ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

นี่คือบ้านที่หล่อนต้องใช้ชีวิตอยู่จริงๆ น่ะเหรอ

ร่างบอบบางที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลหลังพักฟื้นมาร่วมเดือนกวาดสายตามองรอบห้องนอนส่วนตัวที่สาวใช้รับกระเป๋าแล้วหิ้วเดินนำขึ้นมายังห้องที่หล่อนเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก

หล่อนตายแล้วเกิดใหม่เพราะอุบัติเหตุเมื่อหนึ่งเดือนก่อน เกิดใหม่ในร่างของผู้หญิงอายุน้อยซึ่งอยู่ในวัยนักศึกษา

ถึงตอนนี้หล่อนยังไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องราวพิลึกพิลั่นนี้ได้เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่เพียงเรื่องที่เคยอ่านจากหนังสือนิยายหรือเห็นจากละครโทรทัศน์

ตัวตนแท้จริงของหล่อนสลายเป็นเถ้าไปแล้วเพราะญาติที่ต่างจังหวัดมารับร่างไร้ลมหายใจพร้อมเงินชดเชยก้อนโตจากอุบัติเหตุไม่คาดฝัน จบชีวิตเด็กกำพร้าที่เคยแต่เป็นกาฝากของเหล่าญาติทั้งทางฝั่งพ่อกับแม่

‘หลานสาวตายทั้งคน ลุงป้าน้าอาแย่งกันรุมทึ้งค่าทำขวัญอย่างกับแร้งลง’

คือคำค่อนขอดจากปากผู้หญิงสูงวัยคนหนึ่งที่หล่อนพบและรับรู้ว่าเธอคือคุณป้าของ ‘น้องออม หรือ อันริมา’ เจ้าของร่างสะโอดสะองที่ยามนี้มีวิญญาณของหญิงสาวอายุสามสิบสิงสู่อยู่

สรุปแล้วหล่อนลัดขั้นตอนการเกิดใหม่หรือว่าหล่อนเป็นผีวิญญาณแย่งชิงการมีชีวิตอยู่ของคนอื่นกันแน่...หญิงสาวพยายามทำความเข้าใจเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อวันที่ฟื้นขึ้นมาบนเตียงของโรงพยาบาลเอกชนแล้วพบว่าญาติพี่น้องที่รายล้อมล้วนเป็นคนไม่เคยพบหน้าคร่าตากันมาก่อน สักครั้งสักหนก็ไม่เคย

‘หรือสมองยัยออมจะกระทบกระเทือน’ ป้าชะเอมญาติผู้ใหญ่ของอันริมาลงความเห็นก่อนจะสะอื้นฮักเป็นวรรคเป็นเวร ร้อนถึงพี่ชายของน้องออมที่ชื่ออาร์มต้องเข้ามาปลอบ

‘ยัยออมเพิ่งฟื้นนะครับป้าเอม ให้เวลายัยออมอีกหน่อยจะดีกว่า อุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ใช่เบาๆ มีคนตายตั้งสองคน’

‘ใครตาย...’ หล่อนได้ยินเสียงไม่คุ้นหูถามออกไป เสียงที่เปล่งออกมาจากริมฝีปากที่ยังบวมแตกเพราะแรงกระแทกจากอุบัติเหตุ

‘เอ่อ...’ หญิงสูงวัยทำท่าทางอึกอัก หันไปสบตากับหลานชาย แต่เขายังไม่ทันได้พูดอะไร ก็มีชายหญิงคู่หนึ่งควงแขนกันเข้ามาในห้อง หลังจากพบหน้ากันในครั้งที่สอง หล่อนก็จำได้ว่าทั้งคู่คือบิดาและมารดาเลี้ยงของอันริมา

‘ไม้กับผู้หญิงที่เขาขับรถชนตายไงล่ะ เธอชื่อจันทร์ๆ อะไรสักอย่าง’ คำพูดและท่าทีเมื่อเอ่ยชื่อหญิงเคราะห์ร้ายรายนั้นราวกับเอ่ยถึงมดปลวกไร้ค่าที่เป็นการเสียเวลาแม้จะจดจำ

‘ไม่พูดสักคำหล่อนจะตายมั้ย’ ป้าชะเอมตวาดแว้ด ด้วยเข้าใจไปเองว่าการตายของคนชื่อไม้กำลังทำให้หลานสาวของตนเสียขวัญ

‘จันทร์เมษา...’ เจ้าของชื่อครางเสียงแผ่วเบา ไม่สนใจว่าขณะนั้นสตรีต่างวัยสองคนกำลังเริ่มต่อปากคำกันไปมา

จันทร์เมษาจำได้เพียงว่าหลังจากนั้นหล่อนกรีดร้องอย่างเสียขวัญ และพยายามจะลงจากเตียง หล่อนจึงถูกบิดาและพี่ชายเจ้าของร่างรวบตัวไว้ ไม่นานนักก็มีพยาบาลกรูกันเข้ามาในห้อง หลังจากถูกให้ยาเพิ่ม สติการรับรู้ของหล่อนก็ดับวูบไปอีกหน

ทุกครั้งที่รู้สึกตัว หล่อนจะร้องขอกระจก และก็พบความจริงว่าตัวเองไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว เพราะอยู่ตัวคนเดียวมานานหลายปีตั้งแต่ ‘ถูกไล่’ ออกจากบ้านที่ต่างจังหวัด การเปลี่ยนแปลงที่มาอย่างปัจจุบันทันด่วนทำให้หล่อนเก็บงำอารมณ์ ไม่ตีโพย ตีพาย และพยายามควบคุมสติให้รู้เท่าทันเหตุการณ์ปัจจุบันเพื่อจะหาคำตอบให้ได้ว่า เหตุใดตนเองถึงได้มาอยู่ในร่างของผู้หญิงคนนี้

ทุกๆ วันในโรงพยาบาล หล่อนจะค่อยๆ ซึมซับเรื่องราวจากปากป้าชะเอมและญาติๆ ที่มาเยี่ยม จึงได้รู้ว่าเพื่อนผู้ชายของ อันริมาเป็นคนขับรถยนต์คันที่พุ่งชนหล่อนขณะเดินร้องไห้อยู่ริมถนน

ใช่...ตอนนั้นหล่อนกำลังร้องไห้ฟูมฟายอย่างหนัก ก่อนจะรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรง แล้วสติก็ดับวูบ กระทั่งความเจ็บปวดค่อยทวีขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างสะลึมสะลือเพราะฤทธิ์ยาระหว่างพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลในสามสี่วันแรก

“คุณออม...คุณออมคะ” เสียงของสาวใช้ชื่อมดเรียกสติของจันทร์เมษาให้คืนกลับมา

“เอ่อ...มีอะไรหรือจ๊ะ...มด” หญิงสาวพยายามจดจำรายละเอียดและผู้คนที่เกี่ยวข้องกับอันริมาไว้จนขึ้นใจ เพราะข้ออ้างเรื่องสมองกระทบกระเทือนหลังอุบัติเหตุถ้าถูกหยิบยกมาใช้บ่อยเกินไปก็อาจจะดูมีพิรุธได้

มดมีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อยที่คุณหนูขี้เหวี่ยงขี้วีนพูดจ๊ะจ๋ากับหล่อน ผิดกับแต่ก่อนที่ชอบกระชากเสียงใส่ เรียกจิกหัวว่านังมด ไม่ก็อีมด

“คุณออมจะลงไปกินข้าวกลางวันข้างล่างหรือให้มดยกมาข้างบนคะ”

จันทร์เมษานิ่งครู่หนึ่งแล้วบอก “ยกข้าวต้มหรือโจ๊กถ้วยนึงมาให้ฉันข้างบนก็พอ”

หล่อนอยากอยู่เงียบๆ ใช้เวลาคิดและวางแผนการใช้ชีวิตในบ้านหลังนี้ท่ามกลางผู้คนแปลกหน้า

รับคำสั่งแล้ว มดก็เดินออกจากห้องไป หญิงสาวเจ้าของห้องคนใหม่เริ่มเดินสำรวจห้องนอนที่ใหญ่เป็นสองเท่าของห้องเช่าในอดีตที่มีห้องน้ำ มุมวางที่นอน มุมทำอาหารเล็กๆ และมุมตากผ้ารีดผ้าในตัวเสร็จสรรพ

หลังบานตู้เสือผ้ากรุกระจกตลอดแนวสูงจรดเพดานมีเสื้อผ้าสำหรับใส่ทุกฤดูและหลากสีสันอัดแน่นอยู่เต็มตู้ บนโต๊ะกระจกเครื่องแป้งก็ไม่ต่างกัน เครื่องสำอางที่วางอยู่บนนั้นล้วนแต่เป็นแบรนด์ดังราคาสูงลิ่ว และหล่อนในอดีตก็ไม่เคยคิดจะเฉียดกายเข้าใกล้ของฟุ่มเฟือยเหล่านี้ด้วยว่าเงินเดือนพนักงานบริษัทจะใช้แต่ละวันช่างกระเบียดกระเสียรเต็มที

จันทร์เมษาหมดแรงกับความเหลื่อมล้ำที่พบเจอแบบกะทันหัน หญิงสาวไม่ได้เดินเข้าไปสำรวจภายในห้องน้ำ หล่อนทิ้งตัวลงนั่งปลายเตียง มันคือเตียงสี่เสาสุดหรูที่หล่อนเคยเห็นตาม โชว์รูมขายเฟอร์นิเจอร์ ละครหลังข่าวและหน้านิตยสาร

รสนิยมของเจ้าของห้องเดิมกับหล่อนดูผิดกันลิบลับ หล่อนที่เป็นยาจกวิญญาณกลับเข้ามาอยู่ในร่างลูกสาวเศรษฐีคนหนึ่ง

ไม่ยุติธรรมทั้งกับตัวหล่อนและเจ้าของร่างเดิม แต่หล่อนจะทำอย่างไรได้ พูดออกไปคนเขาจะหาว่าบ้า หากร่ำร้องอยากไปพบพระพบคนทรงเจ้า เพื่อให้พวกเขาช่วยคลี่คลายเรื่องประหลาดนี้คนอื่นก็จะหาว่างมงาย อีกทั้งแต่ก่อนแต่ไรตัวหล่อนก็ไม่เคยเชื่อถือคนจำพวกนั้น ด้วยคิดว่าเป็นคนต้มตุ๋นหลอกลวง หล่อนเชื่อแต่เพียงว่าทำดีต้องได้ดี

วิญญาณหล่อนอยู่ในร่างนี้ แล้วหญิงสาวที่ชื่ออันริมาล่ะ น้องออมตายวิญญาณแตกดับไปแล้วหรือเป็นผีเร่ร่อนรอวันช่วงชิงร่างของเธอคืน

ยิ่งคิด จันทร์เมษายิ่งปวดหัวจี๊ด หล่อนจะสามารถใช้ชีวิตในร่างคนอื่นได้อย่างไรไม่ให้รู้สึกผิด

หล่อนยังไม่อยากตายไปกับอุบัติเหตุที่เพิ่งผ่านมาสดๆ ร้อนๆ แต่การมีชีวิตในร่างของคนอื่น การต้องแสดงเป็นคนอื่นนับจากวันนี้ไปหล่อนก็ไม่ปรารถนามันเลยสักนิด!

ตอน 2

วันนี้เป็นวันเสาร์ จันทร์เมษาผ่านอุบัติเหตุข้ามถนนแล้วถูกรถพุ่งเข้าชนมาเกือบสองเดือนแล้ว ช่วงเวลาที่อยู่ในโรงพยาบาลและกลับมาพักฟื้นอยู่บ้านเพราะบาดแผลของอันริมาไม่ได้สาหัสเท่ากับผู้ชายที่เป็นคนขับ จากคำบอกเล่าของผู้เห็นเหตุการณ์ คนขับรถยนต์ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย แรงเหวี่ยงระหว่างที่รถหมุนไปฟาดกับท้ายรถบรรทุกขนเหล็กเส้นที่จอดอยู่หน้าไซต์งานก่อสร้าง ทำให้ด้านข้างคนขับถูกท่อนเหล็กพุ่งเสียบ นั่นคือสาเหตุที่ทำให้ผู้ชายชื่อไม้เสียชีวิต

และจากคำบอกเล่าที่พอประติดประต่อได้ อันริมากับไม้อยู่ในช่วงเริ่มคบหากัน ช่วงงานศพของเขา จันทร์เมษาเคยเอ่ยปากบอกป้าชะเอมว่าอยากไปงานศพเพื่อขออโหสิกรรมให้ชายหนุ่ม แต่กลับถูกริ้วไหมและกลุ่มเพื่อนสนิทของอันริมาทักท้วงไว้

‘ไปให้อีนังรุ้งกับเพื่อนมันฉีกอกแกเหรอ...’

คงเพราะหล่อนทำหน้างุนงง ริ้วไหมที่คงจะสนิทกับอันริมาและออกแนวหัวหน้ากลุ่มเพื่อนสนิทจึงรีบพูดต่อ

‘อย่าบอกนะว่าแกลืม เออๆ คงเพราะหัวแกกระแทกคงจะเอ๋อไปสักพัก เอาละ...ก่อนแกจะออกไปกับไม้ แกเพิ่งไปฉกไม้จากอกนังรุ้งมา มันเที่ยวโพนทะนาด่าแกซะไฟแลบ และคนที่โดนลมปากมันเป่ามากที่สุดก็แม่กับครอบครัวของไม้ ขืนแกโผล่หัวไป แกโดนฉีกอกแน่’

‘พวกฉันไปร่วมงานและส่งพวงหรีดแล้ว พ่อกับพี่ชายแก่ก็ส่งไป และรู้มั้ย พวงหรีดของพ่อแกกับพี่ชายไปอยู่ที่ไหน’ เพื่อนที่ชื่อฝนถาม และไม่รอคำตอบ ‘ถูกทิ้งโครมลงกับพื้น ฉะนั้นแกอย่าเพิ่งเสี่ยงพาหน้าบวมๆ ของแกไปให้คนพวกนั้นเห็นหน้าจะดีกว่า’

จากหลายๆ บทสนทนา สรุปได้ว่าอันริมาเพิ่งจะเริ่มคบหากับไม้หรือมกุฏ หลังจากที่ฝ่ายชายเทียวไล้เทียวขื่อส่งคำหวานและของขวัญให้หญิงสาวแข่งกับกลุ่มชายหนุ่มฐานะดี และหลายคนก็เป็นถึงระดับเดือนมหาวิทยาลัย แต่ว่ามกุฏก็มีแฟนสาวชื่อรุ่งทิวาอยู่ก่อนแล้ว

อันริมาแย่งมกุฏมาจากรุ่งทิวา ในวันที่ชายหนุ่มแตกหักกับแฟนสาวอย่างเด็ดขาด คือวันที่เขาเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุนั่นเอง

นอกจากพอจะรู้เรื่องแวดวงเพื่อนฝูงของอันริมา จันทร์เมษาก็เลียบเคียงถามเรื่องราวในชีวิตของเจ้าของร่างเดิมจากป้าชะเอม มด พี่ชายและหลายต่อหลายครั้งก็เก็บรายละเอียดได้จากคำพูดของนายสามารถและภรรยาสาวที่ชื่อจิตดาหลา นอกนั้นก็จากบทสนทนารวมถึงชีวิตบนโลกโซเชียลในโทรศัพท์มือถือที่ยังคงล็อกอินระบบอยู่

อันริมามีอุปนิสัยใจคอต่างกับหล่อนมากนัก จะให้เป็นเพื่อนกันยังคิดว่ายาก หากหล่อนคือสีขาว สาวน้อยวัยมหาลัยคนนี้ก็คือสีเทาค่อนไปทางดำ

จันทร์เมษาไม่ได้คิดยกยอหรือเข้าข้างตนเองว่าดีเลิศ แต่การเที่ยวหว่านเสน่ห์คบหากับผู้ชายมากหน้าหลายตา การด่าทอ ผรุสวาทหยาบคายในกล่องข้อความทั้งทางเฟซบุ๊ก ไลน์หรืออินสตาแกรม หล่อนไม่เคยทำ และไม่เคยคิดจะทำ

โอ้หนอ...ร่างกายที่หล่อนสิ่งสู่อยู่นี้ได้ทำเรื่องร้ายแรงหรือผิดศีลธรรมใดไว้บ้าง และหากมันมีเรื่องที่หล่อนคิดหวาดกลัวเกิดขึ้นจริง หล่อนจะจัดการกับชีวิตใหม่นี้อย่างไร

แม้นอนคิดแล้วคิดอีกมาหลายคืนแล้ว แต่จันทร์เมษาก็ยังคิดไม่ตก หญิงสาวรู้แต่เพียงว่าอันดับแรกหล่อนจำเป็นต้องกลับไปเรียนให้จบ ซึ่งการศึกษาของอันริมานั้นเหลืออีกเพียงปีเดียวเท่านั้น หากจบมหาวิทยาลัย อาจเป็นการดีที่หล่อนจะหาหนทางไปทำงานหรือไปอยู่ที่อื่น ให้ห่างไกลจากผู้คนที่จิตวิญญาณของหล่อนไม่เคยมีความผูกพันมาก่อน

ระหว่างกำลังนั่งทอดถอนใจ ก็มีข้อความแจ้งเตือนขึ้นมาในโทรศัพท์มือถือ จันทร์เมษาเปิดอ่านด้วยความอยากรู้ เพราะคิดว่ามันอาจจะเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับการมีชีวิตอยู่ในร่างของคนอื่น

‘กลับไปเราสองคนมีเรื่องต้องคุยกัน อย่าแม้แต่คิดจะหลบหน้าพี่’

ข้อความนี้จากผู้ชายที่ชื่อ ‘ดอน’

ซึ่งก่อนหน้านี้หล่อนก็เคยอ่านข้อความในไลน์ของเขากับ อันริมาย้อนกลับไปเพื่อสืบความสัมพันธ์ระหว่างชายหนุ่มกับหญิงสาว ดูเหมือนว่าทั้งสองคนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งอยู่ในขั้นคู่รักเสียด้วย ทว่าข้อความมีไม่มากเท่าไร คล้ายถูกลบทิ้ง มีเพียงแต่บทสนทนาก่อนจะถึงวันที่อันริมาเกิดอุบัติเหตุพร้อมกับมกุฏ และคนที่เอาแต่พล่ามด่าด้วยถ้อยคำหยาบคายก็คืออันริมา ก่อนจะลงท้ายประโยคที่ว่า

‘ในเมื่อพี่ดอนปล่อยให้อีผู้หญิงพวกนั้นมาหยามหน้าออม ออมก็จะทำแบบเดียวกับพี่ดอนบ้าง’

อ่านดูก็พอรู้ว่าพี่ดอนคนนี้คงจะเจ้าชู้ไม่เบา หรือนี่จะเป็นสาเหตุที่อันริมาประชดเขาด้วยการแย่งมกุฏมาจากแฟนสาว

มกุฏตายไปแล้ว จันทร์เมษาคิดว่าหลังจากคุยและสะสางปัญญากับผู้ชายชื่อดอนคนนี้แล้ว ผู้ชายคนอื่นๆ ของอันริมาที่ระดับความสัมพันธ์ห่างออกไปก็คงจะไม่ยากเกินมือหล่อนจัดการล่ะมัง เรื่องความรักอิรุงตุงนังของสาวน้อยวัยมหาลัยคงจะเป็นอุปสรรคด่านแรกที่สาวโสดค้างปีอย่างหล่อนต้องผ่านพ้นไปให้ได้สินะ

ตอน 3

นับเป็นวันแรกที่จันทร์เมษาได้อยู่บ้านหลังใหญ่คนเดียว เพราะมดกับป้าแม่ครัวที่ชื่อเนาออกไปจ่ายตลาดและซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าใกล้บ้าน ส่วนนายสามารถและจิตดาหลานั้นขึ้นรถขับออกไปทำงานที่บริษัทผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องครัวของครอบครัวโภคสุขสิริ ส่วนอัศวินผู้เป็นลูกชายคนโตนั้นออกจากบ้านไปทำธุระที่ต่างประเทศได้สองวันแล้ว

แม้บริษัทโภคสุขสิริไม่ใหญ่โตนัก และเพิ่งเริ่มต้นก่อตั้งในรุ่นของนายสามารถ แต่จันทร์เมษาก็รู้สึกทึ่งไม่น้อยที่หล่อนได้มาอยู่ในร่างของลูกสาวเศรษฐีคนหนึ่ง และชีวิตภูมิหลังของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาก็พรั่งพรูออกมาจากปากของป้าชะเอมแบบน้ำไหลไฟดับกับแค่หล่อนเปรยว่าแม่เลี้ยงอายุน้อยดูจะไม่ชอบหน้าหล่อนเท่าไรนักในวันที่ป้าชะเอมมาเยี่ยมหลังออกจากโรงพยาบาล

‘มันคงแค้นที่ออมยื่นคำขาดกับพ่อเรื่องเขียนพินัยกรรมล่วงหน้าว่าจะไม่ยอมยกสมบัติสักชิ้นให้เป็นของมันน่ะสิ เรื่องที่มันถูกจับทำหมันเพื่อพิสูจน์ว่าไม่ได้คิดอยากได้สมบัติหรือมรดกของพ่อเราด้วย เชอะ! กะแค่พนักงานต๊อกต๋อยที่เมียเจ้านายตายก็รีบชูคอเผยอหน้าขึ้นมา พ่อเราก็เจ้าชู้ประดูดิน เห็นเงียบๆ มาหลายปีตั้งแต่ยัยช่อป่วย ที่ไหนได้ เมียตายศพยังอุ่นผู้หญิงก็ดาหน้ามาแสดงตัวจะเป็นคุณนายคนใหม่ให้ลึ่ม...หน็อย คิดแล้วก็เจ็บใจ แม่เราน่ะอ่อนแอเกินไป ถูกผัวสวมเขากี่รอบก็ไม่เคยจะจัดการอะไรได้ แต่ก็ดีนะที่ออมไม่ได้เป็นแบบแม่’

จันทร์เมษาพอรู้แล้วว่าอันริมาได้ดีเอ็นเอความดุเดือดเลือดร้อนมาจากใคร ก็จากป้าชะเอมพี่สาวแท้ๆ มารดานี่เอง

‘แล้วพี่ดอน เอ่อ...พี่ดอน’ หญิงสาวอยากรู้เรื่องของผู้ชายชื่อดอนมากขึ้นอีกนิด หลังจากเมื่อวันก่อนหน้าที่หล่อนลงไปเดินเล่นในสวน แล้วไปหยุดอยู่ประตูด้านข้างของบ้านที่เชื่อมกับบ้านอีกหลัง มดก็เข้ามาถามด้วยความอยากรู้ว่าหล่อนมายืนมองบ้านคุณดอนทำไม และยังบอกอีกว่าคุณดอนไปทำงานต่างประเทศ ทำให้หล่อนเกิดความสงสัยขึ้นมาว่าเจ้าของบ้านที่ชื่อดอนกับเจ้าของข้อความทางไลน์จะใช่คนเดียวกันหรือเปล่า

และถ้าใช่ นั่นก็แสดงว่าเขากับอันริมาปลูกบ้านร่วมรั้วกัน ความสัมพันธ์ก่อนหน้าก็ดูท่าจะแน่นแฟ้นดีไม่น้อย

‘ตาดอนก็ไปทำงานต่างประเทศ เออ...ออมเข้าโรงบาลตั้งนาน ตาดอนไม่โทร.ถามอาการบ้างเหรอ เขาจะรู้เรื่องหรือเปล่า แต่น่าจะรู้นะ เพราะอาร์มก็น่าจะบอก พวกเขาเพื่อนกันนี่เนาะ’

แสดงว่าพี่ดอนที่ว่าคงสนิทกับพี่อาร์มของน้องออมคนสวย ชายหนุ่มทั้งสองคนคงอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน กะคะเนจากรูปภาพที่ปรากฏอยู่พร้อมข้อความในมือถือ...แต่จะว่าไป หล่อนกลับไม่เห็นรูปคู่ของหนุ่มสาวทั้งสองคนในมือถือของอันริมาด้วยซ้ำ

‘บ้านพี่ดอนเงี้ยบเงียบ’

‘หนุ่มโสดอยู่คนเดียวก็แบบนี้ แต่เอ...ป้าถามหน่อยเถอะ ทำไมชอบถามถึงเรื่องเก่าๆ หรือถามเรื่องคนนั้นคนนี้อยู่เรื่อย หรือว่าออมยังจำอะไรไม่ค่อยได้ อย่างนี้ต้องไปหาหมอนะ อย่าปล่อยไว้เกิดเป็นอะไรไป อินังเมียน้อยพ่อเราจะมันจะได้ชุบมือเปิบกันพอดี’

‘ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่ จันทร์...เอ้ย ออมสบายดี ก็แค่เบลอๆ นิดหน่อย ออมอยากคุยกับป้าชะเอมมากๆ ก็เลยหาเรื่องคุยน่ะค่ะ’ ก็ไม่รู้ว่าคำตอบนี้จะพอช่วยได้ไหม แต่จันทร์เมษาก็โพล่งออกมาเท่าที่คิดได้

สรุปว่าการเค้นข้อมูลจากป้าชะเอมดูเหมือนจะสร้างข้อกังขาให้ผู้เป็นป้าพุ่งเป้ามาที่อาการทางสมองของหล่อน จันทร์-เมษาจึงคิดจะหาคำตอบของทุกข้อสงสัยด้วยตัวเอง

เพราะป้าเนากับมดยังไม่กลับ เธอจึงเดินไปที่ประตูเชื่อมระหว่างสองบ้าน และเมื่อยื่นมือผลักบานประตู มันก็เปิดออกอย่างช้าๆ นั่นแสดงว่าคนของทั้งสองบ้านคงไปมาหาสู่กันได้ทุกเมื่อ

คนคนนั้นคือตัวหล่อนในอดีตหรือเปล่านะ

จันทร์เมษาหยุดยืนอยู่หน้าตัวบ้านสองชั้นที่อาณาบริเวณกว้างเกือบเท่าบ้านของอันริมา...เจ้าของบ้านคงฐานะร่ำรวยไม่เบา

หญิงสาวมองประตูบ้านที่แง้มอยู่เล็กน้อย...หรือจะมีคนอยู่ข้างใน ผู้ชายคนนั้นกลับมาแล้วหรือ

คงไม่...เพราะถ้ากลับมา เขาก็น่าจะส่งข้อความมานัดแนะอันริมาเพื่อจะคุยเรื่องสำคัญของเขากับหล่อนแล้ว

เจ้าของร่างคนใหม่ค่อยๆ ก้าวไปที่ประตู ก่อนจะแทรกกายผ่านเข้าไป ในห้องโถงกลาง มีโต๊ะกระจกและชุดโซฟารับแขกบุหนังสีน้ำตาลตั้งอยู่ บนโต๊ะมีกองจดหมายและซองเอกสารสีน้ำตาลวางอยู่หลายฉบับ หญิงสาวหยิบขึ้นมาสองสามฉบับ แล้วอ่านชื่อผู้รับหน้าซอง

“ศิดิตถ์ จีระพัฒน์ธาดา” ชื่อของนายดอนคนนั้นแน่ๆ อ่านแล้ว จันทร์เมษาก็พยายามจดจำชื่อเขาไว้ในใจ เผื่อจะใช้ค้นหาเรื่องราวของเขาบนโลกอินเตอร์เน็ตได้

ขณะเจ้าของเรือนร่างสมส่วนกำลังหันตัวกลับเพราะเกรงว่าป้าเนากับมดจะกลับมาถึงบ้านแล้วรู้ว่าหล่อนแอบย่องเข้ามาในบ้านที่อยู่ติดกันเพื่อสืบเรื่องบางอย่าง ร่างทั้งร่างก็ถูกวงแขนหนึ่งสวมกอดจากด้านหลัง

จันทร์เมษาแทบจะกรีดร้องในทันที ก่อนฝ่ามือใหญ่จะตะครุบปิดปากหล่อนเสียสนิท หญิงสาวดิ้นรนด้วยแรงทั้งหมดที่มี ตื่นตกใจกับการจู่โจมและแรงของผู้ชาย หล่อนมั่นใจว่าคนที่กอดหล่อนเป็นผู้ชาย

เขาคือใคร...

เจ้าของบ้าน หรือว่าโจร!

“จะดิ้นทำไมล่ะน้องออม คิดถึงพี่มากไม่ใช่เหรอถึงได้แอบย่องเข้ามาเงียบๆ โดยไม่รอพี่นัดก่อน” เสียงทุ้มต่ำดังที่ริมหู ส่งผลให้ขนบนร่างกายหญิงสาวลุกเกรียว

ศิดิตถ์เห็นตั้งแต่หญิงสาวมาหยุดยืนอยู่หน้าบ้าน เขากลับมาถึงประเทศไทยก่อนกำหนดหนึ่งวันโดยไม่ได้บอกใคร เพิ่งเข้าบ้านได้ชั่วโมงกว่าๆ เข้าใจว่าสาวใช้และแม่ครัวของบ้านโภคสุขสิริคงออกไปจับจ่ายของในซูเปอร์มาเก็ต พวกเจ้านายก็คงออกไปทำงาน ไม่ก็ไปมหาวิทยาลัยดังเช่นกิจวัตรปกติที่เคยทำ

“ดอน...พี่ดอน” จันทร์เมษาขานชื่อเขาเบาๆ ในขณะที่ ราแรงดิ้นรนลงบางส่วน

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167UEX” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167UEX
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

ทวิลีลาวดี (พีเรียดวาย)
ทวิลีลาวดี (พีเรียดวาย)
เมื่อหนุ่มรักสันโดษหลงยุคกลับไปสู่สมัย ร.๕ ท่ามกลางเสียงดนตรีไทยอันแสนอ่อนหวาน เขาได้พบรักกับชายหนุ่มรูปงามผู้ทำให้หัวใจสั่นไหว ทว่าความต่างของห้วงเวลาและความลับของดอกลั่นทมกลับกลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่ท้าทายหัวใจของทั้งคู่ นิยาย Y พีเรียดแนวแฟนตาซีโรแมนติกที่สายวายห้ามพลาด
8.3
68 ตอน
หวงรักร้ายนายวิศวะ
หวงรักร้ายนายวิศวะ
เมื่อดีเทล วิศวะหนุ่มจอมบงการระเบิดอารมณ์หึงหวงอย่างบ้าคลั่ง หลังพบว่าโรราปันใจให้ชายอื่น แม้เธอจะยืนยันว่ารักแทคิณ แต่เขากลับไม่สนและขู่จะกักขังเธอไว้ นิยายดาร์กโรแมนซ์สุดร้อนแรงที่พร้อมสะกดทุกสายตา อ่านนิยายฟรีที่จะทำให้คุณลุ้นจนแทบหยุดหายใจไปกับความรักอันตรายครั้งนี้
9.4
100 ตอน
ตรวนรักราชสีห์
ตรวนรักราชสีห์
เมื่อ มะลิ ต้องตกอยู่ใต้พันธนาการรักสุดเร่าร้อนของชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล เธอถูกบังคับให้ทำหน้าที่ปรนนิบัติเขาบนเตียงทุกค่ำคืนอย่างไร้ทางเลี่ยง แม้จะอ้อนวอนขอความเห็นใจ แต่ท่านประธานสายโหดคนนี้กลับไม่ยอมปล่อยมือ ยิ่งเธอต่อต้าน เขายิ่งใช้สิทธิ์ครอบครองเธออย่างเอาแต่ใจใน นิยายรักดาร์กโรแมนซ์ เรื่องนี้
8.2
52 ตอน
ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี
ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี
จากอุบัติเหตุร้ายแรงสู่การเกิดใหม่ในร่างของ 'หลินลู่ฉี' เด็กหญิงวัยสามขวบผู้ถูกทอดทิ้งให้อ้างว้างท่ามกลางแคว้นเยี่ยนอันแสนอันตราย นิยายย้อนเวลาแนวสู้ชีวิตที่จะพาคุณไปพบกับการเอาตัวรอดของเด็กน้อยตัวเล็กๆ ที่ต้องเผชิญหน้ากับความลับและการทรยศ เพื่อเดินทางสู่เมืองหลวงและทวงคืนความยุติธรรมจากครอบครัวใจร้าย
9.0
75 ตอน
วิวาห์สายฟ้าแลบ
วิวาห์สายฟ้าแลบ
เมื่อคุณหมอใจร้ายทำลายชีวิตและลูกในท้อง เสิ่นหยวูต้องเผชิญความเจ็บปวดแสนสาหัส ทว่าในความมืดมน ตู้หยวุน ชายผู้อบอุ่นกลับก้าวเข้ามาพร้อมความหวังใหม่ แต่เบื้องหลังความอ่อนโยนนี้ซ่อนความลับสุดอันตรายในนิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่เธอต้องเลือกว่าจะสู้หรือยอมจำนน
9.3
84 ตอน
เพลิงแค้นบัญชารัก
เพลิงแค้นบัญชารัก
เมื่อไฟแค้นของ ชีค มาริส แผดเผาจนต้องลวงล่อ ปาณิศา น้องสาวศัตรูมาเป็นเหยื่อในเกมรักสุดอันตราย นิยายดาร์กโรแมนซ์แนวท่านประธานสายโหดที่จะทำให้คุณลุ้นไปกับความรักต่างชั้นและการแก้แค้นสุดเข้มข้น อ่านนิยายรักครบรสที่พร้อมสะกดทุกหัวใจได้แล้ววันนี้
8.5
44 ตอน