ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

เรากำลังจะหมั้น!

คนที่รอคอยและลุ้นอะไรมากๆ มักจะตื่นเต้นเสมอ และยิ่งเป็นเรื่องที่จะมาเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราไปตลอดกาล มันก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นอีกเป็นหลายเท่า ความรู้สึกของผู้หญิงทุกคนเมื่อวันสำคัญของตัวเองมาถึงคงไม่ต่างกัน โดยเฉพาะช่วงเวลาที่รอคอยให้พิธีการมาถึง

ร่างบางสวยสง่างามระหงในชุดเดรสสีขาวแบบเปิดไหล่เล็กน้อย แขนยาว ตัดเย็บอย่างประณีตด้วยผ้าลูกไม้สีขาวทั้งชุด ผมดำขลับถูกม้วนเป็นก้นหอยคล้ายกลีบดอกกุหลาบและรวบไว้ด้านหลังอย่างเรียบร้อย เปิดใบหน้างดงามที่ไร้ไฝฝ้าตำหนิใดๆ มีเพียงแค่เครื่องสำอางชั้นดีซึ่งแต่งเติมโดยโทนสีชมพูอมส้ม เพื่อให้ใบหน้านั้นดูมีสีสันและโดดเด่นยิ่งขึ้น บนลำคอมีสร้อยเพชรเส้นเล็กๆ เข้าชุดกับต่างหูที่ใส่ประดับแค่พองาม 

หากเป็นยามปกติ เธอคงไม่คิดจะแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าหรูหราและราคาแพงขนาดนี้ แม้กระทั่งในยามที่ต้องออกงานสังคมกับบิดามารดาเป็นบางครั้งบางคราว เธอก็เลือกเสื้อผ้าที่ราคาไม่ได้แพงอะไร ด้วยรู้ว่าเสื้อผ้าเหล่านั้นใส่ออกงานซ้ำได้เพียงครั้งสองครั้งเท่านั้น แต่สำหรับงานวันนี้และชุดนี้มันคือข้อยกเว้น เพราะมันเป็นชุดที่นำเข้าจากต่างประเทศ ราคาแพงเฉียดหมื่น

ทั้งหมดนี้เธอไม่ได้เลือกเอง แต่พ่อกับแม่เลือกให้ ไม่ใช่เลือกเฉพาะชุดและเครื่องประดับที่ใส่วันนี้ แต่ยังเลือกว่าที่คู่หมั้นให้เธอด้วย

เธอไม่เคยเห็นหน้าว่าที่คู่หมั้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว รู้แต่ว่าเขาเป็นลูกชายคนเล็กของเพื่อนพ่อ ดังนั้นหัวใจดวงน้อยจึงยิ่งเต้นแรงโลด ด้วยความตื่นเต้นและรอคอย เมื่อแม่กระซิบบอกว่าตอนนี้แม่เลี้ยงลักษิกากับครอบครัวใกล้จะมาถึงแล้ว

จังหวะหัวใจที่เต้นแรงโลดก่อนหน้านี้เปลี่ยนเป็นกระตุกวาบ ความรู้สึกบางอย่างแล่นซ่านเข้ามารวมตัวกันอยู่ในท้องน้อย เมื่อสายตาปะทะกับบุรุษที่กำลังก้าวเข้ามาในห้องโถงของโรงแรมพร้อมกับสตรีต่างวัยสองคน  

เขาคนนั้นน่าจะสูงราวๆ หกฟุต แต่งตัวด้วยชุดสูท ใส่เสื้อสีขาวตัวใน ผูกไทอย่างเรียบร้อย ใบหน้าหล่อเหลาราวกับพระเอกลูกครึ่งเกาหลีอเมริกันคนหนึ่ง คิ้วเข้มหนา ตาเรียวรี จมูกโด่งคม และส่วนที่ดึงดูดสายตาของเธอมากที่สุดก็คือริมฝีปากหยักได้รูป แม้จะเป็นริมฝีปากที่หยักแบบบุรุษแต่ก็บางและเป็นสีชมพูอย่างคนสุขภาพดี ชวนให้คิดว่ายามที่เรียวปากนั้นทาบทับลงบนปากของตนเอง มันจะก่อให้เกิดความรู้สึกเช่นไร 

แม้ว่าการหมั้นครั้งนี้จะเป็นการหมั้นแบบคลุมถุงชน และเธอก็แอบหวั่นใจมาตลอดเกี่ยวกับเรื่องว่าที่คู่หมั้น ทว่าตอนนี้ความหวั่นใจเหล่านั้นหายวับไปหมดแล้ว มันเหลือแต่ความรู้สึกอย่างอื่น ผู้ชายคนนี้ทำให้เธอประทับใจตั้งแต่แรกเห็น อย่างน้อยรูปร่างหน้าตาเขาก็ดึงดูดเธอเข้าอย่างจัง แบบนี้เองหรอกหรือที่เขาว่า ‘รักแรกพบ’ เธอมีสิทธิ์รักเขาไม่ใช่หรือ ก็ในเมื่อเขาคือคนที่จะมาเป็นสามีในอนาคตของเธอ จะผิดอะไรหากจะเกิดความรู้สึกเช่นนี้กับผู้ชายคนนี้ตั้งแต่แรกเห็น

“มากันแล้ว” 

คุณนิภากระซิบอีกครั้ง โดยแม่ไม่รู้หรอกว่าตอนนี้หัวใจและความรู้สึกภายในของเธอปั่นป่วนแค่ไหน

“สวัสดีค่ะคุณป้า” 

มือเรียวเล็กยกขึ้นไหว้ผู้ที่อาวุโสกว่าใคร ซึ่งเธอเคยเห็นแล้วตั้งแต่เมื่อวาน เพราะแม่เลี้ยงลักษิกามาต้อนรับด้วยตัวเองตอนที่ครอบครัวของเธอเดินทางมาถึงเชียงใหม่

“จ้ะหนูนัส วันนี้สวยเชียวว่าที่ลูกสะใภ้ของป้า” แม่เลี้ยงลักษิกาชมเปาะพลางพิศมองใบหน้างดงามนั้นอย่างเอ็นดู

“ขอบคุณค่ะคุณป้า” พูดจบแล้วก็หันไปมองทางร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ แม่เลี้ยงลักษิกา ทำให้แม่เลี้ยงลักษิกาต้องเอ่ยแนะนำอย่างเป็นทางการ

“อ้อ...โทษทีจ้ะ ป้าลืมแนะนำ นี่ตาปราณต์จ้ะลูกชายคนโตป้า ส่วนนี่ธรินดาลูกสาวบุญธรรมของป้า”

เขาชื่อปราณต์! ไม่ได้ชื่อปรัชญ์ นัสรินอยากให้ตัวเองหูฝาดหรือโสตประสาทไม่ทำงานไปเลย หากจะมีใครที่สังเกตดีๆ จะเห็นสีหน้าของเธอเจื่อนลงทันที เขาไม่ใช่คู่หมั้นของเธอ แต่เป็นพี่ชายของคู่หมั้น เธอจำต้องยกมือขึ้นไหว้ ทั้งๆ ที่ตอนนี้หัวใจวูบโหวงไปหมด และเขาก็แค่ทักทายเธอแค่เพียงไม่กี่คำ จากนั้นเธอก็ต้องหันไปคุยกับธรินดาซึ่งสวยและดูเป็นกุลสตรีจนน่าอิจฉา

ไม่นานหลังจากนั้นคู่หมั้นตัวจริงของเธอก็ปรากฏตัว เขาชื่อปรัชญ์...เป็นผู้ชายที่หล่อเหลาแต่เป็นความหล่อเหลาในอีกแบบ เธอก็ไม่แน่ใจว่าถ้าหากเธอเจอเขาก่อนปราณต์ เธอจะเกิดอาการหัวใจเต้นแรงเช่นเดียวกันหรือเปล่า ทว่าความรู้สึกทั้งหลายทั้งปวงมันไม่สามารถเรียกคืนได้แล้ว หัวใจของเธอหล่นหาย และไปเดินเล่นอยู่ในหัวใจของปราณต์ โดยที่เขาคงจะไม่เปิดประตูต้อนรับ และเธอก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเคาะเรียก

สุดท้ายเมื่อถึงฤกษ์งามยามดี เธอก็ได้นั่งเคียงคู่กับปรัชญ์ต่อหน้าผู้ใหญ่ จากนั้นเขาก็สวมแหวนเพชรน้ำงามเข้ามาที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ชั่วขณะหนึ่งตาเจ้ากรรมก็เหลือบไปเห็นผู้ชายที่นั่งอยู่บนโซฟาด้านข้าง เธอจำต้องรีบเบนสายตากลับมามองคู่หมั้นตัวจริงของตัวเอง พร้อมกับเตือนตัวเองว่า ผู้ชายที่กำลังสวมแหวนให้เธออยู่คนนี้ต่างหากคือว่าที่สามี ส่วนคนที่เธอแอบปองใจแต่แรกเห็นนั้น เขาคือพี่ชายของว่าที่สามี 

กามเทพแผลงศรให้เธอได้เจอกับผู้ชายที่เป็นรักแรกพบ และหักศรรักนั้นทิ้งอย่างรวดเร็วด้วยความจริงที่ว่า ผู้ชายคนนั้นคือพี่ชายของว่าที่สามี ความจริงนั้นแล่นเข้ามาอัดแน่นในอกครั้งแล้วครั้งเล่า ยิ่งพยายามตัดใจมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเหมือนอาลัยอาวรณ์ จนเหมือนหายใจไม่ออก ในที่สุดโลกทั้งโลกก็มืดดำลง จากนั้นสติสัมปชัญญะก็ดับวูบ...

เธอหลับไปนานแค่ไหน นัสรินก็ไม่อาจรับรู้ รู้แต่ว่าอยากหลับไปเช่นนั้นนานๆ เพื่อหลบหนีจากความจริงอันสุดเจ็บปวด แต่ดูเหมือนว่าไม่มีใครอยากให้เธอหลับนาน เพราะไม่นานเธอก็ถูกปฐมพยาบาลจนฟื้น 

สิ่งแรกที่เห็นก็คือใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่เหนือใบหน้าของเธอตอนนี้ มันทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงอีกครั้งและอีกครั้ง จนกลัวว่าเขาจะได้ยิน เขาช่างหล่อเหลาราวกับเจ้าชายรูปงามที่กำลังจะก้มลงจูบเจ้าหญิงนิทราเพื่อปลุกให้ตื่น แต่แล้วความตื่นเต้นลิงโลดของหัวใจนั้นก็สลายลง เมื่อมีเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับกระชากเธอกลับสู่โลกแห่งความจริง

“หนูนัสเป็นยังไงบ้าง” 

เสียงแม่เลี้ยงลักษิกาเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง นางคือแม่ของว่าที่สามีที่ให้ความเอ็นดูเธออย่างจริงใจจนเธอสัมผัสได้ชัด และว่าที่สามีคนนั้นก็มีชื่อว่าปรัชญ์...ไม่ใช่คนที่ชื่อว่า ‘ปราณต์’ ที่เธอกำลังมองอยู่ตอนนี้แต่อย่างใด

ตัดใจซะ...เขาคนนี้คือผู้ชายต้องห้ามสำหรับเธอ!

ตอน 2

หัวใจดวงน้อยของคนที่นั่งอยู่วูบหวิว ทันทีที่นกยักษ์ลำนั้นเร่งสปีดเต็มอัตราเร็วบนรันเวย์ ก่อนจะเหินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับที่อาการวูบโหวง ใจสั่นหวิว เกิดขึ้นอย่างกะทันหันและรุนแรง คล้ายดั่งว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับอาการกลัวความสูง แต่นัสรินรู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองเหล่านี้ ห่างไกลจากคำว่า ‘กลัวความสูง’ ลิบลับ แม้จะเดินทางไม่ค่อยบ่อย แต่เธอก็ขึ้นเครื่องบินมากว่ายี่สิบครั้งแล้ว ซึ่งแรกๆ จะกลัวและตื่นเต้น แต่พอมาครั้งหลังๆ ก็ชินชาจนไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับการขึ้นลงของเครื่องบินเสียแล้ว

ทว่าสาเหตุของอาการวูบโหวงสลับกับหนักอึ้งในใจอยู่ตอนนี้ เป็นเพราะจุดหมายปลายทางที่เธอกำลังจะไปนั้นต่างหาก เครื่องบินลำนี้กำลังมุ่งหน้าไปเชียงใหม่ จังหวัดที่เธอไม่เคยเหยียบย่างไปเลยนับตั้งแต่หย่าขาดจากสามี จากวันนั้นถึงวันนี้ก็เป็นเวลากว่าหนึ่งปีแล้ว ทว่าเธอก็ไม่เคยลืมเหตุการณ์ชีวิตในช่วงสั้นๆ ของการแต่งงานได้เลย ทั้งๆ ที่พยายามมาตลอดที่จะไม่นึกถึงมัน

เธอถูกตีตราด้วยคำว่า ‘แม่หม้าย’ ทันที หลังจากแต่งงานเพียงแค่สามเดือนและต้องหย่ากับหมอปราณต์ สาเหตุก็เพราะการแต่งงานที่ไม่ได้เกิดจากความเต็มใจของเขา แต่เขาถูกน้องชายของเขาซึ่งควรจะเป็นคนที่แต่งงานกับเธอวางแผนกับเธอจับปราณต์มัดมือชกให้เขาต้องตกกระไดพลอยโจนอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ 

นัสรินไม่โทษปราณต์ แต่โทษตนเองที่เห็นแก่ตัว เธอตกหลุมรักเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็น เธอได้แต่เก็บเขาไว้ในใจเงียบๆ และพยายามเตือนตัวเองมาตลอดว่าเขาเป็นผู้ชายต้องห้าม เป็นพี่ชายของว่าที่สามีในอนาคตซึ่งเธอไม่ควรมีความรู้สึกใดๆ ด้วยนอกเหนือจากความเคารพนับถือ

ตาคู่สวยที่ประดับแพขนตางอนยาวมองออกไปนอกหน้าต่างเครื่องบิน คล้ายกับกำลังนั่งมองปุยเมฆ ทว่าในห้วงของความคิดตอนนี้ล้วนมีแต่เรื่องราวระหว่างเธอกับอดีตสามี

ปราณต์พาเธอย้ายออกจากคุ้มลักษิกา มาอยู่ด้วยกันที่บ้านเช่าหลังค่อนข้างใหญ่ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับคลินิกของเขา โดยให้เหตุผลกับแม่เลี้ยงลักษิกาว่า อยากอยู่ใกล้ๆ คลินิกเพราะเลิกดึก ไม่อยากขับรถกลับไกลๆ แต่นัสรินรู้ดีว่านั่นเป็นเพียงข้ออ้าง เหตุผลที่แท้จริงนั้นก็เพื่อที่เขาจะได้ทรมานเธอได้สะดวกขึ้นต่างหาก 

  แม้รู้อยู่เต็มอกว่าปราณต์ไม่ได้เต็มใจจะแต่งงานด้วย แต่นัสรินก็ไม่คิดว่าเขาจะมีปฏิกิริยาในทางเกลียดชังเธออย่างรุนแรงขนาดนั้น สายตาที่เขามองมีแต่ความเฉยเมยเย็นชา วางตัวก็ห่างเหิน พูดกันแทบจะนับคำได้ และทรมานเธอทุกอย่างเท่าที่คนเป็นหมอซึ่งเคยใจดีอย่างเขาจะทำได้

บ้านหลังใหญ่หลังนั้นอยู่ห่างจากคลินิกของปราณต์ไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร เขาไม่ได้จ้างแม่บ้าน แต่ยกหน้าที่ดูแลบ้านทั้งหมดให้เป็นของเธอ ทั้งกวาดบ้าน ถูบ้าน ซักผ้า รีดผ้า และทำกับข้าว ครั้งแรกที่ได้ยินเช่นนั้นจากปากของปราณต์ นัสรินยอมรับว่าตัวเองหนักใจไม่น้อย เพราะถึงบ้านของเธอจะไม่ได้ร่ำรวยเท่าบ้านของเขา แต่ที่บ้านก็มีคนทำให้ทุกอย่าง เธอจึงแทบจะไม่เคยหยิบจับงานพวกนี้ แต่สุดท้ายเธอก็ค่อยๆ เรียนรู้มัน มือที่เคยอ่อนนุ่มเริ่มหยาบกระด้าง เพราะต้องจับไม้กวาด ไม้ถูพื้น และเตารีด หน้าก็มันแผล็บทุกวันเพราะต้องเข้าครัวเตรียมอาหารที่บางวันปราณต์ก็กิน บางวันก็ไม่แม้แต่จะชายตามอง

ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับปราณต์ นับวันยิ่งห่างไกลคำว่าสามีภรรยามากขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่เคยแตะต้องเธอเลย ตั้งแต่คืนแรกที่เข้าห้องหอในโรงแรม ปราณต์ก็ออกจากห้องทันทีที่ส่งตัวเสร็จ ปล่อยให้เธอนอนในห้องกว้างนั้นอย่างเดียวดายอ้างว้าง และหลังจากนั้นเขาก็แยกห้องนอนกับเธอมาตลอด เขาไม่เคยร่วมโต๊ะอาหาร ตอนเช้าเธอจะจัดเตรียมไว้ให้ และเลี่ยงไปทำอย่างอื่น ตอนเย็นส่วนใหญ่เขาจะกินมาจากข้างนอก กระนั้นเธอก็ยังเตรียมไว้รอ นัสรินรู้ดีว่าฝีมือทำอาหารของตัวเองแย่มากแค่ไหน  ทว่าหลังๆ มันก็เริ่มดีขึ้น แต่ก็คงไม่ใช่ระดับที่น่าพอใจสำหรับปราณต์ 

นัสรินทรมานใจมากที่สุด เธอไม่เคยได้ออกไปไหน ไม่ใช่ปราณต์ห้าม แต่เธอแทบจะไม่รู้จักเชียงใหม่เลย แต่สิ่งที่ทำให้เจ็บปวดมากกว่าการถูกปล่อยให้อยู่บ้านคนเดียว ถูกปล่อยให้นอนคนเดียว ถูกปล่อยให้ทำงานบ้านคนเดียว ทานข้าวคนเดียว ก็คือสายตาของปราณต์ที่มองเธอเหมือนเป็นวัตถุส่วนเกินหนึ่งชิ้นอันไร้ค่าในบ้านของเขา

คืนนั้นเป็นวันครบรอบหนึ่งเดือนของการแต่งงาน เธอนอนคิดอยู่เกือบครึ่งค่อนคืน กระทั่งที่สุดในตอนเช้าเธอก็รวบรวมความกล้าเข้าไปคุยกับเขาที่โต๊ะอาหาร

“มีอะไรหรือเปล่า” ปราณต์ถามขึ้นเสียงกระด้างเย็นชาเช่นเดียวกับทุกครั้งยามพูดคุยกัน แววตานั้นก็ไม่ต่างเท่าใดนัก ทำให้หัวใจของนัสรินเจ็บปวดราวกับถูกใครเอาเข็มมาทิ่มแทง

“นัสอยากจะคุยกับคุณปราณต์เรื่องการแต่งงานของเราค่ะ”

“มีอะไรต้องคุยอีก คุณก็ได้แต่งงานกับผมสมใจแล้วนี่”

“นัสรู้ค่ะว่าคุณปราณต์ต้องฝืนใจแค่ไหนที่ต้องแต่งงานกับนัส และตอนนี้คุณปราณต์คงเกลียดนัสมาก แต่นัสขอเวลาสักสามเดือนได้มั้ยคะ อย่างน้อยก็ขอให้ทุกคนลืมเรื่องการแต่งงานของเราไปก่อน แล้วนัสจะหย่าให้คุณปราณต์ค่ะ และก็ไม่ต้องห่วงนะคะ นัสจะไม่เรียกร้องอะไรจากคุณแม้แต่บาทเดียว” 

มันไม่ง่ายเลยที่จะพูดประโยคนั้น ในเมื่อใจทั้งใจยังรักเขาและไม่มีสายตาหรือที่ว่างในหัวใจสำหรับใครอีกแล้ว แต่ก็รู้ดีว่าตัวเองเป็นต้นเหตุทำให้เขาไม่มีความสุข เพราะฉะนั้นสิ่งเดียวที่เธอจะทำได้ก็คือคืนอิสระให้ปราณต์ เพื่อให้เขาได้เริ่มต้นใหม่กับผู้หญิงดีๆ สักคนที่เขาอาจจะหาเจอในอนาคต

“ฉลาดดีนี่ แต่งงานสามเดือนเพื่อล้างหนี้ แล้วก็หย่าแบบไม่มีอะไรสึกหรอ แถมยังพูดจาให้ดูดีว่าจะไม่เรียกร้องอะไรอีกต่างหาก มีแต่ได้กับได้”

“นัสก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้คุณปราณต์ใช้สิทธิ์สามีกับนัสนี่คะ”พูดไปแล้วก็หน้าแดงด้วยความกระดากปาก ปราณต์คงคิดว่าเธออยากให้เขามีอะไรด้วย 

“ใช่! ผมมีสิทธิ์ แต่ผมรังเกียจพฤติกรรมของคุณจนไม่อยากจะแตะต้อง”

สะอึก! จากที่กระดากอยู่เมื่อครู่ ตอนนี้หน้าเปลี่ยนเป็นชาราวกับถูกไฟชอร์ตจนไร้ความรู้สึก แม้นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอถูกปราณต์พูดจาเชือดเฉือนหัวใจ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งที่เจ็บที่สุดแล้วกระมัง

ตอน 3

“นัสทราบดีค่ะว่าคุณปราณต์เกลียดนัสแค่ไหน”

“เข้าใจซะใหม่นะนัสรินว่าผมไม่ได้เกลียดคุณ แต่ผมรังเกียจพฤติกรรมของคุณต่างหาก” ปราณต์ย้ำคำพูดตัวเองด้วยสีหน้าเฉยชา หากแต่ความหมายของมันจะต่างอะไรกันล่ะในความรู้สึกของนัสริน ในเมื่อไม่ว่าเขาจะรังเกียจหรือเกลียดมันก็ไม่ใช่ความรู้สึกในด้านดีเลยสักนิด

“เพราะอย่างนี้ไงคะ นัสเลยจะคืนอิสระให้คุณปราณต์ คุณปราณต์จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่”

“เหมือนที่คุณเองก็จะได้หาผัวใหม่เหมือนกันใช่ไหม”

เป็นอีกครั้งที่นัสรินอึ้งกับวาจาของปราณต์ เธอแค่คิดจะหย่ากับเขาเพื่อให้เขาเป็นอิสระ แต่ไม่เคยคิดจะหาใครมาแทนที่เขาอย่างที่เขากล่าวหาสักนิด ทว่าพูดไปมันก็คงเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ ในเมื่อปราณต์ปักใจรังเกียจเธอตั้งแต่แต่งงานกันแล้ว

“ตกลงคุณปราณต์จะหย่าหรือเปล่าคะ” นัสรินถามตรงๆ และไม่คิดจะต่อปากต่อคำใดๆ เพื่อให้ตัวเองต้องเจ็บปวดไปมากกว่านั้นอีก

“ก็ตามใจ อยากหย่าก็จะหย่าให้”

พูดแค่นั้น ปราณต์ก็ลุกพรวดพราดจากโต๊ะอาหารแล้วก้าวดุ่มๆ ออกไปยังโรงรถ นัสรินได้แต่เพียงยืนมองตามหลังร่างสูงนั้นไปด้วยสายตาเศร้าสร้อยและเจ็บปวด เธอไม่เคยทำอะไรถูกใจเขาเลย แม้แต่ตอนพูดเรื่องหย่า ที่เธอคาดว่าเขาน่าจะดีใจจนยิ้มแก้มปริ ทว่าเขาก็ยังคงทำมึนตึง ทำเสียงขุ่นเคืองเย็นชาใส่ และเดินหนีคล้ายไม่อยากมองหน้าเธออีกแม้แต่เสี้ยววินาที เหมือนกับเธอทำสิ่งที่ผิดร้ายแรงเหลือเกิน

หลังจากวันนั้นสถานการณ์ระหว่างเธอกับปราณต์ยิ่งดูเหมือนว่าจะย่ำแย่ลงไปกว่าเดิมอีก จากที่เคยพูดคุยกันบ้าง เขาก็แทบจะไม่คุย จากที่เคยกินอาหารที่เธอทำบ้าง เขาก็ไม่แตะ ยังดีที่ยอมใส่เสื้อผ้าที่เธอซักรีดไว้ให้ แม้มันจะไม่เนี้ยบนักก็ตาม เพราะเพิ่งจะทำเป็นจริงเป็นจังหลังจากแต่งงานกับเขา

ในที่สุดวันเวลาแห่งความอึดอัดและทุกข์ทรมานใจจากการได้อยู่ใกล้คนที่รัก แต่กลับไม่ได้รับแม้แต่ความใจดีหรือไมตรีตอบกลับมาสักนิด ก็เดินทางมาถึงใกล้วันสุดท้าย วันพรุ่งนี้คือวันครบรอบสามเดือนของการแต่งงาน และคือวันสุดท้ายของเขาและเธอด้วย นัสรินจำได้ว่าตัวเองน้ำตาซึมแทบจะทั้งวัน ดวงตาบวมแดงฝ้าฟางไปหมด เพราะในที่สุดชีวิตการแต่งงานก็พังครืนอย่างไม่เป็นท่า เธอนั่งเก็บของทุกชิ้นของตัวเองใส่กระเป๋าด้วยความเศร้าสร้อย แต่ก็จำต้องตัดใจ เพราะหลังจากหย่าแล้วก็คงไม่ได้อยู่ที่นี่อีก เธอตั้งใจว่าจะกลับกรุงเทพฯ เลย และจองตั๋วเครื่องบินเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

วันนั้นเธอไม่ได้หลบหน้าปราณต์ด้วยการหนีขึ้นห้องตัวเองก่อนเหมือนเช่นทุกวัน แต่นั่งรอเขาอยู่ที่โซฟาตัวยาวในห้องโถงชั้นล่าง ซึ่งถ้าปราณต์เดินเข้ามาในบ้านเขาก็ต้องเห็นเธอ ที่รอก็เพราะจะเตือนเขาว่า พรุ่งนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานสามเดือนและถึงกำหนดวันหย่าที่เธอเคยบอกเขาไว้ เธอไม่คิดว่าปราณต์จะจำได้ เพราะเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับวันแต่งงานแม้แต่น้อย ดังนั้นนี่จึงเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะได้ทำหน้าที่ภรรยา ภรรยาซึ่งต้องอยู่รอเตือนสามีว่า พรุ่งนี้คือวันที่เขากับเธอต้องไปหย่ากันตามที่เขาต้องการแล้ว

เวลาแห่งการรอคอยมันเนิ่นนานเสมอ จากช่วงหัวค่ำเริ่มล่วงเลยสู่ยามดึก จนตอนนี้สี่ทุ่มแล้ว หากทว่านัสรินยังไม่ได้ยินเสียงรถของปราณต์แล่นมาเช่นทุกวัน ปกติเขากลับบ้านไม่เคยเกินสามทุ่ม แล้วนี่คืนนี้เขาหายไปไหน หรือว่าคนไข้ที่คลินิกเยอะ หรือถูกโรงพยาบาลเรียกตัวฉุกเฉิน

จากที่นั่งรอ ตอนนี้ร่างบางลุกขึ้นและเดินไปชะเง้อมองที่หน้าบ้าน ลมข้างนอกพัดค่อนข้างแรง ฟ้ามืดครึ้มและมีแสงสีเหลืองแลบแปล๊บๆ อยู่ถี่ๆ คล้ายกับว่าอีกไม่นานจะมีฝนเทกระหน่ำลง เมื่อบรรยากาศภายนอกเป็นเช่นนั้น เธอจึงพาตัวเองกลับเข้าไปรอข้างในบ้านเหมือนเดิม ไม่นานฝนก็ตกลงมาเสียงดังพรำๆ พร้อมกับความเย็นฉ่ำชวนให้นึกถึงเตียงนอนนุ่มๆ อุ่นๆ แต่เธอก็ยังฝืนนั่งรอปราณต์ต่อไป จนที่สุดตาก็ปรือปรอยและเผลอหลับไปอย่างไม่รู้ตัว

เสียงรถแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านที่ดังขึ้นพร้อมกับเสียงฟ้าร้องดังครืนๆ ทำให้เธอสะดุ้งตื่นอีกครั้ง และอีกไม่กี่นาทีหลังจากนั้น คนที่เธอรอก็เดินเข้ามา 

สภาพของปราณต์ทำให้นัสรินแปลกใจไม่น้อย ผมเผ้าของเขายุ่งเหยิง ดวงตาแดงก่ำ เสื้อเชิ้ตถูกดึงออกมานอกกางเกง แขนเสื้อพับขึ้นจนถึงข้อศอก เมื่อร่างสูงเดินใกล้เข้ามา กลิ่นแอลกอฮอล์ก็โชยคลุ้งมาเตะจมูก ทำให้เธอรู้ว่าเขาไปดื่มมา คงฉลองให้ความโสดที่จะได้รับในวันพรุ่งนี้กระมัง

“ยังไม่นอนอีกเหรอ” เขาถามอย่างห่างเหินเย็นชาเช่นเดิม ทว่าน้ำเสียงอ้อแอ้ผิดปกติ สายตาที่มองมานั้นก็มีนัยแปลกๆ ทำให้นัสรินรู้สึกหวาดหวั่นอย่างบอกไม่ถูก

“นี่คุณปราณต์ดื่มมาเหรอคะ”

“ใช่...ผมดื่มมา ว่าแต่คุณทำไมยังอยู่นี่ ปกติหนีขึ้นห้องแล้วไม่ใช่เหรอ” 

“นัสก็แค่จะอยู่รอเตือนคุณปราณต์เรื่องหย่าพรุ่งนี้น่ะค่ะ กลัวว่าคุณปราณต์จะลืม แต่เห็นแบบนี้คุณปราณต์คงไม่ลืม น่าจะไปฉลองเตรียมโสดมาด้วยซ้ำ คุณปราณต์คงจะดีใจมากที่กำลังจะได้เป็นอิสระจากนัส” ไม่รู้ว่าเพราะอะไร นัสรินก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ทำไมถึงได้พูดจาประชดประชันเขาเช่นนั้น ทั้งๆ ที่ปกติเธอไม่แม้แต่จะกล้าต่อปากต่อคำกับปราณต์ด้วยซ้ำ

“ก็คงไม่ต่างอะไรกันละมั้ง ไม่อย่างนั้นคุณคงไม่นั่งถ่างตารอบอกผมอยู่แบบนี้หรอก”

“นัสก็แค่กลัวคุณปราณต์จะลืม”

“กลัวผมลืม หรือกลัวจะไม่ได้หย่ากับผมกันแน่” ถามเสร็จก็ตามมาด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอคล้ายกับเยาะหยันอยู่ในที  ทำให้นัสรินรู้สึกได้ดีถึงความรู้สึกที่แฝงมากับน้ำเสียงนั้น

“คุณปราณต์คิดว่านัสอยากหย่านักเหรอคะ มันน่าดีใจนักหรือไงกับสถานะแม่หม้ายทั้งที่อายุแค่นี้” นัสรินตัดพ้อต่อวาจาที่ช่างร้ายกาจและเยาะเย้ยถากถางของเขา

“ไม่รู้สิ ผู้หญิงอย่างคุณมันเดายาก เป็นประเภทหน้าใสใจคด เห็นท่าทางติ๋มๆ ไม่มีพิษมีภัย แต่ซ่อนความเห็นแก่ตัวเอาไว้ตั้งมากโข ใครจะรู้ว่าที่ทำหน้าเศร้าอยู่นี่ก็แค่แสดงละคร ความจริงแล้วก็อยากหย่าจนตัวสั่น”

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167VAH” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167VAH
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

พันธะรักพ่อเลี้ยงเถื่อน
พันธะรักพ่อเลี้ยงเถื่อน
เมื่อความแค้นกลายเป็นไฟรักสุดอันตราย ภาคินัย เจ้าของไร่องุ่นผู้สูญเสียภรรยาเพราะการนอกใจ จึงหันมาลงทัณฑ์ อัญชลิดา น้องสาวของชายชู้ เขาหลอกล่อเธอมาที่ไร่สะเมิงเพื่อทำลายชีวิตให้พังพินาศ ทว่าความใกล้ชิดกลับปลุกเร้าความปรารถนาเร่าร้อนที่ยากจะต้านทาน นิยายดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่คุณไม่ควรพลาด
8.6
54 ตอน
แค้นซ่อนไฟใจซ่อนรัก
แค้นซ่อนไฟใจซ่อนรัก
เมื่อความแค้นของอาร์มานโด้ มหาเศรษฐีหนุ่มสุดโหด เปลี่ยนเป็นความลุ่มหลงในคืนเดียว! นิยายรักแนวมาเฟียที่จะพาคุณไปพบกับรักอันตรายและการแก้แค้นสุดเร่าร้อน เมื่อเหยื่อสาวบริสุทธิ์หนีไปพร้อมกับลูกน้อย เขาจะตามล่าเธอกลับมาด้วยไฟปรารถนาหรือคำขอโทษ อ่านนิยายสนุกๆ ได้แล้ววันนี้
9.4
51 ตอน
พิศวาสร้อนซ่อนรัก
พิศวาสร้อนซ่อนรัก
เมื่อ พัฒน์ชนะ พนันกับเพื่อนเพื่อพิชิตใจ ภัทรานิษฐ์ หญิงสาวที่แอบรักเขามาตลอด เธอจึงยอมมอบกายให้รักแรกแม้รู้ว่าไม่มีวันสมหวัง ท่ามกลางสัมผัสเร่าร้อนที่แสนอันตราย ร่างกายกลับทรยศหัวใจที่หวั่นไหว นิยายรักดราม่าเรื่องนี้จะพาทุกคนไปพบกับความรักที่เริ่มต้นด้วยการล่อลวงจนยากจะถอนตัว
9.1
88 ตอน
เมื่อรักกลายเป็นเถ้าถ่าน
เมื่อรักกลายเป็นเถ้าถ่าน
เมื่อรักแท้กลายเป็นฝันร้าย แพรที่เฝ้ารอคำสัญญาจากเจต ร็อกสตาร์สุดฮอต กลับถูกเขาทำร้ายจิตใจอย่างไร้เยื่อใยเพื่อปกป้องชื่อเสียงตัวเอง นิยายรักดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่จะพาคุณไปพบกับความเจ็บปวดและการเริ่มต้นชีวิตใหม่ อ่านนิยายฟรีที่จะทำให้คุณหลั่งน้ำตาไปกับความรักอันแสนเจ็บปวดนี้
9.2
84 ตอน
ข้ามภพไร้รัก
ข้ามภพไร้รัก
เมื่อวิญญาณถูกกระชากลงนรกผิดตัวเพราะความผิดพลาดของยมโลก หญิงสาวจึงได้รับโอกาสเกิดใหม่ในดินแดนโบราณสุดลี้ลับที่เต็มไปด้วยพลังเหนือธรรมชาติ นิยายย้อนเวลารักแฟนตาซีที่จะพาคุณไปร่วมลุ้นกับโชคชะตาครั้งใหม่และการเดินทางเพื่อพิสูจน์รักแท้ในโลกที่ไม่คุ้นเคย อ่านนิยายฟรีได้แล้ววันนี้
9.6
283 ตอน
รักต้องห้าม…ที่ไร้เดียงสา
รักต้องห้าม…ที่ไร้เดียงสา
เมื่อความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนในคืนที่ไร้สติทิ้งบาดแผลลึกไว้ในใจ ถังจือจึงสารภาพความจริงอันเปราะบางกับสวีเชิงว่าเขาไม่ได้ชอบผู้หญิงและกลัวเรื่องบนเตียง ทว่าอ้อมกอดอันอบอุ่นที่ได้รับกลับยิ่งดึงดูดให้ทั้งสองถลำลึกสู่ความรู้สึกต้องห้ามที่ยากจะถอนตัว ติดตามนิยายรักร่วมสมัยที่เต็มไปด้วยอารมณ์ดราม่าบีบหัวใจ
7.9
69 ตอน