ตอน 2
“งั้นกลับด้วยกันดีกว่านะครับ มาผมช่วยถือ ซื้ออะไรเยอะแยะครับเนี่ย” ไม่รออีกฝ่ายอนุญาตแทนไทแย่งเอาของในมือของหญิงสาวมาถือเสียเอง
“ซื้อตุนไว้นะคะ ขี้เกียจออกมาซื้อบ่อยๆ” ชมพูนุชตอบพลางเดินตามร่างสูงไปอย่างขัดไม่ได้
“ดีนะครับทำกับข้างกินเองประหยัดดี แต่ผมขี้เกียจ กินตามสั่งหรือไม่ก็ก๋วยเตี๋ยว ขี้เกียจหนักๆ ก็ต้มม่ามา” ชายหนุ่มพูดเสียงกลั้วหัวเราะ
“แล้วที่ซื้อไปนี่ล่ะคะ” ชมพูนุชพยักพเยิดไปที่ถุงของสดในมืออีกข้างของชายหนุ่ม “นี่เหรอครับ” มือใหญ่ยกถุงผักสองสามอย่างและหมูสดของตัวเองขึ้นมามอง “พรุ่งนี้ผมจะทำกับข้าวใส่บาตรครับ...ย้ายบ้านใหม่ทั้งทีเลยอยากจะทำบุญบ้างอะไรบ้าง อีกอย่างพรุ่งนี้วันหยุดด้วย ตื่นแต่เช้าทำกับข้าวใส่บาตรเสร็จจะได้ซ่อมรั้วบ้านให้คุณเลยไงครับ” แทนไทบอกก่อนจะยกของในมือตัวเองวางไว้ท้ายกระบะ จากนั้นก็หันไปเอาส่วนที่เหลือจากชมพูนุชมาวาง “คุณจะแวะที่ไหนก่อนกลับหรือเปล่าครับ”
“ไม่ค่ะ”
“ถ้าจะแวะที่ไหนก็บอกนะครับไม่ต้องเกรงใจ”
“ถ้านึกได้แล้วจะบอกนะค่ะ” ชมพูนุชตอบรับแล้วเปิดประตูรถเข้าไปนั่งข้างในพลางอมยิ้มขำๆ ดูๆ ไปผู้ชายคนนี้ก็ดูเป็นคนดีมีน้ำใจเหมือนอย่างที่เกวลินว่าอยู่เหมือนกัน
เสียงรถวิ่งมาจอดหน้าบ้านข้างๆ ทำให้เกวลินที่กำลังจะออกไปข้างนอกชะเง้อคอดู แล้วคิ้วเรียวสวยก็ขมวดมุ่นเมื่อเห็นเพื่อนสนิทลงจากรถของเพื่อนบ้านคนใหม่ ด้วยความข้องใจทำให้เธอยืนรอชมพูนุชยังไม่ออกจากบ้าน
“นี่เธอออกไปข้างนอกกับ...ชื่ออะไรก็ไม่รู้”
“แทน” ชมพูนุชบอกหลังจากที่เธอกับเขาเพิ่งมีโอกาสแนะนำตัวเองตอนที่นั่งรถกลับบ้านมาด้วยกัน “ฉันออกไปคนเดียวแต่บังเอิญขากลับเจอคุณแทนที่ตลาด เขาเลยชวนมาด้วย ฉันก็เลยมา”
“คุณแทนเขาไปซื้ออะไร” เกวลินกระแซะถามอย่างอยากรู้
“ซื้อของไว้ทำกับข้าวใส่บาตรพรุ่งนี้น่ะ”
“หล่อ...ใจบุญหาได้ที่ไหนถ้าไม่ใช่ข้างบ้าน” เกวลินพูดพลางเต้นเร้าๆ ป้องปากหัวเราะคิกคัก “ก็คงงั้นแหละมั้ง ว่าแต่นี่เธอจะไปไหน...ค่ำแล้วนะ”
“ตอนแรกว่าจะออกไปกินข้าวนอกบ้าน แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจละ กินข้าวเป็นเพื่อนเธอดีกว่า เข้าบ้านกันเถอะ เดี๋ยวฉันช่วยทำกับข้าว จะโทร.ยกเลิกนัดด้วย” ว่าแล้วเกวลินก็แบ่งของในมือชมพูนุชไปถือแล้วเดินนำเข้าบ้าน
“แฟนเธอจะไม่โกรธเหรอ”
“แฟนที่ไหน เพื่อนร่วมงานกันทั้งนั้น และที่ฉันว่าจะไปนี่ก็ใช่จะไปกันสองคนที่ไหนกันเล่า สี่ห้าคนแน่ะ ขาดฉันคนหนึ่งงานไม่ล่มหรอกน่า” เกวลินบอกพลางยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ
“แล้วคนที่มารับมาส่งทุกวันก็ไม่ใช่เหรอ” ชมพูนุชถามอย่างสงสัย จริงๆ เรื่องคบผู้ชายเธอไม่ได้ซักไซ้เกวลินมากนัก เห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัว
“หือ...” เกวลินส่ายหน้าหวือ “ทางผ่านเลยไปกลับด้วยกันเฉยๆ แต่ฉันก็ช่วยออกค่าน้ำมันบ้างเหมือนกันนะ...ว่าแต่เธอจะซักฉันทำไมเนี่ย”
“ก็...แปลกใจที่เธอว่ายังโสด ทั้งที่ฉันเห็นว่าหัวกะไดบ้านไม่เคยจะแห้ง”
“ก็ฉันมีสิทธิ์เลือกนี่ ก็ขอใช้สิทธิ์หน่อยเถอะ ใครจะเหมือนเธอ...” ปรายตามองพลางอมยิ้ม ใช้ไหล่กระแทกหยอกเย้าเพื่อนเบาๆ
ตอน 3
“เลิกกันได้ครึ่งเดือนแล้วมั้ง”
“ไม่จริง!” เกวลินอุทานอย่างตกใจ ก็คนคู่นี้คบกันมายาวนานมาก ตั้งแต่สมัยเธอกับชมพูนุชทำงานที่เดียวกัน มันก็หลายปีมาแล้ว จนตอนนี้ต่างย้ายไปทำคนละที่
“จริงที่สุดเลยละ มันเต็มทีแล้ว”
“ถ้าเธอไม่พูดฉันไม่รู้เลยนะเนี่ย ไม่เห็นมีช่วงไหนที่ท่าทีเหมือนคนอกหักรักคุดสักนิด”
“คงเพราะเราระหองระแหงกันมานาน ฉันเลยทำใจไว้บ้างแล้วด้วยมั้ง พอเจอเข้าจริงๆ เลย ไม่ได้ฟูมฟาย แต่ตอนอยู่คนเดียวมันก็มีเศร้าบ้างละนะ” ชมพูนุชบอกพลางยิ้มอ่อนๆ
“ไหนๆ พรุ่งนี้ก็วันหยุด คืนนี้เรามาฉลองความเป็นโสดกันดีกว่า” เกวลินบอกอย่างกระตือรือร้น “ก็ดี” ซึ่งชมพูนุชก็ไม่คิดจะปฏิเสธนานๆ จะได้ดื่มและกินด้วยกันเสียที เพราะส่วนใหญ่เกวลินนั้นชอบออกไปสังสรรค์เฮฮาปาร์ตี้นอกบ้านมากกว่า ผิดกับเธอที่ชอบอยู่บ้าน
แม้เมื่อคืนจะดื่มและกินหนักไปหน่อยแต่ในเช้าตรู่ชมพูนุชก็สามารถตื่นมาหุงข้าวทำกับข้าวเพื่อรอใส่บาตรในช่วงหกโมงเช้า หลังจากเตรียมทุกอย่างเสร็จก่อนไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า สุดท้ายก็ไม่ลืมที่จะไปเคาะห้องปลุกเกวลินที่กำชับเอาหนักหนาตั้งแต่เมื่อคืนว่าห้ามลืมเด็ดขาด
แต่ก็เคาะอยู่นานกว่าคนในห้องจะมาเปิดประตูให้ด้วยท่าทางงัวเงีย “มีอะไรมาเคาะประตูแต่เช้าเชียว” บอกแล้วยกมือป้องปากหาว
“อาบน้ำแต่งตัวได้แล้ว อีกไม่ถึงชั่วโมงฉันจะลงไปใส่บาตรแล้วนะ”
ได้ยินอย่างนั้นคนที่อ้าปากหาวก็ชะงักแล้วเบิกตากว้าง เหมือนพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้ “เอ่อ! จริงด้วย ลืมไปเลยนะเนี่ย ขอบใจนะ ขอไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนเดี๋ยวไม่ทัน” พูดจบก็รีบวิ่งไปกลับเข้าไปในห้องและวิ่งออกไปเข้าห้องน้ำที่มีเพียงห้องเดียวในบ้านอย่างเร่งรีบ
“จริงๆ เลย ตัวเองบอกแท้ๆ แต่ดันลืม” ชมพูนุชส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะเดินไปหยิบโต๊ะพับเพื่อวางของใส่บาตรไปตั้ง
ทั้งสองสาวช่วยกันยกของที่จะใส่บาตรมาวางที่โต๊ะที่ชมพูนุชเตรียมเอาไว้ ก่อนพระท่านจะมาถึง และก็ไม่ต่างกับเพื่อนบ้านหนุ่มคนใหม่
“อ้าว! อรุณสวัสดิ์ค่ะ ใส่บาตรเหมือนกันเหรอคะ” เกวลินที่รู้เรื่องนี้อยู่แล้วแสร้งถามเหมือนแปลกใจ “มาวางที่โต๊ะด้วยกันสิคะ มาค่ะ” ไม่รอให้อีกฝ่ายปฏิเสธหรือตอบรับ เกวลินรีบเดินเข้าไปช่วยถือกับข้าวที่ชายหนุ่มใส่ถุงเอาไว้และดอกไม้ที่วางอยู่บนปากโถชามข้าวมาวางที่โต๊ะ
“ขอบคุณครับ พวกคุณใส่บาตรทุกเช้าเลยหรือครับ”
ชมพูนุชที่อ้าปากจะปฏิเสธว่าจะใส่เฉพาะเช้าวันหยุดเท่านั้น ต้องรีบหุบปากเมื่อเกวลินจีบปากจีบคอรับและพูดเป็นตุเป็นตะ ทั้งที่อยู่ด้วยกันมานี้คือครั้งแรกที่เกวลินยอมตื่นแต่เช้ามาใส่บาตร
“ค่ะ พอดีไม่ค่อยมีเวลาเข้าวัดทำบุญเท่าไหร่ก็อาศัยช่วงเช้าที่ตื่นแต่เช้าหน่อยมาใส่บาตรเอานะคะ”
“ดีนะครับ ผมนานๆ จะได้ใส่ที นี้ถ้าไม่คิดว่าย้ายบ้านใหม่ผมคงยังนอนไม่ตื่นแน่ๆ” ชายหนุ่มบอกเสียงกลั้วหัวเราะพร้อมกับลูบท้ายทอยอย่างเขินๆ
“เอาไว้วันไหนคุณอยากใส่บาตรบอกนะคะ ฉันจะได้ทำกับข้าวเผื่อ”
“ขอบคุณครับ พระท่านมาแล้วครับ” ชายหนุ่มรีบบอกเมื่อเห็นพระสามรูปเดินมา
“อุ๊ย!” เกวลินอุทานอย่างตกใจ เมื่อมือเธอไปปัดโดนทัพพีที่จะตักข้าวใส่บาตรของตัวเองตกพื้น “เอาไงล่ะทีนี้ จะกลับไปเอาอันใหม่พระท่านก็มาถึงแล้ว ฉันขอใส่บาตรด้วยคนได้ไหมคะ” ว่าแล้วเธอก็ขยับไปยืนข้างๆ เพื่อนบ้านคนใหม่ เอื้อมมือไปจับทัพพีอันเดียวกันกับชายหนุ่มเพื่อตักข้าวเตรียมใส่บาตร
“คุณตักข้าว ผมเอาดอกไม้และกับข้าวใส่ดีกว่านะครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ใส่ด้วยกันนี่แหละ ทำบุญร่วมกันตักบาตรร่วมขันจะได้กลับมาเจอกันทุกชาติไป”
“ยัยลิน! มาใส่กับฉันดีกว่าไหม” ชมพูนุชเอ่ยปากเรียกเมื่อเห็นว่าเพื่อนออกอาการมากเกินไป
“ไม่เป็นไรหรอกครับ”
และเกวลินก็ไม่ไปจริงๆ เธอทำตามความตั้งใจจนกระทั่งใส่บาตรเสร็จ
“เดี๋ยวกินข้าวเสร็จผมจะมาซ่อมรั้วให้นะครับ” แทนไทบอกสองสาว
“ค่ะ” ชมพูนุชรับคำพร้อมกับยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเดินถือโถชามเข้าบ้าน โดยให้เกวลินเป็นคนเก็บโต๊ะตามมาทีหลัง
“มากินด้วยกันไหมคะ” เกวลินเอ่ยปากชวน “เอ่อ...ฉันคิดว่ากินข้าวหลายๆ คนมันสนุกดี และอีกอย่างพวกเราจะได้ทำความรู้จักกันในฐานะเพื่อนบ้านให้มากขึ้นด้วยไงคะ”
“งั้นเอาไว้เป็นมื้อเย็นดีกว่าไหมครับ เราจะได้มีเวลาคุยกันมากขึ้นหน่อย เพราะเช้าผมว่าจะรีบกินรีบมาซ่อมรั้วบ้านให้พวกคุณน่ะครับ”
“ก็ดีค่ะ ตกลงตามนั้นนะคะ” เกวลินส่งยิ้มสดใสให้ก่อนจะยกโต๊ะเข้าบ้านไปอย่างอารมณ์ดีกว่าปกติ
“อารมณ์ดีจริงนะ ถ้าใส่บาตรตอนเช้าแล้วทำให้อารมณ์ดีอย่างนี้น่าลุกมาใส่ทุกวันนะฉันว่า” ชมพูนุชที่กำลังล้างโถข้าวเก็บเอ่ยปากล้อ เมื่อเห็นเพื่อนเดินเข้าบ้านมาด้วยอาการยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
“ถ้าคุณแทนใส่ทุกวันฉันจะยอมก็ได้”
“ตกลงเธอสนใจคุณแทนใช่ไหม” ชมพูนุชถามออกไปตรงๆ และอีกฝ่ายก็ไม่คิดจะปิดบังจึงตอบกลับมาตรงๆ ว่า
“ใช่ ผู้ชายหล่อ นิสัยดี น่ารักขนาดนี้ไม่สนใจก็บ้าแล้ว” เกวลินพูดพร้อมกับทำสีหน้าเพ้อฝัน
“แต่ก็ไม่น่าออกอาการขนาดนี้หรือเปล่า”
“ไม่ละ สำหรับฉันถ้าชอบก็เดินหน้าลุยโลด สมัยนี้รอผู้ชายรุกก่อนไม่ทันกินกันพอดี ผู้ชายแท้ยิ่งหายากๆ อยู่ขืนช้าหมาได้คาบไปกิน”
“แล้วแน่ใจได้ไงว่าเขายังไม่มีใคร” คำถามของชมพูนุชทำให้เกวลินต้องหลุดจากความเพ้อฝันไปชั่วครู่ ก่อนหญิงสาวจะยักไหล่ “ภายในวันนี้ฉันรู้แน่นอน”
“อย่าบอกน่ะว่าแกจะเดินไปถามเขาตรงๆ น่ะ อย่าเชียวนะ” ชมพูนุชรีบเอ่ยเตือน
“บ้าสิ ฉันถามได้แนบเนียนกว่านั้นย่ะ มากินข้าวได้แล้ว กินเสร็จฉันจะไปซ่อมรั้ว ไม่ใช่สิไปให้กำลังใจคนซ่อมรั้ว” พูดจบเกวลินก็ปิดปากหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ เห็นอย่างนั้นแล้วชมพูนุชได้แต่ส่ายศีรษะ ท่าจะเป็นเอามาก
คุณอาจชอบ





