่า

"อชิฟังฉันพูดนะ อยู่ ๆ นายโผล่มาช่วยฉัน แล้วเสนอเงินก้อนใหญ่ยังขอแต่งงานอีก นี่มันพล็อตนิยายน้ำเน่าชัด ๆ ฉันถึงว่ามันต้องตรงกับข้อสันนิษฐานของฉันข้อใดสักข้อสิ"

อชิยิ้มหล่อเหลา ปฏิเสธเธออย่างจริงจัง

"เอาเป็นว่าไม่ใช่สักข้อก็แล้วกัน"

"แล้วเหตุผลล่ะ อยากแต่งกับฉันเพราะอะไร"

"เหตุผลขอไม่บอก เอาเป็นว่าฉันมีเหตุผลของฉันก็แล้วกัน เงื่อนไขข้อหนึ่งคือเธออย่ามาก้าวก่ายกับเรื่องของฉันก็พอ ทำเป็นหูหนวกตาบอดซะ ฉันขอเวลาเธอแค่ปีเดียวที่เราจะอยู่ด้วยกันหลังจากนั้นฉันจะหย่าให้เธอ ไม่ต้องกลัวเธอจะให้ฉันทำอะไรเพื่อให้เธอไว้ใจฉันยอมทั้งหมด"

กุ๊กไก่หยุดคิดเล็กน้อย ปีเดียวจะพอเหรอ ช่วงเวลานี้เธอจะได้สินสมรสหรือเปล่านะ?

เห็นกุ๊กไก่เงียบ อชิจึงถามต่อ

"เธอคิดยังไงล่ะต้องการเวลาหรือเปล่าถ้าต้องการเวลาฉันจะให้เวลาเธอคิด...."

อชิยังไม่พูดไม่จบ ยัยกุ๊กไก่กลับพยักหน้าเร็ว เมื่อกี้เธอดีใจจนคิดว่าตัวเองฝันไป คนแบบเธอไม่มีศักดิ์ศรีอะไรอยู่แล้วเมื่อพิจารณาแล้วมีแต่ข้อดีทั้งนั้น สำหรับเธอเขาเหมือนบ่อน้ำในทะเลทรายมาได้จังหวะเวลาที่เธอกระหายจนเกือบจะตายเพราะความร้อนที่แผดเผาอยู่แล้ว

โชคดียิ่งกว่าถูกลอตเตอรี่เสียอีก เธอจึงคิดว่าตัวเองกำลังฝันไป

ลูกไก่กวาดสายตามองหนุ่มหน้าใสสุดหล่อด้วยรอยยิ้มกริ่มคล้ายกับเธอเป็นหมาป่าตัวหนึ่ง เขาหล่อน่ากินขนาดนี้เธอจะปล่อยให้หลุดมือได้ยังไง อีกอย่างเอาอชิควงไปเย้ยแฟนเก่านี่ท่าจะสะใจไม่น้อย

คนอย่างกุ๊กไก่ไม่อดตายหรอกย่ะ เพียงแต่ตอนนี้เธอยังไม่มั่นใจเรื่องเอดส์นั่น เธอต้องตรวจร่างกายอชิซะก่อน กุ๊กไก่ลูบคางตัวเองแล้วพูดรัวเร็ว

"ฉันแต่ง"

อชิอึ้งเพราะตกใจ ทำไมยัยนี่ดูไม่คิดเลยสักนิดเดียว ทำไมตกลงใจง่ายขนาดนี้ เขาอุตส่าห์คิดหาวิธีมาทำให้เธอยินยอมมากมายสุดท้ายไม่ได้ใช้สักวิธี นี่มันเกิดอะไรขึ้น กุ๊กไก่เป็นสาวหน้าเงินไปแล้ว

กุ๊กไก่เห็นเขาทำท่าลังเล และยังทำท่าคิดหนักแบบนั้นก็คิดว่าเขากำลังจะเปลี่ยนใจ หรือไม่ก็พูดเล่นกับเธอทั้งยังเห็นเป็นเรื่องตลก

"ลุกขึ้นเลย ออกไปเลยนะถ้าคิดจะมาล้อเล่นกับฉัน ออกจากบ้านฉันเลย"

อชิเกาหัว

"ฉันไม่ได้พูดเล่น ฉันพูดจริง"

"โอ๊ย ทำท่าลังเลแบบนั้นคงคิดจะแกล้งเล่นขำ ๆ ละสิ ฉันไม่หลงกลนายแล้วจะไปไหนก็ไปเลยไม่ส่งนะ"

กุ๊กไก่กอดอก เธอขยับห่างจากตัวเขายังหันหลังให้อีก

อชิถอนหายใจ รู้สึกมึนงงเล็กน้อย ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นคนจู่โจมเธอแท้ ๆ แต่สุดท้ายกลับรู้สึกเหมือนถูกยัยกุ๊กไก่จู่โจมเสียเอง

"อย่าเพิ่งโกรธสิ ฉันพูดจริง ๆ นะ แค่ตกใจที่เธอตกลงเร็วขนาดนี้"

กุ๊กไก่หันมา ดวงตาเป็นประกายราวกับการ์ตูนญี่ปุ่น

"ฉันน่ะคิดดีแล้ว ถ้านายช่วยฉันได้จริงทำไมต้องปฏิเสธล่ะ"

อชิหัวเราะไม่คิดว่าจะง่ายดายขนาดนี้ ยัยคนนี้มีศักดิ์ศรีบ้างหรือเปล่า

"ฉันไม่เอาเปรียบเธอหรอกนะ ถ้าเธอไม่ยินดีเราก็จะเป็นสามีภรรยากันแต่ในนาม"

หัวใจของกุ๊กไก่ไหววูบ ฉันไม่ต้องการให้นายเป็นสุภาพบุรุษยุคโบราณสักหน่อย จู่ ๆ ก็รู้สึกไม่ยินยอมจนร่างกายประท้วงอย่างรุนแรง

แต่เธอไม่พูดอะไรออกมากลัวว่าเขาจะตกใจเสียก่อน อชิคนนี้แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะเปลี่ยนไปมาก แต่ดูแล้วเขายังเป็นคนเรียบร้อยขี้อายเหมือนเดิม

หล่อขนาดนี้เธอไม่มีทางปล่อยเขาให้อยู่ดีมีสุขแน่ หึ หึ คอยดูเถอะ หลังจากฉันพานายไปตรวจร่างกายอย่างละเอียด และพบว่านายสะอาดกุ๊กไก่คนนี้จะสอนเชิงรักให้นายเอง

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167TAS” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167TAS
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

คลั่งไคล้ใคร่รัก
คลั่งไคล้ใคร่รัก
เมื่อ ‘พี่ซัน’ ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาในห้องลองเสื้อแคบๆ ความสัมพันธ์ลับที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนก็เริ่มต้นขึ้น นิยายรักแนวผู้ใหญ่เรื่องนี้จะพาทุกคนไปสัมผัสความคลั่งไคล้และการรุกรานที่ยากจะต้านทาน ยิ่งเธอห้าม เขากลับยิ่งเรียกร้องจากร่างกายเธอมากขึ้นเรื่อยๆ จนนำไปสู่บทลงทัณฑ์แสนหวาน
8.6
76 ตอน
ดุจดาวโอบดิน
ดุจดาวโอบดิน
เมื่อกฤปมัย เจ้าของไร่หนุ่มต้องแฝงตัวเป็นผู้จัดการเพื่อกวาดล้างคนโกงในบริษัท แต่ภารกิจลับกลับสั่นคลอนเมื่อเขาพบรักกับดาวินี พนักงานสาวสวยที่ทำให้หัวใจหวั่นไหว ท่ามกลางอันตรายและการทรยศหักหลัง เขาจะพิสูจน์รักแท้และกระชากหน้ากากคนร้ายได้อย่างไร อ่านนิยายรักโรแมนติกสุดเข้มข้นได้แล้ววันนี้
9.0
41 ตอน
แรงแค้นจิตรกร : รักที่ได้รับการไถ่ถอน
แรงแค้นจิตรกร : รักที่ได้รับการไถ่ถอน
เมื่อวิวาห์ครั้งที่สามกลายเป็นนรก อลินถูกคู่หมั้นทำร้ายอย่างทารุณจนชีวิตจิตรกรต้องดับวูบ ท่ามกลางซากปรักหักพังของความรักอันตราย เธอจึงตัดสินใจทำสัญญาแต่งงานลับกับชายปริศนาเพื่อปกป้องครอบครัวและทวงคืนความยุติธรรม อ่านนิยายรักดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่เต็มไปด้วยไฟแค้นและการเอาคืนได้แล้ววันนี้
8.2
85 ตอน
The End of Love สิ้นสุดทางรัก
The End of Love สิ้นสุดทางรัก
เมื่อความรักอันเร่าร้อนของ ฉางอี้หง หญิงสาวผู้มีร่างกายพิเศษและกลิ่นกายหอมประหลาด ต้องมาพัวพันกับ ต้วนชางหลาง คู่หมั้นหนุ่มที่เธอรักหมดใจ ท่ามกลางความคลั่งรักและสัมผัสอันลึกซึ้ง ชะตากรรมที่รอคอยเธออยู่จะเป็นเช่นไร อ่านนิยายรักแฟนตาซีสุดเข้มข้นที่เต็มไปด้วยความปรารถนาได้แล้ววันนี้
9.3
39 ตอน
เซ็นหย่าไม่รู้ว่าเสียอะไรไป
เซ็นหย่าไม่รู้ว่าเสียอะไรไป
เมื่อความอดทนสิ้นสุดลงในฐานะภรรยาไร้ค่าที่สามีพร้อมเขี่ยทิ้งเพื่อแฟนเก่า เธอจึงซ่อนใบหย่าไว้ในกองเอกสารให้เขาเซ็นเพราะความรีบร้อน โดยที่เขาไม่รู้เลยว่านั่นคือการสละสิทธิ์ในตัวลูกและเมียตลอดกาล นิยายรักดราม่าน้ำตาท่วมที่คนเป็นสามีต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่ที่ไม่อาจเรียกคืน
8.6
91 ตอน
ข้าวโพดในไร่ชา (Mpreg)
ข้าวโพดในไร่ชา (Mpreg)
เมื่อ 'ข้าวโพด' ผู้ช่วยหนุ่มวัย 22 ปี ดันไปสบประมาท 'พ่อเลี้ยงกิตติภูมิ' เจ้าของไร่ชาสุดหล่อว่าหื่นกาม เกมรักสุดเร่าร้อนจึงเริ่มต้นขึ้นในนิยายรักสุดฟิน ข้าวโพดต้องใช้เสน่ห์มัดใจคนแก่จอมดุให้หลงรัก ขณะที่พ่อเลี้ยงก็พร้อมสั่งสอนเด็กปากดีให้รู้ซึ้ง อ่านนิยายฟรีแนว Mpreg ที่จะทำให้คุณใจสั่น
8.5
93 ตอน