ตอน 2

พรธีราเกิดมาไม่เคยเจอใครดึงสายคาดให้แบบนี้ หญิงสาวออกอาการตะลึงไปเล็กน้อย ปลายจมูกเขาเฉียดหน้าเธอไปแค่ไม่กี่นิ้ว ทำให้ต้องนั่งตัวแข็งทื่อหลังชิดเบาะให้มากที่สุด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายอ่อน ๆ จากตัวเขา ทำให้หญิงสาวรู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

เธอคิดมากไปหรือเปล่า ทำไมการคาดเข็มขัดนิรภัยของเขาถึงได้ใช้เวลานานเป็นพิเศษ แถมหน้าเขาก็ใกล้หน้าเธอจนเกินเหตุ

กริ๊ก

“เสร็จแล้วครับ” เขาบอกก่อนขยับกลับไปนั่งตัวตรงหลังพวงมาลัยเหมือนเดิม

“ขอบคุณค่ะ” เมื่อครู่นี้เรียกว่าแทบจะกลั้นลมหายใจกันเลยทีเดียว พรธีราค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก เมื่อเห็นเขาหันไปสนใจการขับรถ

“ผมขอโทษอีกครั้งนะครับคุณพรธีรา เรื่องที่ขับรถชนท้ายรถคุณ ทำให้คุณต้องเสียเวลาแบบนี้ด้วย ผมนี่มันแย่จริง ๆ เลย” คนขับหันมาบอกด้วยสีหน้าของคนรู้สึกผิดจริง ๆ

“ไม่เป็นไรค่ะคุณนวิน มันเป็นอุบัติเหตุนี่คะ”

“ครับมันเป็นอุบัติเหตุ” ‘ซะเมื่อไหร่’ นวินอมยิ้มนิด ๆ หน้ามองตรงไปที่ถนน ส่วนมือประคองพวงมาลัยให้มั่น ในใจคิดไปต่าง ๆ นานาว่าจะเริ่มต้นแก้แค้นตรงไหนดี

ระหว่างที่พรธีราหันไปมองด้านข้างของถนน เขาก็แอบยื่นมือไปทำบางอย่างตรงหน้า หญิงสาวเองก็ไม่ทันได้สังเกตเห็น สักหนึ่งเขาเห็นคนด้านข้างยกมือขึ้นกอดอกเอาไว้แน่น ๆ

“คุณพรธีราหนาวเหรอครับ”

“นิดหน่อยค่ะ” พรธีราหันมาตอบเขาเหมือนคนเกรงใจ

“พอดีผมอยู่เมืองนอกมานานชินกับอากาศเย็น ๆ น่ะครับ ด้านหลังผมมีเสื้อคลุมอยู่นะครับเอามาคลุมก่อนได้” คนพูดผินหน้าไปเบาะหลังที่มีสูทของเขาแขวนอยู่

‘ใจดีจริงพ่อคุณหรี่แอร์ก็จบไหม’ พรธีรายิ้มให้เขาบาง ๆ ไม่กล้าพูดตรง ๆ ออกไป

“หยิบมาสวมเลยก็ได้ครับ ผมซักเรียบร้อยแล้ว” เขายังเอ่ยต่อพร้อมกับรอยยิ้มแสนอบอุ่น

คนเห็นถึงกับหัวใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว พรธีราไม่เคยพบเจอใคร ที่มองเธอด้วยสายตาแบบนี้มาก่อนเลย เขามองเหมือนจะดึงเธอเข้าไปอยู่ในดวงตาของเขาได้ ช่างมีพลังดึงดูดร้ายแรงเหลือเกิน

“เอ่อ ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวเอื้อมมือไปหยิบเสื้อสูทของเขามาคลุมตัวเองไว้ กลิ่นน้ำหอมของผู้ชายเตะจมูกเธอเข้าอย่างจัง เขาบอกซักแล้วแต่เขาคงไม่ได้บอกว่าเขาสวมแล้วเหมือนกัน ความรู้สึกกระดากอายเล่นงานเข้าอย่างจัง พวงแก้มแดงระเรื่อขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

นวินเห็นแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้ แค่เอาสูทเขาไปคลุมตัวยังหน้าแดงขนาดนี้ อ่อนต่อโลกหรือยังไงกัน แต่ถ้าเป็นแบบนั้นก็คงจีบง่ายน่าดู

“มีงานสำคัญที่นั่นเหรอครับ” เขาถามทั้งที่สายตายังจดจ้องบนท้องถนนตรงหน้า

“คะ เอ่อค่ะ” พรธีรากำลังต่อสู้กับกลิ่นน้ำหอมจากสูทของเขา ทำให้รู้สึกมึนงงกับคำถามของเขาอยู่

“เป็นอะไรครับทำหน้าแปลก ๆ เสื้อผมเหม็นเหรอครับ ผมซักแล้วนะ” นวินหันมาทำหน้ายุ่งใส่หญิงสาว

“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไรเสื้อคุณนวินอุ่นดีค่ะ”

“อุ่นก็ดีครับ”

ฟู่ เสียงลมถูกเป่าออกจากปากของพรธีราเบา ๆ หญิงสาวรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวต่อสายตาของเขา ยิ่งสูทตัวนี้คลุมตัวอยู่แบบนี้รู้สึกเหมือนถูกเขาโอบกอดอยู่ก็ไม่ปาน จะถอดวางไว้ที่เดิมก็เกรงใจเจ้าของที่เอาแต่มองมาอยู่เป็นระยะ หญิงสาวเม้มปากเข้าออกค่อย ๆ หันหน้าออกไปด้านข้างมองผู้คนที่สัญจรไปมาแทน

รถแล่นมาจอดหน้าประตูทางเข้าโรงแรม พรธีราก็นำสูทของเขากลับไปแขวนไว้ที่เดิม

“เอาติดตัวไปด้วยก็ได้นะครับเผื่อข้างในโรงแรมอากาศหนาว” นวินบอกด้วยความหวังดี แววตาประกายระยับส่งยิ้มหวาน ๆ ให้หญิงสาว

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณที่มาส่งนะคะ”

“ครับ เรื่องรถเดี๋ยวผมติดต่อไปอีกทีนะครับ”

“ได้ค่ะ”

กระจกรถเลื่อนขึ้นอย่างช้า ๆ แต่ก่อนที่จะปิดหมดบาน คนขับก็ส่งรอยยิ้มนัยน์ตาเยิ้ม และขยิบตาข้างหนึ่งให้คนพรธีรา จากนั้นรถก็เคลื่อนตัวออกไปอย่างช้า ๆ

“เฮ้อ” หญิงสาวเกือบจะหายใจไม่ออกกับการกระทำของเขาเมื่อครู่นี้ การอยู่กับผู้ชายคนนี้สองต่อสองในรถทำให้รู้สึกอึดอัดไปหมด เขาดูดีมีเสน่ห์มากมีมากจนน่ากลัว

พรธีรารีบเดินตรงเข้าไปในห้องโถงชั้นสามของโรงแรม ซึ่งมีพี่ชายของเธอยืนรออยู่ก่อนหน้าแล้ว

“มาช้านะน้องเอย” พัสวีถอนหายใจใส่น้องสาวดัง ๆ

“รถเอยถูกเสยท้ายค่ะพี่เอื้อ”

“แล้วน้องเอยเป็นไรมากไหม ไหนพี่ขอดูหน่อย” พัสวีจับน้องสาวหมุนตัวไปมาราวตุ๊กตาไขลาน

“พี่เอื้อคะพอได้แล้วเอยอายคนอื่นเขานะคะ ตัวเอยไม่ได้เป็นอะไรค่ะ ส่วนรถก็ไฟท้ายแตกขับมาไม่ได้เลยจอดเอาไว้บนถนน เรียกประกันไปดูแล้วค่ะ” หญิงสาวรีบบอกก่อนที่เธอจะเวียนหัวจากการถูกพี่ชายหมุนตัวไปมาไม่ยอมหยุด

“แล้วน้องเอยมายังไงล่ะนี่”

“คนขับชนเขาพามาส่งค่ะ”

“คนขับชนพามาส่งรู้จักกันรึก็เปล่า ทำไมไว้ใจขึ้นรถเขามาง่าย ๆ แบบนี้ล่ะน้องเอย มันอันตรายมากรู้ไหม” พัสวีเอ็ดน้องสาวเบา ๆ ด้วยความเป็นห่วง

“เขาไม่ได้อันตรายขนาดค่ะ เอยโตแล้วนะคะพี่เอื้อดูคนออกอยู่ค่ะอย่าทำเหมือนเอยเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ สิคะ”

“โตมากเลยนี่” พัสวีจิ้มแก้มน้องสาวเบา ๆ ไม่ว่าจะโตแค่ไหนพรธีราก็เหมือนเด็กสาวตัวน้อย ๆ ที่เขาคอยถักเปียให้ไปโรงเรียนอยู่ไม่เคยเปลี่ยน

“ว่าแต่งานเริ่มรึยังคะเนี่ย”

“เพิ่งจะเริ่มเองโน่นพิธีกรขึ้นเวทีแล้ว ไปเราไปหาโต๊ะนั่งกันดีกว่า”

“ค่ะ”

สองพี่น้องพากันเดินไปนั่งยังโต๊ะที่ทางผู้จัดงานเตรียมไว้ให้ สักพักหนึ่งก็มีหญิงสาวแสนสวยมานั่งร่วมโต๊ะกับทั้งคู่ด้วย

“สวัสดีค่ะน้องเอย”

“สวัสดีค่ะพี่ฝ้าย” พรธีรายกมือขึ้นไหว้คนรักของพี่ชายอย่างเป็นกันเอง วันนี้กานต์สินีมาในชุดเดรสสีหวานสุดหรู รวบผมขึ้นสูงดูสวยสมวัย เหมาะสมกับพี่ชายของเธอเป็นอย่างมาก

“ขอนั่งร่วมโต๊ะด้วยคนนะคะน้องเอย พี่มาตัวแทนคุณพ่อค่ะ” กานต์สินีบอกแล้วทรุดตัวลงนั่งด้านข้างกับคนรัก ซึ่งพัสวีเลื่อนเก้าอี้ออกรอเธออยู่ก่อนหน้าแล้ว

“พี่ฝ้ายแต่งตัวสวยแบบนี้แปลว่ามีไปต่อกันหลังงานเลิกใช่ไหมคะ”

“รู้ทันนะคะน้องเอย”

สองสาวหัวเราะต่อกระซิกกันอย่างมีความสุข โดยหารู้ไม่ว่ามีชายหนุ่มอีกคน กำลังยืนหน้าบึ้งอยู่ตรงทางเข้างาน นวินสืบไม่ยากว่างานแบบไหนที่พรธีราจะมาที่โรงแรมแห่งนี้ เขาขับรถขึ้นมาจอดชั้นที่มีงานเลย แค่จะแวะมาดูว่าหญิงสาวทำงานเป็นไงบ้าง ไม่คิดว่าจะต้องมาเจอภาพบาดตาบาดใจตรงหน้าเป็นของแถม

‘ไอ้เอื้อฝ้ายมีความสุขกันจริงนะ’

เขากัดฟันกรอดกำหมัดจนแน่น ก่อนจะหันหลังแล้วเดินจากไป ในใจพร้อมจะปะทุออกมาเป็นเสี่ยง ๆ จากความแค้นที่อัดแน่นอยู่เต็มอก

ตอน 3

นวินก้าวขึ้นไปนั่งบนรถของตนเอง เขาสตาร์ตเครื่องเปิดแอร์แต่ยังไม่ออกตัว เอื้อมมือไปหยิบสูทตัวที่พรธีราใช้คลุมตัวก่อนหน้า เขาจงใจเปิดแอร์ให้เย็นกว่าปกติเอง เพื่อที่จะได้แสดงความเป็นสุภาพบุรุษมัดใจหญิงสาว อะไรดลใจให้เขายกสูทตัวเองขึ้นดม กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของหญิงสาวยังติดอยู่บนเสื้อของเขา ปะปนไปกับกลิ่นน้ำหอมของเขาเอง ชายหนุ่มยกเสื้อขึ้นใกล้จมูก กดสูดกลิ่นจากเสื้อตัวเองเข้าเต็มปอด ก่อนจะโยนไว้ที่เดิม แล้วหมุนพวงมาลัยออกจากลานจอดรถไป

นวิน อมรศิริวัฒน์ ทายาทเจ้าของธุรกิจน้ำดื่มและผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปส่งออกรายใหญ่ของประเทศ จบการศึกษาปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในต่างประเทศ และได้ฝึกงานอยู่ที่นั่นจนอายุได้สามสิบสองปี เขาถึงได้เดินทางกลับมายังประเทศไทย เพราะทางบ้านพร้อมแล้วที่จะยกธุรกิจของครอบครัวให้เขาได้ดูแลต่อ

“ผมยังไม่อยากทำงานเลยครับคุณพ่อคุณแม่ ขอพักผ่อนก่อนสักเดือนสองเดือนได้ไหมครับ” นวินต่อรองกับบุพการีทั้งสองท่าน หลังถูกรบเร้าให้เข้าสำนักงานใหญ่ในทันที ที่กลับถึงบ้านได้เพียงแค่อาทิตย์เดียว

“นั่นสิคะคุณกรฉันว่าลูกก็ดูแลบริษัทเราที่โน่นมาหลายปีแล้วเหมือนกัน กลับมาแบบนี้ให้ได้พักผ่อนไปก่อนก็ดีเหมือนกันนะคะ จะได้ไม่เครียดมากจนเกินไป” นางจินตภาเข้าข้างลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตนเอง

“คุณก็ตามใจลูกจริง ๆ เลยนะคุณสร้อย” นายภากรหันไปค้อนภรรยาเล็กน้อย

“อ้าวก็ลูกเรานี่คะไม่ให้ตามใจลูกแล้วจะไปตามใจใคร มีอยู่คนเดียวหัวเดียวกระเทียมลีบแบบนี้”

“อย่าเพิ่งทะเลาะกันครับคุณพ่อคุณแม่ ว่าแต่คอนโดที่อยู่แถวสุขุมวิทของผมยังอยู่ไหมครับ” คนเป็นลูกรีบห้ามทัพก่อนเรื่องจะเลยเถิดไปกว่านี้

“ยังอยู่สิทำไมเหรอกันต์จะไปอยู่ที่นั่นแล้วเหรอ ไม่นอนบ้านกับแม่แล้วเหรอลูก” นางจินตนาถามลูกชายด้วยน้ำเสียงน้อยใจ

“เอ่อ คือว่าผม”

“คุณสร้อยคุณนี่ไม่รู้อะไรเลย ลูกเราเป็นผู้ชายนะคุณ” เสียงตะกุกตะกักของคนเป็นลูก ทำให้นายภากรจำต้องเอ่ยออกมาแทน ด้วยเข้าใจในเจตนารมณ์ของลูกชายเป็นอย่างดี

“แม่ล่ะไม่ชอบเลยนะกันต์แบบนี้” ส่วนเป็นคนแม่ได้แต่มองค้อนสองพ่อลูกอย่างเคือง ๆ

“โธ่คุณแม่ครับผมไม่ทำอะไรประเจิดประเจ้อ ให้ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลหรอกครับ”

“แล้วเมื่อไหร่จะเจอคนที่ใช่เสียทีล่ะกันต์ แม่ก็อยากได้ลูกสะใภ้อยากอุ้มหลานแล้วนะ”

“ไม่รู้สิครับก็คนมันไม่ใช่ คุณแม่จะให้ผมทำยังไงล่ะครับ คุณพ่อช่วยผมด้วยครับ” นวินหันไปหาบิดาซึ่งท่านก็เอาแต่ส่ายหน้าไม่ยอมช่วย

“ไม่ต้องมาพูดดีเลยกันต์ แม่ขอนะทำอะไรก็เอาที่เขาเต็มใจจริง ๆ ไม่ใช่ไปหลอกเขามานะ” คนเป็นแม่พูดดักคอลูกชายไว้ก่อน ส่วนคนเป็นลูกได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ ออกมา

“ครับคุณแม่ งั้นผมขอตัวขึ้นบ้านก่อนนะครับ” ก่อนจะถูกทั้งคู่ซักไซ้มากไปกว่านี้ นวินก็ชิงขอตัวขึ้นห้องนอนเสียก่อน

“ทีนี้ล่ะรีบหนีเลยนะ ไปอยากไปไหนก็ไป” นางจินตภาโบกมือไล่กลาย ๆ

นวินได้ทีก็รีบเดินขึ้นบันไดบ้านไป เข้าห้องนอนได้ก็ตรงไปทิ้งตัวลงบนเตียงนอนหนานุ่มแรง ๆ ปิดเปลือกตาลงแล้วใช้ความคิดในบางเรื่องอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดู ลองกดโทรออกไปหาใครบางคน

“สวัสดีค่ะ” ปลายสายทักทายเสียงหวาน

“สวัสดีครับคุณพรธีราจำผมได้ไหมครับ”

“คะ” อีกฝ่ายยังคงงง ๆ กับคนโทรมา

“ผมนวินที่ขับรถชนรถคุณไงครับ แล้วก็ยังไปส่งคุณที่โรงแรมบีด้วยจำได้ไหมครับ เราแลกเบอร์โทรกันไว้ด้วย” เขาเกรงว่าหญิงสาวจะนึกไม่ออก เลยรีบบอกเสียงเร็วปรื๋อ

“คุณนวินนั่นเอง ประกันแจ้งเรื่องซ่อมมาแล้วเหรอคะ”

“ครับผมจะโทรมาบอกว่าผมให้คนเอารถคุณไปซ่อมเรียบร้อยแล้วนะครับ”

“ขอบคุณมากค่ะ ความจริงไม่ต้องโทรมาบอกตอนนี้ก็ได้นะคะ มันมืดแล้วเอยเกรงใจค่ะ”

“หืม คุณแทนตัวเองว่าเอยเหรอครับน่ารักจัง”

“เอ่อ ขอโทษค่ะพอดีติดปาก”

“แต่ผมชอบนะครับ ต่อไปแทนตัวเองแบบนี้นะครับ ว่าไปแล้วผมก็อายุมากกว่าคุณหลายปีเลยนะครับ ให้เดาคุณคงเพิ่งยี่สิบใช่ไหมครับ” เขาหยอดปลายสายเสียงนุ่มชวนฟัง

“ยี่สิบสองค่ะ”

“นั่นปะไรครับ ผมแก่กว่าคุณตั้งสิบปีเลยนะครับ”

“สิบปีเลยเหรอคะ เท่าพี่ชายเอยเลยค่ะ แต่คุณดูยังหนุ่มแบบเหมือนวัยรุ่นอยู่เลย” พรธีราพูดตามความรู้สึกของตัวเองจริง ๆ เขาดูหนุ่มกว่าอายุมาก

“ผมจะถือว่าเป็นคำชมนะครับน้องเอย”

พรธีราอึ้งไปหลังได้ยิน น้องเอยมีแค่คนสนิทเท่านั้นที่เรียกเธอ ทำไมนวินถึงได้เรียกเธอแบบนี้ได้

“เอ่อ คือชื่อนั้น”

“คุณพรธีราเป็นน้องผมสิบปีนะครับ ผมเรียกน้องเอยนี่เหมาะสมที่สุดแล้วครับ” นวินเอ่ยคล้ายตัดสินใจเองเสร็จสรรพ ใจจริงเขาชอบคำว่าน้องเอยมากเป็นพิเศษ เพราะพัสวีเรียกชื่อนี้ด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปจากปกติ จะดูหวงแหนและเต็มไปด้วยความรัก

“อ๋อค่ะ” หญิงสาวจำต้องยอมรับอย่างเลี่ยงไม่ได้

“ผมโทรมารบกวนน้องเอยหรือเปล่าครับ” น้ำเสียงนุ่มทุ้มของเขาเหมือนคนกำลังอมยิ้มอยู่บนหน้า แววตาคงยิ้มไปด้วยแน่ ๆ หญิงสาวได้ยินแล้วพลอยรู้สึกอบอุ่นตามไปด้วย

“ไม่รบกวนค่ะ เอยเพิ่งอาบน้ำเสร็จพอดีกำลังจะเป่าผมคุณก็โทรเข้ามาก่อน”

“ไม่เอาสิครับไม่เรียกคุณดูห่างเหินกันจัง เรียกพี่กันต์ได้ไหมครับ” เขาพูดเหมือนอ้อน

“พี่กันต์เหรอคะ” พรธีรารู้สึกว่าเขาจะรุกหนักจนเกินไป

“แบบนั้นแหละครับถูกแล้ว ผมฟังแล้วรู้สึกดีจัง”

“ได้ค่ะพี่กันต์งั้นถ้าไม่มีธุระอะไรแล้ว เอยขอเป่าผมต่อนะคะ” สุดท้ายเธอก็พ่ายแพ้ให้กับคนปากหวานอย่างเขา ก่อนจะรีบตัดบทเกรงว่าจะยาวไปกว่านี้ อย่างไรเสียเขาคือคนที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่ถึงวันด้วยซ้ำ จะยอมสนิทสนมด้วยง่าย ๆ ก็เร็วเกินไป

“ครับฝันดีนะครับน้องเอย”

พรธีราหน้าแดงระเรื่อขึ้นหลังวางสาย ก่อนจะพวงแก้มร้อนเห่อตามมา นี่เธอกำลังจะถูกหนุ่มหล่อคนนี้ตามจีบอยู่เหรอ แค่คิดหัวใจก็เต้นแรงขึ้นตามความรู้สึก ก่อนจะรีบสะบัดศีรษะเพื่อไล่ความสับสนนี้ออกไป

“ไม่ใช่หรอก ๆ”

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167SVJ” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167SVJ
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

อาญาสีชมพู
อาญาสีชมพู
เมื่อสาวซื่อจากต่างจังหวัดกล้าชื่นชมศัตรูของเขา พฤกษ์ ทายาทมหาเศรษฐีผู้ไม่เคยแพ้ใครจึงมองว่ามันคือมารยาและลงทัณฑ์เธอด้วยข้อเสนอสุดโหดร้าย ให้เธอมาเป็นผู้หญิงลับๆ นานสามสิบวันเพื่อชดใช้ นิยายรักดาร์กโรแมนซ์สุดเข้มข้นที่เต็มไปด้วยไฟแค้นและความเสน่หาที่ยากจะต้านทาน
7.9
52 ตอน
กรงรักร้อนภรรยาคนเถื่อน
กรงรักร้อนภรรยาคนเถื่อน
เมื่อ มยุรดา ถูกแม่เลี้ยงใจร้ายมอมยาแล้วส่งไปขายในซ่องนรก แต่โชคชะตาทำให้เธอรอดพ้นมาได้เพราะ อินทนิล ชายหนุ่มลึกลับผู้เข้ามาช่วยชีวิต ทว่าความหวาดกลัวทำให้เธอเข้าใจผิดคิดว่าเขาคือคนร้ายที่ลักพาตัว นิยายดาร์กโรแมนซ์ สุดระทึกที่เต็มไปด้วยความปรารถนาและรักอันตรายครั้งนี้จะจบลงอย่างไร
9.0
86 ตอน
ลูกอนุ (Boy Love)
ลูกอนุ (Boy Love)
ชะตากรรมสุดรันทดของ 'ลูกอนุ' ที่ถูกพ่อแท้ๆ ส่งไปเป็นชายบำเรอเพื่อแลกกับลาภยศ แต่คืนวิวาห์กลับกลายเป็นฝันร้ายเมื่อเจ้าบ่าวหัวใจวายตายกะทันหัน จนเขาถูกตราหน้าว่าเป็นตัวกาลกิณีและต้องโทษประหารด้วยการถูกฝังทั้งเป็น! ร่วมพิสูจน์นิยายรักสุดดราม่าเข้มข้นได้แล้ววันนี้
8.1
38 ตอน
มนตราฟาโรห์
มนตราฟาโรห์
เมื่อโฮรัส ฟาโรห์ผู้เกรียงไกรตกหลุมรักอามูเนส เจ้าหญิงเชลยผู้เลอโฉม ท่ามกลางไฟสงครามเขายอมทำพันธสัญญากับเทพธิดาไอซิสเพื่อขอชีวิตอมตะไว้เคียงคู่นางชั่วนิรันดร์ จนกระทั่งเอวา นักโบราณคดีสาวในยุคปัจจุบันได้ขุดพบคำอธิษฐานนี้ นำไปสู่การไขปริศนาความรักข้ามสหัสวรรษในนิยายรักแฟนตาซีสุดเข้มข้น
8.5
70 ตอน
หวงรักแฟนเก่า
หวงรักแฟนเก่า
เมื่อความรักครั้งแรกพังลงเพราะความขี้หึงที่เกินพอดี เขาจึงเลือกสะบั้นรักอย่างไม่ใยดี ทิ้งให้เธอจมอยู่กับอดีตในฐานะแฟนเก่าที่แสนงี่เง่า นิยายรักดราม่าสุดเข้มข้นที่จะพาทุกคนไปสำรวจความสัมพันธ์ที่แหลกสลายและการก้าวข้ามความเจ็บปวด อ่านนิยายฟรีที่จะทำให้คุณเข้าใจคำว่ารักอย่างลึกซึ้ง
7.9
90 ตอน
'ลูกไม้'มาเฟีย  [ Heir Of Mafia ]SET : Romance Of Mafia 3th
'ลูกไม้'มาเฟีย [ Heir Of Mafia ]SET : Romance Of Mafia 3th
เมื่อ อลัน ทายาทมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลต้องทำหน้าที่สามีตามกฎหมายเพื่อปกป้อง ปิ่นมุก ลูกสาวผู้มีพระคุณที่เขาเฝ้าถนอมมาแต่เด็ก ท่ามกลางอันตรายจากโลกมืดที่บีบให้เขาต้องทำร้ายจิตใจเธอเพื่อความปลอดภัย อลันจึงยอมอุทิศกายใจให้เธอทดลองใช้เพื่อชดเชยน้ำตาและรอคอยวันวิวาห์ อ่านนิยายมาเฟียสุดเข้มข้นได้แล้ววันนี้
9.6
58 ตอน