ตอน 2

เพียะ!!

“กูบอกมึงแล้วใช่มั้ยว่าอย่าทำมันหาย!!”

ฝ่ามือใหญ่หยาบกร้านฟาดลงมากระทบที่ซีกแก้มของฉัน มันรุนแรงจนรับรู้ได้ถึงความปวดร้าว แถมยังได้กลิ่นคาวเลือดที่ลอยคละคลุ้งอยู่ในปาก

ฉันจัดการถ่มน้ำลายที่มีเลือดปะปนอยู่ลงพื้นสกปรก นิ้วเล็กปาดเช็ดเลือดตรงมุมปากออกเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับร่างสูงของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพี่ชายแท้ๆ

“ไม่ได้ทำหาย แต่ถูกขโมย”

นี่ฉันไม่ได้กวนตีน แต่เผอิญว่าเป็นคนชอบพูดตรงๆ และคำพูดนั้นมันก็เป็นความจริง

“นี่มึงกล้าเถียงกูเหรอ! ทำงานพลาดยังไม่สำนึกอีกนะ!!”

นิ้วเรียวชี้ตรงมาที่หน้าของฉัน ฝ่ามือหนาทำท่าจะหวดลงมาอีกรอบหนึ่ง ซึ่งฉันเองก็ยืนนิ่งๆ อยู่อย่างนั้นและไม่คิดที่จะขยับเท้าหนี

ฉันชินกับการถูกพี่ต้นตบแบบนี้แล้วล่ะ ถ้าทำงานพลาดหรือทำงานไม่ได้ดั่งใจพี่เขาฉันก็มักจะถูกกระทำแบบนี้ประจำ ถึงร่างกายของฉันจะบอบบาง แต่ทว่าก็ทนมือทนตีนพี่เขาได้ไม่น้อย

ก่อนที่จะมาเป็นเด็กส่งยาก็ต้องยอมรับโชคชะตาของตัวเองให้ได้ อย่างที่รู้ว่างานนี้มันเสี่ยง ไม่ว่าจะเสี่ยงติดคุก หรือเสี่ยงถูกกระทืบโดยฝีมือพวกเดียวกันก็ตาม

ในเมื่อฉันเลือกที่จะก้าวขาเข้าวงการดำมืดนี้แล้ว มันก็ยากที่ฉันจะถอนตัวออก เพราะฉะนั้นเลยเลือกที่จะทน

ก็อย่างที่รู้ คติของฉันคือ ‘ไม่เลือกงาน ไม่เลือกจน’ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าฉันสามารถทำงานได้ทุกอย่างที่มันได้เงินเยอะๆ เพราะฉันจะไม่เลือกกลับไปอยู่ในจุดของความจนอีกแล้ว

‘เงิน’ สามารถทำให้ฉันดิ้นรนจนอยู่รอดได้ และเหตุผลสำคัญอีกอย่างที่ทำให้ฉันอยากมีเงินเยอะๆ ก็เพราะว่าฉันอยากจะถีบตัวเองให้อยู่สูงที่สุด เพื่อที่จะได้ก้มลงมองพวกที่ดูถูกฉันได้สะดวก

คนบางประเภทมันก็ดีแต่ว่าคนอื่น ไม่คิดย้อนกลับมาดูตัวเองเลยสักนิด...

ซึ่งฉันเองก็เข้าใจว่ามีคนรักก็ต้องมีคนเกลียด ‘ชอบไม่ชอบก็แล้วแต่ ไม่เห็นจะแคร์เลยด้วยซ้ำ’

“เตนล์ไม่ได้เถียง นี่เขาเรียกว่าอธิบาย แล้วจะให้ทำไงอ่ะก็ในเมื่อของมันถูกขโมยไปแล้ว”

ฝ่ามือหนาของพี่ต้นที่ลดลงแนบข้างลำตัวแกร่งทำให้ฉันลอบถอนหายใจออกมาเล็กน้อย

ถ้าสถานการณ์มันเป็นอย่างนี้ฉันเองก็หมดปัญญาที่จะแก้ปัญหาให้ตัวเองเหมือนกัน ร้อยวันพันปีไม่เคยถูกวิ่งราว ใครมันจะไปรู้ว่าจะมาซวยเอาซะวันนี้

“มึงต้องเข้าไปคุยกับนายเองแล้วล่ะ ยานั่นก็ไม่ใช่น้อยๆ กูแก้ปัญหาให้มึงไม่ได้หรอก ใครก่อก็จัดการเอาเอง”

ประโยคที่พี่ต้นเปล่งออกมาทำให้ใจของฉันแทบหล่นไปกองอยู่ตาตุ่ม

‘นาย’ ที่พี่ต้นหมายถึงก็คือผู้ทรงอิทธิพลที่ดูแลพวกเราทั้งหมด แต่ทว่าฉันก็ยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตาของนายมาก่อน เนื่องจากฉันไม่เคยทำงานพลาดจนต้องเข้าไปคุยถึงตัวนายขนาดนั้น

และฉันก็ไม่คิดที่อยากจะเข้าไปคุยใกล้ๆ ด้วย เห็นใครๆ ก็บอกว่าถ้าได้เข้าถึงตัวนายเมื่อไหร่แทบไม่รอดสักราย เบาหน่อยก็แค่สะบักสะบอม หนักสุดก็ไปนอนในโลงศพ

แล้วยาที่ถูกขโมยไปนี่มันมีเป็นร้อยๆ เม็ด คิดเหรอว่าถ้าเข้าไปคุยแล้วฉันจะมีโอกาสอยู่รอดกลับมาได้

เงินเก็บที่มีก็ใช่ว่าจะเยอะจนสามารถจ่ายค่ายาทั้งหมดที่เสียหายไปได้สักหน่อย เป็นเด็กส่งยาทั้งชาติก็ไม่รู้จะพอหรือเปล่า

พี่ต้นแม่งเป็นพี่ชายที่ไม่คิดจะช่วยอะไรเลย อย่างน้อยหารกันคนละครึ่งก็ยังดี

“นายเข้ามาที่ผับเมื่อไหร่ก็บอกด้วยละกัน เดี๋ยวเคลียร์เอง”

ฉันจำต้องยอมรับชะตากรรมของตัวเอง ที่บอกจะเคลียร์นี่หมายถึงเคลียร์ให้ตัวเองรอดหรือตายเร็วๆ ก็ไม่รู้

“นายเข้ามาแล้ว และเขาก็รู้ด้วยว่ามึงทำงานพลาด เพราะฉะนั้นมึงรีบเข้าไปหานายซะ เขารอมึงอยู่”

ไหนๆ พี่ต้นก็พูดออกมาแบบนี้แล้ว งั้นฉันขอยืนไว้อาลัยให้ตัวเองสักห้าสิบปีก่อนเข้าไปได้ไหม...

“แล้วพี่ไม่เข้าไปด้วยกันเหรอ”

คืออย่างน้อยไปยืนให้กำลังใจกันก็ได้ จะตายทั้งทีนี่ก็ไม่อยากหว่าเหว่ไง มันเคว้งคว้าง

“ไปไม เข้าไปกูก็ตายดิ”

ขอบคุณนะ ทำไมเป็นพี่ชายที่แสนดีแบบนี้ล่ะ ซึ้งจนน้ำตาไหลเลยว่ะ...

“เออ ถ้างั้นก็เตรียมจองวัดให้ด้วยละกัน ไม่ต้องเอาข้าวต้มนะ อยากกินยุงทอดกระเทียม” น้ำเสียงของฉันนั้นเต็มไปด้วยความประชดประชัน ก่อนที่สองเท้าจะก้าวเดินอ้อมไปทางด้านหลังเพื่อเข้าไปในผับ

เนื่องจากว่าเวลานี้ยังไม่ถึงเวลาเปิดใช้บริการประตูทางเข้าด้านหน้าจึงถูกปิดเอาไว้ไม่ให้ใช้งาน

“อ๊ะ...อื๊อออ...เฮีย”

เสียงที่ดังออกมาจากมุมหนึ่งของผับทำให้เท้าของฉันถึงกับหยุดชะงัก สายตากวาดมองไปรอบๆ ท่ามกลางความมืดที่มีเพียงแค่แสงสว่างจากด้านนอกสาดส่องเข้ามาอยู่ร่ำไร

เวลานี้ผับมันยังไม่เปิด แล้วใครมันมาดูดด๊วบอะไรกันอยู่แถวนี้?

สมองส่วนหนึ่งของฉันกำลังคิดว่ามีคนบางคนทำเรื่องอย่างว่ากันอยู่ในผับ แต่อีกส่วนหนึ่งมันกลับคิดว่าน่าจะเป็นเสียงของอย่างอื่น...

ครั้นเมื่อสมองมีความคิดนั้นแวบเข้ามา ขนอ่อนบริเวณแขนของฉันก็พากันสแตนด์อัพขึ้นมาทันใด

“ซี๊ดดด...”

สงสัยผีเผ็ด ไม่ใช่ผีธรรมดาด้วย แต่เป็นผีจับหัว

ตอน 3

ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ดวงตาของฉันเบิกกว้าง พอสายตาเห็นทัศนียภาพตรงจุดนั้นชัดเจนมันก็ทำให้ฉันรู้ว่าเสียงๆ นั้นคือเสียงอะไร และพวกเขากำลังทำอะไรกันอยู่

ภาพของชายหญิงสองคนที่กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยง และซุกไซ้กันอย่างนัวเนียทำให้ลมหายใจของฉันสะดุดกึก

บอกตามตรงเลยว่าฉันยอมเจอผีดีกว่ามาเจอภาพบัดสีบัดเถลิงแบบนี้

“มองจ้องขนาดนั้นอยากจะเข้ามาร่วมแจมด้วยมั้ยล่ะ”

ร่างบางของฉันสะดุ้งโหยง เพราะไม่รู้ตัวเลยว่าจ้องมองสองคนนั้นนานเท่าไหร่ จนกระทั่งร่างสูงโปร่งของผู้ชายคนนั้นตวัดสายตาหันมามอง

เขาผละออกมาจากผู้หญิงที่เคยนัวเนียอยู่ก่อนหน้านี้แล้วเดินตรงเข้ามาหาฉันที่ยืนนิ่งค้างอยู่กับที่ พอมองเลยไปด้านหลังเขา ฉันก็เห็นว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังชักสีหน้าอย่างหงุดหงิดใจอยู่ในความมืด

ทว่าเมื่อผู้ชายร่างสูงโปร่งคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ดวงตากลมโตก็จำต้องเบิกกว้างขึ้นมากกว่าเดิม

จุดที่ฉันยืนอยู่ ณ ตอนนี้มีแสงสว่างอยู่เล็กน้อย ซึ่งนั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ฉันสามารถมองเห็นเขาได้อย่างชัดเจน

นอกจากรูปร่างจะสูงโปร่งดูดีแล้ว ใบหน้าหล่อเหลาคมคายของเขาก็ไม่ได้น้อยหน้ากันเลยสักนิด ไหนจะผมสีเงินที่ถูกจัดทรงให้ดูเท่เหมาะกับบุคลิกของเขานั่นอีก

ผู้ชายคนนี้แทบจะหาอะไรมาติไม่ได้เลยจริงๆ แต่น่าเสียดาย...ที่การกระทำดูต่ำไปหน่อย

ไม่มีคนปกติที่ไหนชอบกินตับกันโจ่งแจ้งแบบนี้หรอก ใครเค้าก็กินกันในที่ลับตาทั้งนั้น หรือว่าเป็นพวกชอบโชว์?

“...” ฉันยืนนิ่งปิดปากเงียบอยู่นาน เพื่อกวาดสายตามองสำรวจเขาอย่างพินิจและพิจารณา ขณะที่ในใจก็กำลังแอบด่าเขาไปด้วย

“ที่มองหน้านี่ข้องหรืออยากเข้าห้องด้วยกัน หืม?”

ประโยคนั้นที่โพล่งออกมาจากปากหนาทำให้ฉันแทบจะสำลักอากาศที่ตัวเองกำลังหายใจอยู่

“แหม...ลุงคะ คนนะไม่ใช่ตุ๊กตายาง เจอปุ๊บก็ชวนเข้าห้องเลยเหรอ”

ฉันอดไม่ได้ที่จะพูดเหน็บเขาไปด้วยคำพูดจาที่เจ็บแสบ

“เรียกใครลุง?”

แต่ทว่าเขากลับสนใจคำอื่นมากกว่า สีหน้าตึงๆ ที่ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลานั้นสามารถบ่งบอกฉันได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวว่าเขากำลังไม่ชอบใจ

“เฮียปืนขา อย่าไปสนใจเด็กมันเลยค่ะ เราไปสนุกด้วยกันเถอะนะคะ เดี๋ยวริชชี่จะพาขึ้นไปบนห้องนะ”

หึ...ริดสีดวงล่ะสิไม่ว่า

รอยยิ้มหยันกระตุกขึ้นที่มุมปากของฉัน พอเห็นท่าทางเรียกแขกของเธอแล้วฉันก็อดที่จะเบะปากและกลอกตามองบนไม่ได้

“ตามสบายนะคะ เรื่องเมื่อกี้ที่เห็นฉันไม่บอกใครหรอก ถือซะว่าโดนผีหลอกละกัน”

จบประโยคนั้นฉันก็หมุนตัวหันหลังแล้วเดินออกมาจากพวกเขา

โดนผีหลอกแบบนี้สงสัยต้องรีบไปหาน้ำมนต์มาล้างตาซะแล้วล่ะ เพราะไม่อย่างนั้นฉันคงฝันร้ายทั้งคืนเป็นแน่

ตึก...ตึก...ตึก...

เสียงฝีเท้าที่ดังตามไล่หลังมาทำให้ฉันหยุดชะงักอีกครั้งแล้วหันหลังกลับไปมอง

“นี่ลุงตามฉันมาทำไม”

ความจริงเขาก็ไม่ได้แก่อะไร แต่ฉันแค่หมั่นไส้ในความเป็นเฒ่าหัวงูของเขาต่างหาก ก็เลยสะดวกที่จะเรียกเขาแบบนี้

“สงสัยติดใจฝีปากจัดๆ ของเธอมั้ง เลยตามมาให้ด่าอีก”

ฉันจะถือว่าประโยคนี้ของเขาคือคำชมละกัน

แกร๊ก...

“พี่วายุสวัสดีค่ะ” ฉันเลิกสนใจผู้ชายปากหมาที่ยืนอยู่ด้านหลัง มือทั้งสองข้างยกขึ้นไหว้ร่างสูงโปร่งอีกคนที่เปิดประตูออกมาจากห้องๆ หนึ่ง

พี่วายุคือมือขวาของนาย และฉันก็ได้ยินหลายๆ คนพูดกันว่าพี่วายุพ่วงตำแหน่งเพื่อนสนิทของนายอีกด้วย

ตลอดเวลาที่ฉันเป็นเด็กส่งยาก็ได้พี่วายุนี่แหละคอยช่วยเหลือและดูแล แต่จริงๆ แล้วพี่วายุก็ดูแลพวกเราทั้งหมดนั่นแหละ เพราะนายไม่ได้เข้ามาที่นี่บ่อยๆ นัก อีกอย่างคือเข้ามาทีไรก็ใช่ว่าจะมาสุงสิงกับเด็กส่งยาอย่างพวกเราสักหน่อย

“ว่าไง ไปก่อเรื่องใหญ่มาล่ะสิ”

พี่วายุพยักหน้ารับไหว้ ก่อนจะเอ่ยถามถึงเรื่องนั้นที่ทำให้ฉันต้องมายืนอยู่ ณ จุดนี้

“นายโกรธเตนล์หรือเปล่า”

ฉันถามอย่างหยั่งเชิง เพื่อที่จะได้ทำใจเอาไว้ซะตั้งแต่เนิ่นๆ แต่ทว่าคิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันของร่างสูงตรงหน้าทำให้หัวใจของฉันกระตุกวูบ

“นายก็ยืนอยู่ข้างหลังเตนล์ไง นี่ไม่ได้คุยกันมาแล้วเหรอ” ดวงตาคมของพี่วายุมองเลยไปทางด้านหลังฉัน

สันหลังรู้สึกเย็นวาบเมื่อประโยคนั้นสิ้นสุดลง ขออย่าให้เป็นอย่างที่ฉันคิดเอาไว้เถอะ

พรึ่บ!

วงแขนแข็งแกร่งตวัดขึ้นมากอดคอฉันเอาไว้จนรู้สึกหนัก และเหนืออื่นใดก็คืออาการหวาดกลัวจนตัวสั่นของฉันเอง

คิดว่าต้องใช่ ต้องใช่แน่ๆ...

“ป่ะ! เดี๋ยว ‘ลุง’ จะพาเข้าห้อง ‘เชือด’ นะอีหนู”

จบประโยคเยือกเย็นของเขาร่างบางของฉันก็ถูกกระชากเข้าไปในห้องที่พี่วายุพึ่งเดินออกมาเมื่อกี้

“ปล่อยนะ!” ฉันสะบัดตัวผละออกจากร่างสูง และตาลุงนั่นก็ยอมปล่อยให้ฉันเป็นอิสระแต่โดยดี

พี่วายุที่เห็นท่าไม่ดีรีบเดินตามเข้ามา ก่อนจะปิดประตูและล็อกลูกบิดให้อย่างเสร็จสรรพ

“นั่งลง” น้ำเสียงและแววตาของร่างสูงโปร่งตรงหน้าเต็มไปด้วยความกดดัน เห็นแบบนี้แล้วฉันก็คิดว่าตัวเองกำลังจะถูกเชือดอย่างที่เขาว่าจริงๆ

เท้าทั้งสองขยับก้าวไปที่โซฟาเดี่ยว แล้วหย่อนก้นนั่งอย่างว่านอนสอนง่ายและเจียมเนื้อเจียมตัว

ตอนนี้ฉันกำลังข่มอาการหัวร้อนของตัวเองเอาไว้ พยายามเหยียบให้มิดที่สุดเท่าที่จะทำได้

เพราะคนตรงหน้ามีศักดิ์เป็นถึง ‘นาย’ ซึ่งเขามีสิทธิ์ในการกำหนดชะตาชีวิตของฉันต่อจากนี้ ถ้าหากฉันวู่วามและปากดีเหมือนอย่างก่อนหน้า คงไม่แคล้วถูกลูกตะกั่วเจาะสมองเป็นรูโบ๋

“ไปทำอีท่าไหนถึงปล่อยให้ของสำคัญขนาดนั้นถูกขโมยไปได้”

ร่างสูงยกขาขึ้นไขว่ห้างด้วยทวงท่าที่สบาย แต่ยังไงน้ำเสียงของเขาก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ไหนจะสายตาที่เขามองจดจ้องมานั่นอีก ฉันไม่สามารถไว้ใจเขาได้เลยจริงๆ

“ยังไม่ทันได้ทำท่าไหนเลย เผลออีกทีก็เอ้า! โดนขโมยไปแล้ว”

ในเมื่อเขากำลังอยู่ในท่าทางที่สบาย งั้นโอเค ฉันก็ขอพูดแบบสบายๆ ด้วยคน

“เตนล์” เสียงของพี่วายุที่ดังแทรกขึ้นมาเหมือนจะกำลังพูดปรามฉันอยู่กลายๆ

“รู้ใช่มั้ยว่ายาพวกนั้นคือเม็ดเงินมหาศาล”

คนตรงหน้าเริ่มที่จะจริงจังขึ้นมา และฉันจะทำอะไรได้นอกซะจากจริงจังไปตามเขา

พอสถานการณ์กลับมาอยู่ในจุดที่เคร่งเครียด ฉันจึงต้องลอบถอนหายใจอีกครั้งเพื่อระบายความรู้สึกอัดอั้นของตัวเอง

“ฉันรู้ตัวว่าทำพลาด เดี๋ยวฉันจะรับผิดชอบทุกอย่างเอง”

“แล้วเธอจะชดใช้ยังไงหืม?” คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูงพร้อมด้วยสีหน้าตั้งคำถาม

เออ...นั่นสิ แล้วฉันจะชดใช้ยังไงดี?

“ก็เป็นเด็กส่งยาต่อไปเรื่อยๆ”

หลังจากที่ใช้สมองครุ่นคิดไปตั้งสองวินาทีฉันจึงตัดสินใจพูดออกไป ความจริงแล้วต่อให้ฉันเป็นเด็กส่งยาไปจนตายยังไงก็ชดใช้ไม่หมดหรอก

เผลอๆ คงได้ไปนอนในคุก หรือไม่ก็โดนกระทืบตายซะก่อน

“หน้าตาดีแบบนี้เลิกเป็นเด็กส่งยามาเป็นเด็กเฮียดีกว่าอีหนู”

ข้อเสนอของเขาทำให้ฉันแค่นเสียงหัวเราะออกมา พลางกระตุกยิ้มหยันที่มุมปาก

อย่าหาว่าฉันลามปามคนแก่เลยนะ แต่จะบอกว่า...

“เอาเวลาเต๊าะเด็กไปซื้อโลงนอนเถอะลุง”

ด้วยรัก และ Fuck You…

นิยายแนะนำยอดนิยม
อ่านต่อกันเลย!
สนุกกับเรื่องนี้ไหม? ปลดล็อกตอนเพิ่มเติมได้ในแอป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “167ULD” บน Moboreader เพื่ออ่านฉบับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
167ULD
คัดลอก
อ่านต่อ

คุณอาจชอบ

ฟ้าโอบดาว
ฟ้าโอบดาว
เมื่อ 'แผ่นฟ้า' ท่านประธานผู้เย็นชาถูกลือว่าเป็นเกย์ แต่ความจริงเขากลับซ่อน 'ดาราภัส' สาวน้อยใต้ระบบอุปถัมภ์ไว้ข้างกายภายใต้ข้อตกลงลับ นิยายรักแนวประธานบริษัทสุดฟินที่จะพาคุณไปพบกับความสัมพันธ์ซ่อนเร้นที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและความเข้าใจผิดอันแสนหวาน อ่านนิยายฟรีได้แล้ววันนี้
8.2
44 ตอน
หนี้รักจำเลยปรารถนา
หนี้รักจำเลยปรารถนา
เมื่อพี่สาวฝาแฝดร้องขอชายผู้เป็นรักแรกไป ณัฐชยาต้องเผชิญกับหนี้รักสุดแสนเจ็บปวด ทว่าในค่ำคืนที่ฤทธิ์ยาเข้าครอบงำ ติณณ์กลับจำได้ทันทีว่าผู้หญิงตรงหน้าคือเธอไม่ใช่ใครอื่น นิยายรักดาร์กโรแมนซ์เรื่องนี้จะพาทุกคนไปพบกับความสัมพันธ์อันเร่าร้อนและการตัดสินใจว่าจะยอมจำนนหรือปล่อยมือ
8.2
76 ตอน
ออฟฟิศร้อน ฝึกบทรัก
ออฟฟิศร้อน ฝึกบทรัก
เมื่อพนักงานสาวธรรมดาต้องตกอยู่บนตักของท่านประธานผู้ทรงอิทธิพล ท่ามกลางบรรยากาศออฟฟิศที่เงียบสงบ สัมผัสเร่าร้อนที่เกินเลยขอบเขตงานจากบอสหนุ่มสายเปย์ทำให้หัวใจเธอเต้นรัว ความปรารถนาอันตรายครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องล้อเล่น อ่านนิยายรักวัยทำงานสุดฟินที่พร้อมกระชากใจคุณได้แล้ววันนี้
8.3
55 ตอน
เล่ห์ลวงบ่วงพันธนาการ
เล่ห์ลวงบ่วงพันธนาการ
เมื่อพุดแก้วหลงกลยอมมอบจูบแสนหวานให้นักธุรกิจหนุ่มเจ้าเล่ห์อย่างนิโคลัส อ้อมกอดอุ่นร้อนก็รัดตรึงจนยากจะถอนตัว นิยายรักแนวท่านประธานสายเปย์ที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนา แม้ร่างกายเขาจะบาดเจ็บแต่ความต้องการกลับเร่าร้อนเกินต้านทาน อ่านนิยายสนุกๆ เรื่องนี้ได้เลย
8.0
92 ตอน
หว่ออ้ายหนี่...ท่านประธานลูกติดคนนี้คือที่
หว่ออ้ายหนี่...ท่านประธานลูกติดคนนี้คือที่
เมื่อหลิวชิงเฟยตื่นขึ้นในร่างนางร้ายตัวประกอบของนิยายมาเฟียสุดอันตราย เธอต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลแห่งเซี่ยงไฮ้ พร้อมภารกิจเสี่ยงตายในการส่งตัวหลานชายและสุนัขคู่ใจกลับคืนสู่อ้อมอกของท่านประธานผู้เป็นพ่อแท้ๆ อ่านนิยายรักแฟนตาซีสุดระทึกใจได้แล้ววันนี้
8.7
64 ตอน
 อุ้มรักมาเคียงเธอ
อุ้มรักมาเคียงเธอ
เมื่อความรักเป็นเพียงแผนลวงเพื่อผลิตทายาท ธิชา หญิงสาวผู้อ่อนหวานจึงต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจาก ธีภพ ท่านประธานหนุ่มผู้ไร้หัวใจ ทว่าในวันที่เธอตั้งครรภ์และรู้ความจริงทั้งหมด เธอจึงเลือกที่จะหอบลูกในท้องหนีไปจากเขา นิยายรักดราม่าสุดเข้มข้นที่จะทำให้คุณลุ้นไปกับบทสรุปของความรักครั้งนี้
8.8
61 ตอน