ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

“เอี๊ยด!!”

เสียงเบรกห้ามล้อของมอเตอร์ไซค์คันเล็กกะทัดรัดประหยัดน้ำมันที่แล่นมาจอดอยู่หน้าร้านข้าวแกงได้อย่างพอดิบพอดี ก่อนที่เจ้าของรถจะวาดต้นขาเรียวเล็กลงมายืนอยู่ด้านข้างด้วยท่าทางทะมัดทะแมงสุดๆ

หมวกกันน็อคสีแปร๊ดไม่ต่างจากรถถูกถอดออกก่อนจะสะบัดศีรษะไปมา รวบเส้นผมหยักศกยาวเคลียไหล่ด้วยผ้ารัดผมสีดำที่คล้องอยู่ที่ข้อมืออย่างลวกๆ เผยให้เห็นใบหน้าสวยหวานจิ้มลิ้ม ตาโต ปากนิด จมูกหน่อย ทั้งที่การแต่งกายนั้นช่างไม่เข้ากับใบหน้าสักนิด

ชุดเสื้อเชิ้ตกางเกงยีนสวมทับด้วยแจ็คเก็ตขนาดพอดีตัวกับรองเท้าผ้าใบยี่ห้อดังแต่คล้ายไม่ได้ซักมาสัก 10 ปี ประกอบกับย่ามหนังใบเก่งสะพายแล่งพร้อมกระเป๋าใส่กล้องคล้องคอ ท่าทางแมนเกินหญิงบ่งบอกถึงอาชีพเสี่ยงๆ ที่เธอภูมิใจนักหนา เมื่อจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่ ฝ่ามือบอบบางก็ลูบไล้เจ้ารถคู่ชีพอย่างขอบอกขอบใจที่เจ้าสองล้อเพื่อนเกลอพาเธอฝ่าดงรถติดมาถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัยโดยไม่บุบสลายไปสักตารางนิ้วเดียว

ตึกสูง 9 ชั้น ซึ่งเป็นที่ตั้งออฟฟิศของหนังสือพิมพ์ยักษ์ไม่ใหญ่เท่าไรของเมืองไทยตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าคือจุดหมายที่ต้องการมาถึงให้ไวที่สุดแต่ก็ยังช้าไปจนได้

ดวงตาสวยหวานต่างจากบุคลิกซนๆ มองนาฬิกาที่ข้อมือพร้อมกับขบกัดริมฝีปากล่างของตัวเองอย่างมันเขี้ยว เพราะเกิดอุบัติเหตุระหว่างทางมาทำงานทำให้เธอต้องเข้างานสายจนได้ ทั้งที่มีประชุมกับ บก. ช่วงเช้าเสียด้วย

ร่างงามระหงที่พาตัวเองเดินเร็วรี่เข้าไปด้านในทำให้คนที่กำลังตักข้าวเข้าปากอยู่ในร้านข้าวแกงต้องรีบทิ้งช้อนทิ้งส้อมแล้ววิ่งตามเจ้าของร่างเล็กกะทัดรัดไม่แพ้รถคู่ชีพเข้าไปในออฟฟิศโดยเร็ว

สัญญาณไฟหน้าลิฟต์ที่ค่อยๆ เลื่อนลงมาอย่างอ้อยอิ่ง โดยไม่สนใจเลยว่าผู้รอโดยสารนั้นจะรีบเร่งมากน้อยแค่ไหนทำให้เจ้าของใบหน้าสวยหวานต้องสบถออกมาอย่างหัวเสียสุดๆ

“โธ่โว้ย! ให้มันได้อย่างนี้สิ นี่มันตั้งใจจะให้สายไปทุกพิกัดเลยหรือไงนะ”

‘มัน’ ที่เอ่ยถึงก็คืออุปสรรคที่ช่างมากมีนักตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา และเหมือนว่าวิญญาณที่สิงสถิตอยู่ในลิฟต์จะได้ยิน เพราะแค่เธอบ่น มันก็เหมือนจะเคลื่อนตัวลงด้านล่างอย่างเร็ว

ลิฟต์โดยสารเฉพาะเจ้าหน้าที่ของออฟฟิศเปิดออก ซึ่งแน่นอนว่าผู้โดยสารนั้นมีเธอเพียงคนเดียว ก็นี่มันปาเข้าไปจะ 10 โมงแล้วนี่ ใครล่ะจะบ้ามาทำงานพร้อมกันกับเธอ แต่ก่อนที่ช่วงขาเรียวยาวจะก้าวเข้าไปนั้น

“เมี่ยง! รอเดี๋ยว! รอเดี๋ยว... เมี่ยงหยุดก่อน หยุ้ดดดด...”

เสียงแปดหลอดที่ดังมาก่อนตัวทำให้ ‘ปณาลี’ หรือ ‘เมี่ยงคำ’ ต้องกลอกตาขึ้นมองเพดานลิฟต์ที่เธอเพิ่งรู้ในวันนี้ว่ามันเป็นอะลูมิเนียมมันวาวและใสเสียจนสะท้อนสีหน้าและแววตาสุดแสนจะรำคาญของเธอออกมาได้ ก่อนจะพ่นลมหายใจออกทางปากพร้อมรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติโดยเร็ว

“คะพี่หนูนา มีอะไรหรือเปล่าคะ”

ใบหน้ายิ้มแย้มของปณาลีเอ่ยถาม ‘หนูนา’ หนุ่มแอ๊บแมนสุดแสนเพอร์เฟคที่แต่เดิมเคยชื่อว่า ‘นพ’ แต่สำหรับอาชีพเปิดตัวได้แรงอย่างนักข่าวสายบันเทิง นพก็เลยขอเปิดตัวเป็น ‘หนูนา’ ได้อย่างน่ารักน่าชัง

แต่ถ้าจะให้เธอวิจารณ์เธอก็คิดว่านังเก้งตัวแม่นี่น่าจะชื่อว่า ‘หนูหริ่ง’ มากที่สุด เพราะเธอรู้ดีว่า ‘นังนี่’ มายาสาไถเก่งสุดๆ และไม่รู้ว่าวันนี้จะมาเสี้ยมมาหลอกล่ออะไรให้เธอต้องหน้าแตกอีกบ้าง

เพราะเมื่อหลายวันก่อน หนูนานี่แหละที่เอาข่าวเรื่องการค้าของเถื่อนที่ท่าเรือแห่งใหญ่ในกรุงเทพฯ มาบอกเธอ ทำให้เธอรีบกระหืดกระหอบไปขอ ‘พี่วิทิต’ บก. ประจำหนังสือพิมพ์ ‘ข่าวสารบ้านเรา’ ให้อนุญาตให้เธอไปทำข่าวนี้ เพราะงานลุยๆ แบบนี้แหละที่เธอชอบ

แต่ดันกลายเป็นว่าเธอได้รับคำตำหนิจากพี่วิทิตมาเป็นกระบุง เพราะข่าวนี้พี่วิทิตมอบหมายให้คนอื่นไปทำแล้ว พร้อมกับต่อว่าฝากท้ายมาด้วยว่า เธอควรจะมีจมูกไวให้มากกว่านี้ตามสัญชาตญาณของนักข่าวที่ ‘หูผีจมูกมด’ แปลว่า รู้เรื่องอะไรก็ทันท่วงทีไปหมด

ข่าวสารบ้านเมืองต่างๆ ควรจะเสพไว้บ้าง ไม่ใช่มัวแต่ยืนฝันนั่งฝันกินอุดมการณ์ที่จะมี ‘ผู้ก่อการดี’ สักคนคาบข่าวมาบอก เพราะนักข่าวสมัยนี้ต้องเก่งไอที ต้องรู้จักหาข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต ต้องมีสายข่าวอยู่ทุกที่ อาชีพนักข่าวของเธอจึงจะรุ่ง ไม่อย่างนั้นพี่วิทิตก็ยังเห็นว่าเธอควรจะทำงานคัดกรองข่าวอยู่ในออฟฟิศเท่านั้น ถ้าไม่มีประสบการณ์มากพอ การออกไปทำงานด้านนอกก็จะไปป่วนคนอื่นเสียเปล่าๆ

‘ทำตัวให้มันสวยหวานสมกับหน้าตาหน่อยนะเมี่ยง’

ปณาลีจำได้ดีถึงคำพูดและสายตาเอือมระอาที่พี่วิทิตใช้มองเธอ นั่นมันไม่ใช่การชื่นชม แต่มันเป็นการทำลายทางสายตาอย่างรุนแรงว่าเธอนั้น ‘ไม่ได้เรื่อง’ และ ‘ไม่เหมาะกับอาชีพนักข่าวภาคสนาม’ เลยสักนิด แต่คนทะยานอยากอย่างเธอ อยากได้อะไรต้องได้ อยากทำอะไรก็ต้องได้ทำและต้องสำเร็จด้วย จะไม่ยอมให้คำสบประมาทหรือขวากหนามเล็กๆ มาทำให้เสียงานใหญ่แน่

“เมี่ยง! นี่พี่ถามทำไมไม่ตอบ นี่เรานอนน้อยจนเบลอหรือเปล่า” หนูนาถอนหายใจหลายๆ เฮือก เมื่อนักข่าวสาวคนโปรดของ บก. ดูจะไม่ได้สนใจในคำถามของเธอเลยสักนิด

“ว่าไงนะพี่ เอ่อ... เมี่ยงไม่ได้ฟัง คงเบลอจริงๆ อะ” ปณาลียิ้มแหย เมื่อเผลอคิดเพลินจนลืมไปว่ายังมีเก้งตัวใหญ่ยืนอยู่ตรงหน้า

“พี่ถามว่าได้ข่าวแล้วหรือยัง” หน้าตากระตือรือร้นอยากบอกสุดขีด

ตอน 2

“ข่าว... ข่าวอะไรคะพี่ ขอข่าวใหม่ๆ บ้างนะคะ ไม่ใช่สมัยพระเจ้าเหาก็เอามาบอกเมี่ยงอะ เมี่ยงขี้เกียจถูกพี่วิทิตด่าอีก” อดไม่ได้ที่จะเหน็บแต่สีหน้าก็ยังคงยิ้ม เพราะการสร้างศัตรูในที่ทำงานไม่ใช่สิ่งที่ควรภาคภูมิใจสักนิด ยังไงก็ต้องได้พึ่งพากัน

“จ้า... ฉันเข้าใจดี คราวที่แล้วมันผิดพลาดไปหน่อย แต่คราวนี้น่ะไม่พลาดแน่”

“แล้วข่าวอะไรเหรอคะพี่”

สีหน้าและแววตาอยากรู้สุดๆ ของปณาลีทำให้หนูนาต้องยิ้ม ใช่เธอพูดถูก คราวที่แล้วน่ะมันพลาดที่ไม่สามารถทำให้ปณาลีกระเด็นออกไปจากที่นี่ได้ แต่คราวนี้น่ะไม่พลาดแน่ เพราะยัย ‘เมี่ยงคำ’ ตัวแสบคงจะทำให้ บก.วิทิต อยากจะเคี้ยวหล่อนจนแหลก หากรู้ว่านักข่าวสาวคนโปรดไปแหย่เท้าหาผู้มีอิทธิพลเข้า และเธอก็มั่นใจเต็ม 100% ว่าคนอย่างปณาลีจะไม่ทำให้ข่าวนี้เงียบหายเป็นเป่าสากเหมือนที่หลายๆ คนต้องการแน่

“กินอุดมการณ์ไปเถอะยัยเมี่ยงเอ้ย! แกได้ตกงานแน่ ช่วยไม่ได้อยากเป็นคนโปรดของพี่วิทิตสุดหล่อเอง แข่งอะไรก็แข่งได้ แต่อย่ามาแข่งความสวยกับฉัน เพราะหล่อนจะไม่มีวันชนะ อิอิ...”

หนูนายืนป้องปากหัวเราะคิกคักอยู่หน้าลิฟต์ เมื่อคนด้านในกำลังเคลื่อนตัวสู่ห้องประชุมชั้นบนสุด พร้อมข่าวร้อนๆ ที่เธอสุมไฟไว้ให้กองเบ้อเริ่ม แน่นอนว่าปณาลีกระโจนเข้าไปในกองไฟเรียบร้อยแล้ว

‘วิทิต’ บก. หนังสือพิมพ์ รูปหล่อพ่อรวย แต่ไม่ได้ทำตัวป้อสาวไปวันๆ เพราะเขาน่ะหนุ่มทำงานตัวจริงเสียงจริง คนรูปหล่อทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอเพราะเมื่อออกมาจากห้องประชุมก็ต้องมาเจอปณาลียั่วโมโหเอาอีก ดวงตาคมของเหยี่ยวข่าวตวัดขึ้นมองเจ้าของใบหน้าสวยหวานจิ้มลิ้มอย่างไม่พอใจ เพราะปณาลีนั้นไม่ได้สลดลงเลย

“อย่ามาบ้าน่ะเมี่ยง มาสายตั้ง 2 ชั่วโมง เข้าประชุมก็ไม่ทัน แล้วนี่จะยังมาวุ่นวายกับข่าวของพี่อีก พี่ว่าเราน่ะกินยาเขย่าขวดบ้างนะ รับผิดชอบกับงานตัวเองให้ได้ไม่ใช่มาทำตัวเอ๋อๆ แบบนี้” วิทิตหัวเสียหนักเมื่อคนนั่งตรงกันข้ามส่งยิ้มมาให้

“โธ่! เมี่ยงก็แค่มาไม่ทันประชุมเท่านั้นเอง พี่วิทิตจะโมโหทำไมนักหนาคะ”

“อ้อเหรอ... ผู้ถือหุ้น 20% มาไม่ทันดูงบประมาณของปีหน้า ถือว่าเป็นเรื่องไม่น่าโมโหใช่ไหม นี่ดีนะที่พี่เลี่ยงไปว่าเรายังไม่มา เลยถือเอาวาระอะไรมาตัดสินใจไม่ได้ แต่ถ้าหากผู้ถือหุ้นคนอื่นเขาไม่ยอมขึ้นมาล่ะ พี่ไม่ต้องทำงานตามแพลนของพวกเขาเหรอ เรานี่คิดอะไรก็เป็นเล่นไปหมดนะเมี่ยง”

วิทิตส่งสายตาดุๆ มาที่ปณาลีอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้ปณาลีก็ทำหน้าตาสำนึกผิดพร้อมทำหัวหดจนน่าหมั่นไส้ อีกเรื่องหนึ่งที่พนักงานไม่รู้แต่เขารู้ก็คือ นักข่าวสาวร่างกะทัดรัดคนนี้มีหุ้นใน ‘ข่าวสารบ้านเรา’ ถึง 20% ด้วยกัน

ทำให้เมื่อมีการประชุมผู้ถือหุ้น ปณาลีก็ต้องเข้าประชุมด้วยทุกครั้งในฐานะทายาทของ ‘วิสิทธิ์วงศ์” แต่ปณาลีกลับไม่ค่อยจะสนใจ ทำให้เขาต้องปวดหัวอยู่เสมอ

แต่อีกทางเขาก็เอ็นดูปณาลีอยู่มาก อาจเป็นเพราะพ่อแม่สนิทสนมจนมาลงทุนทำธุรกิจร่วมกัน และเขาก็เห็นปณาลีเป็นน้องสาวที่น่ารักมาตลอด เมื่อเขาเอ็นดูปณาลีมากกว่าพนักงานคนอื่นๆ เธอจึงถูกกลั่นแกล้งและถูกอิจฉาจากพนักงานคนอื่นเสมอ ดีที่ว่าสาวน้อยคนนี้มีนิสัยลุยๆ กล้าได้กล้าเสีย หากบอบบางร่างน้อยกระทบกระเทือนจิตใจอะไรไม่ได้ มีหวังเขาคงต้องปวดหัวมากกว่านี้อีกเป็น 2 เท่าแน่

“พี่วิทิต... เมี่ยงขอโทษนะคะ” ใช้น้ำเสียงอ่อนหวานออดอ้อน กระพือขนตางอนงามขึ้นลงอย่างเว้าวอน

“ก็เมี่ยงอะมั่นใจว่ายังไงพี่วิทิตก็ต้องแก้ปัญหาได้อยู่แล้วแหละ เอางี้ดีไหมคะ เมี่ยงจะเซ็นต์มอบอำนาจให้พี่วิทิตตัดสินใจทุกอย่างเลย พี่วิทิตจะได้ไม่ต้องวุ่นเพราะเมี่ยงอีกไง และเมี่ยงก็จะได้ทำงานได้อย่างสบายใจไทยแลนด์”

“เฮ้ย! จะบ้าเหรอ อาโพธจะได้มายิงพี่ทิ้งน่ะสิ”

วิทิตร้องโวยวายเมื่อนึกถึง ‘ท่านผู้กำกับประโพธ วิสิทธิ์วงศ์’ นายตำรวจเกษียณราชการ ซึ่งเป็นพ่อของปณาลี ความเฮี้ยบของท่านนั้นรู้กันดี แต่ให้เฮี้ยบแค่ไหนก็แพ้ทางไอ้หน้าตากวนๆ ทะเล้นๆ ของลูกสาวคนนี้อยู่ดีนั่นแหละ แต่ถ้าจะให้เขารวบอำนาจแบบนั้นเขาก็ไม่เสี่ยงล่ะ แม้ว่าทั้งพ่อแม่ของเขาและของเธอจะอยากให้เป็นทองแผ่นเดียวกันมากขนาดไหน แต่สำหรับเขากับปณาลีก็เป็นได้แค่พี่น้องเท่านั้น

“นะ... พี่วิทิตนะ ให้เมี่ยงไปตามข่าวนี้เถอะ เมี่ยงอยากทำ นะพี่นะ...”

ปณาลีเปลี่ยนเรื่องพลางขยับเข้ามาเกาะแขนของวิทิตอย่างออดอ้อนเพราะเธออยากตามข่าวนี้จริงๆ และวิทิตก็รู้ดีว่าเพราะข่าวนี้แหละที่ทำให้เธอเบนเข็มอยากมาเป็นนักข่าว แทนที่จะหันไปรับราชการเหมือนกับพ่อ

“ไม่ได้หรอกเมี่ยง ถึงพี่อยากให้เราทำ แต่ก็ให้ไม่ได้ เพราะข่าวมันปิดไปแล้ว หลักฐานที่มีก็ไม่พอจะไปเอาผิดใครเขาได้ด้วย”

วิทิตมองใบหน้าสวยใสน่าเอ็นดูนั้นด้วยแววตาจริงจัง ข่าวอื่นเขาคงตัดใจให้ปณาลีไปทำได้ แต่ข่าวนี้มันอันตรายมากเกินไป เรื่องที่ผู้หญิงไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้อง

“จริงเหรอคะ ไม่ใช่ว่าพี่วิทิตเห็นเมี่ยงเป็นผู้หญิง” แน่นอนล่ะสายตามีพิรุธของวิทิตตอบออกมาว่า ‘ใช่’

“เมี่ยงทำได้นะคะ ผู้หญิงหรือผู้ชายก็ทำข่าวได้เหมือนกันแหละ บางข่าวน่ะผู้หญิงก็ทำได้ดีกว่าผู้ชายด้วยซ้ำ เมี่ยงก็พิสูจน์ตัวเองให้พี่เห็นแล้วว่าเมี่ยงทำได้ เมี่ยงติดตามข่าวสารบ้านเมืองตามที่พี่แนะนำแล้วไง นั้นข่าวนี้ก็ควรจะเป็นของเมี่ยงสิ”

ตอน 3

ปณาลีลักไก่ว่าตัวเองเป็นคนหาข่าวได้ ไม่ใช่ว่าเพิ่งรู้จากหนูนาเมื่อไม่ถึงครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมานี้

“เฮ้อ! เมี่ยง...” วิทิตถอนหายใจเฮือกใหญ่ ฝ่ามือตบหน้าผากตัวเอง

“เมี่ยง ดูปากพี่นะ เรื่อง มัน จบ ไป แล้ว ไม่ มี หลัก ฐาน โอเค! เข้าใจนะ! ไปๆๆ ไปทำงานได้แล้ว ข่าวที่พี่ให้หาไปถึงไหนแล้ว นี่อย่าบอกนะว่ามัวแต่ยุ่งเรื่องนี้จนลืมข่าวของพี่น่ะ ไอ้ที่ให้ทำก็ไม่ทำ ไอ้ที่ไม่ให้ทำก็จะทำ ฮึ่ม...”

วิทิตอารมณ์ขึ้นทำท่าฮึ่มๆ จะกินเลือดกินเนื้อปณาลี ส่งผลให้นักข่าวสาวรู้สึกสยองจนต้องรีบออกมาจากห้อง บก. โดยด่วน และมันคงจะดีกว่านี้ถ้าไม่ออกมาเจอหนูนาอยู่นอกห้อง ปณาลีจึงต้องทำเป็นเชิดหน้ายิ้มราวกับได้รับชัยชนะอันใหญ่หลวง

“ว่าไงเมี่ยง พี่วิทิตให้เมี่ยงทำไหม” หนูนายิ้มกว้างถลาเข้ามาถามทันที

“หึ” ปณาลีสั่นหน้ายิ้มแหย

“อ้าว! ทำไมล่ะ ข่าวออกจะดัง ถ้าเราเปิดโปงพวกนั้นได้นะ หนังสือพิมพ์เราต้องได้ขึ้นแท่นยักษ์ใหญ่แน่ ไม่ต้องเป็นยักษ์ตัวน้อยตัวนิดอยู่แบบนี้”

หนูนาพูดด้วยสีหน้าจริงจังดูหวังดีสุดๆ แต่สายตานั้นจับจ้องมองแต่เพียงใบหน้าสวย หวังจะเห็นกิริยาตรงกันข้ามกับคำสั่ง และสายตามุ่งมั่นของปณาลีก็ทำให้หนูนาต้องยิ้มกว้างขึ้นไปอีก

“แต่เมี่ยงไม่ยอมหรอกพี่ เมี่ยงจะหาข่าวเองให้ได้ พี่หนูนาคอยดูสิ”

ปณาลียกกำปั้นสู้ๆ ไม่ยอมให้ความมุ่งมั่นต้องสะดุดลง ‘ข่าวสารบ้านเรา’ ก็ถือเป็นธุรกิจของครอบครัวเธอเหมือนกัน อะไรที่จะทำให้ก้าวหน้าเธอก็ควรจะทำไม่ใช่เหรอ และถ้างานนี้เธอทำได้สำเร็จ แน่นอนว่าจะไม่มีใครในเมืองไทยที่จะไม่รู้จัก หนังสือพิมพ์ ‘ข่าวสารบ้านเรา’ อีกอย่างแน่นอน

“แล้วเมี่ยงจะทำยังไง” หนูนาขยับเข้าใกล้อย่างอยากรู้อยากเห็น

“แต่พี่หนูนาต้องช่วยเมี่ยงอีกแรงหนึ่งนะ”

หนูนาพยักหน้าขยับเข้าใกล้เพื่อฟังคำบอกเล่าและเมื่อได้ฟังสิ่งที่ปณาลีบอก ใบหน้าหล่อเหลาตามเทรนด์หนุ่มเกาหลีก็แทบจะกลั้นยิ้มไว้ไม่ได้ เมื่อสิ่งที่อยู่ในใจนั้นคือความลิงโลดที่สุดเพราะแผนการของเธอกำลังจะสำเร็จ งานนี้ยังไงเสียปณาลีต้องระเห็จออกจากที่นี่อย่างแน่นอนที่สุด เพราะคงไม่มีเหตุผลใดที่จะทำให้วิทิตเก็บนักข่าวที่บุกไปทำข่าวโดยพลการแน่ และยิ่งทางนั้นเป็นผู้มีอิทธิพลของท้องถิ่น ‘ข่าวสารบ้านเรา’ คงไม่กล้าไปงัดข้อ

ดวงตาคมเข้มล้อมกรอบไปด้วยแพขนตาหนางอนงามไม่ต่างจากผู้หญิงมองตรงไปยังเหล่าคนงานมากมายกว่า 100 คน ซึ่งมีทั้งคนไทยและคนต่างชาติกำลังเร่งมือกันทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย บ้างก็กำลังขนตะกร้าปลาขึ้นจากเรือตามสังกัดของตัวเอง บ้างก็ออกมานั่งคัดปลาอยู่ในพื้นที่ที่จัดเอาไว้ เพื่อแยกปลาออกเป็นหมวดหมู่ก่อนจะนำไปขึ้นตาชั่ง

ความคมเข้มแต่หล่อเหลาอย่างสุดๆ เพราะเป็นลูกผสมระหว่างยุโรปกับเอเชีย บวกกับเรือนร่างที่สูงใหญ่น่าเกรงขามกว่าผู้ชายไทยทั่วไปทำให้เรือนร่างสูงใหญ่นี้เด่นสะดุดสายตาไปทุกที่ที่เขาย่างใกล้ ถ้าไม่นับแนวคิ้วสีน้ำตาลเข้มที่ขมวดเข้าหากันราวกับครุ่นคิด และลูกแก้วสีฟ้าสุกใสที่ฉายแววคร่ำเคร่งกับงานอยู่เสมอนั้น คนหล่อสุดๆ นี้ คงจะดูหล่อเหลาขึ้นกว่านี้อีก 10 เท่า

ความเคร่งเครียดอันเป็นบุคลิกประจำตัวอยู่เสมอนี้ แม้จะหล่อราวกับเทพบุตรจุติมา สาวๆ ที่แพปลาก็ยังไม่กล้าจะเงยหน้ามอง เพราะกลัวเหลือเกินเรื่องกิตติศัพท์ ความเฮี้ยบ ดุ และยึดมั่นในกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ใครที่กล้าขัดคำสั่งก็อย่าหวังว่าจะได้มาเหยียบที่นี่อีก เพราะนี่คือ “แพปลาบุญโชคช่วย”

อาณาจักรแห่ง ‘นายหัวไกร บุญโชคช่วย ลอยด์’ ที่หากใครไม่ฟังคำสั่งล่ะก็ ‘ไสหัวมึงไปไกลๆ’

“วันนี้ได้กี่ตันล่ะพี่ใหญ่”

ใบหน้าหล่อคมเข้มสไตล์ฝรั่งจ๋าหันไปถาม ‘ใหญ่’ ผู้จัดการแพปลาเป็นภาษาใต้ระรัวเร็ว ชนิดที่ว่าถ้าใครที่ไม่รู้จักนายหัวไกรมาก่อนก็อาจต้องเหลียวมอง พลางแหย่หูตัวเองอีกครั้งให้ฟังชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพราะใครจะคิดล่ะว่าฝรั่งตัวใหญ่แบบนี้จะพูดภาษาไทยสำเนียงใต้ได้ชัดเป๊ะ ก็จะไม่ชัดเป๊ะได้ยังไงเพราะนายหัวไกรน่ะต้องสื่อสารกับ ‘แม่เกสร’ แม่ของเขาเป็นภาษาใต้น่ะสิ เพราะแม่เกสรที่เป็นสาวใต้ตาคมผมยาวและก็สวยมากๆ นั้น บอกเสมอว่า

‘เรื่องอะไรฉันจะให้ลูกพูดกลาง เป็นคนใต้ก็ต้องพูดใต้สิ พ่อมันเป็นฝรั่งก็ให้มันพูดฝรั่งกับพ่อมัน แม่มันเป็นคนใต้มันก็ต้องแหลงใต้กับแม่’

กลิ่นทองแดงกลิ่นสะตอลอยคลุ้งแค่นึกถึงคำพูดของแม่เกสรที่แม้จะอายุเข้า 50 ปี แต่เธอก็ยังแซ่บได้โล่เช่นเดิม จน ‘มิสเตอร์เคน อาดัม ลอยด์’ ต้องจับเมียสาวชาวใต้ขังไว้ที่อเมริกา นานๆ ทีถึงจะพากลับมาเยี่ยมลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่เมืองไทยสักครั้ง

และนอกจากนายหัวไกรแล้วนั้น ทั้งคู่ก็ยังมีลูกสาววัย 16 ปีที่แสนจะน่ารักน่าชังก็คือ ‘กะทิ บุญโชคช่วย ลอยด์’ ที่ตอนนี้กำลังเรียนอยู่เกรด 10 ที่อเมริกาด้วย กิจการที่เมืองไทยนี้จึงอยู่ในความดูแลของนายหัวไกรทั้งหมด

“ได้ 60 ตันครับนายหัว เมื่อคืนคลื่นลมแรง เรือลากกู้ก็เลยเข้ามาแต่เช้า พลอยได้ปลาน้อยไปด้วย พรุ่งนี้คงได้มากน่ะครับ ผมฟังข่าวกรมอุตุฯ ท่านว่าพรุ่งนี้คลื่นลมสงบ ก็น่าจะได้ถึง 100 ตันนะครับ”

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167VSU” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167VSU
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

เมียขายฝาก
เมียขายฝาก
เมื่อแฟนเก่าทิ้งหนี้พนันก้อนโตไว้ให้ 'ใบฟาง' จึงต้องตกเป็น 'เมียขายฝาก' เพื่อชดใช้หนี้ให้กับ 'ปางภู' นักเขียนหนุ่มมหาเศรษฐีผู้หยิ่งยโสและร้ายกาจ นิยายรักดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่จะพาทุกคนไปพบกับเกมเดิมพันอันตรายที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและไฟปรารถนาที่ยากจะถอนตัว อ่านนิยายฟรีได้แล้ววันนี้
9.7
51 ตอน
คลั่งไคล้
คลั่งไคล้
เมื่อมาเฟียหนุ่มผู้โหดเหี้ยมตกหลุมรักนางฟ้าแสนดีที่เป็นเพื่อนสนิทของแฟนเพื่อน จากที่เคยเฝ้ามองอยู่ห่างๆ เพราะคิดว่าตัวเองมืดมนเกินไป โชคชะตากลับดึงเขาเข้าสู่แผนการจับคู่ของกลุ่มเพื่อน ปลุกเร้าความปรารถนาอันมืดมิดให้ลุกโชนจนยากจะถอนตัว นิยายรักมาเฟียสุดเข้มข้นที่ต้องแย่งชิงเพื่อครอบครอง
8.9
65 ตอน
ขออย่าพบอีก
ขออย่าพบอีก
เมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้ชายหนุ่มผู้เคยเย็นชาและไร้หัวใจในอดีต หวนกลับมาหาเธออีกครั้งพร้อมข้อเสนอแต่งงานเพื่อผูกมัดเธอไว้ข้างกาย นิยายรักแนวดราม่าสุดเข้มข้นที่จะพาคุณไปพบกับความสับสนในจิตใจของหญิงสาวผู้เคยถูกผลักไสอย่างไม่ไยดี เธอจะยอมรับข้อเสนอหรือเลือกที่จะหันหลังให้ความรักอันเจ็บปวดนี้
7.7
41 ตอน
The Rider สิงห์นักบิดพิชิตใจนายหน้าหวาน
The Rider สิงห์นักบิดพิชิตใจนายหน้าหวาน
เมื่อ 'เมฆ' สิงห์นักบิดผู้สูญเสีย พยายามดูแล 'ก๊อป' เด็กหนุ่มหน้าหวานที่คล้ายน้องชายผู้ล่วงลับเพื่อทดแทนความคะนึงหา ทว่าอารมณ์ชั่ววูบกลับแปรเปลี่ยนความปรารถนาดีให้กลายเป็นรอยแค้นและความเกลียดชัง อ่านนิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่จะสั่นสะเทือนอารมณ์ของคุณจนหยุดอ่านไม่ได้
9.1
42 ตอน
ทางเดินใหม่ของหัวใจ
ทางเดินใหม่ของหัวใจ
เมื่อความรักกลายเป็นการทรยศ เวินอี่ถงจึงเลือกตัดขาดจากเจียงยวี่เหิงอย่างไร้เยื่อใย เธอทิ้งใบมรณบัตรปริศนาให้เขาคลั่งเล่น ก่อนจะกลับมาอีกครั้งในฐานะใหม่ที่สูงส่งเคียงข้างมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล นิยายรักดราม่าสุดเข้มข้นที่จะพาคุณไปสะใจกับการแก้แค้นของเธอ อ่านนิยายฟรีได้แล้ววันนี้
9.3
78 ตอน
สาวใช้บนเตียง
สาวใช้บนเตียง
เมื่อความแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความใคร่ในนิยายดาร์กโรแมนซ์สุดร้อนแรง สกาวเดือนต้องตกเป็นสาวใช้บนเตียงของลมทะเล ชายหนุ่มผู้ปากบอกว่าเกลียดชังแต่กลับลุ่มหลงในเรือนร่างของเธอจนถอนตัวไม่ขึ้น ทุกค่ำคืนกลายเป็นบทรักอันเร่าร้อนที่ยากจะปฏิเสธ อ่านนิยายฟรีที่จะทำให้คุณลุ้นจนแทบหยุดหายใจ
9.1
91 ตอน