ตอน 2

ใกล้จะครบสามเดือนแล้วที่ญาณินลาออกการเป็นพนักงานบัญชีในที่ทำงานเก่า ซึ่งเป็นสำนักงานเหมืองแร่ทองคำที่ตั้งอยู่ริมชายแดนเขตพม่ากับเมืองเชียงราชมายังร้านวัสดุก่อสร้างแห่งนี้ ร้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่อีกฝั่งเมือง

เกือบสามเดือนเช่นกันที่เธอหอบหิ้วหลานสาวออกจากบ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ที่เคยอาศัยมาตั้งแต่จำความได้มาอยู่บ้านเช่าใกล้กับที่ทำงานใหม่แทน

หญิงสาวจัดเก็บเอกสารแล้ววางตรงมุมโต๊ะด้านหนึ่ง เมื่อนาฬิกาบนฝาผนังห้องทำงานที่กั้นเป็นสัดส่วนอยู่ด้านหลังร้านบอกว่าใกล้บ่ายสามโมงแล้ว ซึ่งได้เวลาไปรับหลานสาวที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน

แม่หนูแตงหวานเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ญาณินตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางการทำงาน เธอตั้งใจไว้อยู่แล้ว ไม่วันใดก็วันหนึ่งคงต้องกลับมาอยู่กับหลานกันสองคน

ญาณินไม่อาจหมกตัวอยู่ในสำนักงานเหมืองแร่ทองคำกลางป่านั้นได้นานหรอก แม้เงินเดือนจากการเป็นพนักงานบัญชีของที่นั่นจะสูงกว่าการเป็นลูกจ้างร้านแห่งนี้กว่าสองเท่าก็ตาม เธอจะทิ้งแตงหวานไว้ได้อย่างไร ถ้าหลานไม่ได้อยู่กับแม่ผู้ให้กำเนิดแล้ว ก็ควรเป็นน้าสาวอย่างเธอที่ต้องคอยอุปการะเลี้ยงดูแทน

ทว่าการลาออกจากงานครั้งนั้นมันช่างประจวบเหมาะที่เรื่องราวซึ่งเธอเคยทำลงไปถูกเปิดเผยพอดี มันน่าอายอยู่หรอกกับการทำตัวเป็นสายลับ คอยขับรถตามรัชภาคย์ผู้เป็นนายจ้างที่เพิ่งแต่งงาน คอยตามสืบเรื่องของเขา ถึงจะไม่ใช่เพื่อตัวเอง อีกทั้งเธอไม่ได้เต็มใจและไม่เคยเห็นด้วยเลยที่ต้องทำเรื่องน่าอายตามคำสั่งของพี่สาว...แต่ใครจะรู้ความจริงข้อนี้กันล่ะ

ป่านนี้ใครๆ ก็คงเข้าใจไปแล้วว่าเธอชิงลาออกเพราะหนีอาย ยอมย้ายออกจากงานมั่นคงและมีอนาคตกว่ามาเป็นลูกจ้างรายวันในร้านค้าเล็กๆ แห่งนี้

ญาณินถอนหายใจ บอกตัวเองเป็นครั้งที่ร้อยว่าช่างเถอะ อย่าไปคิด อย่าสนใจเรื่องเก่าๆ ถึงเชียงราชจะเป็นเมืองเล็ก แต่ความหลากหลายของผู้คนยังมีอยู่มาก ความแตกต่างของชนชั้นทางสังคมยังมีให้เห็น ลูกจ้างรายวันที่อาศัยอยู่ในบ้านเช่าของย่านชุมชนเก่าแก่อย่างเธอ คงไม่มีโอกาสเดินชนกลุ่มคนชั้นสูงหรือเศรษฐีมีเงินกลุ่มนั้นหรอก

ถึงเรื่องแย่ๆ จะดันมาเกิดขึ้นกับเธอ แต่ไม่ว่าอย่างไรญาณินก็เลือกที่จะปักหลักอยู่ในเชียงราชต่อ แม้สองคนน้าหลานจะแทบไม่เหลือใครในเมืองนี้แล้วก็ตาม

เรียวปากอิ่มเหยียดแย้มออก เมื่อนึกต่อว่าอันที่จริงไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลก ทั้งเธอและแตงหวานก็หาคนที่อยากเป็นญาติไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ

ร่างเพรียวระหงลุกเดินออกจากห้องทำงาน ด้วยความสูงร้อยหกสิบห้าเซนติเมตรกับส่วนสัดเหมาะเจาะกลมกลึง จึงดูงดงามอย่างที่ผู้หญิงคนหนึ่งพึงมี แต่มักถูกพรางด้วยแจ็กเก็ตตัวใหญ่อยู่เสมอ

“กลับแล้วหรืออ่อน” เสียงทักนั้นทำให้คนที่ก้มหน้าก้มตาย่างเท้าต้องเงยขึ้นสบตา แล้วยิ้มรับ

“ค่ะเจ๊หงส์ โรงเรียนแตงหวานใกล้เลิกแล้ว วันนี้อ่อนขอไม่เข้าร้านนะคะ จะพาแตงหวานไปซื้อของค่ะ”

“จ้ะ พี่จำได้ อ่อนบอกไว้แล้ว แต่อย่าลืมละ พรุ่งนี้วันเสาร์ต้องมาทำชดให้พี่ทั้งวันนะ”

ถ้อยวาจาฉะฉาน ฟังหวานหูจากเถ้าแก่เนี้ยทำให้ลูกจ้างสาวได้แต่ยิ้มรับ

“ไม่ลืมค่ะ อ่อนไปนะคะ”

ญาณินเดินออกจากร้านวัสดุก่อสร้างที่ดำเนินกิจการมาสามรุ่นแล้ว แถบนี้ถือเป็นย่านชุมชนเก่าของเมืองเชียงราช ตั้งแต่จำความได้เธอก็เห็นร้านค้าแห่งนี้แล้ว เมื่อการกลับมายังบ้านเกิดหลังจากที่จากไปตั้งแต่สิบขวบจนเรียนจบระดับชั้นปริญญาตรีในกรุงเทพฯ ตัวเมืองที่ถูกพัฒนาอย่างก้าวกระโดดอย่างเชียงราชจึงดูแปลกตาสำหรับเธอ

ความวังเวง เดียวดาย และเหงาจึงเกิดในใจเสมอ ญาณินไม่คุ้นเคยกับบ้านเกิดตัวเองเสียแล้ว ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด เปลี่ยนแม้กระทั่งคนในครอบครัวของเธอ

การได้เห็นสิ่งที่ยังหลงเหลือให้คุ้นตาชินใจ จึงเหมือนได้พบเพื่อนเก่า ได้สิ่งคุ้นเคยกลับมา เมื่อมีเหตุต้องหอบหิ้วหลานสาวออกจากบ้าน ญาณินจึงตัดสินใจในทันทีว่าจากนี้ไปย่านนี้จะเป็นที่พักพิงของเธอกับหลานสาว

ที่สำคัญนอกเหนือจากความอุ่นใจจากความคุ้นเคยเก่าก่อนแล้ว ค่าเช่าบ้านชั้นเดียวของญาติห่างๆ ของนายจ้างก็อยู่ในกำลังที่เธอเอื้อมถึง

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กห่างจากที่ทำงานประมาณห้าร้อยเมตร เดินไม่กี่นาทีก็ถึง นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เธอเลือกปักหลักอยู่ย่านนี้ เพราะทุกอย่างดูลงตัวดีนั่นเอง

เด็กหญิงตัวน้อยในชุดเสื้อยืดแขนยาวสีชมพูกับเลกกิ้งสีเข้าชุดกัน สวมทับด้วยเอี๊ยมกระโปรงสั้นสีน้ำเงิน หนูน้อยเปิดรอยยิ้มกว้างทันทีที่เห็นเธอเดินผ่านประตูรั้วเข้าไป เจ้าตัวรีบผละจากวงล้อมเพื่อนที่เล่นกันอยู่แล้ววิ่งมาหาอย่างไม่รอช้า ไม่วายที่ญาณินต้องจูงมือพากลับไปร่ำลาคุณครูอีกรอบ

“อ่อนมารับแตงหวานก่อนเวลาค่ะคุณครู” ญาณินยกมือไหว้ทักทายครูสาวที่กำลังดูแลเด็กในห้องประมาณ 6-7 คน แล้วบอก

“ได้ค่ะน้องอ่อน ครูหมิวบอกพี่ไว้แล้ว ว่าแต่วันนี้จะพาหลานไปไหนกัน”

ครูประจำชั้นของแตงหวานถามต่ออย่างคุ้นเคย พร้อมกับส่งกระเป๋าเป้ใส่ข้าวของส่วนตัวของเด็กหญิงให้

“จะพาไปชอปปิงค่ะ เข้าหน้าหนาวแล้ว เสื้อหนาวมีอยู่สองตัว ซักไม่ทันแล้วค่ะ วันนี้ที่มอลล์มีงานลดราคาวันสุดท้าย อ่อนไม่อยากรอจนถึงเวลาเลิกงาน กลัวว่าคนจะเยอะ พาแตงหวานไปเบียดคนเกรงจะไม่สะดวก ว่าแต่บอกเหตุผลไปอย่างนี้แตงหวานคงไม่ถูกหักคะแนนใช่ไหมคะ”

“อุ๊ย! ไม่ต้องห่วงค่ะ คนนี้เขามีคะแนนพิศวาสตุนไว้เยอะ ว่านอนสอนง่าย ถึงเวลากินก็กิน ถึงเวลานอนก็นอน แค่สองขวบก็ทำอะไรเองได้เยอะแล้ว เก่งทีเดียว น้องอ่อนเลี้ยงหลานได้ดีค่ะ”

“ขอบคุณค่ะ แตงหวานเป็นเด็กเลี้ยงง่าย อารมณ์ดี ไม่งอแง อ่อนไม่เคยเหนื่อยกับแกเลยค่ะ”

“ดีค่ะ ดีแล้ว”

เจ้าของคำชมมองแตงหวานอย่างปรานี แววตาคู่นั้นมีความเวทนาเจืออยู่ ณาณินมองเห็นเช่นนั้นก็ตัดสินใจบอกลา แล้วให้หลานสาวไหว้ลาตาม ก่อนจับจูงมือน้อยๆ เดินออกมา

คนตัวจ้อยกระโดดเหย็งๆ อย่างร่าเริง เคล้าเสียงเพลงที่ฮัมออกมาไม่เป็นภาษานัก ทำให้ญาณินต้องยิ้มตาม

หน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมีป้ายรอรถเข้าเมืองอยู่ ถึงจะต้องรอนานนับสิบนาที แต่ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับแม่หนูแตงหวาน เมื่อรถสองแถวแล่นมาจอด ร่างเล็กก็ปีนป่ายขึ้นด้วยแรงช่วยจากน้าสาวแล้วเดินนำเข้าไปด้านในอย่างรู้งาน

เนื้อนิ่มกรุ่นกลิ่นแป้งเด็กของคนนั่งซ้อนตักสร้างพลังใจให้ญาณินได้เสมอ เธอก้มลงสูดหอมพวงแก้มยุ้ยนั้นเต็มรัก

“ไปไหน...น้าอ่อนไปไหน”

“ซื้อของค่ะ วันนี้มอลล์ข้างโรงแรมเวียงรวีมีเทศกาลลดราคาเสื้อผ้าของใช้เยอะแยะ น้าอ่อนว่าจะซื้อเสื้อกันหนาวตัวใหม่ให้แตงหวาน แล้วก็พวกของใช้ในบ้านเราด้วย”

เสียงพูดคุยคล้ายกับว่าคู่สนทนาเป็นผู้ใหญ่ที่รู้ประสาดี แม่หนูน้อยพยักหน้าหงึกๆ ทำทีว่าเข้าใจในทุกคำ ญาณินยิ้มเอ็นดู ก่อนจะกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นเมื่อรถแล่นเร็วขึ้นเรื่อยๆ

ตอน 3

ลงจากรถสองแถว หญิงสาวก็จับจูงมือน้อยเข้าไปใกล้เขตมอลล์ ซึ่งพอเห็นร้านค้าและผู้คนมากมาย แววตากลมดำขลับของเด็กหญิงก็เบิกโต บ่งบอกว่ากำลังตื่นเต้นอย่างเด่นชัด ดวงหน้าจิ้มลิ้มแหงนมองเธอแล้วแย้มยิ้มอย่างซุกซน

ญาณินถึงกับกลั้นยิ้มไม่อยู่ วิญญาณลิงน้อยเริ่มจะเข้าสิงแม่หนูผู้แสนจะเรียบร้อยคนเมื่อกี้ที่นั่งนิ่งเงียบอยู่ในรถสองแถวมาตลอดทางแล้วกระมัง

“ก่อนเราจะเข้าไปซื้อของ น้าอ่อนกับแตงหวานต้องมีเชือกวิเศษผูกไว้ก่อน ตกลงนะ”

ญาณินโน้มกายคุยกับเด็กหญิง หลังจากพาเดินไปยังซอกพื้นที่ว่างติดกับซุ้มขายกาแฟสด เพื่อไม่ให้ขวางทางคนเดินอยู่

แตงหวานเงยหน้ามองน้าสาว แล้วพยักหน้ารัวเร็ว ดูจะเป็นพันธะสัญญาที่รู้กันระหว่างสองคนดีแล้ว เด็กหญิงยื่นมือออกไปตรงหน้า รอคอยเชือกวิเศษสีชมพูที่มีปลอกนุ่มกระชับสวมกับข้อมือของตนเอง ส่วนอีกข้างก็สวมไว้กับข้อมือน้าสาว

ญาณินยกมือข้างที่มีปลอกสวมขึ้น แล้วมองยิ้มๆ หวังจะให้เด็กหญิงมองตาม

“เรามีเชือกวิเศษแล้ว ใครก็แยกน้าอ่อนกับแตงหวานไม่ได้ เวลาแตงหวานเดินไปทางไหนก็จะมีน้าอ่อนอยู่ด้วย หรือถ้าน้าอ่อนเดินซื้อของ แตงหวานก็จะอยู่ข้างๆ น้าอ่อน เราไม่หายไปไหน…แตงหวานชอบไหมคะ”

“ชอบค่า แตงหวานชอบเชือกวิเศษ”

เสียงหัวเราะคิกนั้นทำให้หญิงสาวที่ยืนทำงานอยู่ในซุ้มขายกาแฟสดต้องมองตาม จดจ่อกับเสียงสนทนาของสองหญิงต่างวัยที่พอจะจับใจความได้ ในตอนแรกเธอยอมรับว่าสงสัยและอยากรู้ว่าพวกเขามีอะไรกันถึงทำท่าซุบซิบดูเป็นความลับนัก แต่พอเห็นภารกิจที่ทำเสร็จ ปรากฏพร้อมรอยยิ้มแป้นแล้นของเด็กหญิง ก็ทำให้เผลอยิ้มตามอย่างอดไม่ได้

“อุ๊ย! ผูกลูกสาวเป็นลูกหมาเชียว ซนมากหรือคะ” เสียงหวานใสคล้ายปรานีอย่างจริงใจ แต่ถ้อยคำนั้นกลับทำให้นลินสะดุ้ง รีบหันมองเจ้าของเชือกวิเศษคู่นั้นทันที

พอเห็นสีหน้างุนงงของเด็กหญิงขณะยกข้อมือเล็กที่มีปลอกสวมขึ้นมองแล้วเธอก็ขัดใจ เธอเข้าใจและรู้ถึงเจตนาที่จะป้องกันความปลอดภัยให้กับเด็กหญิงของหญิงสาวคนนั้น ไม่ควรเลยที่จะมีใครทักให้เด็กน้อยเขว

“เชือกวิเศษของคุณแม่กับลูกสาวค่ะพี่มะนาว เห็นไหม สีชมพูน่ารักมาก” นลินโพล่งขัดโดยไม่ได้นึกหน้านึกหลัง แค่อยากช่วยสองแม่ลูกไม่ให้เสียความรู้สึกกับคำพูดที่ไม่ผ่านการคิดก็เท่านั้น “นี่พี่ลินจะถามคุณแม่เหมือนกันว่าซื้อจากไหน สวยจัง พี่ลินอยากได้ด้วย”

สีหน้าเด็กหญิงยังฉายชัดว่างุนงงอยู่ แถมยังซุกกายแนบกับหญิงสาวที่อ้าปากแล้วหุบเหมือนอยากพูดแต่ไม่ยอมพูดออกมาเข้าไปอีก นลินทำหน้าเหลอหลา มองสองหญิงต่างวัยคู่นั้นกับสาวรุ่นพี่ที่ถูกเธอหักหน้าสลับกันอย่างเก้อๆ ...อย่าบอกนะว่าสถานการณ์ทำดีแบบเสี่ยงตายกับรายได้เข้ากระเป๋าของเธอคราวนี้ ผลตอบแทนคือถูกปล่อยให้เก้ออยู่คนเดียว

“อ่อนซื้อจากที่นี่แหละค่ะ แตงหวานเป็นหลานของอ่อน แตงหวานชอบสีชมพู น้าอ่อนก็ว่าสวย เห็นไหมคะ พี่ลินก็ว่าสวยด้วย”

อ๋อ! เป็นน้าหลานกัน...นลินปล่อยลมหายใจพรูทีเดียว คราวนี้เด็กหญิงแตงหวานก็พยักหน้ารัวสนับสนุนตาม แถมยิ้มให้เธอเสียอีก เข้าใจแล้วว่าคงงงที่ถูกโมเมให้เป็นแม่ลูกกัน

ญาณินขอบคุณสาวสวยในซุ้มขายกาแฟสด โดยไม่ลืมหันไปยิ้มให้กับสาวใหญ่ที่ทักเสียจนเธอพูดไม่ออก ตามด้วยการบอกลา แม้จะไม่รู้จักกันและเพิ่งเจอกันครั้งแรกก็ตาม

ดูท่าว่าสองคนนั้นจะรู้จักกันดี และญาณินก็รู้ดีว่าสาวในร้านกาแฟตั้งใจพูดขัดด้วยหวังจะช่วยเธอและแตงหวาน เธอจึงอยากตอบแทน คิดว่าคงช่วยดึงบรรยากาศดีๆ ของทั้งสองคนให้กลับมาได้บ้าง ไม่อยากให้ใครต้องมาขัดใจกันเพราะเธอและหลานสาวเป็นต้นเหตุ...โดยเฉพาะคนที่หวังดีกับเธอ

ชอปปิงมอลล์ขนาดไม่ใหญ่ เป็นอาคารสองชั้น สร้างติดกับโรงแรมเวียงรวี มีกำแพงโปร่งกั้น ความสูงต่ำกว่าระดับสายตาพอให้เป็นสัดส่วน ซึ่งก็ไม่ได้แน่นหนาอะไรเพราะเป็นเจ้าของเดียวกัน โดยปกติแล้วมอลล์แห่งนี้จะมีเสื้อผ้าแบรนด์เนมดีไซน์ไม่หวือหวานัก และราคาน่าคบหาอยู่ไม่น้อย ถือว่าตีตลาดระดับกลางถึงสูงได้ดีเยี่ยม ตอนทำงานเป็นพนักงานบัญชีให้กับบริษัทเหมืองทองคำ หล่อนมีเงินเดือนใช้จ่ายพอคล่องตัว ญาณินก็มาเลือกซื้อเสื้อผ้าจากที่นี่ไปใช้อยู่บ่อยๆ

สำหรับญาณินแล้ว การจ่ายเพิ่มอีกนิดแต่ได้เสื้อผ้าคุณภาพดี ตัดเย็บเข้ารูปเข้าทรง ใส่แล้วเสริมบุคลิกและความมั่นใจ แถมเนื้อผ้ามักจะดี ทนทานใช้ได้นาน และนั่นก็คุ้มค่าที่จะต้องจ่ายแพงขึ้น อีกเหตุผลคือหล่อนไม่นิยมเปลี่ยนสไตล์ตัวเองตามแฟชั่นที่เข้ามาในแต่ละฤดูกาล หล่อนสนุกที่จะเลือกเสื้อผ้าสวมใส่ให้เข้ากับตัวเองมากกว่า จึงถือว่าเสื้อผ้าของใช้ในชอปปิงมอลล์ของโรงแรมเวียงรวีตอบโจทย์หล่อนได้ดี

ด้วยความที่เป็นคนพิถีพิถันในการเลือกของใช้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอระยะหลังรายได้และรายจ่ายตึงตัว การซื้อของใช้ส่วนตัวแต่ละทีจึงต้องคิดอยู่หลายตลบ สุดท้ายก็มักจบที่คำว่าความจำเป็นยังไม่มากพอ เก็บไว้ก่อน

ค่าใช้จ่ายของญาณินส่วนใหญ่เป็นการใช้จ่ายสำหรับแตงหวาน แค่เลือกหาตามความจำเป็น เช่น เสื้อผ้า นม ของกินของใช้สำหรับเด็ก ก็ทำให้บางเดือนแทบไม่เหลือเงินให้ทำอย่างอื่นแล้ว

แต่ก็เป็นชีวิตที่หล่อนเลือกแล้วและมีความสุขดี แตงหวานเป็นลูกของมินตรา พี่สาวโดยสายเลือดเพียงคนเดียวของหล่อน แตงหวานจึงถือเป็นคนในครอบครัว เป็นหลานในไส้ จึงเป็นธรรมดาที่หล่อนจะรักและทุ่มเทให้ตามสัญชาตญาณของมนุษย์ปุถุชนธรรมดาอยู่แล้ว

ไม่เหมือนคนบางคน...แม้แต่หน้าของแตงหวาน เขาก็ยังไม่ยอมเสียเวลาอันมีค่าหันมามองเลยสักครั้ง

เมื่อรู้สึกถึงแรงกระตุกจากมือน้อยที่กุมอยู่ ญาณินถึงได้หยุดความคิด ก้มมองดวงหน้าจิ้มลิ้มที่แหงนขึ้น

“สวย แตงหวานจะเอา”

ญาณินมองตามมืออีกข้างของหนูน้อยที่ชี้ไปยังลูกโป่งลวดลายสีฟ้าหลายลูกหลายขนาด โดยมีเชือกผูกเป็นช่อใหญ่เคลื่อนไหวลอยชิดผนังกระจกของมอลล์

“น้าอ่อนว่าเราไปดูเสื้อกันหนาวสวยๆ ตรงโน้นดีกว่านะคะ สวยเหมือนกับลูกโป่งเลย”

“จะเอาลูกโป่ง...นะ”

ดูว่าเด็กน้อยไม่ได้สนใจคำเชิญชวน กลับยืนยันความตั้งใจเดิมด้วยเสียงอ่อนๆ ที่มาพร้อมแววตาออดอ้อนจนหัวใจของญาณินอ่อนยวบ ไม่ต่างจากทุกครั้งที่ถูกหลานสาวน็อกด้วยกลยุทธ์นี้

แต่วันนี้หล่อนต้องใจแข็ง เพราะอย่างไรก็เอาลูกโป่งเหล่านั้นมาให้หลานไม่ได้

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167TXC” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167TXC
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

แค้นรักทาสสวาท
แค้นรักทาสสวาท
เมื่อความแค้นปะทุขึ้นในใจของ ‘สไนเปอร์’ มาเฟียหนุ่มสุดเย็นชาที่มองว่า ‘นับดาว’ คือต้นเหตุที่ทำให้ครอบครัวเขาต้องพังพินาศ นิยายดาร์กโรแมนซ์สุดร้อนแรงที่จะพาทุกคนไปพบกับบทลงโทษสุดเร่าร้อนภายใต้อาณัติรักอันตรายที่เธอไม่มีวันหนีพ้น อ่านนิยายรักสุดเข้มข้นที่เต็มไปด้วยไฟแค้นและเสน่หาได้แล้ววันนี้
9.7
73 ตอน
ตัวประกอบเช่นข้าขอเขียนบทใหม่
ตัวประกอบเช่นข้าขอเขียนบทใหม่
เมื่อวิญญาณสาวทะลุมิติเข้าไปเป็น กู้ลี่ถิง ตัวประกอบจืดจางที่มีบทเพียงฉากเดียวในนิยายแฟนตาซี แทนที่จะยอมรับชะตากรรมที่ผู้เขียนกำหนด เธอเลือกใช้ความรู้จากอนาคตพลิกวิกฤตข้าวยากหมากแพงและอุปสรรคเพื่อขีดเขียนชีวิตใหม่ นิยายย้อนเวลาที่นางเอกสู้ชีวิตพร้อมเปลี่ยนเส้นทางรักและชะตากรรมของตัวเอง
8.1
39 ตอน
หญิงคณิกายอดดวงใจ 25+
หญิงคณิกายอดดวงใจ 25+
นิยายรักโรแมนติกสุดร้อนแรงสำหรับผู้ใหญ่ เมื่อชายหนุ่มจงใจกลั่นแกล้งหญิงคณิกาสาวผู้เย้ายวนด้วยสัมผัสแผ่วเบา ปลุกเร้าแรงปรารถนาให้พุ่งสูงจนเธอไม่อาจต้านทานและต้องเอ่ยปากร้องขอรสรักอันวาบหวาม นิยายออนไลน์เรื่องนี้เน้นฉากรักลึกซึ้งที่ชวนใจสั่น สะกดทุกอารมณ์รักอันเย้ายวนใจ
9.3
98 ตอน
ขอให้รักกลับคืนมาได้ไหม
ขอให้รักกลับคืนมาได้ไหม
เมื่อความรักอย่างไร้ค่าทำให้ 'พันดาว' ตัดสินใจคืนแหวนหมั้นเพื่อจบความทรมานจาก 'แดนเหนือ' ชายผู้แสนเย็นชา แต่แทนที่จะได้เป็นอิสระ เขากลับตามรังควานและประกาศกร้าวว่าจะผูกมัดเธอไว้ไม่ให้ไปไหน นิยายรักดราม่าสุดเข้มข้นที่ชวนให้ลุ้นว่านี่คือโอกาสครั้งใหม่หรือพันธะเวรกรรมกันแน่
8.6
90 ตอน
ภาระกิจหาแม่ให้ลูก
ภาระกิจหาแม่ให้ลูก
เมื่ออเล็กไซ มหาเศรษฐีพ่อหม้ายสายเปย์ผู้เข็ดขยาดกับชีวิตแต่งงาน ดันมาตกหลุมรักชะเอม มัณฑนากรสาวสวยที่จะมาเปลี่ยนชีวิตเพลย์บอยของเขาให้กลายเป็นคนคลั่งรักเมีย นิยายรักแนวท่านประธานสุดฟินที่จะทำให้คุณอบอุ่นหัวใจไปกับความพยายามพิสูจน์ตัวเองเพื่อเป็นสามีและพ่อที่ดี อ่านนิยายฟรีได้แล้ววันนี้
8.2
43 ตอน
คุณพี่ของหนู
คุณพี่ของหนู
เมื่อสาวโสดวัยสามสิบย้อนเวลามาเข้าร่าง มะลิ ลูกสาวครูดาบผู้งดงามพร้อมคำสาปแช่งให้ต้องรักชายคนเดิมทุกชาติไป แต่แทนที่จะหนี เธอกลับถูกใจ ไอ้แผน ผู้นำหมู่บ้านสุดล่ำบึ้กว่าที่สามี งานนี้วิญญาณสาวจากอนาคตจึงขอรุกหนัก งัดสารพัดแผนการมามัดใจคุณพี่สุดหล่อล่ำให้ตกเป็นของเธอในนิยายรักแฟนตาซีสุดฟิน
8.0
47 ตอน