ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

ปาณิศายอมรับว่ามันเป็นความผิดของเธอ ผิดที่ไม่อาจรักษาสัญญาที่จะรอเขากลับมาเพื่อใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ถ้าคทาวุธจะโกรธแค้นเธอนัก เธอยอมรับทุกความผิดนั้นไว้แต่เพียงผู้เดียว แต่เธอไม่เคยนอกใจเขาเลย แม้เธอจะต้องแต่งงานกับชายอื่นรุ่นราวคราวพ่อ ทว่าหัวใจของเธอยังคงรักเพียงเขาคนเดียว

หญิงสาวในชุดบัณฑิตแย้มยิ้มถ่ายรูปกับครอบครัว บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นชมยินดีที่ลูกสาวคนเดียวเรียนจบระดับปริญญาตรีและยังได้เกียรตินิยมอีกด้วย ชายภาพหนุ่มถ่ายภาพให้บัณฑิตสาวอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยทั้งที่อากาศร้อนและคนก็เยอะมาก

“ไหวไหมคทา” ปาณิศาถามด้วยความเป็นห่วง ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยเหงื่อแต่เขาก็ยังดูหล่อเหล่าอย่างที่เคยเป็นมา

“แค่นี้ไม่เท่าไหร่หรอก แป้งล่ะเป็นไงบ้าง” เขาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อให้เธอบ้าง

“สองคนนั้นนะ หันมานี่ดิ” เสียงเพื่อนร่วมคณะสั่ง ทั้งปาณิศาและคทาวุธหันไปพร้อมกัน ทั้งคู่ได้ยินเสียงลั่นชัตเตอร์ แล้วเพื่อนก็ยกนิ้วโป้งให้

“มีรูปคู่บ้าง เดี๋ยวได้ใช้ตอนแต่งงาน” เพื่อนหนุ่มออกปากแซวเล่นเอาปาณิศาอายหน้าแดงจัด

ด้วยความเขินอายปาณิศาขอตัวไปดูแลพ่อกับแม่ก่อน อากาศร้อนทำให้เธอค่อนข้างเป็นห่วงเพราะสุขภาพของพ่อที่ไม่ค่อยแข็งแรงนัก

“แป้งอยู่กับเพื่อนก่อนก็ได้ลูก แม่จะพาพ่อกลับบ้านก่อน เราค่อยไปฉลองกันต่อที่บ้านก็ได้จ๊ะ”

“ขอบคุณค่ะแม่ เสร็จทางนี้แล้วหนูจะรีบกลับนะคะ”

“ไม่ต้องรีบหรอกลูก ยังไงพ่อก็รอได้ พ่อดีใจที่ได้อยู่จนเห็นลูกมีวันนี้”

ปาณิศาน้ำตาคลอ เข้ากอดพ่อแน่น มือใหญ่หยาบกร้านลูบหัวลูกสาวอย่างเบามือ แม้ว่าลูกสาวจะอายุยี่สิบแล้วแต่ก็ยังดูเป็นเด็กในสายตาของผู้เป็นพ่อเป็นแม่เสมอ เธอเดินไปส่งพ่อกับแม่ขึ้นรถแล้วก็เดินกลับมาหาคทาวุธที่ยืนรอไม่ไกลนัก

“วันนี้ผมผ่านไหม?”

คทาวุธถาม นอกจากเขาจะมาเป็นช่างภาพในบัณฑิตจบใหม่หมาดๆแล้ว ยังเหมือนมาเปิดตัวให้พ่อกับแม่ของคนรักได้รู้จักอย่างเป็นทางการด้วย ปาณิศาบีบจมูกเขาเบาๆแล้วยิ้มให้ ปาณิศาอายุน้อยกว่าคทาวุธปีเดียวแต่เธอก็เป็นรุ่นน้องของเขา ปาณิศาเรียนคุรุศาสตร์ในขณะที่คทาวุธเรียนวิศวะ สาวคุรุกับหนุ่มวิศวะมาเจอกันที่งานกีฬาของสถาบัน คทาวุธเป็นนักฟุตบอลที่มีสาวๆ กรี๊ดไม่น้อย ส่วนปาณิศานั่งอยู่ สแตนเชียร์ฝั่งคณะของเธอ แน่นอนว่าคณะวิศวะคว้าชัยชนะได้อย่างขาดลอย ขณะที่คทาวุธเดินเลี่ยงๆหลบสาวๆที่มารุมขอถ่ายรูปกับเขานั้น เขาก็ชนเขากับหญิงสาวร่างเล็กที่กำลังก้มๆเงยๆเก็บขวดน้ำริมสนามฟุตบอล

“ทำอะไรของเธอนะ” เขาดุทั้งที่เป็นความผิดของตัวเองแต่ก็โทษเธอ

“ก็เก็บขยะไงคะ มันสกปรกนี่” ปาณิศาขมวดคิ้ว ผมยาวประบ่าเข้ากับผมม้าดูน่ารักสดใส

“เด็กปีหนึ่งเหรอ” เขาถามแกล้งทำหน้าเบื่อหน่ายแต่แอบสนใจเธอเข้าให้แล้ว

“ใช่ค่ะ พี่คทามีอะไรหรือเปล่าคะ”

“รู้จักพี่ด้วยเหรอ” เขาชี้หน้าตัวเองแต่มั่นใจสุดๆ

“ใครๆก็รู้จักพี่คทาค่ะ” เธอยิ้มจนดวงตาหยี่ “แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะสนใจพี่นะคะ”

“แน่ใจแล้วเหรอถึงกล้าพูดแบบนี้” เขาสนุกกับคำท้าทาย

“มั่นใจซิค่ะเพราะแป้งไม่ใช่ผู้หญิงในสเป็กพี่คทาอยู่แล้ว”

คำพูดของปาณิศาเต็มไปด้วยความจริงใจใสซื่อไม่มีการท้าทายอย่างที่เขาคิด เธอเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไหร่ เป็นคนไม่มีจุดเด่นอะไรเลย พ่อกับแม่รับราชการทั้งคู่ ชีวิตเรียบๆไม่หวือหวาแต่นั้นก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร เพราะเธอชอบอยู่แล้ว แต่ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปหมดเมื่อคทาวุธมาดักรอพบเธอที่ตึกคณะ เธอกลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งคณะเลยทีเดียว

“ถ้าคุณคิดจะแกล้งฉันละหยุดเลยนะ”

ปาณิศาเสียงแข็งใส่เขาเพราะคทาวุธเทียวไปเทียวมา ค่อยมารับส่งบ่อยๆ เขามีมอเตอร์ไซค์กลางเก่ากลางใหม่อยู่คันหนึ่ง สาวๆชอบพูดว่าอยากนั่งซ้อนท้ายรถคทาวุธแม้มันจะไม่ใช่รถเก๋งหรือรถบิ๊กไบค์ก็ตาม เดิมทีคทาวุธอยากจีบปาณิศาเล่นๆ แต่พอได้เจอเธอบ่อยครั้งเข้า ได้สืบรู้เรื่องราวของเธอ เขาก็เผลอชอบเธอขึ้นมาจริงๆ ขณะนั้นเธอเรียนปี1 ส่วนของเขาเรียนปี2

คทาวุธมาจากครอบครัวชนชั้นกลาง ไม่ได้ร่ำรวยมากมายแต่ก็ไม่ได้ยากจนอะไร การเรียนของเขาค่อนข้างดี กีฬาเยี่ยมและพยายามรักษาระดับของตัวเองไว้เพื่อที่จะได้ขอทุนไปเรียนต่อที่อเมริกา เขาอยากลองใช้ชีวิตต่างประเทศ อยากจะเห็นโลกกว้าง ลำพังเงินเดือนของพ่อกับแม่คงไม่อาจทำให้ฝันเป็นจริงได้ นอกจากการสอบชิงทุนเท่านั้น

ปาณิศาขึ้นปี2 คทาวุธก็อยู่ปี3 พอเธอขึ้นปี3 เขาก็อยู่ปี4 และเมื่อเขาเรียนจบก็ยังฝึกงานในบริษัทของเพื่อนพ่ออยู่พักหนึ่งจนสอบได้ทุนไปเรียนต่อที่อเมริกา ความคุ้นเคยและสม่ำเสมอทำให้เธอเปิดใจรับเขาอย่างไม่รู้ตัว

จนถึงวันที่เธอเรียนจบรับปริญญา เขาก็อาสาเป็นช่างภาพให้ ระหว่างการคบหากันปาณิศากับคทาวุธต่างก็อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย เธอกับเขายังไม่มีอะไรเกินเลยแม้เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันมักจะมีอะไรๆกับแฟนกันไปแล้ว เธอบอกเขาว่าตัวเองไม่ใช่ผู้หญิงหัวโบราณ เพียงแค่เธอไม่พร้อม และเขาก็ไม่ฝืนใจซึ่งมันทำให้เธอรักเขามากยิ่งขึ้น

ตอน 2

“พ่อกับแม่ชอบพี่คทามากนะคะ” เธอเกาะแขนเขาแล้วระบายลมหายใจอย่างโล่งอก

“ได้ยินแบบนี้แล้วดีใจจัง”

“จะไปกินข้าวเย็นด้วยกันไหมคะ เราทำอาหารง่ายๆกินกันในบ้าน” เพราะสุขภาพของพ่อไม่ค่อยแข็งแรง ท่านให้ไม่อยากออกไปนอกบ้านนัก

“เอาไว้วันอื่นก็ได้ วันนี้วันครอบครัว พ่อกับแม่คงอยากอยู่ฉลองกับลูกสาวคนเดียวมากกว่า”

เขายิ้มให้อย่างเข้าใจ พาเธอนั่งซ้อนท้ายรถออกมาไกลผู้คนเพื่อให้เธอได้พักหายใจโล่งๆบ้าง เขาพาเธอมาสวนย่อมที่ทั้งสองเคยนั่งอ่านหนังสือเรียนด้วยกันบ่อยๆ

“ต่อไปนี้เราก็ไม่ได้เจอกันที่นี่อีกแล้ว” ปาณิศาพูดยิ้มๆ “เรียนจบแล้วก็อดคิดถึงไม่ได้นะคะ”

“แป้ง...” เขาบีบมือเธอแน่นจนหญิงสาวอดหันมามองหน้าเขาไม่ได้

“มีอะไรคะ”

“พี่จะไม่อยู่สองปีนะ พี่จะไปอเมริกา”

“ค่ะ” ปาณิศาตบหลังมือของเขาเบาๆ รู้อยู่ก่อนแล้วว่าคทาวุธสอบทุนได้ไปเรียนที่อเมริกาสองปี

“พี่เป็นห่วงแป้ง”

“แค่สองปีเองนะคะ แป๊บเดียวเอง” เธอหัวเราเสียงหวานใส

“สัญญาได้ไหมว่าจะรอพี่ รอพี่กลับมา แล้วเราจะแต่งงานกัน”

ปาณิศาเห็นสีหน้าจริงจังของเขาแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ เพราะเธอตัวเตี้ยกว่าเขาทำให้ต้องเขย่งปลายเท้าขึ้นจูบริมฝีปาก เขาเพิ่งโกนหนวดมาใหม่ๆ เขาโอบเอวเธอไว้จูบตอบคนตัวเล็ก เธอผละจากเขา ใบหน้าหวานแดงจัด นี่เป็นจูบแรกของเธอกับเขาแถมยังเป็นคนกระโจนจูบเขาก่อนเสียอีก

“มัดจำ”

“อะไรนะ”

“ก็ให้จูบมัดจำไว้ก่อน สัญญาว่าจะรอ พี่คทาเองก็เถอะระวังไปหลงสาวฝรั่งหน้าอกโตๆเข้าก็แล้วกัน

เขายิ้มแล้วหัวเราะอารมณ์ดีโน้มหน้าลงจูบริมฝีปากอ่อนหวานอีกครั้ง แต่จูบของเขาแทบทำให้เธอหายใจไม่ทัน แข้งขาอ่อนแรงจนต้องขยุ้มเสื้อของเขาไว้พยุงตัว

“พี่ชอบแบบนี้มากกว่า” เขาลดสายตาลงที่หน้าอกของหญิงสาว แต่ก็ทำให้อีกฝ่ายเขินหน้าแดง

“อีกสองปีนะ“

“ค่ะสองปี”

คทาวุธพาปาณิศากลับมาส่งที่บ้าน เขายกมือไว้พ่อกับแม่ของเธออีกครั้ง พูดคุยสั้นๆและขอตัวกลับก่อน ปาณิศาโบกมือลาเขาแล้วขอตัวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลอง แต่เมื่อลงมาจากห้องชั้นบนก็พบว่าคุณพ่อกับคุณแม่ไม่ได้อยู่ตามลำพัง มีชายแต่งกายภูมิฐานวัยประมาณห้าสิบเศษนั่งพูดคุยอยู่

“หนูไม่รู้ว่าคุณพ่อมีแขก” ปาณิศาทักแล้วตั้งใจจะเดินเลี่ยงเข้าไปในครัว

“มานี่ก่อนยัยแป้ง” พ่อกวักมือเรียก หญิงสาวเดินเข้าไปอย่างนอบน้อม “มาสวัสดีคุณบารมีก่อน”

“สวัสดีค่ะคุณบารมี” เธอยกมือไหว้

“นี่หรือหนูแป้ง” คุณบารมียกมือรับไหว้ ยิ้มให้อย่างเอ็นดู

“ลูกสาวคนเดียวของผม” พ่อพูดอย่างภูมิใจแล้วหันไปทางลูกสาว “นี่คุณบารมีเจ้านายพ่อ”

“เจ้านมเจ้านายอะไรกัน” บารมีหัวเราะ “เมื่อก่อนผมรับราชการเป็นหัวหน้าพ่อของคุณนะ แต่ตอนนี้ลาออกมาทำกิจการของตัวเองได้สิบกว่าปีแล้วล่ะ”

“คุณพ่อเคยเล่าให้ฟังบ่อยๆค่ะ” ปาณิศายิ้มอ่อนหวาน

“พอดีผ่านมาทางนี้เลยแวะมาเยี่ยมกันนะ รถติดมากเลยนะเนี้ย”

“วันนี้รับปริญญาค่ะ ยัยแป้งก็เพิ่งไปรับมา แกได้เกียรตินิยมด้วยนะคะ” คนเป็นแม่พูดด้วยความภูมิใจ

“ดีใจด้วยนะครับ”

“ขอบคุณค่ะ”

บารมีอยู่คุยด้วยไม่นานนักก็ขอตัวกลับ เพราะทิ้งลูกแฝดวัยสิบขวบฝากพี่เลี้ยงอยู่โรงแรมในจังหวัด ปาณิศาออกมาส่งที่หน้าบ้านตามมารยาท แต่เธอไม่รู้เลยว่านั้นเปลี่ยนแปลงชีวิตเธอไปทั้งชีวิตอย่างไม่อาจหวนกลับมาแก้ไขอะไรได้อีก

...

“น้ำเพชร น้ำพลอยกรวดน้ำให้คุณพ่อแล้วมาช่วยแม่แป้งเก็บของเข้าบ้านด้วยนะจ๊ะ”

“ครับ-ค่ะ แม่แป้ง”

เด็กหนุ่มสาวฝาแฝดหน้าตาสวยหล่อไม่แพ้กัน แม้จะทั้งคู่จะอายุยี่สิบแล้วแต่นิสัยก็ยังเป็นเด็กอยู่ ปีนี้ทั้งสองตั้งใจไปเที่ยวและเรียนภาษาช่วงซัมเมอร์ที่ออสเตเรียสามเดือน ทั้งสองนำน้ำในขันไปเทที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ยกมือไหว้อีกครั้งแล้วเดินกลับมาในบ้าน ปาณิศาให้คนขับรถไปส่งพระที่นิมนต์มาฉันเพลที่บ้าน หญิงสาวยิ้มบางๆ ให้รูปสามีที่ตายจากไปครบสามปีแล้ว เขาคือพ่อของลูกฝาแฝดชายหญิง “น้ำเพชร” และ “น้ำพลอย” และยังเป็นสามีของเธอด้วย ชายในกรอบรูปวัยหกสิบ

“แม่แป้งคิดถึงพ่อบารมีเหรอจ๊ะ” น้ำพลอยเข้ามากอดเอวอย่างออดอ้อน แต่พี่ชายฝาแฝดส่ายหน้าไปมาอย่างรู้ทัน

“ไม่ต้องไปทำเป็นประจบแม่แป้งเลย มาช่วยกันเก็บพรม เก็บเสื่อนี่” น้ำเพชรดุ แม้จะเกิดก่อนแค่5นาที แต่เขาก็มีความเป็นผู้นำ น่าจะได้นิสัยมาจากคุณบารมีเต็มๆ

น้ำเพชรนิสัยใจคอคล้ายผู้เป็นพ่อมาก เป็นคนตรงไปตรงมามีความรับผิดชอบ ทำให้ปาณิศาค่อนข้างวางใจที่รู้ว่ากิจการของคุณบารมีจะอยู่รอดปลอดภัย ส่วนน้ำพลอยเป็นคนนิสัยร่าเริง ใจร้อนและติดเอาแต่ใจ ทว่าก็เป็นคนมีน้ำใจต่อผู้อื่น เธอไม่เคยเจอแม่ของเด็กทั้งสองแต่ก็เชื่อว่าน้ำพลอยคงได้นิสัยมารดาของตัวเองมา

“แม่แป้งดูเหนื่อยๆ ไปพักผ่อนก่อนดีกว่า ทางนี้ผมดูให้เองครับ” น้ำเพชรเสนอ

“จริงด้วยค่ะ ไปเอนหลังจิบชาร้อนที่สวนหย่อมก็ได้ค่ะ เรื่องทางนี้น้ำพลอยจัดการให้เองค่ะ” น้ำพลอยดันหลังแม่แป้ง ซึ่งเป็นแม่เลี้ยงออกไปนอกห้องโถงที่จัดเลี้ยงถวายอาหารเพล

ตอน 3

“น้ำพลอยนะเหรอจะทำเอง คงเอาแต่ชี้นิ้วสั่งคนอื่นทำเสียมากกว่า”

“เพชร! อย่าถือว่าเกิดก่อนห้านาทีแล้วนายจะมาทำตัวเป็นพี่ฉันนะยะ” น้ำพลอยเถียง

ก็ช่วยไม่ได้ เธอยันฉันออกมาก่อนนี่” น้ำเพชรยักไหล่แล้วก้มลงม้วนพรมที่ปูพื้นเก็บเข้าที่

“เอาเถอะๆ แม่แป้งจะไปดูในครัวก็แล้วกันนะ”

“ค่ะ-ครับ แม่แป้ง”

ฝาแฝดแย่งกันพูด ปาณิศาหัวเราะแล้วเดินออกจากห้องไป น้ำพลอยถอนหายใจแล้วมองรูปพ่อของตนเอง

“ช่วงนี้แม่แป้งดูเหนื่อยๆนะ พ่อบอกให้เราดูแลแม่แป้งดีๆ ถ้าพ่อเห็นแบบนี้พ่อจะโกรธเราไหม”

“คงเหนื่อยเรื่องทำโรงงานมากกว่า” น้ำเพชรพูดขึ้นแล้วมองรูปพ่อ

“แล้วเพชรคิดยังไงเรื่องที่พ่อสั่งเสียไว้”

“เรื่องอะไร พ่อสั่งไว้เยอะเลย”

“ก็เรื่องที่บอกว่าถ้าแม่แป้งจะแต่งงานใหม่ก็ให้พวกเราอย่าไปขัดขวางไง”

“อ้อ...ก็คงอย่างนั้นแหละ” น้ำเพชรยักไหล่

แม่แท้ๆ ของพวกเขาตายจากไปตั้งแต่ทั้งคู่อายุแค่10ขวบ หลังจากนั้นพ่อก็รับแม่แป้งหรือปาณิศาเข้ามาอยู่ด้วยในฐานะภรรยาคนใหม่ แรกๆ ทั้งคู่ก็ต่อต้านตามประสาเด็ก แต่แม่แป้งของพวกเขาก็ใจเย็นและไม่คิดโกรธลงโทษเวลาที่ทำผิด มีแต่คอยสอน ดูแลพวกเขา หรือตอนที่ป่วยเป็นอีสุกอีใส แม่แป้งก็ดูแลพวกเขาอย่างดี คอยทายาที่เป็นแผลเป็นให้อีกต่างหาก แถมยังสอนอ่าน-เขียนได้ดีกว่าครูพิเศษเป็นไหนๆ ความดีของแม่แป้งทำให้ฝาแฝดยอมรับ ส่วนพ่อเองก็ยุ่งกับงานในไร่ ตอนนี้พวกเขาอายุ 20 แล้ว เข้าใจอะไรมากขึ้น พ่อรับปาณิศาเข้ามาก็เพราะต้องการให้ดูแลพวกเขาทั้งสองคน และก็เป็นความคิดที่ดีเพราะหลังจากพ่อรับปาณิศาเข้ามาเป็นภรรยาเพียงแค่ 7 ปีก็จากไปด้วยโรคหัวใจล้มเหลว

ตอนนั้นทั้งคู่เพิ่งอายุแค่17ปี พ่อทิ้งสวนผลไม้เกือบร้อยไร่ให้พวกเขาต้องดูแล ถ้าไม่มีปาณิศาในตอนนั้น ทั้งสองคงไม่ได้ใช้ชีวิตสุขสบายถึงตอนนี้

“พ่อบอกว่า...พ่อรู้สึกผิดกับแม่แป้ง แม่แป้งเคยมีคนรักด้วยนะ แต่ก็ยอมมาแต่งงานกับพ่อมาดูแลลิงซนๆอย่างพวกเรา” น้ำพลอยพูดเสียงเบาลง

“นั้นมันเรื่องของผู้ใหญ่” น้ำเพชรยักไหล่ “พลอยเองก็อย่าเอาแต่เล่นสนุกนัก ช่วยดูแลงานในไร่ของพ่อบ้าง ถ้าวันหนึ่งแม่แป้งแต่งงานใหม่ เราจะได้ดูแลไร่ของพ่อได้”

“พลอยก็เข้าใจอยู่หรอกนะ แม่แป้งทั้งสาวทั้งสวย พ่อก็ตายมาสามปีแล้ว เห็นมีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่มาจีบตั้งแยะแต่แม่แป้งไม่สนใจเลย”

“ก็บอกแล้วว่านั้นมันเรื่องของผู้ใหญ่” น้ำเพชรเขกหัวน้ำพลอย

“โอ๊ย! เขกหัวทำไมล่ะ”

“เลิกทำตัวเป็นเด็กได้แล้ว ต่อไปนี้เราต้องให้แม่แป้งมีความสุขของแม่แป้งบ้าง”

“รู้แล้วละน่า”

“รู้แล้วก็ช่วยกันเก็บข้าวของให้เรียบร้อยซิ”

“เรื่องแค่นี้เรียกคนรับใช้มาช่วยก็ได้” น้ำพลอยเบ้ปาก

“ก็เพราะเรื่องแค่นี่แหละ ถึงต้องทำเองไง” น้ำเพชรส่ายหน้า “มานี่เลยมาช่วยกันยกพรมไปเก็บ”

“บ่นยิ่งกว่าแม่แป้งอีก” น้ำพลอยบ่นแต่ก็ช่วยจัดเก็บข้าวของเข้าที่อย่างดี

ปาณิศาเดินเข้ามาในครัว ป้าใจแม่ครัวคนเก่งและยังครองตำแหน่งแม่บ้านกำลังจัดการแบ่งอาหารที่เหลือจากถวายเพลพระใส่ถุงร้อนเตรียมแบ่งให้คนงานเอากลับไปกินที่บ้านคนถุงสองถุง หญิงสาวเดินมานั่งที่เก้าอี้ในห้องครัวแล้วยื่นมือไปจะช่วยหยิบขนมใส่ถุง แต่ป้าใจดุเข้าเสียก่อน

“คุณแป้งไม่ต้องช่วยหรอกค่ะ เหนื่อยงานทั้งวันแล้ว แค่นี้ป้าทำเองได้”

“เป็นอะไรกันไปหมดนะ เด็กๆก็ไล่ให้ไปพักผ่อน มาในครัวป้าใจก็ไม่ให้ช่วยอะไรอีก” ปาณิศาหัวเราะน้อยๆ

“เมื่อสองวันก่อนคุณเพิ่งเป็นลมไปไม่ใช่หรือคะ ใครต่อใครก็ต้องเป็นห่วงทั้งนั้นละคะ”

ปาณิศาถอนหายใจ “ก็นอนน้อยไปหน่อยค่ะ จะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนั้นอีก”

“เรื่องป่วยไข้ใครจะไปห้ามได้ละคะ” ป้าใจหัวเราะเสียงดังตามแบบฉบับของนาง

“เอาเป็นว่าทุกคนเป็นห่วงคุณแป้งนะคะ”

“แป้งก็รอแค่เด็กๆ เขาโตพอดูแลกิจการของพ่อเขาได้ ถึงตอนนั้นแป้งก็จะกลับไปอยู่บ้านเดิมของแป้งค่ะ”

ปาณิศาพูดอย่างจริงใจ เธอไม่ได้ต้องการทรัพย์สมบัติอะไรจากคุณบารมีเลย แต่ที่เธอต้องแต่งงานกับเพื่อนของพ่อก็ด้วยความจำเป็นทางการเงินจริงๆ ตลอดสิบปีมานี่เธอมักถูกนินทาว่าร้ายอยู่บ่อยครั้ง ยอมเป็นเมียเสี่ย มีสามีรุ่นพ่อ เพียงเพราะหวังเงินทองของตระกูลนี้ เธอได้แต่ก้มหน้ายอมรับและอดทนกับสิ่งเหล่านั้น

สิบปีที่แล้ว หลังจากเรียนจบไม่นาน พ่อก็ป่วยหนักต้องผ่าตัดทำบายพาส จำเป็นต้องใช้เงินหลายแสนบาท คุณบารมีทราบข่าวก็เข้ามาช่วยแต่ยื่นข้อเสนอที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้ คือการที่เธอต้องยอมเป็นภรรยาของเขา

หญิงสาวพยายามวิ่งเต้นหาเงินมารักษาพ่อ เธอเพิ่งรู้ว่าแม่เอาบ้านจำนองกับธนาคารไปนานแล้ว แม่เป็นเพียงแม่บ้านไม่มีรายได้อะไร ก่อนที่พ่อจะป่วยหนักจนต้องลาออกจากงานนั้นก็มีเงินเก็บอยู่จำนวนหนึ่ง แต่เมื่อต้องจ่ายค่ายา ค่าเรียน และยังค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว เงินที่เคยมีก็หมดไป การผ่าตัดจำเป็นต้องทำโดยด่วน เธอไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนจึงจำใจยอมตกลงรับข้อเสนอ

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167VYZ” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167VYZ
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

วิมานหงส์ในกรงมาร
วิมานหงส์ในกรงมาร
เมื่อ มนต์นรี สาวไร้เดียงสาต้องพิสูจน์ตัวเองในกรงปรารถนาของ เฮ็นริค เจ้าพ่อเพลย์บอยผู้ตั้งเงื่อนไขสุดหินทดสอบบทเรียนรักบนเตียงเพื่อแลกกับการแต่งงาน นิยายรักแนวประธานบริษัทสุดร้อนแรงที่จะทำให้คุณลุ้นไปกับเกมรักอันตรายครั้งนี้ อ่านนิยายฟรีได้แล้ววันนี้
9.7
86 ตอน
หย่าปุ๊บ แต่งงานใหม่ปั๊บ
หย่าปุ๊บ แต่งงานใหม่ปั๊บ
เมื่อความภักดีของเจียงว่านหนิงถูกตอบแทนด้วยความเหยียดหยามจากเย่เชินที่บังคับให้เธอคุกเข่าต่อหน้าคนรักเก่า เธอจึงเลือกหย่าแล้วเริ่มต้นใหม่กับฟู่จิงเซิน ท่านประธานมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลทันที แม้จะถูกตราหน้าว่าใช้เขาเป็นเครื่องมือแก้แค้น แต่นิยายรักเรื่องนี้จะพิสูจน์ว่าสามีใหม่พร้อมเปย์หมดหน้าตักเพื่อปกป้องเธอ
9.5
79 ตอน
ชาดสีเลือด 红血
ชาดสีเลือด 红血
เมื่อหลินเหมยได้รับโอกาสย้อนเวลากลับมาอีกครั้งเพื่อชำระความแค้นกับอดีตสามีที่เคยทรยศหักหลัง การเดิมพันครั้งใหม่ในนิยายจีนโบราณแฟนตาซีสุดเข้มข้นจึงเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางอุปสรรคและแรงอารมณ์เสน่หา เธอจะเลือกเดินหน้าล้างแค้นหรือก้าวไปสู่ความสุขที่แท้จริง
7.9
96 ตอน
ตำนานตาม่วง
ตำนานตาม่วง
เมื่อยอดนักฝึกสัตว์สาวดวงตาสีม่วงจากอนาคตทะลุมิติมาเกิดใหม่ในร่างแม่ลูกอ่อนที่ถูกทำลายพลังและพรากลูกชายไป เธอจึงต้องออกเดินทางทวงแค้นพร้อมลูกสาวด้วยเนตรสีม่วงสยบอสูร ทว่าเป้าหมายกลับเป็นราชาเทพจอมเจ้าเล่ห์ที่จ้องจะจับเธอและลูกๆ มัดมือชกเป็นของเขาคนเดียว อ่านนิยายแฟนตาซีสุดเข้มข้นได้แล้ว
8.1
52 ตอน
ศักดิ์ศรีที่หายไป...ฉันจะทวงคืน
ศักดิ์ศรีที่หายไป...ฉันจะทวงคืน
เมื่อความรักสิบปีสิ้นสุดลงด้วยการทรยศของสามีที่พามือที่สามเข้าบ้าน แถมยังทำร้ายเธอจนแท้งลูกอย่างเลือดเย็น อดีตภรรยาผู้ทุ่มเทจึงยอมเซ็นใบหย่าเพื่อเริ่มต้นใหม่ เธอจะกลับมาทวงคืนศักดิ์ศรีและแก้แค้นคนสารเลวให้สูญเสียทุกอย่าง นิยายรักดราม่าสุดเข้มข้นที่สายแค้นรักห้ามพลาดเด็ดขาด
9.7
69 ตอน
มนต์​รัก​โรมานซ์​ฉบับ​บ้าน​ทุ่ง​
มนต์​รัก​โรมานซ์​ฉบับ​บ้าน​ทุ่ง​
เมื่อความลับกลางลำธารกลายเป็นบ่วงรัก! 'สินทร' หนุ่มใหญ่กล้ามแน่นเห็นเรือนร่างขาวนวลของ 'ดาวใจ' สาวน้อยวัยใสลูกสาวคนรักเก่าเต็มตา ไฟปรารถนาที่หลับใหลจึงลุกโชน เขาใช้ความลับนี้บีบบังคับให้เธอมาหาที่เถียงนาเพื่อแลกกับการไม่คลุมถุงชน นิยายรักโรแมนติกสุดแซ่บที่สายฟินห้ามพลาด
8.5
70 ตอน