ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

1

กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

มือเล็กค่อนข้างสั่นผลักประตูห้องที่ปิดไม่สนิทให้เปิดกว้าง คราวนี้ไม่เพียงแค่มือเท่านั้นที่สั่น ร่างกายสั่นด้วยความตกใจ หัวใจไม่ต่างกันเต้นจังหวะถี่แรง ดวงตาค้างเติ่งกับภาพตรงหน้า

ภาพของสามีบรรเลงกามกิจกับหญิงอื่นที่เปลี่ยนไม่ซ้ำหน้า

มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น ครั้งที่เท่าไหร่หลังจากคืนแต่งงานไม่ทราบได้ ทุกครั้งที่เห็นความเจ็บปวด เสียใจเกิดขึ้นเสมอ ไม่เคยชาชิน ไม่เคยรู้สึกว่าทำใจได้ เปรียบเสมือนมีมีดปักเข้ากลางใจ แล้วกรีดเป็นทางจนเกิดแผลเหวอะหวะ คงไม่มียาใดรักษาให้หายขาดได้ คงเป็นความเจ็บช้ำซ้ำๆ ที่หล่อนต้องเผชิญ

“ว้าย!” หญิงสาวชาวฝรั่งเศสที่กำลังหอบกระเส่าบนเตียงร้องอุทานตกใจ เมื่อพบว่ามีคนยืนจ้องมองตนกับคู่ขาหนุ่มร้อนแรงอยู่ ทว่าชายหนุ่มที่กำลังโยกตัวเหนือร่างสาวร้อนแรง ไม่มีทีท่าตกใจ กลับหน้าบึ้งตึง ไม่พอใจที่มีคนมาขัดจังหวะความสุข เขาหยุดกิจกรรมทางเพศ ขยับตัวลงมายืนบนพื้นห้อง ก่อนจะเดินมาหาภรรยาที่จ้องมองเขาไม่วางตา และไม่คิดจะหยิบฉวยสิ่งใดมาปกปิดบุรุษเพศที่มีเครื่องป้องกันสวมอยู่

“มารความสุข...ปัง!”

เดลฟีน โบวิเย่ห์ เดอมาแตงค์กระแทกเสียงใส่สิรินยา ภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมาย และเป็นผู้หญิงที่เขาเกลียดที่สุดในชีวิต ก่อนจะปิดประตูใส่หน้าหล่อนโดยไม่สนใจความรู้สึกของผู้เป็นภรรยา เขาสนใจแต่ความรู้สึกของตัวเองเท่านั้น

เกลียดก็คือเกลียด

สิรินยาช้ำชอกกับการกระทำของสามีไม่พอ คำพูดของเขาตอกย้ำความเสียใจมากขึ้นไปอีก น้ำตาสิรินยาไม่เพียงแค่ไหลอาบแก้ม แต่มันไหลลงไปในหัวใจ ไหลนองอยู่ในนั้น ไม่รู้ว่าวันใดน้ำตาของตนจะเหือดหายไปจากดวงใจเจ็บช้ำเสียที หรืออาจะไม่มีวันนั้นก็เป็นได้

“ทำไมคุณถึงทำกับฉันแบบนี้”

“ก็เพราะเธอไม่ใช่เมญ่ายังไงล่ะ แต่เป็นผู้หญิงที่ฉันจะเหยียบหัวใจให้จมดิน”

หล่อนเคยถามเขาถึงเหตุผลที่ทำเช่นนี้ และนี่คือคำตอบจากปากของชายที่สิรินยารักสุดหัวใจ เดลฟีนทำตามที่พูดไม่ผิดสักคำ เขาเหยียบหัวใจสิรินยาจนจมดิน กระทืบซ้ำๆ จนแหลกลาญ

ความเจ็บช้ำกล้ำกลืนของสิรินยาเกิดจากความรัก หล่อนรักเขา รักมากและต้องการมาครอบครอง รู้ทั้งรู้ว่า เดลฟีนคือคนรักของพี่สาว แต่เลิกรักไม่ได้ แล้วยังแย่งชิงมาเป็นของตนด้วยวิธีสกปรก การที่ถูกเขาเกลียดชัง หมางเมิน ไม่ใส่ใจความรู้สึก คงเป็นผลกรรมที่หล่อนทำไว้ ย้อนเข้าหาตัวหล่อนได้อย่างเจ็บปวดเหลือคณา

แต่ไม่ว่าจะร้าวรานใจเพียงใด หล่อนก็มิอาจไปจากเขาได้ ตราบใดที่ยังมีบ่วงรักร้อยรัดดวงใจอยู่ ตราบนั้นความทุกข์ ความเศร้าเคล้าน้ำตาก็ยังคงอยู่กับหล่อนตราบนานเท่านั้น

สี่เดือนก่อน

สิรินยาแหงนมองกลุ่มไฟสีดำที่พวยพุ่งออกจากปล่องเมรุด้วยความรู้สึกเสียใจและใจหาย น้ำตาหล่อนยังไหลไม่หยุดนับตั้งแต่ผู้เป็นย่าจากไป จำเนียรเสมือนที่พึ่งทางกายและทางใจของหล่อน เมื่อจำเนียรไม่อยู่ในโลกนี้ หล่อนก็ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ไร้ที่พึ่ง ไร้คนใส่ใจ เป็นคนนอกสายตาของครอบครัวและญาติตามเดิม นึกถึงข้อนี้ทีไรน้ำตาก็ไหลบ่าลงมาอย่างมิอาจกลั้น รำพันถึงคนที่จากไปเสียงสั่นเครือ

“ย่าจ๋า พายาไปอยู่ด้วยนะ ยาไม่อยากอยู่คนเดียว…ฮือ”

สิรินยาเป็นผู้หญิงน่าสงสาร เป็นลูกที่พ่อแม่ไม่รัก เป็นหลานที่ไม่มีใครใส่ใจนอกจากจำเนียรเพียงคนเดียว หล่อนมีพี่สาวฝาแฝดที่หน้าตา รูปร่างเหมือนกันราวกับถอดแบบพิมพ์ ทว่าความรักที่สิรินยาได้รับจากบุพการี ต่างกับสิริยากรอย่างสิ้นเชิง

ด้วยคำทำนายของหมอดูท่านหนึ่งที่ชาติชายและสาวินีนับถือ ที่ทั้งสองพากันไปดูหมอเมื่อรู้ว่าสาวินีตั้งครรรภ์ หมอดูทำนายทายทักว่าลูกคนที่สองของทั้งคู่จะนำความวิบัติมาให้ จะเสียทรัพย์ สุขภาพของคนเป็นแม่ก็จะไม่สู้ดี อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ทั้งคู่จึงตั้งใจว่าจะมีลูกเพียงคนเดียว เพื่อไม่ให้คำทำนายเกิดขึ้นจริง

ทว่าการณ์กลับไม่เป็นดังที่คิด สาวินีตั้งท้องลูกแฝด จะทำแท้งก็ไม่ได้เพราะหากทำต้องเสียลูกไปพร้อมกันสองคน หมอดูจึงหาทางแก้เคล็ดด้วยการให้ทั้งคู่บอกปากเปล่ายกลูกแฝดคนเกิดทีหลังให้ใครสักคนไป และเอ่ยปากขอรับมาเลี้ยงดูให้แทน ชาติชายกับสาวินีสบายใจกับวิธีแก้ไขและทำตามคำแนะนำของหมอดู

จนกระทั่งวันคลอด สาวินีคลอดลูกแบบธรรมชาติ คุณแม่มือใหม่มีความกลัวกับการคลอดบุตรครั้งแรกในชีวิตเป็นอย่างมาก แต่พอเอาเข้าจริงการคลอดแฝดคนแรกผ่านไปอย่างราบรื่น ทว่าคนที่สองไม่ใช่แฝดคนที่สองไม่กลับหัว เอาส่วนเท้าออกมาแทน ทำให้สาวินีเสียเลือดมากและต้องนำเข้าห้องผ่าตัดด่วน เพื่อช่วยชีวิตแม่และเด็ก

หลังจากสิริยาลืมตาดูโลก สาวินีมีอาการโคม่า ต้องเข้ารักษาตัวในห้องไอซียูเจ็ดวันกว่าจะออกมาพักฟื้นต่อในห้องพักผู้ป่วย รวมระยะเวลาที่สาวินีรักษาตัวก็ประมาณครึ่งเดือน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงกับคำทำนายของหมอดู ทั้งคู่ต้องเสียทรัพย์จากการนำเงินเก็บมารักษาตัวสาวินี เป็นเพราะสาวินีฝากท้องในโรงพยาบาลเอกชน พอเจ็บหนักก็ต้องรักษาตัวต่อที่นั่น จะย้ายโรงพยาบาลมารักษาตัวโรงพยาบาลรัฐบาลก็ไม่ได้ ชาติชายเกรงว่าภรรยาจะถึงแก่ชีวิต จึงทุ่มเงินรักษาตัวสาวินีเต็มที่ ค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดไม่ต่ำกว่าห้าแสนบาท เขาเสียทั้งทรัพย์และเกือบเสียภรรยา ชาติชายกับสาวินีจึงเกลียดชังสิรินยามากที่เป็นต้นตอของเรื่องทั้งหมด

ตอน 2

2

สิรินยาถูกเลี้ยงดูต่างจากพี่สาวที่ได้แต่ของใหม่ๆ ส่วนหล่อนได้ของเก่า ของใช้แล้วจากคนเป็นพี่หรือของบุคคลอื่นที่ให้มา และถูกเลี้ยงดูจากน้าอ้อย น้องสาวของมารดาที่มาอาศัยอยู่ด้วย น้าอ้อยเลี้ยงดูสิรินยาแลกข้าวแลกน้ำและที่อยู่อาศัย ได้รับเงินค่าจ้างเล็กน้อยตามสมควร ด้านความรักไม่ต้องพูดถึง หล่อนแทบจะไม่ได้ไออุ่นจากพ่อและแม่ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า อ้อมกอดของทั้งคู่เป็นอย่างไร อบอุ่นมากแค่ไหน

แต่ด้วยความเป็นฝาแฝดกัน สิริยากรให้ความรักต่อน้องสาว หล่อนแบ่งปันสิ่งของให้เสมอ มักออกปากบอกบุพการีให้ซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ ของเล่นหรืออุปกรณ์การเรียนให้สิรินยา หากแฝดพี่ไม่พูดแฝดน้องก็จะไม่ได้อะไรเลย แต่ไม่มีใครรู้ว่า ฃความรักของแฝดพี่ มักทำให้แฝดน้องโชคร้ายเสมอ เป็นเพราะสิรินยาจะถูกมารดาตีทุกครั้งที่ได้ของเหล่านั้น หาว่าหล่อนไปพูดข่มขู่ บังคับให้สิริยากรบอกให้พ่อแม่ซื้อของให้ ซึ่งในความเป็นจริง มันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย สิรินยาจึงไม่อยากได้อะไรจากพ่อและแม่ หล่อนจะเก็บเงินจากเศษเงินที่ชาติชายและสาวินีเจียดให้ เพื่อซื้อของที่ตัวเองอยากได้ และหารายได้พิเศษด้วยการทำงานหลังเลิกเรียน

“แกจะร้องไห้หาสวรรค์วิมานอะไรหนักหนา อยากจะตายตามย่าแกไปหรือไง” สาวินีมองสิรินยาด้วยสายตาไม่พอใจ ยิ่งนานวันเข้า นางยิ่งขัดหูขัดตาลูกคนนี้มากขึ้น “ไป ไปขึ้นรถ เราต้องไปบ้านสวนของย่ากัน”

“ไปทำไมคะแม่” สิรินยาปาดน้ำตาราวกับเด็กน้อย ช้อนตามองมารดาด้วยประกายตาเศร้าสร้อย

“เปิดพินัยกกรรมย่าแกน่ะสิ” เสียงเกรี้ยวกราดของมารดาตอบกลับ

“ย่ามีพินัยกรรมด้วยหรือคะ”

หล่อนถามคนเป็นแม่ด้วยความสงสัย จำเนียรเป็นอดีตครู หลังจากเกษียณการทำงาน นางก็พักอาศัยในบ้านสวนแถวจังหวัดนครปฐมจนสิ้นอายุขัย ฐานะจำเนียรไม่ใช่คนร่ำรวย ไม่มีสมบัติมากมาย อยู่อย่างพอมีพอกิน สิรินยาจึงไม่คิดว่าจำเนียรจะมีพินัยกรรม

“ฉันก็ไม่รู้อะไรมากหรอก หลานลุงมีที่อยู่บ้านติดกับย่าแกเดินมาบอก แกรีบไปเถอะ รอแกอยู่คนเดียวนี่แหละ” สาวินีไม่รู้เรื่องนี้เช่นกัน นางรู้พร้อมญาติพี่น้องร่วมสายเลือดเดียวกับสามีเมื่อครู่นี้ ทั้งหมดต่างตกอยู่ในอาการตกใจ ไม่คาดคิดว่าจำเนียรจะมีพินัยกรรม พากันสงสัยว่าจำเนียรมีทรัพย์สินอื่นด้วยหรือนอกจากบ้านสวน “รีบตามมา ถ้าช้าฉันจะหวดแก”

สิรินยาทำตามที่มารดาสั่ง หล่อนลุกขึ้นยืน ประนมมือไหว้เมรุอีกครั้ง ก่อนจะเดินตามสาวินีไปที่รถยนต์ของบิดา แล้วเมื่อหล่อนนั่งประจำที่ รถยนต์ก็ขับเคลื่อนออกไปยังจุดหมายทันที

บ้านไม้ชั้นเดียวกลางสวนคือสถานที่เปิดพินัยกรรม บุตรธิดาทั้งสามของจำเนียรเดินทางมาพร้อมครอบครัว ทุกคนที่ก้าวขึ้นไปบนบ้านต่างเคลือบแคลงสงสัยเรื่องพินัยกรรม แต่ละครอบครัวพูดคุยกันมาตลอดทางเรื่องนี้ เท่าที่พวกเขารู้จำเนียรมีทรัพย์สินเพียงบ้านสวน และสวนผลไม้เนื้อที่เจ็ดไร่ ซึ่งลูกทั้งสามมีความเห็นตรงกันว่าจะขายทั้งหมดเพราะไม่มีลูกคนไหนอยากอยู่ที่นี่ แล้วนำเงินที่ได้จากการขายบ้านและที่ดินมาแบ่งเท่าๆ กัน ถึงแม้ว่าในพินัยกรรมจะระบุให้ใครคนหนึ่งก็ตาม

“อย่าลืมที่เราคุยกันไว้นะ ถ้าแม่ให้บ้านและที่ดินกับใคร ก็ต้องขายเอาเงินมาแบ่งเท่าๆ กัน” เกรียงศักดิ์ลูกชายคนโตของจำเนียรบอกจำรูญและชาติชาย น้องสาวและน้องชายเมื่อมาถึงบ้าน

“รู้แล้วน่า” จำรูญตอบกลับ “พี่ก็อย่าลืมก็แล้วกัน ไม่ใช่ว่าได้แล้วไม่แบ่งฉันกับชายล่ะ”

ความที่รู้นิสัยพี่ชายดีว่า ขี้เหนียว ขี้งกและเห็นแก่ตัว ทำให้หล่อนไม่มั่นใจว่าหากมารดายกสมบัติให้เกรียงศักดิ์ ข้อตกลงยังคงเหมือนเดิมหรือไม่

“ฉันไม่ลืมหรอก ตกลงกันยังไงก็อย่างนั้น”

เกรียงศักดิ์คิดทำตรงข้ามกับปากพูด หากพินัยกรรมระบุว่าเขาได้ครอบครองที่ดินผืนนี้ นั่นเท่ากับว่าชอบด้วยกฎหมาย มีหรือที่เขาจะแบ่งเงินให้น้องทั้งสองคน

จบคำพูดของเกรียงศักดิ์ ทนายจักรกฤตญ์ที่เดินทางมาถึงบ้านสวนของจำเนียรหลังสุดก็ก้าวเข้ามาในบ้านพร้อมกับตามี เขาประนมมือไหว้ลูกทั้งสามของจำเนียร ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หวายตัวเดียวกันกับที่ลุงมีนั่ง เปิดกระเป๋าที่ตนถือมา หยิบซองสีน้ำตาลที่ปิดผนึกออกมาโชว์ให้ลูกหลานจำเนียรดู

“นี่คือพินัยกรรมของยายจำเนียรครับ ผมในฐานะทนาย และตามีในฐานะพยาน ทำตามคำสั่งของยายเนียรว่าวันเผาศพของยายเนียรคือวันเปิดพินัยกรรม ผมจึงบอกให้พวกคุณมาที่นี่ครับ” ทนายหนุ่มเกริ่น ก่อนจะเปิดซองที่ปิดผนึกออก หยิบพินัยกรรมออกมา “เมื่อทุกคนมาพร้อมกันแล้ว ผมขอเปิดพินัยกรรมนะครับ”

ลูกหลานของจำเนียรต่างพากันตื่นเต้นที่จะได้รู้ว่าบ้านสวนพร้อมที่ดินแห่งนี้จะตกอยู่ในมือใคร หรือถูกแบ่งสรรปันส่วนให้กับลูกทั้งสามเท่ากัน จักรกฤตญ์อ่านข้อความในพินัยกรรมจนถึงแก่นสำคัญ ที่ทุกคนพากันตั้งใจฟัง ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดขัดจังหวะ

“บ้านสวนและที่ดินจังหวัดนครปฐม เงินสดในบัญชีธนาคารสามแห่งรวมทั้งสิ้นเจ็ดล้านแปดแสนเก้าหมื่นสามพันสี่ร้อยบาท และที่ดินในจังหวัดภูเก็ตจำนวน 70 ไร่ จังหวัดอยุธยา 80 ไร่ จังหวัดราชบุรี 35 ไร่ จังหวัดเชียงใหม่ 62 ไร่ และอุบลราชธานี 55 ไร่ ยกให้เป็นสมบัติของ นางสาวสิรินยา นาควลัยแต่เพียงผู้เดียว พินัยกรรมของคุณยายเนียรมีแค่นี้ครับ”

จำเนียรมีมรดกเป็นร้อยล้าน!

หลังกจากเสียงจักรกฤตญ์เงียบลง ทุกคนที่อยู่ในอาการตกใจต่างหันมามองสิรินยาเป็นตาเดียว ด้วยความคาดไม่ถึงว่าจำเนียรจะมีสมบัติมากขนาดนี้ มูลค่าของทรัพย์สินที่จักกฤตญ์กล่าวมามีมูลค่าไม่น้อยเลยทีเดียว แค่ที่ดินในจังหวัดภูเก็ตก็ปาเข้าไปหนึ่งร้อยล้านกว่าบาทแล้ว ยังไม่นับรวมกับส่วนอื่นๆ อีก มูลค่าที่มากมายมหาศาลทำให้ความโลภเข้าครอบงำจิตใจพวกเขาทันที

ตอน 3

3

อีกความสงสัยหนึ่งคือจำเนียรแอบซื้อที่ดินเหล่านี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ อีกทั้งเงินสดในบัญชีธนาคารก็มีจำนวนมาก ขัดกับรายได้ประจำเดือนอย่างเงินบำนาญหลายเท่า เหตุใดไม่มีผู้ใดล่วงรู้แม้แต่น้อย ผู้เป็นแม่เก็บงำความลับนี้ได้มิดชิดเหลือเกิน

คนที่ได้รับสมบัตินั่งตัวแข็ง อยู่ในอาการตกใจเมื่อรู้ว่าตนได้สมบัติจำนวนมากจากย่าอันเป็นที่รัก ย่าเพียงคนเดียวที่ให้ความรักและเมตตา ใจหนึ่งก็ดีใจเป็นล้นพ้นที่จำเนียรเมตตาตนมากขนาดนี้ แต่อีกใจก็รู้สึกกลังวลเป็นอย่างมากกับทรัพย์สินที่ได้ เพราะมันต้องมีปัญหาตามมาเป็นแน่

“เป็นไปได้ยังไงที่แม่จะยกสมบัติให้นังยา ก็รู้ๆ กันอยู่ว่ามันเป็นตัวซวยที่ไม่มีใครต้องการ แม่ต้องเพี้ยนแน่ๆ ตอนเขียนพินัยกรรม” เกรียงศักดิ์โพล่งออกมาเป็นคนแรก

“ใช่ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าแม่จะยกสมบัติให้มัน” จำรูญพูดเสียงเข้ม “หรือว่าเป็นแผนของแก แกต้องยุยงให้แม่ยกสมบัติให้นังยาแน่ๆ ไม่อย่างนั้นมันไม่ออกมารูปแบบนี้หรอก”

จำรูญชี้หน้าต่อว่าชาติชาย น้องชายคนเล็ก ใบหน้าของพี่สาวคนกลางบึ้งตึงไม่แพ้เกรียงศักดิ์ ดวงตา มองเขม็งไปยังสิรินยาที่รู้สึกว่าตัวเองเหมือนอยู่ในแดนประหาร ถูกพิฆาตด้วยคนที่ขึ้นชื่อว่าญาติสนิท

“ใช่ ต้องใช่แน่ๆ มีอย่างที่ไหน ฉันกับจำรูญแล้วก็แกเป็นลูกแท้ๆ ไม่ได้สมบัติอะไรเลย แต่แม่กลับยกให้นังยา หลานคนอื่นมีอีกตั้งหลายคนก็ไม่ยักกะได้ มันยังไงอยู่นะ”

เกรียงศักดิ์โวยวาย ไม่เชื่อว่าตัวเองจะไม่ได้สมบัติสักชิ้นจากมารดา ทั้งที่มีสิทธิ์ที่จะได้ครอบครองมัน ยิ่งสมบัติมีมูลค่าหลายร้อยบาทด้วยแล้ว เขายิ่งโกรธที่ไม่ได้รับสิทธิ์นั้น

“อย่ามากล่าวหากันนะ ฉันไม่เคยยุให้ยาไปอ้อนขอสมบัติจากแม่ ฉันก็เพิ่งรู้พร้อมกับพี่ศักดิ์ พี่จำรูญว่าแม่มีสมบัติมากขนาดนี้ แล้วฉันจะยุให้มันทำอย่างนั้นได้ยังไง” ชาติชายโต้กลับ “พี่สองคนก็รู้ว่า แค่มองหน้ามันฉันยังไม่อยากมอง นับประสาอะไรกับจะพูดด้วย”

สิรินยารู้สึกเจ็บปวดกับคำพูดและสายตาของชาติชาย หล่อนรู้ตัวดีว่าเป็นลูกไม่รัก ลูกที่ไม่ต้องการ แต่ชาติชายไม่จำเป็นต้องประกาศต่อหน้าใครต่อใครเช่นนี้ก็ได้ แค่นี้ความเสียใจ ความน้อยเนื้อต่ำใจและร้าวรานใจก็มากพอแล้ว ยิ่งหล่อนได้ครอบครองสมบัติทั้งลายแต่เพียงผู้เดียว หล่อนคงถูกเกลียดชังเพิ่มมากขึ้น

“แต่ลุงว่าการที่จำเนียรยกสมบัติให้หนูยาก็เหมาะแล้วนะ อย่าลืมสิว่าหลังจากที่หนูยาเรียนจบจากเมืองนอก หนูยาก็มาดูแลจำเนียรที่นี่คนเดียว ลูกหลานคนอื่นไม่เห็นมาช่วยดูแลสักคน มาเยี่ยมเดี๋ยวเดียวก็กลับ มีใครเคยอยู่เช็ดขี้เช็ดเยี่ยวจำเนียรบ้างไหม ถามใจตัวเองดูนะว่าเคยทำให้แม่ ทำให้ย่ายายตัวเองหรือเปล่า”

ลุงมี เพื่อนบ้านแสนดีของจำเนียรพูดทะลุกลางปล้อง เขารู้จักลูกหลานของจำเนียรดี รู้ถึงนิสัยใจคอของแต่ละคนด้วยว่าเป็นอย่างไร แล้วคำพูดของลุงมีนี่เองที่ทำให้คนกำลังโต้เถียงกันเงียบเสียง ไม่กล้าโต้แย้งกับเรื่องจริง

ในบรรดาลูกหลานของจำเนียร สิรินยาจะสนิทกับย่ามากที่สุด อาจเป็นเพราะในช่วงปิดเทอมตั้งแต่เยาว์วัย จำเนียรจะมารับสิรินยาไปอยู่ด้วย เพราะรู้ดีว่าอยู่กับบิดามารดาและพี่สาว คงถูกทุบตีหรือใช้เยี่ยงทาส นางทนเห็นไม่ได้ จึงรับมาอยู่ด้วยในช่วงเวลานั้น ให้สิรินยารู้สึกเสรีทั้งกายและใจแม้ช่วงสั้นๆ ก็ยังดี

และเมื่อจำเนียรล้มป่วย ลูกหลานต่างหมางเมิน ไม่มาเยี่ยมดูแล ลูกทั้งสามลงความเห็นว่าจะช่วยกันออกค่าจ้างพยาบาลพิเศษมาดูแลจำเนียร สิรินยาได้ยินดังนั้นจึงขันอาสาดูแลจำเนียร ไม่รังเกียจที่จะดูแลคนป่วยเดินไม่ได้ กินนอนบนเตียง รวมถึงถ่ายหนักปล่อยเบาด้วย

“แต่ถึงยังไงมันก็เป็นแค่หลาน น่าจะยกให้มันนิดหน่อย แต่นี่แม่ยกให้มันทั้งหมดเลย ไม่รู้ว่าตอนที่แม่ทำพินัยกรรมสติสตางค์ดีอยู่หรือเปล่า ใครหลายคนอาจจะรวมหัวกันทำพินัยกรรมปลอมแล้วจับมือแม่เซ็นต์ชื่อลงไปก็ได้ ใครจะไปรู้” จำรูญเริ่มพาล จากการไม่ได้ส่วนแบ่งในครั้งนี้ แต่หารู้ไม่ว่าหล่อนพาลผิดคน

“คุณอย่าพูดอย่างนี้นะครับ ผมมีสิทธิ์ฟ้องคุณข้อหาหมิ่นประมาทได้” จักรกฤตญ์รู้ดีว่าจำรูญหมายถึงตน เขาออกโรงป้องปกตัวเองทันที “ตอนยายเนียรทำพินัยกรรม มีพยานรู้เห็นว่ายายเนียรมีสติครบสามสิบสองประการ แม้ว่าร่างกายจะอ่อนเพลียด้วยโรค แต่ก็พูดได้ สื่อสารได้ มือขยับเซ็นเอกสารได้ คนที่ไม่ได้สมบัติ ผมว่าน่าจะพิจารณาตัวเองมากกว่าจะกล่าวโทษคนอื่นนะครับ เพราะถ้าเป็นผม ผมก็คงยกให้ยาเหมือนกัน”

คราวนี้ทุกคนพากันเงียบกริบอีกรอบ โดยเฉพาะจำรูญที่ไม่กล้าต่อปากต่อคำกับทนาย เพราะเกรงว่าพูดอะไรผิดอาจโดนฟ้องได้

“เรื่องสมบัติของจำเนียร ลุงพออธิบายได้ เรื่องแรกคือเรื่องที่ดิน จำเนียรกับผันซื้อไว้นานแล้ว ซื้อตั้งแต่ราคามันยังถูกอยู่ จนตอนนี้มูลค่ามันเพิ่มขึ้นหลายร้อยเท่า บางที่ก็มีคนมาจำนองไว้ พอหลุดจำนองก็ตกเป็นของจำเนียร ส่วนเรื่องเงินในบัญชีลุงก็พอจะให้คำตอบได้” ลุงมีคือเพื่อนสนิทของจำเนียร เขาจึงรู้รายละเอียดไม่น้อย

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167TDG” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167TDG
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

ตำหนักร้อยดาว ชายากาวใจ
ตำหนักร้อยดาว ชายากาวใจ
เมื่อองค์ชายผู้ถูกทอดทิ้งในวังหลวงต้องเผชิญโชคชะตาอันโดดเดี่ยว ท่ามกลางการแก่งแย่งชิงดี หว่านหนิง สาวน้อยผู้มีเป้าหมายเปลี่ยนเส้นทางชีวิตมืดมนของเขาจึงก้าวเข้ามา แผนการคว้าความโปรดปรานจากฮ่องเต้เพื่อพลิกชะตาชีวิตจึงเริ่มต้นขึ้นในนิยายจีนโบราณเรื่องนี้ เธอจะเยียวยาหัวใจเขาได้สำเร็จหรือไม่
9.7
72 ตอน
หลังหย่า เธอกลายเป้าตามจีบของทุกคน
หลังหย่า เธอกลายเป้าตามจีบของทุกคน
มู่หน่วนหน่วนพยายามเปิดใจสามีมาสามปีแต่ไร้ผล จึงตัดสินใจหย่าขาดเพื่อเริ่มชีวิตใหม่ในฐานะประธานสาวสุดสตรอง ทว่าอดีตสามีอย่างฟู่จิ้นเชินกลับตามตื๊อขอคืนดีในวันที่สายไป นิยายรักแนวประธานบริษัทที่สะท้อนคุณค่าในตัวเอง อ่านนิยายฟรีที่จะทำให้คุณสะใจไปกับความสำเร็จของเธอ
8.8
97 ตอน
สามีสุดสวาท
สามีสุดสวาท
เมื่อความเจ็บปวดแปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาอันเร่าร้อน นิ่มอนงค์เพิ่งตระหนักถึงความรักอันมหาศาลของพฤกษ์ในวันที่เกือบจะเสียเขาไป นิยายรักแนวโรแมนติกดราม่าสุดเข้มข้นที่จะพาคุณไปพบกับเกมรักสุดเร่าร้อนเพื่อเหนี่ยวรั้งหัวใจสามีแสนดีคนนี้ไว้ตลอดกาล อ่านนิยายสนุกๆ ที่จะทำให้คุณหัวใจเต้นแรง
9.4
43 ตอน
ลูกหนี้รักมาเฟียร้าย
ลูกหนี้รักมาเฟียร้าย
เมื่อ 'นลัน' นักศึกษาสาวถังแตกริอาจหลอกขายของปลอมให้ 'เควิน' มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลและนักสะสมตาคม เธอจึงถูกจับได้ทันควันและเผชิญวิกฤตคุกตาราง เพื่อแลกกับอิสรภาพ มาเฟียหนุ่มจึงยื่นข้อเสนอสุดบีบคั้นให้เธอจดทะเบียนสมรสกับเขา นลันต้องจำใจก้าวเข้าสู่โลกอันตรายในฐานะภรรยาตีตราของมาเฟียสายโหดที่เธอคาดเดาไม่ได้
8.8
79 ตอน
หยางจื้อซี เกิดใหม่ในหมู่บ้านป่าหมอก
หยางจื้อซี เกิดใหม่ในหมู่บ้านป่าหมอก
เมื่อนักฆ่าสาวเกิดใหม่ในร่าง 'หยางจื้อซี' เด็กสาวโง่งมแห่งหมู่บ้านป่าหมอก ท่ามกลางความแร้นแค้นและครอบครัวที่ถูกรังแก นางจึงต้องใช้ทักษะเดิมเพื่อปกป้องคนที่รักและพลิกชะตาชีวิตอันเลวร้ายนี้ อ่านนิยายรักแฟนตาซีสุดเข้มข้นที่จะพาทุกคนไปลุ้นกับชะตากรรมที่ต้องฝ่าฟันในป่าลี้ลับ
8.1
94 ตอน
Black Boss ร้ายนักแต่รักนะ
Black Boss ร้ายนักแต่รักนะ
เมื่อวิกฤตชีวิตบีบให้ 'อริสา' ต้องดิ้นรนหาเงินรักษาแม่ แต่การก้าวเข้าไปทำงานในโรงแรมหรูกลับนำพาเธอไปพบกับความลับสุดอันตรายของมหาเศรษฐีหนุ่มลึกลับในค่ำคืนที่เร่าร้อน นิยายรักโรแมนติกแนวท่านประธานสายดาร์กที่จะทำให้คุณลุ้นจนใจสั่น อ่านนิยายฟรีได้แล้ววันนี้
8.6
83 ตอน