ตอน 2

ยามวิกาลดึกสงัด ขณะที่สายฝนโปรยปรายลงมาเบา ๆ หยางลี่อินที่กำลังหลับอยู่รู้สึกได้ถึงสัมผัสที่แผ่วเบากลางหน้าผาก นางค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้น ภายในครรลองสายตาปรากฏภาพของบุรุษรูปร่างสูงใหญ่ ผิวขาวดุจหยวก จมูกโด่งเป็นสัน นัยน์ตายาวรี คิ้วดกเข้ม ไรหนวดขึ้นบาง ๆ เหนือริมฝีปากได้รูป

ลมหนาวที่พัดกรรโชกมาวูบหนึ่งทำให้นางตื่นตัวมากขึ้น ทันใดนั้นเอง ภาพของกู้เฟยหลงก็แจ่มชัดขึ้นในสายตา

“ท่านพี่ ท่านกลับมาแล้วหรือ ทานอะไรมาหรือยัง ให้ข้าไปเตรียมอาหารให้ดีหรือไม่”

หญิงสาวกล่าวพร้อมกับพยายามจะลุกขึ้นจากเตียง แต่ถูกรั้งดึงไว้ด้วยแรงของชายหนุ่ม กู้เฟยหลงโอบเอวบางของหญิงสาวเข้ามาด้วยความคะนึงหา รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของหยางลี่อิน

“หรือว่าท่านพี่เองก็คิดตรงกันกับข้า ท่านต้องการมีทายาทใช่หรือไม่”

ครั้งนี้ลมหนาวพัดมาอีกระลอก เย็นจนทำให้หยางลี่อินรู้สึกขนลุกเกรียว นางกำลังจะเดินไปปิดหน้าต่างทว่ากู้เฟยหลงส่ายศีรษะเบา ๆ เพื่อห้ามอีกฝ่ายเอาไว้

“ท่านพี่คงจะรีบกลับมาเหนื่อย ๆ จึงอยากรับสายลมสุดท้ายของเหมันต์ใช่หรือไม่เจ้าคะ”

กู้เฟยหลงไม่ตอบ หากแต่โน้มร่างลงไปกอดภรรยาคนงามเอาไว้ หยางลี่อินรู้สึกได้ว่าอ้อมกอดของอีกฝ่ายแนบแน่นกว่าครั้งไหน ๆ นางตบหลังของอีกฝ่ายเบา ๆ ก่อนจะกล่าวขึ้นด้วยความรักใคร่

“ท่านพี่ ข้ารู้แล้วว่าท่านคิดถึงข้ามากเพียงใด ท่านคิดว่าตัวเองยุ่งอยู่กับงานแล้วข้าจะโกรธใช่หรือไม่ อย่าห่วงไปเลย ข้าไม่ใช่ผู้หญิงขี้น้อยใจแบบนั้น”

จากฝ่ามือที่ตบแผ่นหลังกว้างของอีกฝ่ายเบา ๆ ก็เปลี่ยนเป็นลูบไล้อย่างทะนุถนอม

กู้เฟยหลงใช้แขนขวารองไปที่หลังศีรษะของภรรยาเบา ๆ พร้อมกับประทับริมฝีปากลงไป ทั้งสองแลกจุมพิตกันอย่างดูดดื่ม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทั้งคู่จูบกันหรือว่าร่วมหอ แต่ว่าไม่มีครั้งไหนที่ลี่อินจะรู้สึกได้ถึงความคะนึงหาอาลัยอาวรณ์เช่นนี้จากอีกฝ่ายมาก่อน

สายตาของลี่อินมองไปที่อีกฝ่ายด้วยความสงสัย

“ท่านพี่มีสิ่งใดในใจหรือเจ้าคะ”

ยังคงไม่มีคำตอบใดจากกู้เฟยหลง มีเพียงแต่จูบที่ประทับลงไปบนหน้าผากของภรรยาอย่างแผ่วเบา หยางลี่อินรู้สึกโมโหขึ้นมาเล็กน้อยจึงกล่าวไปว่า

“หากท่านพี่ยังไม่ยอมพูดกับข้า อย่าหาว่าข้าเป็นนางแมวป่าก็แล้วกัน”

สิ้นเสียงของหญิงสาว นางก็ออกแรงพลิกตัวจากด้านล่างขึ้นไปด้านบนและนั่งคร่อมอีกฝ่ายเอาไว้ด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะประทับจูบลงบนใบหน้าสามีหลายสิบครั้ง

“ท่านพี่ ข้ารักท่าน ไม่ว่าชาติภพไหนข้าก็จะขอรักท่าน ต่อให้ภายภาคหน้าจะเกิดสิ่งใดขึ้น ความรักของข้า ให้ฟ้าดินเป็นพยาน ให้ปรโลกเบื้องล่างเฝ้าดู ข้า หยางลี่อิน จะไม่แปรเปลี่ยนไปจากท่าน”

เมื่อรุ่งอรุณฯมาถึง พระอาทิตย์ส่องแสงผ่านช่องหน้าต่างกระทบกับใบหน้าของหญิงสาว หยางลี่อินที่หลับไหลอย่างเต็มอิ่มพลิกตัวไปกอดสามี แต่เมื่อมือขาวผ่องคว้าไปไม่พบกู้เฟยหลงผู้เป็นสามี ฮูหยินของจวนจึงค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมองเพียงเพื่อจะพบกับความว่างเปล่า

หยางลี่อินที่เพิ่งตื่นจากหลับใหลเหลือบมองไปที่ท้องฟ้าจากทางหน้าต่าง เป็นเวลาเดียวกับที่เสียงของเสี่ยวจูร้องตะโกนดังขึ้น น้ำเสียงของสาวใช้คนสนิทฟังดูแตกตื่นกว่าครั้งไหน ๆ

“ฮูหยินเจ้าคะฮูหยิน เกิดเรื่องแล้ว เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ!”

“เช้าตรู่ถึงเพียงนี้มีเรื่องวุ่นวายอันใดกัน” ฮูหยินของจวนเอ็ดสาวใช้ส่วนตัวด้วยเสียงที่ไม่ดังนัก นางเกรงว่าเสียงร้องแตกตื่นของเสี่ยวจูจะรบกวนการพักผ่อนของสามี

แต่เมื่อตั้งสติได้ หยางลี่อินกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องกลับไม่เห็นว่ากู้เฟยหลงอยู่ภายใน จึงรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย ประกอบกับที่เสี่ยวจูผลักประตูเข้ามาอย่างรีบร้อน สีหน้าของนางซีดเผือดไร้สีเลือด เสียงสั่นสะท้านอ่อนระทวยดังขึ้นทันทีที่พบหน้าผู้เป็นนาย

“ฮูหยิน เกิดเรื่องกับนายท่านเจ้าค่ะ ทหารจากกรมอาญามาเชิญตัวท่านไปยืนยัน...”

เสียงของเสี่ยวจูหายไปกลางคัน หยางลี่อินที่ฟังอยู่ถึงกับขมวดคิ้ว ในใจรู้สึกไม่ใคร่จะสู้ดีนัก นางถามสาวรับใช้คนสนิทด้วยน้ำเสียงที่เริ่มจะกรุ่นโกรธ

“ยืนยัน...ยืนยันเรื่องอันใด เสี่ยวจู เจ้าพูดให้รู้เรื่องหน่อยได้หรือไม่”

เสี่ยวจูปิดเปลือกตา ก่อนจะกล่าวสิ่งที่ทำให้โลกทั้งใบของหยางลี่อินหยุดหมุน

“ทหารจากกรมอาญามาเชิญตัวฮูหยินไปยืนยันสภาพศพของนายท่านเจ้าค่ะ”

ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของหยางลี่อินก็พลันเบิกกว้าง ในใจของนางเต็มไปด้วยความสับสนและงุนงง นางรีบร้อนสวมเสื้อผ้าด้วยความเร่งรีบ

นอกประตูตระกูลหยาง คนรับใช้นำรถม้าออกมารออยู่ก่อนแล้ว ลี่อินขึ้นรถม้าโดยข้างกายมีเสี่ยวจูตามอยู่ไม่ห่าง

พอมาถึงกรมอาญาก็เห็นทหารกลุ่มหนึ่งกันฝูงคนที่กำลังมุงดูอยู่ หน้าประตูมีรถม้าจอดอยู่สามคัน หนึ่งในนั้นเป็นของตระกูลกู้ ส่วนรถม้าอีกสองคัน บนเกี้ยวประดับด้วยสัญลักษณ์ของวังหลวง แสดงว่านอกจากแม่สามีที่มาถึงแล้ว ยังมีคนใหญ่คนโตอีกสองคน

ไม่รอช้า หยางลี่อินเข้าไปด้านในอย่างรีบร้อน สิ่งแรกที่เห็นคือ กู้หว่านจี แม่สามีของตัวเองที่กำลังโอบกอดร่างร่างหนึ่งเอาไว้แน่น นางส่งเสียงร้องไห้ปานจะขาดใจ

หยางลี่อินก้าวเดินเข้าไปใกล้แม่สามี หากแต่ละย่างก้าวกลับหนักประหนึ่งแบกรับด้วยขุนเขา นางไม่กล้าที่จะเดินเข้าไปหา เพราะไม่อยากรับความจริง ถึงแม้นางพอจะรู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น แต่ก็ภาวนาให้สิ่งที่นางเห็นเมื่อคืนเป็นเพียงความฝัน และสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความเข้าใจผิดของทุกคน

หยางลี่อินมองไปยังใบหน้าซีดขาวไร้สีเลือดของร่างที่นอนอยู่บนพื้น ตามลำคอปรากฏผื่นแดงขนาดนิ้วมือตามตัว สองเท้าของลี่อินพลันไร้เรี่ยวแรง นางล้มลงกับพื้น เสี่ยวจูที่ตามมาไม่ห่างรีบประคองร่างฮูหยินของนางเอาไว้

หยางลี่อินน้ำตาร่วง ริมฝีปากสั่นระริก นางฝืนกัดริมฝีปากแน่นไม่ให้เสียงร้องดังออกไป นางพยายามกล่าวด้วยเสียงอันสั่นเทา ถามชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ของกรมอาญา

“ใต้เท้าเถิง กะ...เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับสามีของข้า”

ตุลาการเถิงผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบคดีฆาตกรรมในเมืองหลวงฉางอัน ครั้งหนึ่งมีความสัมพันธ์อันดีกับกู้เฟยหลง การตายของอีกฝ่ายทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจเช่นกัน น้ำเสียงที่เปล่งออกมาจึงไม่หลงเหลืออำนาจ แต่เป็นน้ำเสียงที่ญาติผู้ใหญ่ใช้ปลอบประโลมจิตใจของหลานสาว

“แม่นาง โปรดหักห้ามใจเสียเถอะ”

หยางลี่อินไม่ฟังคำปลอบใจใด ๆ นางกล่าวย้ำด้วยน้ำเสียงกระแทกที่ดังขึ้นกว่าเดิม

“เกิดเรื่องอะไรกับสามีของข้า!!”

ตุลาการเถิงกำลังจะกล่าวตามที่ได้รับรายงาน ทว่าเสียงของชายคนหนึ่งกล่าวขัดขึ้นก่อน

“เรื่องนี้ยังไม่แน่ชัด ไม่อาจเปิดเผยแก่คนนอกได้”

ทันทีที่ได้ยินดังนั้น หยางลี่อินกวาดสายตามองไปรอบ ๆ พบว่า นอกจากตุลาการเถิงและทหารในกรมอาญาแล้ว ยังมีบุรุษอีกสองคนอยู่ที่นั่นด้วย ทั้งสองน่าจะเป็นเจ้าของรถม้าที่ลี่อินเห็น

หนึ่งในนั้นคือผู้ที่กล่าวแทรกขึ้นมา ชายวัย 30 ปีเศษ ใบหน้าคมเข้ม ผิวกายสีขาวเหลือง รูปร่างสมส่วน เขาถือพัดจีบมรกตอยู่ในมือ ถึงลี่อินจะไม่เคยพบ แต่ก็พอรู้มาว่าเขาคือ ไฉจิ้นสี่ ผู้ตรวจการของสำนักบูรพา

ส่วนอีกคนเป็นบุรุษอายุราว ๆ 28-29 ปี สวมใส่ชุดราชการสีดำขององครักษ์เสื้อแพร ใบหน้าเกลี้ยงเกลา ผิวขาวเนียนละเอียด เขาเกล้าผมขึ้นสูงและครอบด้วยกวานหยกหรูหรา คนผู้นี้มีชื่อว่า อวิ้นเฉี่ยนไป๋ หัวหน้าหน่วยองครักษ์เสื้อแพร เขามีชื่อเสียงโหดเหี้ยมและดุร้าย ลี่อินเคยเห็นเขาครั้งหนึ่งในวันแต่งงานของตัวเองกับสามี

ไฉจิ้นสี่กล่าวต่อความออกไป “ฮูหยินกู้ สะใภ้กู้ เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงความมั่นคงภายใน ขอให้พวกท่านโปรดเข้าใจ”

หยางลี่อินตอบกลับไปทันที สายตาแดงก่ำจ้องมองไปที่อีกฝ่าย

“ข้าไม่เข้าใจ”

“เพียงแค่สาเหตุการตาย ครอบครัวผู้ตายควรจะได้รู้ ไฉจิ้นสี่ หากบิดาท่านตายอย่างเป็นปริศนาแล้วข้าให้คำตอบว่าเป็นความลับของราชการ ท่านจะคิดเยี่ยงไรเล่า” อวิ้นเฉี่ยนไป๋กล่าวขึ้น

ไฉจิ้นสี่เอียงคอมองไปที่อีกฝ่ายด้วยความเงียบ สายตาแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด หากแต่อวิ้นเฉี่ยนไป๋หาได้สนใจ เขากล่าวแก่ตุลาการเถิงว่า

“อำนาจของกรมอาญาอยู่ที่ใต้เท้าเถิง หากคนของสำนักบูรพามีสิทธิ์มีเสียงออกความคิดเห็น เกรงว่าฝ่าบาทคงไม่พอพระทัย”

ตุลาการเถิงได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าหงึกหงักอย่างเห็นด้วยและกล่าวว่า

“ผลชันสูตรพบว่าในร่างกายของกู้เฟยหลงมีพิษของฝิ่นจำนวนมาก คาดคะเนว่าการตายเกิดจากการได้รับฝิ่นในปริมาณที่เกินกว่าร่างกายจะรับได้”

“ปริมาณฝิ่นในร่างที่มากเกินไป หมายความว่าสามีของข้าถูกคนทำร้ายจนถึงแก่ชีวิตเช่นนั้นหรือ” หยางลี่อินกล่าวทั้งน้ำตา

“เรื่องนี้ข้าจะสืบหาความจริงและให้คำตอบแก่ตระกูลกู้อย่างแน่นอน” ตุลาการเถิงตอบ

หยางลี่อินกวาดสายตามองไปที่ไฉจิ้นสี่และอวิ้นเฉี่ยนไป๋ ก่อนจะกล่าวขึ้นว่า

“สามีของข้าอยู่ในหน่วยอวี้หลิน คิดว่าไม่เกี่ยวข้องอันใดกับองครักษ์เสื้อแพรและสำนักบูรพา ยิ่งมั่นใจว่าสามีของข้าไม่ได้มีความสัมพันธ์ถึงขนาดให้พวกท่านมาดูศพเป็นครั้งสุดท้าย หรือว่า...การตายของสามีข้าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับองครักษ์เสื้อแพรและสำนักบูรพาเล่า”

หญิงสาวที่สูญเสียสามีกล่าวออกไปอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด แม้แต่แม่สามีของนางอย่างกู้หว่านจียังต้องดึงรั้งแขนเสื้อห้ามปรามลูกสะใภ้เอาไว้ แต่ว่าเวลานี้ ไม่มีใครหยุดลี่อินได้อีก นางใช้สายตาจ้องเขม็งไปยังบุรุษทั้งสองคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่มาปรากฏตัวในที่แห่งนี้

ตอน 3

ทันทีที่ได้ยินคำกล่าวหาของหยางลี่อิน ไฉจิ้นสี่และอวิ้นเฉี่ยนไป๋ก็มองประสานสายตากัน สีหน้าของคนทั้งสองเรียบเฉยไม่เปลี่ยนแปลง ราวกับไม่ได้ใส่ใจในคำพูดของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย

“ไฉจิ้นสี่ ท่านมีคำตอบนี้ให้กับตระกูลกู้หรือไม่” อวิ้นเฉี่ยนไป๋ยกยิ้มมุมปากพร้อมกล่าวกับไฉจิ้นสี่ ผู้ซึ่งหัวเราะเบา ๆ และถามกลับไปว่า

“อวิ้นเฉี่ยนไป๋ แล้วท่านเล่า”

หัวหน้าองครักษ์เสื้อแพรย้ายสายตาจากไฉจิ้นสี่ ยกยิ้มให้แก่หยางลี่อินก่อนจะกล่าวแก่ตุลาการเถิง

“ข้า อวิ้นเฉี่ยนไป๋ อัญเชิญราชโองการ”

สิ้นเสียงนั้น ตุลาการเถิงลุกจากบัลลังก์และคุกเข่ากับพื้นเช่นเดียวกับไฉจิ้นสี่ ผู้ซึ่งมองไปยังชายหนุ่มผู้ถือราชโองการด้วยความประหลาดใจก่อนจะคุกเข่าไปกับพื้น เมื่อเห็นว่าทุกคนคุกเข่าแล้ว อวิ้นเฉี่ยนไป๋จึงประกาศราชโองการ

“กู้เฟยหลง หัวหน้าหน่วยอวี้หลิน เป็นขุนนางที่ซื่อสัตย์สุจริต ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความภักดี แม้ตัวตายแต่ชื่อเสียงยังลือลั่นสืบทอดไปถึงลูกหลาน เห็นควรพระราชทานยศขั้น 3 ตูจวิน”

สิ้นเสียงประกาศราชโองการ กู้หว่านจีก็ยกสองแขนรับราชโองการอวยยศ นางรู้ดีว่าสิ่งนี้เป็นยศพระราชทานที่ฝ่าบาทใช้เพื่อปลอบประโลมความเสียใจของคนในตระกูลกู้ เป็นการอวยยศที่แลกมาด้วยชีวิตและน้ำตา

เมื่อกล่าวเสร็จ อวิ้นเฉี่ยนไป๋จึงหันมองไปที่ไฉจิ้นสี่ด้วยรอยยิ้ม

“หน้าที่ของข้าจบลงแล้ว คงจะลบคำครหาที่ว่ามาดูลาดเลาเพราะร้อนตัวได้กระมัง”

ไฉจิ้นสี่ที่ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมาเบา ๆ เขาสะบัดแขนเสื้อและตวัดพัดจีบมรกตจนเกิดเสียงและกล่าวว่า

“นำตัวออกมา”

เพียงไม่นาน ทหารในชุดเกราะแดงที่มีสัญลักษณ์ของสำนักบูรพาปักอยู่บนเสื้อก็ลากนักโทษในชุดขาวเข้ามาด้านใน ชายวัยกลางคนผู้นี้ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล ใบหน้าฟกช้ำดำเขียว ทันทีที่เข้ามาถึง ชายวัยกลางคนที่มีอาการคล้ายกับเสียสติ ร้องตะโกนด้วยคำพูดซ้ำ ๆ

“ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าแค่มาทำการค้า ข้าไม่ได้ตั้งใจ”

จากนั้นทหารในชุดเกราะแดงใช้สองมือปิดปากของชายวัยกลางคนให้เงียบเสียงลง และเป็นไฉจิ้นสี่ที่กล่าวขึ้น

“ข้าจับชายผู้นี้ได้ มันรับสารภาพว่าเป็นคนฆ่ากู้เฟยหลง”

สายตาของทุกคนในห้องมองไปยังชายวัยกลางคนผู้นี้เป็นตาเดียว ดวงตาของหยางลี่อินเต็มไปด้วยความสับสนก่อนที่อวิ้นเฉี่ยนไป๋จะหัวเราะออกมา

“ฮ่า ๆ ท่านไฉคงกำลังล้อเล่นอยู่กระมัง กู้เฟยหลงนั้นเป็นใคร วรยุทธของเขา ท่านไฉสามารถรับมือได้กี่กระบวนท่า แล้วเขาคนนั้นจะถูกชายผู้นี้ฆ่าเช่นนั้นหรือ”

ไฉจิ้นสี่ที่ได้ยินเช่นนั้นไม่ได้กล่าวตอบ แต่กลับกระชากผมของชายวัยกลางคนให้ทุกคนเห็นใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน

เพราะรูปลักษณ์ที่ไม่เหมือนกับชาวถัง หยางลี่อินจึงพึมพำออกมา

“ชาวโครยอง”

“ถูกต้อง เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชาวโครยอง”

ไฉจิ้นสี่จ้องมองไปยังอวิ้นเฉียนไป๋ราวกับต้องการจะมองลึกลงไปให้เห็นเนื้อแท้ภายในของชายหนุ่ม เขากล่าวต่อไปอีกว่า

“หากเป็นอำนาจของชาวโครยองที่ลักลอบค้าฝิ่นอยู่ในเมืองหลวง ท่านยังคิดว่าพวกเขาไม่มีอำนาจพอจะทำร้ายกู้เฟยหลงได้อยู่อีกหรือไม่”

สิ่งที่ไฉจิ้นสี่กล่าวออกมาใช่ว่าจะไม่มีมูลความจริง หากเฟยหลงกำลังตามสืบเรื่องการลักลอบค้าฝิ่นของชาวโครยอง ก็ไม่ต่างอะไรกับการไปจับหางเสือ

ทว่าลี่อินรู้สึกได้ว่าระหว่างไฉจิ้นสี่และอวิ้นเฉียนไป๋ พวกเขาทั้งสองคนกำลังระแวงกันและกันอยู่ ในตอนนั้นเอง หยางลี่อินมองไปยังมุมห้องของกรมอาญา และสิ่งที่ไม่คาดคิดก็ปรากฏขึ้น

สายลมเย็นพัดผ่านร่างกาย สิ่งที่นางเห็นคือ กู้เฟยหลง ผู้เป็นสามี!!!

ดวงตาของหยางลี่อินเบิกกว้างก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นสายตาแห่งความคะนึงหา นางคิดว่าเฟยหลงผู้เป็นสามียืนอยู่ที่ตรงนั้น หญิงสาวลุกขึ้นยืนอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยพร้อมกับร้องเรียกสามี

“ท่านพี่ เป็นท่านพี่จริง ๆ”

ทุกคนที่อยู่ในกรมอาญาย่นหว่างคิ้ว มองไปยังหยางลี่อินด้วยสายตาแปลกประหลาด เมื่อเห็นว่านางไม่หยุดเพียงแค่เรียกชื่อ แต่ยังพยายามจะเดินไปที่มุมห้อง ทุกสายตาย้ายไปยังปลายทางของหญิงสาว ที่ ๆ ทุกคนเห็นว่าเป็นเพียงความว่างเปล่า

ไฉจิ้นสี่ส่ายศีรษะอย่างเวทนาให้กับหยางลี่อิน หญิงสาวที่เคยแข็งแกร่งและเคยถูกยกย่องเรื่องวิชาแพทย์กลับกลายมาเป็นหญิงเสียสติในช่วงเวลาข้ามคืน

หว่างคิ้วของอวิ้นเฉี่ยนไป๋ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เขาเองก็อดไม่ได้ที่จะสงสารหญิงสาวผู้เคยเพียบพร้อมทุกประการเช่นนาง

ตุลาการเถิงส่ายศีรษะไปมาก่อนจะสั่งให้ทหารจับตัวหยางลี่อินเอาไว้ เพราะกลัวว่านางจะเอาศีรษะกระแทกกำแพงให้ตกตายตามสามีไปและกลายเป็นเรื่องน่าเศร้าของกรมอาญา

หลังจากได้รับคำสั่ง ทหารก็เข้าไปจับแขนของลี่อินเอาไว้ ทว่านางก็ยังมีท่าทีขัดขืนและต้องการเดินไปยังความว่างเปล่า ปากร้องเรียกแต่ชื่อสามีไม่ขาด ราวกับว่าเป็นภาพสุดท้ายที่นางจะได้เห็น

กู้หว่านจีเห็นลูกสะใภ้ที่จิตใจกำลังแตกสลาย นางตะโกนสั่งเสี่ยวจูด้วยน้ำเสียงร้อนใจ

“เสี่ยวจู พาฮูหยินของเจ้ากลับไป และรีบให้คนไปตามหมอมาดูนาง”

หยางลี่อินคล้ายว่าไม่สนใจสิ่งใด นางมองไปที่ความว่างเปล่าซึ่งในเวลานี้คงจะมีเพียงนางแต่เพียงผู้เดียวที่เห็น กู้เฟยหลง ชายหนุ่มหนุ่มเองก็พยายามอย่างสุดกำลังเพื่อจะมาหาภรรยาให้ได้ ทว่าเหนือวิญญาณของกู้เฟยหลง มีเงาสีดำกำลังใช้สองเท้าเหยียบแผ่นหลังของเขาเอาไว้ จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ โปร่งแสงและเลือนหายไป

หยางลี่อินเมื่อเห็นแบบนั้นก็ร่ำร้องราวกับคนเสียสติ จิตใจของนางแหลกสลาย ภาพที่เห็นคือวิญญาณของสามีถูกพรากไปจากนางชั่วนิรันดร์ ลี่อินที่กำลังร่ำร้องฟูมฟายกอปรกับถูกฉุดรั้งจากทหารและสาวรับใช้ ความโศกเศร้าแทรกซึมและทำลายหัวใจ นางกระอักเลือดออกมา มุมปากสีชมพูอ่อนพลันเกิดเป็นสายเลือดไหลหยดลงพื้น สติของนางกำลังจะดับลง

ดวงตาของเสี่ยวจูเบิกกว้างด้วยความตกใจ นางรีบใช้กำลังทั้งหมดที่มีลากถูเจ้านายกลับไป

“เฟยหลง! เฟยหลง! อย่าทิ้งข้าไป!”

ขณะที่เสียงร้องตะโกนสุดท้ายกำลังจะหายไปพร้อมกับสติ หางตาของหญิงสาวมองเห็นทหารสองคนกำลังแบกร่างของบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งเข้ามา นางเห็นดวงวิญญาณของผู้ที่เป็นสามีมองมาที่ตัวนางพร้อมกับสลับสายตามองไปที่ร่างของตัวเขาเองที่เวลานี้เป็นเพียงร่างไร้วิญญาณ

เขายกยิ้มขึ้นหนึ่งครั้งราวกับว่ายอมรับในโชคชะตาที่เผชิญ ทันใดนั้นดวงวิญญาณของชายหนุ่มปริศนาก็ปรากฏออกมาและพุ่งใส่เงาดำที่อยู่เหนือร่างของกู้เฟยหลง พลันภาพของกู้เฟยหลงที่วิ่งหลุดจากการจองจำก็ตรงมาหานาง

ทว่ายามที่ดวงวิญญาณของกู้เฟยหลงวิ่งผ่านร่างกายของบุรุษปริศนาผู้นั้น ดวงวิญญาณของเขากลับแตกสลายและหายเข้าไปในร่างนั้น

“ม่ายยย!!!” หยางลี่อินกรีดร้องสุดเสียง พร้อม ๆ กับภาพที่ตัดไป!!!

“แม้ข้าจะใจดีกับโลก ก็ใช่ว่าทุกคนจะยิ้มให้ข้า”

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167TBS” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167TBS
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

Please help me ช่วยฉันที ฉันไม่อยากอยู่ในโลกนิยาย
Please help me ช่วยฉันที ฉันไม่อยากอยู่ในโลกนิยาย
เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาเป็น 'นาเซีย' นางร้ายผู้มีจุดจบสุดสลดในนิยายแฟนตาซี เธอจึงต้องทำทุกทางเพื่อเอาชีวิตรอดและหาทางกลับโลกเดิม แต่แผนการใช้ชีวิตอย่างสงบกลับพังทลาย เมื่อคนรอบข้างคอยเข้ามาพัวพันจนเกิดเป็นรักอันตรายที่เลี่ยงไม่ได้ อ่านนิยายฟรีแนวทะลุมิติลุ้นระทึกได้ที่นี่
9.5
98 ตอน
เสน่หายาตรา (เมียประมูลของท่านประธาน)
เสน่หายาตรา (เมียประมูลของท่านประธาน)
เมื่อสาวน้อยไร้เดียงสาอย่างปัทมณฑ์ ต้องตกเป็นเจ้าสาวจากการประมูลของไรอัน มหาเศรษฐีหนุ่มเจ้าของสายการบินผู้ทรงอิทธิพล นิยายรักแนวประธานบริษัทสายเปย์เรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับบทเรียนรักสุดเร่าร้อน ที่เขาค่อยๆ สอนให้เธอรู้จักความรัญจวนใจจนยากจะถอนตัว อ่านนิยายฟรีได้แล้ววันนี้
8.1
84 ตอน
รักสามปี จบสิ้นในวันเดียว
รักสามปี จบสิ้นในวันเดียว
เมื่อความรักสามปีกลายเป็นคำลวง สวี่หว่านหนิงจำต้องตื่นจากฝันร้ายเพื่อเผชิญหน้ากับสามีสุดที่รัก ชายผู้ทรงอิทธิพลที่แท้จริงแล้วคือผู้อยู่เบื้องหลังอุบัติเหตุที่ทำให้เธอพิการ! นิยายรักแนวดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่จะพาทุกคนไปพบกับการทวงคืนความยุติธรรมและไฟแค้นที่ไม่มีวันดับลงง่ายๆ
8.8
96 ตอน
พลาดรักพ่อหนุ่มไอที
พลาดรักพ่อหนุ่มไอที
เมื่อชีวิตสุดจืดชืดทำให้นางเอกอยากลองลิ้มรสสัมผัสใหม่ๆ จนโคจรมาพบกับหนุ่มไอทีสุดเนิร์ดที่ซ่อนความร้อนแรงไว้ภายใต้แว่นตา เรื่องราวความรักออนไลน์สุดฟินในนิยายรักร่วมสมัยที่พร้อมจะเปลี่ยนค่ำคืนธรรมดาให้กลายเป็นความปรารถนาอันเร่าร้อนจนเกินจะห้ามใจ
8.8
95 ตอน
ตำนานตาม่วง
ตำนานตาม่วง
เมื่อยอดนักฝึกสัตว์สาวดวงตาสีม่วงจากอนาคตทะลุมิติมาเกิดใหม่ในร่างแม่ลูกอ่อนที่ถูกทำลายพลังและพรากลูกชายไป เธอจึงต้องออกเดินทางทวงแค้นพร้อมลูกสาวด้วยเนตรสีม่วงสยบอสูร ทว่าเป้าหมายกลับเป็นราชาเทพจอมเจ้าเล่ห์ที่จ้องจะจับเธอและลูกๆ มัดมือชกเป็นของเขาคนเดียว อ่านนิยายแฟนตาซีสุดเข้มข้นได้แล้ว
8.1
52 ตอน
ถ่อย
ถ่อย
เมื่อ มายาวี ต้องกลายเป็นสินค้าขัดดอกเพื่อชดใช้หนี้สินให้แก่ ยักษ์ คีรี ดอว์สัน มาเฟียหนุ่มสุดเถื่อนผู้เต็มไปด้วยความถ่อยและรุนแรงตามสัญชาตญาณดิบ ท่ามกลางไฟรักดาร์กโรแมนซ์ที่ร้อนแรงและป่าเถื่อน เด็กสาวจะเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือคนเลวได้อย่างไร อ่านนิยายรักสุดเข้มข้นนี้ได้เลย
8.2
43 ตอน