ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

ตะวันวาดอยู่ในชุดไทยบรมพิมานสีงาช้าง ความงามสง่าของชุดโบราณช่วยขับผิวนวลผ่องให้แลดูกระจ่างตา ผมสวยถูกเกล้าขึ้นเรียบร้อยแล้วประดับด้วยปิ่นทองเก่าแก่ของมารดา เพิ่มความกระจ่างสง่างามบนวงหน้าสวยให้งดงามชวนมอง

กลางห้องโถงซึ่งถูกเนรมิตให้เป็นสถานที่จัดงานหมั้นและจดทะเบียนสมรสมีคู่บ่าวสาวนั่งอยู่เคียงคู่ ท่ามกลางรัฐมนตรี แขกเหรื่อผู้ใหญ่ และสักขีพยานอีกครึ่งร้อย รวมไปถึงสื่อมวลชนที่ฝ่ายเจ้าบ่าวตั้งใจเชิญมา

งานพิธีการตอนเช้าเป็นไปอย่างราบรื่น ถึงแม้ว่าแววตาของเจ้าสาวจะไม่ทอประกายแห่งความดีใจ ทว่าเธอก็จำต้องฝืนปั้นหน้ายิ้มแย้มเพื่อให้เกียรติตระกูลของเจ้าบ่าวที่รักและเมตตาเธอเสมอมา แถมยังยินดีรับเธอเป็นสะใภ้ด้วยความเต็มใจ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงเย็น

ห้องบอลรูมโรงแรมชื่อดังถูกดัดแปลงให้เป็นสถานที่จัดงานฉลองมงคลสมรสที่แสนยิ่งใหญ่แห่งปี ซุ้มดอกไม้สีขาวนับหมื่นดอกถูกตั้งเป็นแนวกำแพงหน้างาน สื่อมวลชนจากทุกสำนักแห่แหนมารอทำข่าวมากกว่าตอนเช้าเกือบเท่าตัว เนื่องด้วยเจ้าบ่าวมีสถานะเป็นถึงทายาทเจ้าของโรงแรมแห่งนี้ และที่สำคัญเป็นหนุ่มในฝันที่สังคมเซเลบจับตามอง

ตลอดสามสิบห้าปีที่ผ่านมาจิรพัทธ์ไม่เคยมีข่าวควงสาวสวยคนใดออกงานเลยสักครั้ง แต่วันนี้เขากลับประกาศแต่งงานสายฟ้าแลบกับอดีตนางแบบดังที่ผันตัวมาเป็นผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์คนใหม่ของโรงแรมว่าที่สามี หัวข้อข่าวลือหนาหูที่เรียกนักข่าวมามากมายอย่างนี้คงหนีไม่พ้น...

‘เจ้าสาวท้องก่อนแต่ง’

ทั้งการลาออกจากวงการอย่างกะทันหันในขณะที่งานล้นมือ การทำงานในโรงแรม และสุดท้ายการประกาศแต่งงานแบบสายฟ้าแลบ ล้วนเป็นเครื่องการันตีข่าวลือได้ดี

ชุดเจ้าสาวท่อนบนถูกออกแบบมาเป็นพิเศษด้วยผ้าดิ้นเหลือบทองพื้นสีครีมทองนวลซึ่งสั่งตรงจากฝรั่งเศสเช่นเดียวกับเพื่อนเจ้าสาวขับผิวขาวนวลให้แลดูผุดผ่อง คอคว้านลึกจนเห็นเนินอกรำไร ชายกระโปรงลูกไม้กรุยกรายยาวสองเมตร

แพรพรรณแนบชิดเรือนกายจนแลเห็นเรือนร่างทรงนาฬิกาทรายของเจ้าสาวแต่กลับมีช่อดอกไม้คาดทับตรงช่วงเอว ยิ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับข่าวลือกระทั่งกระจอกข่าวประโคมข่าวอย่างสนุก ในขณะที่ด้านหลังเป็นผ้าซีทรูโปร่งลายลูกไม้อวดแผ่นหลังขาวลออตา แขกฝ่ายชายเห็นแล้วเป็นต้องกลืนน้ำลายด้วยความรู้สึกอิจฉาเจ้าบ่าว

ทว่าคนที่ถูกอิจฉากลับไม่ยอมมายืนข้างกายเจ้าสาวอย่างที่ควรเป็น ตะวันวาดยืนรับแขกกับมารดาเจ้าบ่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แขกคนแล้วคนเล่าเข้ามาทักทายเจ้าสาวหากก็ยังไร้เงาของเจ้าบ่าวอยู่ดี นั่นก็เพราะตอนนี้เขากำลังคุยกับรวินเพื่อนรักของเธออย่างถูกคออยู่ในมุมเดิม

ตะวันรุ้ง หญิงสาวที่หน้าละม้ายคล้ายเจ้าสาวจนแยกไม่ออก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรูปร่างเหมือนกันเมื่อมองจากด้านหลัง และด้วยความที่เป็นพี่น้องกันจึงมีเค้าโครงหน้าที่คล้ายกัน แต่เหตุผลหลักที่เหมือนกันราวกับฝาแฝดคือมีดหมอศัลยกรรม ตะวันรุ้งตั้งใจขึ้นเขียงผ่าตัดนับครั้งไม่ถ้วนเพราะต้องการทำหน้าเหมือนน้องสาวทุกส่วน

“เจ้าบ่าวของเธอดูใส่ใจเธอมากเลยนะยาหยี งานแต่งงานตัวเองแท้ๆ กลับไม่สนใจเจ้าสาวสักนิด” พี่สาวของเจ้าสาวเดินหน้าเชิดเข้ามาหา พร้อมกับเหน็บแนมผู้เป็นน้อง

“คงคุยเรื่องงานกันน่ะค่ะ...เห็นพี่พัทธ์สนใจธุรกิจของรวิน”

“มันใช่เวลาที่ต้องมาคุยเรื่องงานในวันแต่งงานไหม ฉันเห็นตั้งแต่ตอนหมั้นแล้ว หรือว่าจะเป็นอย่างที่ข่าวลือ เขาแต่งงานเพราะต้องการรับผิดชอบลูกในท้องของเธอเท่านั้น”

“ยาหยีไม่ได้ท้องนะคะ...ยาหยียังรักษาเกียรติของตัวเองเสมอ”

ตะวันรุ้งพยักหน้าเหมือนเข้าใจแต่กลับเบ้หน้ามองน้องสาวอย่าง น่ารำคาญ นั่นก็เพราะความคิดของคนทั้งคู่สวนทางกันทุกอย่าง เธอเกลียดความแสนดีของน้องสาวและมองว่าโง่เสมอ

“อ้อ พี่ลืมไป เพราะเกียรติของเธอหมดไปกับพชร ผู้ชายที่ได้เธอไปง่ายๆ แล้วทิ้งไปอย่างไม่ไยดี ขาดการติดต่อกลับมานับสิบปีใช่ไหม”

คำพูดของพี่สาวยิ่งขยายรอยร้าวลึกในหัวใจเจ้าสาวหมาดๆ ให้กว้างขึ้น มือเล็กยกขึ้นแตะสร้อยแทนใจชิ้นสุดท้ายที่เขามอบให้ก่อนจากลา สิบปีแล้วที่เธออยู่อย่างเฝ้ารอ แต่เขาก็เป็นเหมือนสายลมที่พัดเพียงแผ่วเบาอยู่รอบกายหากไม่สามารถมองเห็นหรือโอบกอดด้วยสองมือได้

“ที่พี่พูดก็เพราะว่าหวังดีกับเธอหรอกนะยาหยี ถ้าจะเริ่มต้นใหม่ก็ลืมผู้ชายคนนั้นเสียที”

ตะวันวาดเงยหน้ามองพี่สาวด้วยใบหน้าเรียบเฉย เธอเลือกที่จะเงียบแทนการโต้ตอบ เพราะสิ่งที่พี่สาวของเธอพูดล้วนถูกต้องทุกประการ

เธอยอมมอบทั้งความรักและสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตหญิงสาวให้แก่ชายคนรัก แต่เธอกลับไม่เคยรู้ว่าเขารู้สึกเหมือนอย่างเธอหรือเปล่า

“ยาหยีขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักครู่นะคะ...อีกไม่นานก็จะถึงเวลาเริ่มงานเลี้ยงแล้ว”

“อืมไปเถอะ...จะให้ไปเป็นเพื่อนไหม”

“ยาหยีไปคนเดียวได้ค่ะ”

คนเป็นพี่เจ้าสาวเพียงพยักหน้ารับ ก่อนที่จะถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อเห็นอดีตสามีของเธอเดินควงแขนคู่ขาคนใหม่เข้ามาในงานพอดี ถึงจะเกลียดไม่อยากเจอหน้า แต่เพราะอยู่ในวงสังคมเดียวกันก็ทำให้เธอไม่อาจหนีภาพเขาได้เลยสักครั้งเดียว

ชายหนุ่มใบหน้าคมเข้มด้วยไรเครายืนพิงกระถางต้นไม้ตรงมุมหนึ่งของโรงแรมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ลมหายใจเจือด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ของคนที่เพิ่งแตะพื้นแผ่นดินไทยยังไม่ครบสิบสองชั่วโมงโชยออกมาเป็นระยะ พร้อมกับเสียงถอนหายใจอย่างขัดใจ

ตอน 2

มือหนาที่ยังคงกำเจ้าเครื่องมือสื่อสารบางจิ๋วอยู่มิคลายเริ่มมีเหงื่อซึมออกมาจนเปียกชื้น ขณะที่สายตาทอดมองคนที่เพิ่งเดินผ่านไปด้วยความรักที่ถูกปิดทับด้วยรอยแค้นมิดทุกอณู ขยะแขยงราวกับเธอเป็นสิ่งแปลกประหลาด คิ้วหนาขมวดมุ่น ขบกรามจนเห็นเส้นนูนปูดโปน เพราะเขาไม่สามารถเข้าใกล้เธอได้มากกว่าที่เป็นอยู่ ต้องรอคนที่เพิ่งวางสายเมื่อครู่มาช่วย

เจ้าสาวตัดสินใจขึ้นไปยังห้องแต่งตัว ก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างทอดอาลัย ยกมือกุมสร้อยเส้นเล็กที่อยู่บนลำคอระหงเหมือนต้องการกำลังใจและไออุ่นปลุกปลอบ ทั้งที่ไม่เข้ากับชุดสักนิด แต่มันเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เธอขอแม่สามีสวมใส่ติดกาย

คุณหญิงรำภาอยากให้ว่าที่ลูกสะใภ้สวมชุดไพลินล้อมเพชรประจำตระกูลมากกว่า แต่เมื่อเห็นว่าเป็นสิ่งเดียวที่เจ้าสาวขอ และลูกชายนางก็เห็นดีด้วย นางจึงจำยอมปล่อยผ่านไป

“คุณไปอยู่ไหนนะพชร คุณจะยังคิดถึงฉันบ้างหรือเปล่า” ตะวันวาดรำพึงเสียงเบาหวิว น้ำใสเริ่มคลอหน่วยตา เมื่อหัวใจอับแสง ไร้เรี่ยวแรงหยัดยืน แต่ด้วยภาระและหน้าที่ทำให้เธอจำต้องเสียสละเพื่อครอบครัว เพราะครั้งนั้นตะวันรุ้งก็เคยทำไม่ต่างจากเธอ

หญิงสาวกลอกตามองเพดานหมายจะข่มกลั้นหยาดน้ำตาที่พร้อมจะหลั่งริน จึงแลเห็นโคมไฟระย้าสวยหรูราคาเรือนแสนหากกลับดูไร้ความงามในสายตาของเธอ แต่สุดท้ายตะวันวาดก็ต้องทิ้งตัวลงบนหมอนใบนุ่มเมื่อไม่อาจข่มกลั้นความรู้สึกข้างในเอาไว้ได้อีกต่อไป

ห้องสูทสุดหรูที่ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าจะถูกใช้เป็นห้องหอของคู่บ่าวสาวกลับกลายเป็นที่รองรับน้ำตาของเจ้าสาว แทนที่จะอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความสุข ตะวันวาดปล่อยให้มันหลั่งรินออกมาจนพอใจ ก่อนที่จะขยับลุกไปซับหน้าลบรอยคราบและก้าวเดินออกมาจากห้อง

ยิ่งใกล้เวลาเริ่มงานแขกก็ยิ่งทยอยมามากขึ้น ห้องจัดเลี้ยงที่กว้างขวางจึงแลดูแคบไปถนัดตา ทว่าพอใกล้เวลาพิธี บิดามารดาคู่บ่าวสาวก็เริ่มร้อนรนเพราะยังไร้เงาของทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาว ยิ่งมีแขกเหรื่อที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในวงสังคมชั้นสูงมาร่วมงาน คุณหญิงรำภาก็ยิ่งห่วงว่าจะโดนเอาไปนินทาลับหลัง แม้ใจอยากจะเดินออกไปตามหา แต่คงไม่ดีแน่ถ้านางจะหายออกไปจากงานอีกคน

ในขณะที่ทุกคนกำลังกังวลเจ้าบ่าวก็เดินกลับเข้ามาในงานพอดี แต่กระนั้นก็ยังไร้เงาของเจ้าสาวที่ควรจะเดินเคียงข้างเข้ามาเหมือนอย่างคู่แต่งงานอื่น

“แล้วหนูยาหยีล่ะพัทธ์” คุณหญิงรำภาถามลูกชายประโยคแรกทันทีที่เขาเดินมาถึงตัว

“ยาหยีไม่ได้อยู่ในงานหรือครับ ผมก็มัวคุยกับเพื่อนเพลินไปหน่อย เพิ่งจะเดินเข้ามานี่ละครับ” เจ้าบ่าวถามด้วยสีหน้าและน้ำเสียงแปลกใจ แต่คนที่แปลกใจมากกว่าคือคนรออย่างร้อนรน

“แม่ไม่เห็นในงานมานานแล้วเหมือนกัน นึกว่าไปรับแขกกับลูกเสียอีก นี่ก็ใกล้ถึงเวลาแล้วด้วย” คุณหญิงรำภาบอกด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก หันกลับไปมองฝ่ายเจ้าสาวที่ละจากแขกเดินมาสมทบพอดี

“คุณอาทิตย์กับคุณพิมพาเห็นหนูยาหยีบ้างไหมคะ รับแขกอยู่ทางด้านโน้นหรือเปล่า”

“ไม่นี่คะ...เมื่อครู่ดิฉันเห็นยาหยียืนรับแขกอยู่หน้างาน เดี๋ยวดิฉันขอไปถามยิหวาสักครู่ เผื่อจะบอกอะไรไว้” นางพิมพาบอกพร้อมกับผละไปหาลูกสาวอีกคนที่ยืนคุยกับเพื่อนอยู่ไม่ไกล

“เอาอย่างนี้...วินลองไปดูที่ห้องแต่งตัวก่อน เผื่อว่ายาหยีจะไปซับหน้าเพิ่ม” รวินเพื่อนสนิทของเจ้าสาวบอกขึ้นมา ในสายตาคนภายนอกเขาคือผู้ชายมาดแมนที่อยู่เคียงข้างคอยปกป้องตะวันวาด แต่ความเป็นจริงแล้วเขากลับไม่ใช่ชายอย่างที่รูปร่างภายนอกเป็น

“ดีจ้ะ แม่ฝากด้วยนะรวิน” คุณหญิงรำภาตอบรับทันที

“เอ...ยาหยีบอกหนูว่าจะไปเข้าห้องน้ำนี่คะ ยังไม่กลับมาอีกหรือ เดี๋ยวยิหวาไปตามให้อีกคน” ตะวันรุ้งเดินตามมาสมทบหลังจากที่มารดาบอกเล่าคร่าวๆ และทันได้ยินบทสนทนาพอดีจึงเสนอตัวอีกคน เพราะแขกก็มากันครบอีกทั้งก็ใกล้เวลาเข้าไปทุกทีแล้ว

ฝ่ายเจ้าบ่าวก็ผละออกไปให้เจ้าหน้าที่ของโรงแรมช่วยตามหาอีกแรง แต่หลังจากที่เดินออกไปไม่นานรวินก็เดินหน้าตื่นมา ตามด้วยตะวันรุ้ง

“บนห้องไม่เจอครับ”

“ห้องน้ำก็ไม่มีค่ะ”

“หารอบๆ งานก็ไม่เห็นครับ”

หลังจากสิ้นเสียงบอกเล่าสุดท้ายความโกลาหลก็เริ่มก่อตัวขึ้น คุณหญิงรำภายกมือทาบอกสีหน้าเคร่งเครียด รอยกังวลเกิดที่ใบหน้าอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากประธานในพิธีเป็นถึงรัฐมนตรี หากเกิดเรื่องขึ้นมาจริงๆ ก็ไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรดี

“คุณแม่กับคุณน้าทั้งสองช่วยเข้าไปในงานก่อนนะครับ ผมกลัวว่าแขกเหรื่อจะสงสัย ยิ่งนักข่าวจับตามองเราทุกฝีก้าวอย่างนี้” เจ้าบ่าวเสนอทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเสียงนุ่ม องค์กรที่เขาบริหารและสังคมที่เขาอยู่ต้องอาศัยภาพลักษณ์เป็นสำคัญ

“จ้ะ” คุณหญิงรำภาตอบรับและเดินเข้าไปในงาน

หลังจากที่ผู้สูงวัยกว่าทั้งสามคนเดินเข้าไปในงาน เจ้าบ่าวก็หันกลับมามองเพื่อนหนุ่มที่หัวใจไม่หนุ่มอีกครั้ง เขาตบบ่าเพื่อนรักรุ่นน้องพร้อมบอกเป็นเชิงขอร้องให้ช่วย

“วิน...คุณช่วยรับหน้างานบนเวทีให้ก่อนนะ เดี๋ยวผมจะไปดูกล้อง ส่วนคุณยิหวาผมขอความกรุณาเดินไปดูที่ห้องอีกครั้ง เผื่อจะสวนทางกัน” หลังจากหันไปบอกพี่สาวเจ้าสาวเสร็จก็เดินออกไปทันที เพราะเวลากระชั้นเข้ามาทุกทีแล้ว

“ได้ครับ” รวินรับคำก่อนที่จะแยกไปอีกทาง

ตอน 3

หากใครเลยจะรู้ว่าเจ้าสาวที่คนในงานกำลังตามหากลับมายืนอยู่ในสวน เธออยู่ตรงนี้มานานพอสมควรแล้ว ความเหม่อลอยครุ่นคิดทำให้เธอลืมเวลาที่ขยับล่วงเลยไปทุกขณะ

ตะวันวาดยืนเหม่อมองฝ่าความมืดในสวนของโรงแรมซึ่งเป็นมุมมืดไม่มีใครสังเกตเห็นอย่างหนักใจ ลมหายใจอุ่นถูกพ่นออกจากปากอิ่มรอบแล้วรอบเล่า แม้จะพยายามทำใจยอมรับ แต่พอเอาเข้าจริงมันก็ยากเหลือเกินที่จะต้องทนอยู่กับคนที่เธอไม่ได้รัก ทว่าเธอก็คงไม่อาจหลีกหนีความจริงพ้น

คิดถึงตรงนี้เจ้าสาวก็สูดลมหายใจเข้าปอด เธอต้องหันกลับมาเผชิญกับความจริง...สิบปีที่เธอเฝ้ารอเขาที่เงียบหายไปดั่งสายลม คงหมดหวังที่เธอจะรอ บางทีเขาอาจจะลืมเธอไปแล้วก็เป็นได้ ถ้าหากครั้งนี้เธอไม่เสียสละครอบครัวของเธอจะเป็นอย่างไร ในเมื่อพวกเขาเสียสละเพื่อเธอมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่เธอจะต้องตอบแทนบุญคุณเสียที

‘แม้ร่างกายฉันจะเป็นของคนอื่น แต่หัวใจของฉันยังเฝ้ารอคุณเสมอ นะคะ...พชร’ หญิงสาวรำพึงกับตัวเอง พ่นลมออกจากจมูกก่อนจะสูดลมหายใจเข้าไปใหม่ จากนั้นจึงหันหลังกลับเข้าไปในงาน

แต่ทว่า...มันคือความรู้สึกสุดท้ายที่เธอได้รับรู้...ก่อนที่เปลือกตาจะปิดสนิทลง

ห้องแกรนด์บอลรูมคลาคล่ำไปด้วยแขกเหรื่อมากมาย ทั้งที่งานแต่งครั้งนี้ถูกจัดขึ้นแบบกะทันหัน แต่เพราะเจ้าสาวเป็นถึงอดีตนางแบบดังที่ผันตัวออกจากวงการเนื่องจากเบื่อข่าวฉาวที่ถูกสารพัดสื่อปั้นแต่งเพื่อหวังจะขายข่าว ส่วนเจ้าบ่าวก็เป็นเซเลบที่รู้จักในวงสังคม จึงไม่แปลกที่จะมีผู้คนมาร่วมเป็นสักขีพยานมากมายขนาดนี้

คุณรำภากับคุณพิมพาและคุณอาทิตย์ บิดามารดาคู่บ่าวสาวยืนรอตะวันวาดอยู่ข้างเวทีอย่างกระวนกระวายใจ ไม่มีใครรู้ว่าเค้าลางแห่งความอับอายกำลังจะเกิดขึ้น

“ยิหวา ตกลงยาหยีไปไหนลูก ตามหาเจอหรือเปล่า ทำไมไม่มาด้วยกัน นี่ก็ใกล้จะได้ฤกษ์แล้วนะ เจ้าบ่าวก็อีกคน เหลวไหลกันทั้งคู่เลย” คุณพิมพาถามลูกสาวคนโตอย่างร้อนรน เชิงตำหนิคู่บ่าวสาวอยู่ในที

“คือ...ที่ห้องไม่เจอค่ะคุณแม่ รอคุณพัทธ์ไปดูกล้อง อีกเดี๋ยวก็คงมาแจ้งค่ะคุณแม่”

แม้จะพูดเช่นนั้นหากถึงเวลาเริ่มงานก็ยังไร้วี่แววของคู่บ่าวสาว ในขณะที่รวินซึ่งรับหน้าที่เป็นพิธีกรก็ทำหน้าที่บนเวทีตามปกติ จนมุกใกล้จะหมดเต็มที จึงเริ่มชำเลืองมองหาคู่บ่าวสาวเป็นระยะ

เจ้าบ่าวเดินหน้าเครียดเข้ามาที่ข้างเวที ก่อนจะกระซิบบอกผู้สูงวัยทั้งสามโดยที่ไม่ได้ให้รายละเอียดอะไรมากนัก จากนั้นก็เดินขึ้นไปบนเวทีทันที รวินที่ยืนมองอยู่ก่อนยื่นไมโครโฟนให้เจ้าบ่าวอย่างงงๆ

“สวัสดีครับแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน กระผม จิรพัทธ์ จิรวัฒนะกุล ผมขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่เสียสละเวลามาร่วมงานในค่ำคืนนี้ ทุกท่านอาจจะสงสัยว่าเจ้าสาวหายไปไหน เป็นอีกเรื่องนอกจากคำขอบคุณที่ผมต้องกราบขอโทษแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ที่เจ้าสาวของผมไม่ได้อยู่ตรงนี้ ตอนนี้เธอไม่สบายถึงขั้นแอดมิทที่โรงพยาบาล เนื่องจากเธอจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง คุณตะวันวาดต้องการความเรียบร้อยและให้งานแต่งออกมาดีที่สุด ร่างกายที่ขาดการพักผ่อนทำให้เธออ่อนเพลียและเป็นลมล้มพับไป ต้องพาตัวเธอไปตรวจเช็กอาการที่โรงพยาบาลอย่างฉุกเฉิน ข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นวันนี้ผมขอน้อมรับด้วยความเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ผมต้องกราบขออภัยอีกครั้ง”

“ฉันจะเป็นลม!”

คุณหญิงรำภายกมือทาบอกเหมือนลมที่อยู่ในช่องท้องขาดเป็นห้วง และอากาศเหลือน้อยลงไปทุกที แต่นางก็ต้องฝืนทรงตัวให้ยืนอยู่ต่อ

จบประโยคของเจ้าบ่าว เขาก็ยื่นไมโครโฟนคืนให้รวินก่อนที่จะก้าวลงจากเวที ทั้งที่ด้านล่างเวทีก็อลหม่านไม่แพ้กัน เกิดเสียงซุบซิบนินทาหนาหูขึ้นจนเริ่มอื้ออึง จากนั้นไม่นานแสงไฟจากกล้องของนักข่าวหลายสำนักก็เกิดขึ้นพร้อมกับการกรูกันเข้ามาของเหยี่ยวข่าว แล้วก็ถามคำถามอย่างที่ตัวเองต้องการอยากรู้เพื่อไปเสนอข่าวให้เร็วที่สุดและเป็นหนึ่งเดียว

รวินรีบวิ่งตามลงมาพร้อมกับเอียงหน้ากระซิบถามคุณหญิงรำภาที่ยืนอยู่ตรงนั้น

“มันเกิดอะไรขึ้นครับ ยาหยีไปไหน”

“แม่ก็รอถามรายละเอียดกับพัทธ์เหมือนกัน แต่คงต้องรอจบงานก่อน ตอนนี้แม่ขอไปกราบขอโทษท่านรัฐมนตรีก่อนนะ ไม่รู้จะบากหน้าเข้าไปยังไงดี”

คุณหญิงรำภาส่ายหน้าหนักใจแล้วเดินออกไปจากตรงนั้น ปล่อยให้คนถามยืนงงมองตามสลับกับมองเจ้าบ่าวที่โดนสื่อรุมสัมภาษณ์อยู่ข้างๆ

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167UED” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167UED
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

หลงสวาท boss คลั่งรัก ซีรีย์หลงสวาท
หลงสวาท boss คลั่งรัก ซีรีย์หลงสวาท
จากความสัมพันธ์เพียงชั่วคืนที่ควรจบลง กลับกลายเป็นความลุ่มหลงที่ไรอัน บอสหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลไม่อาจถอนตัว เขาเผลอทำลายกฎเหล็กของตนเองเพียงเพราะพนักงานสาวเวอร์จิ้นคนนี้ ความเร่าร้อนที่เกินต้านทานทำให้เขาคลั่งไคล้ในตัวเธอจนกู่ไม่กลับ อ่านนิยายรักแนวบอสหนุ่มสายเปย์สุดฟินได้แล้ววันนี้
9.1
100 ตอน
โหยตัณหา
โหยตัณหา
เมื่อคุณไคแกล้งทำเคร่งขรึมเพื่อซ่อนความปรารถนาที่มีต่อครีม ภรรยาสาวแสนซื่อที่กำลังเขินอายในอ้อมกอด อ่านนิยายรักโรแมนติกสุดฟินที่เต็มไปด้วยเคมีชวนใจสั่น เรื่องราวความรักอันอบอุ่นปนความเร่าร้อนของสามีภรรยาป้ายแดงที่ต้องมาใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างแท้จริง อ่านนิยายสนุกๆ เรื่องนี้ได้เลย
9.3
93 ตอน
SHADE OF RED ร้อนรักสัมผัสลวง
SHADE OF RED ร้อนรักสัมผัสลวง
เมื่อชีวิตมืดแปดด้าน เขาก้าวเข้ามาเป็นแสงสว่างเดียวที่ช่วยดึงเธอขึ้นจากนรก แต่แล้วความหวังก็กลายเป็นภาพลวงตา เมื่อมือคู่เดิมกลับผลักเธอให้ร่วงหล่นสู่ความทุกข์ที่ลึกยิ่งกว่าเดิมอย่างเลือดเย็น ท่ามกลางไฟรักอันร้อนแรงที่แฝงด้วยคำลวง นิยายดาร์กโรแมนซ์ที่จะทำให้คุณลุ้นจนแทบหยุดหายใจ
8.8
56 ตอน
ทั่วหล้าฟ้าดิน ข้าคือผู้ครอง
ทั่วหล้าฟ้าดิน ข้าคือผู้ครอง
เมื่อ ซูเยว่ซี หวนคืนสู่อดีตหลังสิ้นใจด้วยความทรมาน ชาตินี้นางจึงสาบานว่าจะล้างแค้นทุกคนที่ทำลายครอบครัวของนาง! พบกับนิยายย้อนเวลาสุดเข้มข้นที่นางเอกใช้สติปัญญาเปิดโปงคนชั่วในราชสำนัก พร้อมเผชิญหน้ากับอวิ๋นเฮิง องค์ชายผู้พิการที่พร้อมเคียงข้างในเกมแค้นครั้งนี้ อ่านนิยายรักจีนโบราณครบรสได้แล้ว
8.1
80 ตอน
กับดักตัณหา
กับดักตัณหา
เมื่อชีวิตมืดแปดด้าน เธอจึงยอมตกเป็นเหยื่อในกับดักตัณหาของท่านประธานหนุ่มสายเปย์ ข้อตกลงเสน่หา 27 วันแปรเปลี่ยนเป็นพันธนาการรักอันตรายในฐานะบัตเลอร์ส่วนตัวที่ต้องปรนนิบัติเขาทั้งเรื่องงานและบนเตียงอย่างเลี่ยงไม่ได้ อ่านนิยายรักดาร์กโรแมนซ์สุดเร่าร้อนนี้เลย
7.9
81 ตอน
วิมานทมิฬ
วิมานทมิฬ
เมื่อ สโรสินี กล้าท้าทายอำนาจของ อเล็กซิโอ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล เธอจึงต้องเผชิญกับเสน่ห์อันตรายและบทเรียนรักสุดเร่าร้อนที่เขาพร้อมจะสั่งสอนให้เธอจำจนขึ้นใจ นิยายรักแนวประธานบริษัทสายโหดที่จะพาคุณไปสัมผัสความปรารถนาที่ยากจะต้านทาน อ่านนิยายฟรีได้แล้ววันนี้
9.6
54 ตอน